ผมได้รู้จักกับ ผู้หญิงคนหนึ่ง ในตอนนั้นผมไปทานข้าวที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งผมก็ได้เจอเธอ เธอคนนั้นทำอาชีพเชียร์ เครื่องดื่มยี่ห่อหนึ่ง และวันนั้น เราก็ ได้รู้จักกัน จากการที่ผมขอเธอถ่ายรูปในวันนั้น เธอนั้น น่าตาค่อนข้างน่ารัก และสวยในระดับหนึ่งเลย
ตอนนั้นเอง ผมก็ รู้สึกอยากที่จะรู้จักเธอ แต่ ก็ กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้าหา จึงใช้วิธีขอเธอถ่ายภาพ แล้วบอกเธอว่า เดี๋ยวส่งภาพที่ถ่ายให้ ซึ่งเธอก็ยอมให้ถ่าย และผมก็บอกกับเธอว่า ผมขอ ติดตามเธอใน Facebook หน่อย ผมจะได้ ส่งภาพที่ถ่ายให้ ตอนนั้นเธอก็บอกกับผมว่าจะติดตามทำไป Add เพื่อนเลยก็ได้ ตอนนนั้นผมก็รู้สึกดีใจมาก
หลังจากนั้น เรา ก็ได้ คุยกัน เป็นระยะเวลาประมาน 1 เดือน เราสองคนก็ เริ่มสนิทกันมากขึ้น เธอก็ บอกกับผมว่า เธอเครียดจากกงาน อยากไปพักผ่อน ผมก็ เลยเอ่ยปากชวนว่า ไปเที่ยวทะเลไหม จะได้ ผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง เธอเอง ก็ ตอบตกลงที่ จะไป เที่ยวกับผม ในตอนนั้น เรียกได้ว่า หัวใจเป็นสีมชมพูเลย ดีใจมาก หลังจากที่เราคุยกกันว่า จะไปเที่ยวทะเล ผมก็ เริ่มจองห้องพัก ก็ได้กับเธอว่า จองไปแล้ว 2 ห้อง เธอเองก็ถามกับผมว่า จะจองทำไม 2 ห้อง จองห้องเดี่ยวนั้นและ ผมก็ งง เธอบอกว่า ไม่มีอะไรหรอก ผมก็ ทำตามที่เธอบอก แต่ ผม ก็ จองเป็นเตียงคู่ จองไปทั้งหมด 2 วัน 1 คืน ก็ ผ่านไประยะเวลา 1 อาทิตย์ ผมก็ ไปรับเธอที่สนามบิน ใน กรุงเทพ เพื่อ พาเธอไป เที่ยวทะเลตามที่คุยกันไว้ ก็ พาเธอไปทานข้าว ถ่ายรูป แล้วก็ เข้าที่พัก (พักห้องเดี่ยวกัน แต่ นอนแยกกัน คนละเตียงนะครับ ไม่ได้ มีอะไรล่วงเกินเธอ) ในตอนนที่เราเที่ยวด้วยกัน นั้น ก็ ค่อนข้างมีความสุขดีครับ ก็ ได้คุยกันมากขึ้น ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งอาชีพที่เธอทำงาน เธอเองก็ บอกกับผมว่า เธอ ทำธุรกิจส่วนตัวเป็นหลัก ทำเชียร์เครื่องดื่มบ้าง ในเวลาที่ว่าง เพราะว่า เธอต้องเป็นคนเลี้ยงดูครอบครัวเธอคนเดี่ยว ผมก็ ชื่นชมที่เอเก่งมาก ทำงานคนเดี่ยวเลี้ยงทั้งครอบครัวเลย ในวันที่ 2 ของการพัก ผม ก็ รวบรวมความกล้า ที่จะขอเธอเป็นแฟน ผมตื่นเต้นมาก แต่ก็ได้ขอเธอ ซึ่งเธอเอง ก็ ตอบตกลงที่จะเป็นแฟนกับผม ผมเองนี่ดีใจมาก.
หลังจากกลับจากการเที่ยวทะเล ผมก็ได้ ซื้อทองให้ เธอ 1 เส้น 25 สต ก่อนที่เธอจะกลับ หลังจากนั้น เราก็ ยังคุยกันทุกวัน ก็ มีอยู่เรื่องที่เธอคุยกับผม ว่า เธอเอง อยากที่จะทำศัลยกรรม ผมเอง ก็ เสนอตัวบอกว่า จะทำ ก็ ได้ เดี๋ยวช่วยออกค่าใช้จ่ายในการทำให้ ครึ่งหนึ่ง ด้วยตอนนั้นเป็นแฟนกันแล้ว อะไรที่ทำให้เอมีความสุขได้ผม ก็ อยากที่จะให้เธอ เธอเอง ก็ บอกกับผมว่าจะเป็นการรบกวนผมหรือป่าว ผมเอง ก็บอกว่า ไม่เป็นไร ถือว่า เป็นของขวัญวันครบรอบ 1 เดือนแล้วกัน หลังจากนั้น ประมาน 1 อาทิตย์ เธอก็ได้บินมาหาผม (เธอได้ นัดคลีนิคไว้เรียบร้อยแล้ว) ผมก็ ขับรถไปรับเธอที่สนามบิน เพื่อพาไปพักที่คอนโดที่ผมเช่าไว้ก่อน แล้วตอนเช้าค่อยไปคลินิกแต่เช้า.
