หัวใจพลิกล็อค...บทที่ 21

๒๑
 
 
         หลังปาณฑราขอให้พิชญ์พงศ์ช่วยเล่นละครเป็นคนรัก เพื่อตบตาพ่อกับแม่เธอ เขาก็ทำตัวเป็นแฟนเธอตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แม้เธอจะบอกว่าให้แสดงแค่ต่อหน้าพ่อแม่เธอเท่านั้น แต่เขาก็ยังดื้อดึงโดยอ้างว่าเป็นการซ้อมให้เธอได้คุ้นชิน  แถมยังอาสามารับส่งเธอที่ทำงานทุกวัน ไม่ว่าเธอจะปฏิเสธยังไง เขาก็มีสารพัดข้ออ้าง สุดท้ายเธอก็ทนความดื้อด้านของเขาไม่ไหว เลยปล่อยเลยตามเลย จนตอนนี้คนรอบข้างเข้าใจผิดกันไปหมดแล้วว่าเธอกับเขานั้นเป็นแฟนกันจริงๆ จะมีก็เพียงวาสิตาเท่านั้นที่รู้ความจริงทุกอย่าง
 
         
 
         เมื่อถึงวันที่ต้องเดินทางไปบ้านเกิดของปาณฑราที่ต่างจังหวัด พิชญ์พงศ์ก็ขับรถมารับหญิงสาวที่คอนโดมิเนียมตั้งแต่เช้า ตามที่ได้นัดแนะกันไว้
 
         “ขนอะไรไปเยอะแยะคะเนี่ย” ปาณฑราทักขึ้นเมื่อเห็นข้าวของมากมายเต็มหลังรถของเขา
 
         “ของฝากว่าที่พ่อตาแม่ยายครับ” พิชญ์พงศ์ลอยหน้าลอยตาตอบ ขณะยกกระเป๋าเดินทางของหญิงสาวไปเก็บไว้หลังรถ
 
         “ไม่เห็นต้องลำบากเลย แค่ไปทำความรู้จัก พ่อกับแม่แป้งก็พอใจแล้ว”
 
         “ได้ไงล่ะครับ ไปเปิดตัวกับว่าที่พ่อตาแม่ยายทั้งที ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือไปด้วยสิ จะได้ไม่ดูน่าเกลียด” 
 
         “ลืมไปแล้วเหรอคะว่าเราแค่เล่นละคร ไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนั้นก็ได้” ปาณฑราย้ำถึงสถานะที่แท้จริงของเขาและเธอ แต่กระนั้นคนอย่างพิชญ์พงศ์ก็หาอะไรมาอ้างได้อยู่ดี
 
         “ถึงจะเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง เราก็ต้องทำให้สมจริงครับ พี่ว่าเรารีบไปกันดีกว่า กว่าจะถึงเดี๋ยวจะมืดซะก่อน” 
 
         ว่าแล้วก็เดินไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับและดันร่างเล็กให้เข้าไปนั่งในรถ จากนั้นเขาก็เดินอ้อมไปประจำที่หลังพวงมาลัย
 
          “เส้นมิตรภาพรถติดมาก พี่ว่าเราไปทางอื่นดีกว่าไหม อ้อมหน่อยแต่รถวิ่งได้คล่องตัว น่าจะถึงเร็วกว่าไปทางตรง” 
 
         พิชญ์พงศ์หันมาปรึกษาคนนั่งข้างๆ หลังเช็กสภาพการจราจรดูแล้วพบว่า ถนนสายหลักที่จะไปจังหวัดบ้านเกิดของหญิงสาวนั้น การจราจรแทบเป็นอัมพาตตลอดเส้นทาง เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวช่วงเทศกาล ประชาชนที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวงต่างพร้อมใจกันเดินทางกลับบ้านเกิด ทำให้รถราบนท้องถนนนั้นแน่นขนัด แถมบางช่วงยังมีการก่อสร้างถนน ยิ่งทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้าเข้าไปอีก
 
         “ก็ดีนะคะ จะได้ถึงไวๆ และไม่เมื่อยด้วย”
 
         ปาณฑราเห็นด้วยกับเขา เพราะเธอเองก็เข็ดขยาดกับการขับรถฝ่าดงรถติดช่วงเทศกาลเหมือนกัน ปกติจากกรุงเทพฯ ไปบ้านเธอ ใช้เวลาขับรถประมาณเจ็ดชั่วโมง แต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาเธอใช้เวลาไปเกือบยี่สิบชั่วโมงเลยทีเดียว หลายคนแนะนำให้เธอนั่งเครื่องบินกลับช่วงเทศกาล จะได้ไม่เหนื่อยและเสียเวลา แต่เธอก็ยังยืนยันที่จะขับรถกลับเอง เพราะเธอเป็นพวกขับไปแวะเที่ยวไป  
 
         เมื่อหญิงสาวไม่ขัดข้องสารถีหนุ่มก็เปิดแอพพลิเคชั่นแผนที่ขึ้นมาและศึกษาเส้นทางที่จะหลีกเลี่ยงรถติด
 
          “เดี๋ยวพี่จะวิ่งขึ้นไปทางลพบุรีแล้วตัดเข้าชัยภูมิ ทะลุไปขอนแก่นละกันนะ ดูในแผนที่แล้วเขียวตลอดทางเลย ไม่แดงเถือกเหมือนเส้นมิตรภาพ”
 
         “โอเคค่ะ”
 
         เมื่อตกลงกันได้สารถีหนุ่มก็ออกรถไปตามเส้นทางที่ได้วางแผนกันไว้
 
         
 
