เปิดเคล็ดลับ ทานของหวานอย่างไร ไม่ให้อ้วน !


เปิดเคล็ดลับ ทานของหวานอย่างไร ไม่ให้อ้วน !
 
แค่อ่านหัวข้อ ก็ชวนสงสัยแล้วว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ? ผู้อ่านหลายท่านชื่นชอบการทานของหวานเป็นชีวิตจิตใจ ถึงแม้ทราบอยู่เต็มอกเลยว่า ทานแล้วอ้วน ทานแล้วคอเลสเตอรอลขึ้น ยิ่งถ้าคนที่มีโรคประจำตัวโรคเบาหวานแล้วหล่ะก็  การทานของหวาน ถือเป็นข้อจำกัดจำนวนทานกันเลยทีเดียว  ถึงแม้ว่า การทานของหวาน ทำให้อารมณ์ดี สดชื่น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยปริมาณน้ำตาล และแคลอรี่จำนวนมากตุนอยู่ในร่างเรา  อย่างที่คุณหนุ่ย – พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (เจ้าพ่อไอที แห่ง แบไต๋) เคยกล่าวว่า “น้ำตาล = ฆ่าเรา” ผู้เขียนเห็นด้วย 100%  เพราะร่างกายเราจะโหยหาความหวานตลอดเวลา ถึงแม้เจ้าตัวน้ำตาล จะมอบความสุขแก่เราเพียงชั่วคราว แต่ก็สามารถทำลายร่างกายเราในระยะยาว
 
ความหวาน เป็นสิ่งเสพติด
ถูกต้องค่ะ ความหวานเป็นสิ่งเสพติดที่หาง่ายมากในท้องตลาด ราคาก็ไม่แพง (เอาเข้าจริง ๆ แล้ว อยากบอกว่า ยิ่งถูก ยิ่งหวาน เพราะการเพิ่มน้ำตาลเข้าไปในอาหารนั้น ง่ายกว่าการเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร)   ณ วันนี้ ถ้าเราเริ่มตัดน้ำตาลออกจากสารบทอาหารของเราได้หล่ะก็ วงจรสะสมไขมันในร่างกายก็จะค่อย ๆ น้อยลงแบบเห็นได้ชัดเลย 
 
ไขมัน อันตรายที่สุด เข้าใจผิดหรือ ?
ผู้เขียนเคยอ่านบทความของท่านอจ.หมอหนึ่ง Healthy Hero ท่านได้กล่าวอย่างน่าสนใจว่า เมื่อ 30 – 40 ปีที่แล้ว พวกเรามักเข้าใจว่า เจ้าตัวไขมัน อันตรายสุด ! คำตอบคือ ไม่ใช่ค่ะ ขออธิบายหลักการทำงานง่าย ๆ คือ ตัวหลักที่ทำให้เราสะสมไขมัน คือฮอร์โมนที่มีชื่อว่า “อินซูลิน” เจ้าตัวฮอร์โมนตัวนี้ มีหน้าที่เก็บน้ำตาลจากกระแสเลือดออกมา  ถ้าร่างกายมีฮอร์โมนนี้ในปริมาณพอดี มันจะมีประโยชน์มาก  แต่ถ้าร่างกายได้รับ น้ำตาลมากเกินไป เจ้าตัวฮอร์โมนอินซูลินตัวนี้จะทำงานหนักขึ้น และสะสมพลังงานส่วนเกินในรูปของ “ไขมัน” ให้เราแทน  ยังไม่หมดเท่านี้  เมื่อค่าไขมันในเลือดเราสูงขึ้น มันจะนำโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ  พาเหรดกันมาเป็นแพจเกจเลย สุดท้าย คอเลสเตอรอลก็สูง  โรคร้ายก็เต็มตัว  ทั้งที่จริง ๆ แล้ว แค่ลดน้ำตาล ชีวิตก็ดีขึ้นแล้ว  ง่ายมั๊ย ?  
 
เขียนเกริ่นนำมาอย่างเพลิดเพลิน  เพราะผู้เขียน ก็เป็นหนึ่งคนที่ลดน้ำตาลได้แล้ว  ชีวิตดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด  น้ำหนักตัวลด  ผิวออร่า  (แนะเลย…ถ้าไม่ยากเกินไป  ลด/งด น้ำตาลกันเถอะค่ะ)  แล้วถ้าลดไม่ได้หล่ะ  ขอทานสักนิ๊สส จะได้ไหม อ่ะวันนี้ผู้เขียนมีแนะนำ เคล็ดลับทานของหวานอย่างไร ยังรักษาหุ่นได้เพรียวลม แถมไม่ให้อ้วนด้วยสิ !  
 