ในตอนเช้า ผม ก็ พาเธอไปที่คลินิก เพื่อทำศัลยกรรม หลังจากทำศัลยกรรมเสร็จ ผม ก็ พาเธอกลับคอนโด เธอได้พักรักษาตัว อยู่กับผมประมาน 1 อาทิตย์ ในระหว่างที่อยู่กับผมนั้น ผม ก็ ดูแลเธออย่างดี จะคอยหาอาหาร ให้ ครบ ทั้ง 3 มื้อ เวลาเธอเบื่อ ๆ ก็ จะพาเธอไปเดินเล่นที่ห้าง เพื่อ ผ่อนคลายบ้าง ตอนเธอเจ็บจากแผลศัลกรรม จะคอยนั่งประคบเย็น ให้ตลอด ก็ ดูแลแบบนี่เป็นระยะเวลา 7 วันเต็ม พอเข้าวันที่ 7 เธอก็บอก กับผมว่า เธอต้องกลับไปเคลียงานของเธอก่อน และจะกลับมาหาผมใหม่ ระยะเวลาประมาน 3 วัน ผม ก็ไปส่งเธอที่สนามบิน.
ผ่านไป 3 วัน เธอ ก็ บิน มาหาผม และเธอก็ อยู่กับผม อีก 4 วัน เพื่อ รอวันตัดไหม ในระหว่าง ที่ อยู่ด้วยกัน เธอ ก็ บอกกับผมว่า เธอจะทำศัลยกรรมเพิ่ม ผม ก็ บอกว่า ก็ ได้ ยังมีโครงการคนละครึ่งเหมือนเดิม เธอ ก็ ครุ่นคิดอยู่ พักหนึ่ง แล้ว เธอ ก็ บอกว่า อยากทำ ถึงเวลา กำหนด นัดหมายในการตัดไหม ผมก็ พาเธอไปที่คลีนิค และเธอ ก็ทำศัลยกรรมเพิ่ม ด้วยเลย พอทำเสร็จ เธอ ก็ บอกกับผมว่า เธอเอง ต้องกลับไปทำงาน ของเธอก่อน และ อีก 7 วัน จะบินมาหาผมใหม่ เพื่อไปตรวจเช็คอแผล และเธอจะอยู่กับผมยาว จนถึงวันตัดไหมเลย เธอก็ กลับไปบ้านเธอ เป็นระยะเวลา 7 วัน เพื่อเคลียงาน ในระหว่างที่เธอกลับบ้าน เรา ก็ คุยกันตลอด เธอก็ บอกกับผมว่า งานที่เธอทำนั้น ค่อนข้างเครียด และเธอเอง ก็ เล่าเรื่องราว ที่ผ่านมาของเธอ ให้ผมฟังในหลาย ๆ เรื่องซึ่งผมเอง ก็ บอกกับเธอว่า เรื่องที่ผ่านมาแล้ว ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ทุกคนมีอดีตของตัวเองทั้งนั้น ต่อจากนี่ จะดูแล อย่างดีเลย.
ผ่านไปครบ 7 วัน เธอ ก็ บินกลับมาหาผม คราวนี่ผม ก็ ได้ บอกกับเธอว่า จะพาไปรุ้จัก กับครอบครัวของผม แล้ว ก็ พักที่บ้านผมเลย เธอจะอยู่ กับผมประมาน 7 วัน เพื่อรอตัดไหม ในระหว่างที่เธออยู่กับผม ก็ ดูแลเธออย่างดี ทุกอย่าง โชคดีด้วยที่ช่วงนั้น ผมได้ Work Form Home เลยมีเวลาค่อนข้างเยอะ ในการดูแลเธอได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้ทาน พาไปทำเล็บ ทำผม ตามที่ผู้หญิงชอบ ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเธอ จนถึงวันที่ จะต้องไปตัดไหม และ เธอจะต้องกลับบ้าน ผม ก็ พาไป และไปส่งที่สนามบิน ผมก็ บอกกับเธอว่า ถ้าได้กลับไปทำงานที่ จังหวัดนั้นเหมือนเดิม ก็ จะไปหาเพราะปกติ ผม ก็ จะทำงานที่สำนักงานในจังหวัดใกล้ ๆ กับ จังหวัดที่เธออยู่ อยู่แล้วสามารถ ไปหาได้ทุกกอาทิตย์เลย เธอเอง ก็ บอกกับผมว่าถ้าไม่มาหาสิจะโกรธ.