         “ถ้าอยากเข้าห้องน้ำก็บอกนะ เดี๋ยวพี่จอดปั๊มให้” พิชญ์พงศ์หันมาบอกเพื่อนร่วมทาง 
 
         “ค่ะ” หญิงสาวรับคำขณะกำลังปรับเบาะรถเพื่อให้อยู่ในระดับที่นั่งสบาย 
 
         “แต่ถ้าน้องแป้งหิว มีแซนด์วิชอยู่ในกล่องที่เบาะหลัง เอาออกมากินได้เลยนะครับ พี่ทำมาเผื่อรองท้องระหว่างทาง” เขาเสริม
 
         หญิงสาวหันไปมองกล่องที่เขาว่า ก่อนเอ่ย “ขอบคุณค่ะ”
 
         “หากพี่ง่วงหรือเมื่อย อยากเปลี่ยนให้แป้งช่วยขับก็บอกมาเลยนะคะ” ปาณฑราขันอาสา กลัวว่าให้เขาขับคนเดียวตลอดทาง มันจะเหนื่อยเกินไป จึงอยากสลับให้เขาได้พักบ้าง ขนาดว่าเธอเปลี่ยนกันขับกับเพื่อนยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว
 
         “นั่งให้สบายเถอะครับ แค่มีน้องแป้งนั่งไปด้วย ให้พี่ขับคนเดียวถึงชายแดนใต้พี่ก็ยังไหว” ชายหนุ่มหันมาขยิบตาให้หญิงสาว ก่อนหันกลับไปสนใจถนนเบื้องหน้า
 
         “แล้วอย่ามาบ่นว่าเหนื่อยให้ได้ยินแล้วกัน” หญิงสาวว่าเสียงสะบัด จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร.ออก เพื่อรายงานพ่อกับแม่ว่าเริ่มออกเดินทางแล้ว
 
         
 
         “อร่อยไหมครับ” พิชญ์พงเอ่ยถามคนที่กำลังเพลิดเพลินกับแซนด์วิชฝีมือเขา
 
         “อร่อยค่ะ” ปาณฑราพยักหน้าหงึกหงัก ตากลมโตเป็นประกายสุกใสอย่างชอบใจที่ได้กินของอร่อย
 
         “พี่ปราชญ์นี่เก่งหลายอย่างเนอะ เล่นดนตรีก็เป็น ร้องเพลงก็ได้ แถมยังทำกับข้าวทำขนมอร่อยอีก” หญิงสาวเอ่ยชมจากใจจริง รู้สึกทึ่งในตัวเขาไม่น้อย ที่มีความสามารถรอบด้าน ต่างจากเธอที่ทำอะไรก็ไม่เป็นสับปะรดสักอย่าง
 
         “ไม่ได้เก่งอะไรมากมานหรอกครับ ทุกอย่างก็แค่พอถูไถ ทำเป็นแต่ของง่ายๆ ทั้งนั้น” เขาเอ่ยอย่างถ่อมตัว
 
         “ถ่อมตัวตลอด” 
 
         หญิงสาวอดเหน็บไม่ได้ “สักชิ้นไหมคะ” ปาณฑราถาม พร้อมยื่นกล่องทัปเปอร์แวร์ที่บรรจุแซนด์วิชหลากหลายไส้ ไปให้คนที่ยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งเริ่มออกเดินทาง
 
         “ป้อนหน่อยสิครับ พี่ขับรถอยู่ มือยังไม่ว่าง” ชายหนุ่มพูดเสียงอ้อน พร้อมปรายตามคนข้างตัวเล็กน้อย ก่อนจะทำทีเป็นตั้งหน้าตั้งตาขับรถ 
 
         ถึงจะส่งค้อนให้กับคำขอของเขา แต่ปาณฑราก็ยอมทำตามที่เขาต้องการอย่างไม่อิดออด หญิงสาวหยิบแซนด์วิชทูน่าอโวคาโดที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำขึ้นมา แล้วยื่นไปป้อนใส่ปากคนที่ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ 
 
         “อร่อยจัง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยกินแซนด์วิชอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย” พิชญ์พงศ์ว่า ทั้งที่ปากยังเคี้ยวตุ้ยๆ ขณะเดียวกันรอยยิ้มเปี่ยมสุขก็ผุดพรายขึ้นเต็มหน้า
 
         “เพราะคนป้อนสวยไงคะ ก็เลยอร่อยมากกว่าปกติ” ปาณฑราชิงพูดขึ้นก่อนอย่างรู้ทัน ว่าเขาจะเล่นมุกอะไรต่อจากนี้ 
 
         และนั่นก็ทำให้พิชญ์พงศ์หลุดขำพรืดออกมาอย่างชอบใจ “ทันกันแบบนี้ค่อยสมกับเป็นแฟนกันหน่อย”
 
         “ใครเขาจะอยากเป็นแฟนกับคนมากเล่ห์อย่างพี่กัน”
 
         “จำคำตัวเองไว้ให้ดีแล้วกัน”
 
          ปาณฑราไม่ได้โต้อะไรกลับไป ได้แต่แอบทำปากขมุบขมิบขณะหยิบแซนด์วิชปูอัดไข่กุ้งขึ้นมายัดเข้าปากจนแก้มตุ่ย
 
         “ขออีกชิ้นสิครับ” ชายหนุ่มร้องขอเพิ่ม แล้วก็อ้าปากรอ
 
         หญิงสาวตวัดค้อนให้เขาวงใหญ่ก่อนทำตามที่เขาบอก ป้อนเขาไปคำหนึ่งเธอก็หยิบเข้าปากตัวเองคำ สลับกันไปมาอยู่อย่างนั้นจนแซนด์วิชแสนอร่อยหมดเกลี้ยง
 
       
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่