วันที่พวกเราติดโควิดทั้งบ้านทำยังไงดี? แชร์วิธีดูแลและติดตามอาการผู้ป่วยสีเขียว-เหลือง Home Isolation ฉบับบ้านๆ

ตั้งแต่เข้าเดือนกรกฎาคมมาเป็นอีกเดือนที่หนักมากในชีวิตเรา เพราะครอบครัวเรา 3 คน พ่อ แม่ ลูกได้ติดโควิดทั้งบ้าน
เริ่มจากคุณพ่อเราซึ่งไม่ทราบว่าไปติดมาจากที่ไหนได้ไปตรวจและทราบว่าติดโควิด ในวันที่ 8 กรกฎาคม

ปัญหา
1.  เป็นช่วงที่เชื้อโควิดกำลังพีคขึ้น รัฐยังไม่มีมาตรการ HI (Home Isolation) ผู้ป่วยติดวันละหลายพัน หน่วยงาน รพ.สนามมี เตียงไม่พอ แม้แต่เอกชน
2.  ระบบการตรวจฟรีของสปคม. ตอนนั้น ไม่มีการให้ผลตรวจ PCR แก่ผู้ที่ติดเชื้อ มีผลให้แค่ผู้ที่ไม่มีผลเท่านั้น สำหรับผู้ที่ติดต้องรอ 1668 โทรมาเพื่อหาเตียงให้เท่านั้น ไม่รู้ได้เมื่อไร เราก็ลงให้พ่อไปก่อน
3.  พ่อเราเป็นผู้สูงอายุ 60+ มีโรคประจำตัวความดันสูง และยังไม่ได้รีบวัคซีน
4.  ด้วยข้อ 2 และ 3 ทำให้ไม่ว่าจะรพ.รัฐหรือเอกชน ได้ปฏิเสธที่จะรับพ่อเข้ารักษา เพราะไม่มีผลตรวจที่แน่นอนและเป็นผู้สูงอายุ ไม่มีประกัน 
ร้องไห้
ยังไม่จบ ในอีก 3 วันต่อมาปรากฏว่าเรากับคุณแม่ก็มีอาการเข้าข่าย จึงพากันไปตรวจและพบว่าพวกเราทั้งคู่เองก็ติดเชื้อ เข้าเหมือนกันซะแล้ว...
ด้วยปัญหาเหล่านี้ทำให้เราต้องเข้ามาดูแลผู้ป่วยเองอย่างเต็มรูปแบบ

ทำยังไงดี...  ตั้งสติก่อนค่ะ! ประเมินอาการเบื้องต้นว่า ใครเป็นยังไงบ้าง 
ซึ่งอันนี้เราประเมินอาการเอง เราไปค้นหาทั้งในอินเตอร์เน็ตและเพิ่มเติมจากคุณพยาบาลที่ได้แนะนำเรามา

อย่างแรกเริ่มจาก เช็คอาการผู้ป่วย
เรา กับพ่อ > ผู้ป่วยสีเขียว
-มีไข้ประมาณ 37.5-37.9 องศา มีน้ำมูก เสมหะ เจ็บคอ ไอตลอดทั้งวัน อ่อนเพลีย 

แม่ > ผู้ป่วยสีเหลือง อายุ 59 ปี  มีโรคความดันโลหิตสูง
-มีไข้ประมาณ 38.3-38.6 องศา ปวดหัว มีน้ำมูก เสมหะ ไอตลอดทั้งวัน ถ่ายเหลว ปวดเมื่อย จมูกไม่ได้กลิ่น แน่นหน้าอก 

สรุปได้ว่าแม่จะอาการหนักที่สุด เพราะฉะนั้นจะต้องคอยเฝ้าติดตามมากกว่าคนอื่น และพยายามหายามาให้ทานก่อน เรียงลำดับความสำคัญ แม่ > พ่อ >เรา