ในระหว่างที่เธอ อยู่ที่บ้าน และผม ก็ ทำงานของผมที่บ้าน นั้นเราก้ได้ คุยกันทุกวัน เธอก็ มีเรื่องหนึ่งที่เธอมักจะถามผมเสมอว่า สวยไหม ถ้าได้ คงจะดีใจสุด ๆ เลย ผมเอง ก็ ดูรูปภาพของที่เธอบอก แต่ผมก็ ไม่ได้ บอกอะไรกับเธอ บอกเธอว่า เดี้ยวจะขับรถไป ในช่วงวันหยุด เธอ ก็ บอกกับผมว่า จะขับรถมาทำไมให้ เหนื่อย กรุงเทพ - จังหวัดที่เธออยู่ นั้น ไกลนะ ผม ก็ บอกว่า อยากไปหา แต่จริง ๆ แล้ว ผมมี เซอร์ไพรส์ แต่ผมไม่บอกเธอ ช่วงเที่ยงวันศุกร์ ผมก็ ออกเดินทางจาก กรุงเทพ เพื่อ ไปหา เธอ ผม ก็ ได้ โทรจองที่พัก อะไรเรียบร้อยแล้ว พอไปถึง ผมก็ นัดเธอช่วงเย็น เพื่อไปทานข้าว กัน ที่ร้านอาหาร และ ได้คุยกัน ผมบอกกับเธอว่า เดี๋ยวจะได้ กลับมาประจำที่ จังหวัดที่ผมทำงานเหมือนเดิมแล้ว เธอ ก็ บอกว่า ดีเลย จะได้ เจอกันบ่อยขึ้น หลังจากทานข้าวด้วยกันเสร็จ ผม ก็ จะขับรถไปส่งเธอที่บ้าน และ ผม ก็ ได้ เซอร์ไพรส์ เธอ นำของที่เธออยากได้มาให้ เธอนั้นเอง นั้น ก็ คือกระเป๋า แบรนด์เนม ยี่ห่อหนึ่ง เธอในตอนนั้น ดีใจมาก เธอบอกกับผมว่า ไม่คิดว่า จะได้ เลย อยากได้ มานานมากแล้ว ผม ก็ ได้ พักในโรงแรมที่ผมจองไว้จำนวน 3 วัน 2 คืน พอถึงวันจะกลับ เธอ ก็ ได้พาผม รู้จัก กับแม่ของเธอ บ้านเธอเลี้ยงแมวด้วย น่ารักเชียว ผมก็ เดินทางกลับ มา กรุงเทพ และ ก็ ทำงานที่กรุงเทพ จนถึงเวลา ที่ผมจะได้กลับไป ประจำที่ สำนักงานในต่างจังหวัดเหมือนเดิม.
พอถึงเวลาที่ผม ได้ กลับไปทำงาน ในช่วงวันธรรมดา เธอ กับผม เราจะใช้วิธีการคุยผ่าน VDO Call บ้าง พิมพ์แชทหากันบ้างอยู่ตลอด พอถึงเวลาวันศุกร์ ผม ก็ จะขับรถจากจังหวัดที่ผมอยู่ เพื่อไปหาเธอ ระยะทาง ก็ ไม่ได้ ไกลมา ประมาน 2 ชั่วโมง ก็ จะถึงบ้านเธอ ผม ก็ ไปหาเธอ ตามที่ผมได้บอกกับเธอไว้ ผมก็คุยนู้น คุยนี่ กับเธอไปเรื่อย จนมาคุยกันว่า ผมนะจริงจังกับเธอมากนะ ก็ มีการคุยกันว่า เราสองคน จะคบเป็นแฟนกันไปก่อน สักระยะเวลา 5 ปี แล้ว ค่อยคุยเรื่องแต่งงานกัน ผม ก็ แกล้งแซวเธอว่า ค่าสินสอดแพงไหม เธอ ก็ บอกว่าไม่แพง ทองสัก 5 บาท เงินสัก 5 แสน ก็ พอ ผม ก็ บอกว่า เอาอย่างแบบนี่แล้ว กัน จะซื้อทองฝากไว้ทุกเดือน ถึงเวลา หน้าจะได้หลายบาทเลย ผมก็ พอเธอไปซื้อทอง 25 สต ได้แหวนมาวงหนึ่ง.
พอถึงวันที่ผมจะต้องกลับ ไปทำงานต่อแล้ว ส่วนเธอเอง ก็ จะพาแมวเธอไปคลีนิค ต่างคน ก็ ต่างขับรถ กันออกไป ผมก็ บอกกับเธอว่า ขับรถไปก่อนเลยก็ ได้ เดี๋ยวจะแวะไปซื้อกับข้าวให้แม่เธอก่อน เพราะเห็นว่า มาเธอยังไม่ได้ทานข้าวเลย ต้องบอกก่อนนะครับตอนที่ผมไปหาเธอผม ก็ จะซื้อกับข้าว ไปฝากเธอและแม่ตลอด เธอ ก็ บอกกับผมว่า ก็ได้ เธอขับรถไปได้สักพัก เธอก็ โทรมาหาผม บอกผมว่า รถคว่ำ ตอนนั้นเอง ผมตกใจมาก ก็ ถามเอว่าแถวไหน เธอ ก็ บอกกับผมว่า ไม่ไกลเลยแถวโค้ง ผมก็ โค้งไหน เธอ ก็ไม่ได้ บอกอะไร ผมพยายามเดา ถ้าเธอจะขับไป ระยะเวลานาน ก็ หน้าจะไปไหนได้ไม่ไกลมาก ก็เลย ขับย้อนทางที่เธอจะไป ก็ ไปทันพอดี โชคดีที่เธอ ไม่ได้ รับบาดเจ็บมากนัก แต่รถเสียหายทั้งคันเลย ประกันก็ ชั้น 2 ด้วย ไม่มีคู่กรณี ผม ก็ พาเธอไปตรวจร่างกาย ทุกอย่างให้แน่ใจ และโทรเรียกรถยก เอารถเธอไปส่งที่อู่ค่าใช้จ่ายตอนนั้น ผมเอง ก็ จัดการให้เธอทุกอย่าง.