1)       ต้องคำนวณปริมาณแคลอรี่
ขอหยิบมาไว้ข้อแรกเลยทีเดียวเชียว เพราะสำคัญมาก อาจมีคำถามแล้วจะคำนวณอย่างไร ? คืออย่างนี้ค่ะ ก่อนทาน เราควรอ่านปริมาณแคลอรี่ในขนมเสียก่อน อ่านจากข้างกล่อง หรือสลากกำกับด้านใน แสดงข้อมูลโภชนาการ อ่านให้ละเอียด และควรเน้นที่มีไขมัน เป็นส่วนประกอบให้น้อย ถึงน้อยที่สุด

2)       ช่วยลดแคลอรี่ในขนม
มีสงสัย ลดแคลอรี่ในขนม ยังไง ? นี่เลย ตักครีมออกจากขนมก่อนทาน  เช่น หน้าเคกมีครีม หรือเรซิ่น ที่โรยมา ให้เราเกลี่ยน้ำตาล/ครีม ออก จะช่วยลดพลังงานได้ถึง 80-140 แคลอรี่ เลยทีเดียว 

3)       ใช้เทคนิคเข้าช่วย
อยากหุ่นดี แต่ยังอยากทานขนม ต้องใช้เทคนิคนี้เป็นตัวเสริมเลยค่ะ คือ ดื่มน้ำไปก่อนทานขนมหวาน เพราะการที่เราดื่มน้ำเข้าไปก่อน จะช่วยทำให้เราอิ่มได้ส่วนหนึ่ง จึงทานขนมหวานได้น้อยลงไปในตัว 

4)       ลดสัดส่วนในการทาน
เคยได้ยินประโยคนี้ไหมค่ะ “ทานแค่รู้รส” เช่นทานคุกกี้เพียง 1 ชิ้น และทานไอศกรีมอีก 1 สคูปเล็ก ๆ เราก็จะได้ทานหลากหลายอย่าโดยได้แคลอรี่เพียงครึ่งเดียว

5)       เดินออกกำลังหลังทานขนม
ยกตัวอย่าง ทานขนมไปสัก 10-15 นาที อย่านั่งนิ่งนะคะ  แนะนำให้เดินเล่นรอบ ๆ บ้านสัก 15 นาที เพื่อช่วยย่อย และยังช่วยไขมันสะสมที่หน้าท้อง ต้นขา และสะโพกด้วย

6)       แนะดื่มชาเขียว
จะเป็นชาเขียว กาแฟร้อน ได้ทั้งนั้นค่ะ (เลี่ยงใส่น้ำตาล และครีม) เพราะเจ้าตัวคาเฟอีน จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน หากจำเป็นต้องใส่น้ำตาลจริง ๆ ให้แทนด้วย น้ำตาลเทียม

7)       งดแป้งและน้ำตาลในวันรุ่งขึ้น  
โดยควรเน้นมื้อเช้ากับมื้อกลางวัน เป็นผัก 80% และโปรตีนเพียง 20% ส่วนมื้อเย็นให้ทานผัก ผลไม้สด และดื่มน้ำเปล่า (งดของหวานตลอดวัน)  หรือวันรุ่งขึ้น ทานแบบ IF เลยก็ได้ค่ะ  คือ งดมื้อเช้ายาวไปเลย ทานเป็นมื้อเที่ยงไปเลยก็ได้เหมือนกัน ส่วนมื้อเย็น ทานซุป หรือสุกี้ผักแทน 
 
บางท่านบอกคำนวณปริมาณแคลอรรี่ในร่างกายว่าต้องการต่อวัน ง่ายกว่า ก็ได้เหมือนกันค่ะ  ความโชคดียุคนี้ ขนมส่วนใหญ่ เครื่องดื่มต่าง ๆ จะเน้นที่มีไขมันต่ำ ช๊อคโคแลค low fat จึงทำให้เพิ่มโอกาสในการทานของหวานง่ายขึ้นอีก อย่างไรก็ดี นอกจากควบคุมการทานอาหารแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะคะ  พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ
(เครดิต : http://bit.ly/2qhHgDj)
www.kinn.co.th
#KINN_Holistic_Healthcare

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่