เราจะมีอาการน้อยที่สุดก็จะรับหน้าที่ดูแลคนในบ้านไปค่ะ

สิ่งที่ต้องทำ -การเตรียมตัว-

1. ไปหาซื้อปรอทวัดไข้หรือพวกเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วไว้ก่อนค่ะ เพื่อดูว่ามีไข้ไหมและวัดออกซิเจนว่าปอดของเรายังทำงานปกติรึเปล่า แนะนำให้ซื้อแบบที่น่าเชื่อถือหน่อยนะคะ ทั้งหมดซื้อออนไลน์ เราใช้ปรอทยี่ห้อ Beurer อันนี้ดีมาก กับเครื่องวัดออกซิเจน Jumper พอใช้ได้เหมือนกันค่ะ


ดูคลิปอันนี้ได้ค่ะ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

2. จัดท่านอนให้พ่อกับแม่ และสอนให้พวกท่านรู้ เวลาที่เริ่มหายใจไม่สะดวกหรือค่าออกซิเจนต่ำ ท่านี้จะช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น ลองดูจากคลิปนี้ก็ได้ค่ะ 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
3. ถ้าไหวให้ทำท่าออกกำลังกาย Sit to Stand เป็นการเช็คปอด เช้า-เย็น ทีละครั้ง ใช้คู่กับเครื่องวัดออกซิเจน ถ้าค่าออกซิเจนต่ำกว่า 95 ไปให้เฝ้าดูอาการไว้หรือถ้าต่ำกว่า 90 นี่หนักแล้ว เตรียมติดต่อหารพ. หรือหามือถือตั้งไว้ใกล้มือได้เลย
 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
 
4.แยกกันอยู่คนละห้อง แยกข้าวของเครื่องใช้ออกจากกัน ให้ใส่หน้ากากอนามัยในบ้านและใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ จัดชุดแยกให้ทุกคนเลยค่ะ ปรอทกับเครื่องวัดออกซิเจนก็ต้องแยกด้วยแต่ถ้าหาไม่ได้ก็ทำความสะอาดให้ดี เพราะเราไม่รู้ว่าแต่ละคนติดเชื้อสายพันธ์ไหนกันบ้าง 

พยายามไม่นอนห้องแอร์ ไม่อาบน้ำเย็น ทานน้ำเย็น อย่าให้ปอดชื้น เราคิดว่าโควิดชอบที่เย็น ต้องไม่ตามใจมัน
 

 
5.เรื่องของอาหาร
ในส่วนนี้จะไม่มีรูปนะคะ แต่อาหารทำเหมือนให้ผู้ป่วยไข้หวัดทานปกติเลยค่ะ เน้นอาหารประเภทต้ม ตุ๋น นึ่ง พยายามไม่ให้มีน้ำมัน ไม่มีรสจัด ไม่หวานเค็มเกินไป งดชา-กาแฟ-น้ำอัดลม-น้ำหวาน ให้ผู้ป่วยทานครบสารอาหาร ปริมาณไม่น้อยหรือมากจนเกินไป 
 
ส่วนใหญ่อาหารที่เราทำทานจะง่ายๆ เช่น ข้าวต้ม / โจ๊ก / แกงจืด / ไข่ต้ม-ตุ๋น / ผักลวก-ต้ม / เนื้อไก่ต้ม / ผลไม้ที่พลังงานไม่สูง เช่น แอปเปิ้ล กล้วย ส้ม องุ่น ฝรั่ง แตงโม เป็นต้น คิดว่าตรงนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรค่ะ
 
อาหารเมื่อยามเราเจ็บป่วย-มารู้จัก-อาหารอ่อน-กัน-ว่าเหมาะกับใครบ้าง
http://www.sansuk.net/article/48/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องของยา
 
แน่นอนว่ายาฟาวิพิราเวียร์ หลายคนรู้จักกันดีว่ามีประสิทธิภาพมากในการรักษา แต่เวลาแบบนี้จะไปหามาได้จากที่ไหน? หาไม่ได้ก็ต้องพึ่งสมุนไพรไทยนี่ละค่ะ ส่วนของยาประจำตัวสามารถให้ทานได้ปกตินะคะ เช่น ยาความดัน