หลังจากประสบเคราะห์ในตอนนั้น ผม ก็ กลับมาทำงานของผม เธอเอง ก็ เริ่ม ดีขึ้นแล้ว ในทุก ๆ อาทิตย์ผม ก็ ไปหาเธอตลอด จนมาถึง ประมาน วันที่ 20 ของเดือนนั้น เธอเอง ก็ ได้คุยกับผมว่า เธอโดนพนักงานโกงเงินไปเยอะมาก จำนวน หลายแสนบาท เธอบอกกับผมว่า เธอแทบจะล้มเลย ไม่รู้ว่า จะประคองไหวไหม ไหนจะค่าซ่อมรถ ไหนจะเงินที่โดนโกงไปอีก และธุรกิจที่เธอทำไปเรียกร้องอะไร ก็ ไม่ได้ด้วย เพราะออกจะสีเทานิด ๆ ผม เอง ก็ บอกกับเธอว่า เอาแบบนี่ไหม กระเป๋าที่ซื้อให้ และทอง รวมกัน หน้าจะได้ ประมาน 7-8 หมื่นบาท หน้าจะพอเอามาหมุนชั่วคราวก่อนได้ และพอสิ้นเดือน จะให้เงินอีก ก้อนหนึ่ง เพื่อเอาไว้ใช้ก่อน เธอ ก็ บอกกับผมว่า เธอไม่อยากขายของ เพราะว่า ที่บ้านค่อนข้างถือ กับการขายของกิน ผม ก็ บอกว่า ตอนนี่ ผมยังช่วยไม่ได้ เพราะว่า ไม่สามารถนำเงินที่ ผมจะฝากประจำทุกเดือนออกมาได้ เดี๋ยวแม่ผมเอาบุคไปอัพ จะโดนว่าได้ ผมก็ บอกกับเธอว่า อดทนหน่อย อีก 10 วันเอง เรื่องวันนั้น ก็ จบลงด้วยดี พอในวันต่อมา เธอเริ่มแปลก ๆ ไป เธอคุย กับ ผม ก็ จะหงุดหงุดหงิดตลอด และเธอ ก็ บอกว่าไม่ต้องช่วยเอแล้ว เธอจะเอาที่เข้าจำนองก่อน เพื่อนำเงินมาใช้ ผมก็ ได้ แต่ตอบ “ออ ok ค่ะ” แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็ บอกได้นะ ผ่านมาอีกวัน เธอ ก็ ยังหาเรื่องผทั้งวัน แต่ผม ก็ ไม่ค่อยโต้ตอบเธอเท่าไหร่ ก็ จะตอบว่า คะ ค่ะ ออค่ะ เพราะ เห็นว่า เธออารมย์เสีย ก็ ไม่กล้าที่จะพูดเยอะ แต่วันนั้น ก็ ไม่รอด เป็นครั้งแรกที่ทะเลาะ เธอเริ่มจากชวนผมคุย เกี่ยวกับ Apple ที่เรียกว่า Macbook ผมก็ ถามว่า จะซื้อคอมใหม่หรอ เธอก็ บอกกับผม คอมอะไร ไม่ใช้คอม ผมก็ ถามว่า Macbook ไม่ใช้คอมแล้วคืออะไร เธอ ก็ บอกว่า ในกลุ่มเอเรียกกล่อง Appple ว่า Macbook จากนั้น เธอ ก็ บอกกับผมว่า นี่เป็นครั้งแรกของเธอเลยที่เจอผู้ชายเถียงเธอ ปกติ ผู้ชายจะต้องเงียบกัน ไม่มาเถียงแบบนี่หรอก แฟนเก่า ๆ ที่เธอคบมาแต่ละคน ก็ จะบอกว่า ยอม ๆ กัน และเธอ ก็ บอกเลิกผมเลยในตอนนั้นผมก็ งง กับตัวเองเหมือนกัน
ผ่านไป ได้ 3 วัน หลังจากวันที่ ทะเลาะ เธอ ก็ ทักมาหาผม และ ก็ บอกขอโทษผม เธอบอกกับผมว่า ที่เธอหาเรื่องผม เพราะว่า ผมไม่รู้อะไรเลย คือ เธอเดือดร้อน และเห็นว่า ผมไม่ได้ ช่วยเธอ เธอ ก็ เลยหงุดหงิด คุยนิดคุยหน่อย อารมย์ ก็ ระเบิดทันที เธอบอกกับผมว่า เธอเอง ต้องยืมเงินเพื่อนมาไว้ใช้สำหรับกินนข้าวเพราะหมุนเงินไม่ทัน ในตอนนั้น ผม ก็ ไม่ได้ โกรธเธอหรืออะไร ผม ก็ ถาม เธอ ว่า แล้วเงินจะพอไหม ขาดเยอะไหม เธอ ก็ บอกว่า ต้องหาเงินให้ ได้ สัก 1 หมื่นบาท เพื่อ มาจ่ายค่าแรงพนักงาน รายวันก่อน ตอนนี่ เงินไม่พอจริง ๆ ผม ก็ ถามเธอ และที่ ได้เอาเข้าหรือยัง เธอ ก็ บอกว่า ได้ เอาเข้าแล้ว แต่เงินส่วนนั้น ต้องมาหมุนธรุกิจก่อน ไม่งั้น ธุรกิจจะเดินต่อไม่ได้ เงินทุนจะไม่พอ ตอนนี่ ต้องหาค่าแรงพนักงานให้ได้ ก่อน ผม ก็ นั่งนึก ว่า ผมจะช่วยเอได้ยังไง ตอนนั้น ก็ ยังไม่ถึงวันสิ้นเดือนด้วย ถ้าเอาเงินที่ผมมีตอนนี่ ให้ เธอเลย ผม ก็ จะไม่มีเงินกินข้าว แน่นอน จะถอนจากเงินเก็บ ก็ ไม่ได้ ผม จึงตัดสินใจ เอากล้องถ่ายภายของผมไปขาย ก่อน และ โอนเงินไปเธอ พอผมโอนเงินให้เธอเสร็จ เธอก็ ขอบคุณผม บอกว่า ถ้าไม่ได้ ผมช่วยนี่แย่เลย จริง ๆ .
