▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
วอลเลย์บอล
นักวอลเลย์บอล
บทสัมภาษณ์เหยื่อความรุนแรงของฝาแฝดอีแจยอง-อีดายอง
หลังจากที่เหยื่อเคยเปิดใจกับสื่อมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อตอนที่เกิดเรื่องใหม่ๆ ตามอ่านได้ที่ คห.118 - บทสัมภาษณ์เปิดใจเหยื่อความรุนแรงครั้งแรก https://pantip.com/topic/40512512/comment118
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมาหลังจากที่ฮึงกุกได้มีการประกาศว่าจะส่งรายชื่อฝาแฝดสำหรับฤดูกาลหน้า 3 วันถัดมา เหยื่อก็ได้เริ่มถูกตำรวจเรียกไปสอบสวน
ในขณะนี้ฝาแฝดได้เปลี่ยนท่าทีโดยการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าไม่เป็นความจริง
เหยื่อพร้อมทั้งครอบครัวให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตากับผู้สื่อข่าวถึงความทรงจำที่เจ็บปวดเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาว่า “ฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถให้อภัยพวกเขาได้อีกแล้ว”
ด้านล่างนี้คือบทสัมภาษณ์ของเหยื่อและครอบครัว จขกท.ทำซับภาษาไทยให้ในภาพแล้วนะคะ ส่วนที่บรรยายนอกเหนือจากนั้นคือคำแปลสคริปที่ผู้สื่อข่าวพูด หากใครต้องการดูเป็นวิดีโอสามารถดูได้ตามลิงก์ที่แปะไว้ให้ในสปอยท้ายบทความนะคะ
จุดยืนของฝาแฝดผู้ที่เขียนจดหมายขอโทษและส่งข้อความไปคุกเข่าขอโทษเหยื่อนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ตัวแทนด้านกฎหมายของฝาแฝดระบุว่า “เราได้ทำการฟ้องเหยื่อในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง 21ข้อกล่าวหาที่เหยื่อได้เปิดเผยนั้นไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย”
🔼 ภาพข้อความที่อีดายองส่งมาหาเหยื่อ C เมื่อวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2564
หลังจากที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนเหยื่อ ผู้ปกครองของเหยื่อก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมาอีกครั้ง
หลังจากการสอบสวนกว่า 5 ชั่วโมง เหยื่อและครอบครัวได้เดินทางมาสำนักข่าว MBC และได้นำเรื่องราวสุดสะเทือนใจในความทรงจำเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาเปิดเผยเป็นครั้งแรก
อีดายองโกรธที่เหยื่อปฏิเสธจะไปทำธุระให้ เหยื่อได้บอกว่าเธอได้รับบาดแผลจากอาวุธของอีดายอง (เป็นการเฉลยครั้งแรกว่าคนที่ใช้มีดข่มขู่เพื่อนในข้อกล่าวหา 21 ข้อนั้นคืออีดายอง)
และเพื่อเป็นการยืนยันด้วยหลักฐาน เหยื่อได้นำเอาไดอารี่ของเธอเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พร้อมกับใบรับรองแพทย์ที่วินิจฉัยอาการของเธอมาเปิดเผยด้วย
ผู้กระทำความผิดที่ขอโทษไปแล้ว เปลี่ยนท่าทีไปโดยสิ้นเชิง และเตรียมการสำหรับการคัมแบคและไปลีกต่างประเทศผ่านการฝึกซ้อมในสโมสรของโรงเรียนมัธยมปลาย
อย่างไรก็ตาม เหยื่อที่ได้รับความเจ็บปวดเมื่อ 10 ปีที่แล้วยังคงต้องรับการรักษาด้านจิตเวช และครอบครัวของเขายังคงเจ็บปวดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อไป
สิ่งที่สังเกตจากเหยื่อได้คือเหยื่อมีความชัดเจน พูดเหมือนเดิมทุกครั้ง ทั้งในบทความที่เปิดเผยครั้งแรกในโลกออนไลน์ ในบทสัมภาษณ์เปิดใจครั้งแรก รวมถึงครั้งนี้ด้วย ในขณะที่แฝดนั้นเริ่มแรกยอมรับทุกข้อกล่าวหาและขอโทษผ่านทั้ง SNS และส่งข้อความไปขอโทษเหยื่อโดยตรงแล้ว แต่ต่อมาได้ลบคำขอโทษนั้นไป (ปิดไอจีไป) และทำการฟ้องกลับเหยื่อ โดยชี้แจงว่ามีบางอย่างที่ไม่จริงในข้อกล่าวหาของเหยื่อ และมาวันนี้ แฝดปฏิเสธว่าทุกข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่จะตัดสินว่าอะไรจริงหรือไม่จริง ก็ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนของตำรวจว่าจะออกมาอย่างไร
ลองมาดูท็อปคอมเมนต์เนติเซนกันบ้างว่าเป็นอย่างไร
‘แปล: ไม่สิ ขอโทษแล้วมาฟ้องกลับว่าเขาโกหกหมายความว่ายังไง? 555555555 เป็นคนสองบุคลิกหรอ?’
‘แปล: สโมสรเองก็มีปัญหาด้วย ว่าแต่สมาคมทำอะไรอยู่? นี่คือเรื่องไม่คาดคิดเลย เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อสถานการณ์นี้ได้นะ’
‘แปล: บอยคอตเกมของฮึงกุก’
‘แปล: ฉันเป็นคนเดียวหรือเปล่าที่ตื่นเต้นกับฮึงกุกมากกว่า’
‘แปล: คือมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลและไดอารี่จากตอนนั้นด้วย ใช้เป็นหลักฐานในการปฏิเสธข้อกล่าวหาได้เลยนะ’
‘แปล: มีเด็กหลายคนที่กำลังเตรียมตัวจะเป็นผู้เล่นที่ดีอยู่ เราต้องวางแบบอย่างที่มีความหมายให้กับเด็กเหล่านั้น มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้!’
‘แปล: อีแจยอง อีดายอง ควรถูกแบนถาวร นี่คือสิ่งที่รับไม่ได้’
‘แปล: ฮึงกุก อืมๆๆ ทีมชาติ! ไม่คิดจะเข้ามายุ่งอะไรเลยหรอ? คุณจะหยุดเพราะสองคนนี้อยู่ในทีมวอลเลย์บอลหรอ? ฉันคงทำได้แค่นี้สำหรับคนที่ไม่มีอำนาจอะไร..อีก 3 ชั่วโคตรต่อจากนี้ ครอบครัวของฉันทุกคนจะไม่ซื้อประกันกับบริษัทนี้จนตาย’
‘แปล: ฮึงกุกและวอลเลย์บอลหญิงสมควรถูกบอยคอต’
‘แปล: ถ้าคุณจะมาบอกว่ามันไม่จริง แล้วทำไมตอนนั้นคุณถึงเขียนจดหมายขอโทษและส่งข้อความไปหาเหยื่อว่าคุณอยากจะไปคุกเข่าขอโทษเขาล่ะ? คนจริงเขาไม่เปลี่ยนคำพูดกันหรอก’
ฯลฯ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้