อย่างแรกคือ ฟ้าทะลายโจรแคปซูลแบบสกัด  เพราะว่ามีสารแอนโดรกราโฟไลด์ ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสและยับยั้งการอักเสบได้ น่าจะรู้จักกันดีแล้ว แต่อย่าทานเยอะเกินไปเพราะจะเป็นพิษกับตับแทน ตอนซื้อดูยี่ห้อด้วยว่าใช้ของที่ไหน เพราะกินปริมาณไม่เท่ากัน ช่วงนี้หาซื้อยาก ราคาก็พุ่งเอาๆ จึงให้ทานเมื่อมีอาการเท่านั้นนะ ใช้รักษาไม่ใช่ป้องกัน เราใช้อยู่ 2 ยี่ห้อดังนี้ค่ะ

 ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร อภัยภูเบศร นาทีนี้ไม่มีตัวไหนดังไปกว่าตัวนี้แล้ว หมดเร็วยังกับแย่งจองบัตรคอนเสิร์ต โชคดีที่บ้านแฟนหาซื้อมาได้ ใครมีทานวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น ครั้งละ 5 เม็ด รวมแล้ว 5 วันต้องทาน 75 เม็ด เราให้แม่กินตัวนี้



ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรยี่ห้อสมุนไพรวังพรม  อาจจะได้ไม่เท่าตัวแรกแต่ก็พอได้ ทานวันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น-ก่อนนอน ครั้งละ 8 เม็ด รวมแล้ว 5วันต้องทาน 160 เม็ด พ่อกับเรากินตัวนี้
 


แต่ถ้าใครไม่แน่ใจว่านี่ห้อที่เรามีอยู่ กินได้ขนาดไหน ขอให้ศึกษาก่อนนะคะ ตามรูปที่เราลงมา
เราได้ข้อมูลมาจากเพจ Drama Addict ขอบคุณสำหรับการสรุปข้อมูลให้ค่ะ



**************************************************************************

ถ้ามีอาการอื่นๆทำอย่างไร?  > กินยาแก้ตามอาการไปเลย ค่ะ
 

1. มีอาการไอ - กินยาแก้ไอ เราเลือกยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาว



2. เจ็บคอ - เราอมมายบาซินสีเขียว ตอนเจ็บคอ หรือคั้นน้ำมะนาวแบบบ้านๆนี่ละ ผสมน้ำผึ้งลงไปหน่อย จิบแก้เจ็บคอได้ดีทีเดียว



3. มีเสมหะ - ทานยาละลายเสมหะ เราใช้ตัวนี้ Mysoven (แค่ตอนมีอาการเยอะๆเท่านั้น) ราคาไม่แพง
ครั้งละ 1 ซอง วันละ 2-3ครั้ง อย่าทานเยอะไปนะคะ*



4. มีน้ำมูก - ทานยาแก้แพ้ทั่วไปค่ะ แต่ระวัง อย่ากินเยอะเกินไป กินตอนมีน้ำมูกหนักๆ เท่านั้น เลือกได้จะไม่ทาน

5. มีไข้ ปวดหัว - กินพาราเซตามอล พวกซาร่า/ไทลินอล ดูปริมาณด้วยนะอย่ากินเยอะไป
ตอนไหนไม่มีไม่ต้องกิน ไม่ต้องกินดักอะไรเลย ไข้ไม่ใช่ดักจับหนู



6. ท้องเสีย แม่เราถ่ายเหลว คุณพยาบาลให้จิบ ORS (ผงเกลือแร่) ไม่ดื่มอึกๆเป็นน้ำผลไม้นะคะ พยายามไม่เกิน 2 ซองต่อวัน และคู่กับยาธาตุน้ำขาว แม่เราทานอยู่ 2 วันหาย ก็หยุดทาน



ยาพวกนี้ไม่ต้องยี่ห้อตามรูปก็ได้นะคะ ถ้ามียี่ห้ออื่นก็กินได้เลย ขอแค่มีมาตรฐานก็พอค่ะ เอาตามที่เราสามารถหาซื้อได้ในตอนนั้น 

ต่อมายาสมุนไพร ส่วนนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากหน่วยงานอาสาค่ะ
ต้องขอขอบคุณมากที่ส่งยาสมุนไพรมาให้พ่อแม่เราทานโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจาก "โครงการภัทรเวชสยามต้านภัยโควิด"