สวัสดี ครับ ผมแค่อยากแชร์เรื่องราวความรักของผม ที่ผ่านมาเท่านั้น ครับ
ตอนนั้นเอง ผมก็ รู้สึกอยากที่จะรู้จักเธอ แต่ ก็ กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้าหา จึงใช้วิธีขอเธอถ่ายภาพ แล้วบอกเธอว่า เดี๋ยวส่งภาพที่ถ่ายให้ ซึ่งเธอก็ยอมให้ถ่าย และผมก็บอกกับเธอว่า ผมขอ ติดตามเธอใน Facebook หน่อย ผมจะได้ ส่งภาพที่ถ่ายให้ ตอนนั้นเธอก็บอกกับผมว่าจะติดตามทำไป Add เพื่อนเลยก็ได้ ตอนนนั้นผมก็รู้สึกดีใจมาก
หลังจากนั้น เรา ก็ได้ คุยกัน เป็นระยะเวลาประมาน 1 เดือน เราสองคนก็ เริ่มสนิทกันมากขึ้น เธอก็ บอกกับผมว่า เธอเครียดจากกงาน อยากไปพักผ่อน ผมก็ เลยเอ่ยปากชวนว่า ไปเที่ยวทะเลไหม จะได้ ผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง เธอเอง ก็ ตอบตกลงที่ จะไป เที่ยวกับผม ในตอนนั้น เรียกได้ว่า หัวใจเป็นสีมชมพูเลย ดีใจมาก หลังจากที่เราคุยกกันว่า จะไปเที่ยวทะเล ผมก็ เริ่มจองห้องพัก ก็ได้กับเธอว่า จองไปแล้ว 2 ห้อง เธอเองก็ถามกับผมว่า จะจองทำไม 2 ห้อง จองห้องเดี่ยวนั้นและ ผมก็ งง เธอบอกว่า ไม่มีอะไรหรอก ผมก็ ทำตามที่เธอบอก แต่ ผม ก็ จองเป็นเตียงคู่ จองไปทั้งหมด 2 วัน 1 คืน ก็ ผ่านไประยะเวลา 1 อาทิตย์ ผมก็ ไปรับเธอที่สนามบิน ใน กรุงเทพ เพื่อ พาเธอไป เที่ยวทะเลตามที่คุยกันไว้ ก็ พาเธอไปทานข้าว ถ่ายรูป แล้วก็ เข้าที่พัก (พักห้องเดี่ยวกัน แต่ นอนแยกกัน คนละเตียงนะครับ ไม่ได้ มีอะไรล่วงเกินเธอ) ในตอนนที่เราเที่ยวด้วยกัน นั้น ก็ ค่อนข้างมีความสุขดีครับ ก็ ได้คุยกันมากขึ้น ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งอาชีพที่เธอทำงาน เธอเองก็ บอกกับผมว่า เธอ ทำธุรกิจส่วนตัวเป็นหลัก ทำเชียร์เครื่องดื่มบ้าง ในเวลาที่ว่าง เพราะว่า เธอต้องเป็นคนเลี้ยงดูครอบครัวเธอคนเดี่ยว ผมก็ ชื่นชมที่เอเก่งมาก ทำงานคนเดี่ยวเลี้ยงทั้งครอบครัวเลย ในวันที่ 2 ของการพัก ผม ก็ รวบรวมความกล้า ที่จะขอเธอเป็นแฟน ผมตื่นเต้นมาก แต่ก็ได้ขอเธอ ซึ่งเธอเอง ก็ ตอบตกลงที่จะเป็นแฟนกับผม ผมเองนี่ดีใจมาก.
หลังจากกลับจากการเที่ยวทะเล ผมก็ได้ ซื้อทองให้ เธอ 1 เส้น 25 สต ก่อนที่เธอจะกลับ หลังจากนั้น เราก็ ยังคุยกันทุกวัน ก็ มีอยู่เรื่องที่เธอคุยกับผม ว่า เธอเอง อยากที่จะทำศัลยกรรม ผมเอง ก็ เสนอตัวบอกว่า จะทำ ก็ ได้ เดี๋ยวช่วยออกค่าใช้จ่ายในการทำให้ ครึ่งหนึ่ง ด้วยตอนนั้นเป็นแฟนกันแล้ว อะไรที่ทำให้เอมีความสุขได้ผม ก็ อยากที่จะให้เธอ เธอเอง ก็ บอกกับผมว่าจะเป็นการรบกวนผมหรือป่าว ผมเอง ก็บอกว่า ไม่เป็นไร ถือว่า เป็นของขวัญวันครบรอบ 1 เดือนแล้วกัน หลังจากนั้น ประมาน 1 อาทิตย์ เธอก็ได้บินมาหาผม (เธอได้ นัดคลีนิคไว้เรียบร้อยแล้ว) ผมก็ ขับรถไปรับเธอที่สนามบิน เพื่อพาไปพักที่คอนโดที่ผมเช่าไว้ก่อน แล้วตอนเช้าค่อยไปคลินิกแต่เช้า.
ในตอนเช้า ผม ก็ พาเธอไปที่คลินิก เพื่อทำศัลยกรรม หลังจากทำศัลยกรรมเสร็จ ผม ก็ พาเธอกลับคอนโด เธอได้พักรักษาตัว อยู่กับผมประมาน 1 อาทิตย์ ในระหว่างที่อยู่กับผมนั้น ผม ก็ ดูแลเธออย่างดี จะคอยหาอาหาร ให้ ครบ ทั้ง 3 มื้อ เวลาเธอเบื่อ ๆ ก็ จะพาเธอไปเดินเล่นที่ห้าง เพื่อ ผ่อนคลายบ้าง ตอนเธอเจ็บจากแผลศัลกรรม จะคอยนั่งประคบเย็น ให้ตลอด ก็ ดูแลแบบนี่เป็นระยะเวลา 7 วันเต็ม พอเข้าวันที่ 7 เธอก็บอก กับผมว่า เธอต้องกลับไปเคลียงานของเธอก่อน และจะกลับมาหาผมใหม่ ระยะเวลาประมาน 3 วัน ผม ก็ไปส่งเธอที่สนามบิน.
ผ่านไป 3 วัน เธอ ก็ บิน มาหาผม และเธอก็ อยู่กับผม อีก 4 วัน เพื่อ รอวันตัดไหม ในระหว่าง ที่ อยู่ด้วยกัน เธอ ก็ บอกกับผมว่า เธอจะทำศัลยกรรมเพิ่ม ผม ก็ บอกว่า ก็ ได้ ยังมีโครงการคนละครึ่งเหมือนเดิม เธอ ก็ ครุ่นคิดอยู่ พักหนึ่ง แล้ว เธอ ก็ บอกว่า อยากทำ ถึงเวลา กำหนด นัดหมายในการตัดไหม ผมก็ พาเธอไปที่คลีนิค และเธอ ก็ทำศัลยกรรมเพิ่ม ด้วยเลย พอทำเสร็จ เธอ ก็ บอกกับผมว่า เธอเอง ต้องกลับไปทำงาน ของเธอก่อน และ อีก 7 วัน จะบินมาหาผมใหม่ เพื่อไปตรวจเช็คอแผล และเธอจะอยู่กับผมยาว จนถึงวันตัดไหมเลย เธอก็ กลับไปบ้านเธอ เป็นระยะเวลา 7 วัน เพื่อเคลียงาน ในระหว่างที่เธอกลับบ้าน เรา ก็ คุยกันตลอด เธอก็ บอกกับผมว่า งานที่เธอทำนั้น ค่อนข้างเครียด และเธอเอง ก็ เล่าเรื่องราว ที่ผ่านมาของเธอ ให้ผมฟังในหลาย ๆ เรื่องซึ่งผมเอง ก็ บอกกับเธอว่า เรื่องที่ผ่านมาแล้ว ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ทุกคนมีอดีตของตัวเองทั้งนั้น ต่อจากนี่ จะดูแล อย่างดีเลย.
ผ่านไปครบ 7 วัน เธอ ก็ บินกลับมาหาผม คราวนี่ผม ก็ ได้ บอกกับเธอว่า จะพาไปรุ้จัก กับครอบครัวของผม แล้ว ก็ พักที่บ้านผมเลย เธอจะอยู่ กับผมประมาน 7 วัน เพื่อรอตัดไหม ในระหว่างที่เธออยู่กับผม ก็ ดูแลเธออย่างดี ทุกอย่าง โชคดีด้วยที่ช่วงนั้น ผมได้ Work Form Home เลยมีเวลาค่อนข้างเยอะ ในการดูแลเธอได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้ทาน พาไปทำเล็บ ทำผม ตามที่ผู้หญิงชอบ ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเธอ จนถึงวันที่ จะต้องไปตัดไหม และ เธอจะต้องกลับบ้าน ผม ก็ พาไป และไปส่งที่สนามบิน ผมก็ บอกกับเธอว่า ถ้าได้กลับไปทำงานที่ จังหวัดนั้นเหมือนเดิม ก็ จะไปหาเพราะปกติ ผม ก็ จะทำงานที่สำนักงานในจังหวัดใกล้ ๆ กับ จังหวัดที่เธออยู่ อยู่แล้วสามารถ ไปหาได้ทุกกอาทิตย์เลย เธอเอง ก็ บอกกับผมว่าถ้าไม่มาหาสิจะโกรธ.
ในระหว่างที่เธอ อยู่ที่บ้าน และผม ก็ ทำงานของผมที่บ้าน นั้นเราก้ได้ คุยกันทุกวัน เธอก็ มีเรื่องหนึ่งที่เธอมักจะถามผมเสมอว่า สวยไหม ถ้าได้ คงจะดีใจสุด ๆ เลย ผมเอง ก็ ดูรูปภาพของที่เธอบอก แต่ผมก็ ไม่ได้ บอกอะไรกับเธอ บอกเธอว่า เดี้ยวจะขับรถไป ในช่วงวันหยุด เธอ ก็ บอกกับผมว่า จะขับรถมาทำไมให้ เหนื่อย กรุงเทพ - จังหวัดที่เธออยู่ นั้น ไกลนะ ผม ก็ บอกว่า อยากไปหา แต่จริง ๆ แล้ว ผมมี เซอร์ไพรส์ แต่ผมไม่บอกเธอ ช่วงเที่ยงวันศุกร์ ผมก็ ออกเดินทางจาก กรุงเทพ เพื่อ ไปหา เธอ ผม ก็ ได้ โทรจองที่พัก อะไรเรียบร้อยแล้ว พอไปถึง ผมก็ นัดเธอช่วงเย็น เพื่อไปทานข้าว กัน ที่ร้านอาหาร และ ได้คุยกัน ผมบอกกับเธอว่า เดี๋ยวจะได้ กลับมาประจำที่ จังหวัดที่ผมทำงานเหมือนเดิมแล้ว เธอ ก็ บอกว่า ดีเลย จะได้ เจอกันบ่อยขึ้น หลังจากทานข้าวด้วยกันเสร็จ ผม ก็ จะขับรถไปส่งเธอที่บ้าน และ ผม ก็ ได้ เซอร์ไพรส์ เธอ นำของที่เธออยากได้มาให้ เธอนั้นเอง นั้น ก็ คือกระเป๋า แบรนด์เนม ยี่ห่อหนึ่ง เธอในตอนนั้น ดีใจมาก เธอบอกกับผมว่า ไม่คิดว่า จะได้ เลย อยากได้ มานานมากแล้ว ผม ก็ ได้ พักในโรงแรมที่ผมจองไว้จำนวน 3 วัน 2 คืน พอถึงวันจะกลับ เธอ ก็ ได้พาผม รู้จัก กับแม่ของเธอ บ้านเธอเลี้ยงแมวด้วย น่ารักเชียว ผมก็ เดินทางกลับ มา กรุงเทพ และ ก็ ทำงานที่กรุงเทพ จนถึงเวลา ที่ผมจะได้กลับไป ประจำที่ สำนักงานในต่างจังหวัดเหมือนเดิม.