ที่เราได้รับยาจะมีดังนี้

1.   ยาห้าราก
2.   ยาจันทลีลา
3.   ยาธาตุบรรจบ
4.   ยาแดงดับพิศม์
5.   สมุนไพรต้ม ไว้สูดดม > สามารถหาซื้อเองได้นะคะ ส่วนประกอบมี หอมแดง ผิวมะกรูด ไฟล ตะไคร้ ขิง ใบมะกรูด ขมิ้น กระชาย ไม่ครบไม่เป็นไร
เอาทุกอย่างใส่ลงในหม้อ ต้มน้ำเปล่าจนเดือด ให้มีไอขึ้นม าจากนั้นให้สูดไอน้ำเหล่านี้โดยใช้ผ้าหนึ่งผืนคลุมช่วงหัวกับหม้อแล้วกวักไอน้ำเข้าหาตัว สูดดมเข้าไปทีละ 5-10 นาที ระวังอย่าให้โดนลวกหรือร้อนไปนะคะ ทำติดกันประมาณ 2-3 วัน

คุณแม่บอกว่าใช้แล้วรู้สึกหายใจโล่งขึ้นค่ะ



 
 
อื่นๆ อันนี้เสริมเองจ้า

1.   น้ำขิง เราใช้ขิงผงสำเร็จรูปชงให้พ่อแม่จิบ ตอนเช้า เพราะตื่นมามักจะเจ็บคอกันเป็นพิเศษ ถ้าใครทำน้ำขิงเองเป็นก็ทำได้เลยนะคะ 



2.   วิตามินซี ของ DHL ปกติเราทานตัวนี้ประจำ ตอนนี้ให้พ่อแม่ทานด้วยให้ถึงวันละ 1000 มก.
เพราะพ่อแม่เราทานอาหารไม่ค่อยได้เลยพยายามให้ทานวิตามินเสริมด้วยค่ะ



3.   Zinc หรือสังกะสี เราให้ทานตอนเริ่มเป็นโควิดพร้อมกับตอนกินข้าว วันละ 50 มก. พอหายก็ให้หยุดค่ะ *ตัวนี้ระวังต้องอย่าทานเยอะเกิน 50 มก./วัน ไม่งั้นจะเป็นพิษได้ และใครมีโรคประจำตัวเช็คให้ดีก่อนนะคะว่าทานได้ไหม** สำคัญมากจ้าา 



สุดท้ายนี้พวกยาหรืออาหารเสริมต่างๆ ขอให้ศึกษาให้ดีก่อนทานนะคะ ใครที่ไม่มีอาการอะไรอย่าเพิ่งทานเลย นอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว
อาจจะทำให้เป็นโทษกับร่างกายแทนได้ ขอให้ใช้ยาอย่างระวังและปรึกษาเภสัชหรือพยาบาลหรือคุณหมอก่อน  
รวมถึงการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการเลือกด้วยค่ะ เราใช้วิธีเหล่านี้ประมาณ 10 วัน อาการของทุกคนค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ

ในกระทู้นี้อาจใช้ไม่ได้กับผู้ป่วยสีแดงที่มีอาการหนักแล้ว หากมีโอกาสได้เตียง ขอให้รีบพาตัวไปรักษาด่วนเลยค่ะ ยังไงอยู่ใกล้มือหมอ มีเครื่องมือครบถ้วนดีที่สุดค่ะ เพียงแต่ครอบครัวเราไม่มีโอกาสที่จะได้เตียง และอาการไม่หนักจนเกินไป จึงต้องกักตัวที่บ้านในลักษณะนี้ไปก่อน ประคองไม่ให้อาการมันแย่ไปกว่านี้
ตอนนี้ผ่านมาเกิน 14 วันแล้ว ครอบครัวเราอาการดีขึ้นมากแต่ก็ยังเฝ้าระวังต่อไป ยังต้องใส่หน้ากากอนามัยและรักษาความสะอาดอยู่แม้จะอยู่ในบ้าน

ต่อไปจะรอรีวิวการรับ Home Isolation จาก 1330 นะคะ เดี๋ยวต่อกระทู้ใหม่ กระทู้นี้ตัวอักษรเกิน
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่