พอถึงเวลาที่ผม ได้ กลับไปทำงาน ในช่วงวันธรรมดา เธอ กับผม เราจะใช้วิธีการคุยผ่าน VDO Call บ้าง พิมพ์แชทหากันบ้างอยู่ตลอด พอถึงเวลาวันศุกร์ ผม ก็ จะขับรถจากจังหวัดที่ผมอยู่ เพื่อไปหาเธอ ระยะทาง ก็ ไม่ได้ ไกลมา ประมาน 2 ชั่วโมง ก็ จะถึงบ้านเธอ ผม ก็ ไปหาเธอ ตามที่ผมได้บอกกับเธอไว้ ผมก็คุยนู้น คุยนี่ กับเธอไปเรื่อย จนมาคุยกันว่า ผมนะจริงจังกับเธอมากนะ ก็ มีการคุยกันว่า เราสองคน จะคบเป็นแฟนกันไปก่อน สักระยะเวลา 5 ปี แล้ว ค่อยคุยเรื่องแต่งงานกัน ผม ก็ แกล้งแซวเธอว่า ค่าสินสอดแพงไหม เธอ ก็ บอกว่าไม่แพง ทองสัก 5 บาท เงินสัก 5 แสน ก็ พอ ผม ก็ บอกว่า เอาอย่างแบบนี่แล้ว กัน จะซื้อทองฝากไว้ทุกเดือน ถึงเวลา หน้าจะได้หลายบาทเลย ผมก็ พอเธอไปซื้อทอง 25 สต ได้แหวนมาวงหนึ่ง.
พอถึงวันที่ผมจะต้องกลับ ไปทำงานต่อแล้ว ส่วนเธอเอง ก็ จะพาแมวเธอไปคลีนิค ต่างคน ก็ ต่างขับรถ กันออกไป ผมก็ บอกกับเธอว่า ขับรถไปก่อนเลยก็ ได้ เดี๋ยวจะแวะไปซื้อกับข้าวให้แม่เธอก่อน เพราะเห็นว่า มาเธอยังไม่ได้ทานข้าวเลย ต้องบอกก่อนนะครับตอนที่ผมไปหาเธอผม ก็ จะซื้อกับข้าว ไปฝากเธอและแม่ตลอด เธอ ก็ บอกกับผมว่า ก็ได้ เธอขับรถไปได้สักพัก เธอก็ โทรมาหาผม บอกผมว่า รถคว่ำ ตอนนั้นเอง ผมตกใจมาก ก็ ถามเอว่าแถวไหน เธอ ก็ บอกกับผมว่า ไม่ไกลเลยแถวโค้ง ผมก็ โค้งไหน เธอ ก็ไม่ได้ บอกอะไร ผมพยายามเดา ถ้าเธอจะขับไป ระยะเวลานาน ก็ หน้าจะไปไหนได้ไม่ไกลมาก ก็เลย ขับย้อนทางที่เธอจะไป ก็ ไปทันพอดี โชคดีที่เธอ ไม่ได้ รับบาดเจ็บมากนัก แต่รถเสียหายทั้งคันเลย ประกันก็ ชั้น 2 ด้วย ไม่มีคู่กรณี ผม ก็ พาเธอไปตรวจร่างกาย ทุกอย่างให้แน่ใจ และโทรเรียกรถยก เอารถเธอไปส่งที่อู่ค่าใช้จ่ายตอนนั้น ผมเอง ก็ จัดการให้เธอทุกอย่าง.
หลังจากประสบเคราะห์ในตอนนั้น ผม ก็ กลับมาทำงานของผม เธอเอง ก็ เริ่ม ดีขึ้นแล้ว ในทุก ๆ อาทิตย์ผม ก็ ไปหาเธอตลอด จนมาถึง ประมาน วันที่ 20 ของเดือนนั้น เธอเอง ก็ ได้คุยกับผมว่า เธอโดนพนักงานโกงเงินไปเยอะมาก จำนวน หลายแสนบาท เธอบอกกับผมว่า เธอแทบจะล้มเลย ไม่รู้ว่า จะประคองไหวไหม ไหนจะค่าซ่อมรถ ไหนจะเงินที่โดนโกงไปอีก และธุรกิจที่เธอทำไปเรียกร้องอะไร ก็ ไม่ได้ด้วย เพราะออกจะสีเทานิด ๆ ผม เอง ก็ บอกกับเธอว่า เอาแบบนี่ไหม กระเป๋าที่ซื้อให้ และทอง รวมกัน หน้าจะได้ ประมาน 7-8 หมื่นบาท หน้าจะพอเอามาหมุนชั่วคราวก่อนได้ และพอสิ้นเดือน จะให้เงินอีก ก้อนหนึ่ง เพื่อเอาไว้ใช้ก่อน เธอ ก็ บอกกับผมว่า เธอไม่อยากขายของ เพราะว่า ที่บ้านค่อนข้างถือ กับการขายของกิน ผม ก็ บอกว่า ตอนนี่ ผมยังช่วยไม่ได้ เพราะว่า ไม่สามารถนำเงินที่ ผมจะฝากประจำทุกเดือนออกมาได้ เดี๋ยวแม่ผมเอาบุคไปอัพ จะโดนว่าได้ ผมก็ บอกกับเธอว่า อดทนหน่อย อีก 10 วันเอง เรื่องวันนั้น ก็ จบลงด้วยดี พอในวันต่อมา เธอเริ่มแปลก ๆ ไป เธอคุย กับ ผม ก็ จะหงุดหงุดหงิดตลอด และเธอ ก็ บอกว่าไม่ต้องช่วยเอแล้ว เธอจะเอาที่เข้าจำนองก่อน เพื่อนำเงินมาใช้ ผมก็ ได้ แต่ตอบ “ออ ok ค่ะ” แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็ บอกได้นะ ผ่านมาอีกวัน เธอ ก็ ยังหาเรื่องผทั้งวัน แต่ผม ก็ ไม่ค่อยโต้ตอบเธอเท่าไหร่ ก็ จะตอบว่า คะ ค่ะ ออค่ะ เพราะ เห็นว่า เธออารมย์เสีย ก็ ไม่กล้าที่จะพูดเยอะ แต่วันนั้น ก็ ไม่รอด เป็นครั้งแรกที่ทะเลาะ เธอเริ่มจากชวนผมคุย เกี่ยวกับ Apple ที่เรียกว่า Macbook ผมก็ ถามว่า จะซื้อคอมใหม่หรอ เธอก็ บอกกับผม คอมอะไร ไม่ใช้คอม ผมก็ ถามว่า Macbook ไม่ใช้คอมแล้วคืออะไร เธอ ก็ บอกว่า ในกลุ่มเอเรียกกล่อง Appple ว่า Macbook จากนั้น เธอ ก็ บอกกับผมว่า นี่เป็นครั้งแรกของเธอเลยที่เจอผู้ชายเถียงเธอ ปกติ ผู้ชายจะต้องเงียบกัน ไม่มาเถียงแบบนี่หรอก แฟนเก่า ๆ ที่เธอคบมาแต่ละคน ก็ จะบอกว่า ยอม ๆ กัน และเธอ ก็ บอกเลิกผมเลยในตอนนั้นผมก็ งง กับตัวเองเหมือนกัน
ผ่านไป ได้ 3 วัน หลังจากวันที่ ทะเลาะ เธอ ก็ ทักมาหาผม และ ก็ บอกขอโทษผม เธอบอกกับผมว่า ที่เธอหาเรื่องผม เพราะว่า ผมไม่รู้อะไรเลย คือ เธอเดือดร้อน และเห็นว่า ผมไม่ได้ ช่วยเธอ เธอ ก็ เลยหงุดหงิด คุยนิดคุยหน่อย อารมย์ ก็ ระเบิดทันที เธอบอกกับผมว่า เธอเอง ต้องยืมเงินเพื่อนมาไว้ใช้สำหรับกินนข้าวเพราะหมุนเงินไม่ทัน ในตอนนั้น ผม ก็ ไม่ได้ โกรธเธอหรืออะไร ผม ก็ ถาม เธอ ว่า แล้วเงินจะพอไหม ขาดเยอะไหม เธอ ก็ บอกว่า ต้องหาเงินให้ ได้ สัก 1 หมื่นบาท เพื่อ มาจ่ายค่าแรงพนักงาน รายวันก่อน ตอนนี่ เงินไม่พอจริง ๆ ผม ก็ ถามเธอ และที่ ได้เอาเข้าหรือยัง เธอ ก็ บอกว่า ได้ เอาเข้าแล้ว แต่เงินส่วนนั้น ต้องมาหมุนธรุกิจก่อน ไม่งั้น ธุรกิจจะเดินต่อไม่ได้ เงินทุนจะไม่พอ ตอนนี่ ต้องหาค่าแรงพนักงานให้ได้ ก่อน ผม ก็ นั่งนึก ว่า ผมจะช่วยเอได้ยังไง ตอนนั้น ก็ ยังไม่ถึงวันสิ้นเดือนด้วย ถ้าเอาเงินที่ผมมีตอนนี่ ให้ เธอเลย ผม ก็ จะไม่มีเงินกินข้าว แน่นอน จะถอนจากเงินเก็บ ก็ ไม่ได้ ผม จึงตัดสินใจ เอากล้องถ่ายภายของผมไปขาย ก่อน และ โอนเงินไปเธอ พอผมโอนเงินให้เธอเสร็จ เธอก็ ขอบคุณผม บอกว่า ถ้าไม่ได้ ผมช่วยนี่แย่เลย จริง ๆ .