หัวใจพลิกล็อค...บทที่ 23 (2)

เนื่องจากห้องที่พิชญ์พงศ์พักนั้นเป็นห้องสำหรับแขก ที่ไม่ได้มีห้องน้ำในตัว ชายหนุ่มจึงต้องลงมาเข้าห้องน้ำที่อยู่ข้างล่าง และขณะกำลังจะเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอน เขาก็เห็นคุณพิชัยกำลังเปิดประตูหลังบ้าน เหมือนกำลังจะออกไปไหน ทั้งที่ตอนนี้ยังไม่ตีห้าด้วยซ้ำ ด้วยความสงสัยเขาจึงเข้าไปทัก  
 
         “คุณพ่อจะออกไปไหนเหรอครับ” 
 
         “ว่าจะออกไปหาอึ่งสักหน่อย เมื่อคืนฝนตกทั้งคืน อึ่งน่าจะออกมาเยอะน่าดู” ผู้อาวุโสหันกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรมากขึ้น จนคนฟังสัมผัสได้
 
         “ผมขอไปด้วยได้ไหมครับ”
 
         คุณพิชัยมองหน้าอีกฝ่ายอย่างค้นคว้า ก่อนย้อนถาม “เคยจับหรือไง”
 
         “ไม่เคยครับ แต่ผมอยากลองดู” เขาตอบออกไปตามตรง พร้อมยิ้มประจบ
 
         “ถ้าอยากลองก็ตามมา”
 
         พิชญ์พงศ์เดินตามว่าที่พ่อตาออกไปที่หลังบ้าน แล้วคุณพิชัยก็ยื่นไฟฉายแบบคาดศีรษะ รองเท้าบู๊ท ถุงตาข่ายและสวิงมาให้ หลังเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมแล้ว ว่าที่พ่อตาและว่าที่ลูกเขยก็ซ้อนจักรยานยนต์กันออกจากบ้านไป
 
         
 
         “แป้งเขาชอบกินต้มอึ่งใส่ใบมะขามอ่อน” คุณพิชัยพูดขึ้นขณะเดินนำชายหนุ่มไปตามคันนา “ยิ่งกินกับส้มตำผีมือแม่เขาด้วยนะ ไม่หมดหม้อไม่ยอมลุกออกจากโต๊ะ” 
 
         เสียงพูดกลั้วหัวเราะของคนสูงวัย ทำให้พิชญ์พงศ์ที่คิดภาพตามถ้อยคำนั้นอดขำตามไม่ได้ แล้วภาพความประทับใจในวันแรกที่ได้เจอกันก็ฉายแว่บเข้ามาในหัว 
 
         ‘สาวสวยผู้ไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากของกิน’ คำนิยามที่เขาแอบตั้งให้เธอในวันนั้น
 
         “แต่จริงๆ แล้วแม่เขาทำอะไรให้กิน เขาก็กินจนเกลี้ยงหมดทุกอย่างนั่นแหละ เพราะแม่ปานเขารสมือดี”
 
         น้ำเสียงเป็นกันเองของคุณพิชัยเรียกให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง “น้องแป้งเขากินเก่งครับ”
 
         “ใช่ กินเก่งมาก มากจนฉันอดคิดไม่ได้ว่า ที่ไม่มีใครเข้ามาจีบสักที จะเป็นเพราะเขาเห็นสภาพเวลากินแล้วเขาพากันขยาดหรือเปล่า สาวๆ คนอื่นเขามีแต่กินน้อยๆ กินแต่พอดีเพราะกลัวอ้วน แต่คนของเรานี่ใส่ไม่ยั้ง” 
 
         คนแอบนินทาลูกสาวลอบสังเกตอีกฝ่ายไปด้วย ว่าจะมีท่าทีต่อพฤติกรรมกินไม่เลือกของลูกสาวตนอย่างไร แล้วผู้อาวุโสก็กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ แม้บริเวณนี้จะมีเพียงแสงจากไฟฉาย แต่คุณพิชัยก็เห็นประกายรักใคร่ปนเอ็นดูในดวงตาเรียวรีได้อย่างชัดเจน ไหนจะรอยยิ้มอ่อนโยนที่มุมปากหยัก และกระแสอบอุ่นในน้ำเสียงยามเอื้อนเอ่ยลูกสาวตนนั่นอีก
 
         “ถึงจะกินเก่งกินจุแค่ไหน แต่น้องแป้งก็ไม่ได้กินมูมมามจนดูน่าเกลียดหรอกนะครับ ดูเป็นคนที่มีความสุขกับการกินมากกว่า” 
 
         พิชญ์พงศ์ให้ความเห็น จากที่สังเกตหญิงสาวมาตลอดตั้งแต่ได้รู้จักกัน ถ้าไม่นับครั้งที่นัดเจอกันครั้งแรก 
 
         “ก็จริงของนาย” 
 
         และก่อนที่ทั้งสองจะได้คุยอะไรกันต่อ เสียงร้องระงมของอึ่งก็ดังแทรกขึ้น ผู้เป็นพ่อจึงจบการเผาลูกสาวไว้เพียงเท่านี้ และหันไปสนใจกับอึ่งตัวอ้วนที่กำลังตะกายออกมาจากรูตรงโคนต้นไม้แทน
 
         “หลังฝนตกใหม่ๆ อึ่งจะพากันออกจากรูมากินแมลงเม่า” คุณพิชัยอธิบายขณะก้มลงจับอึ่งอ่างตัวหนึ่งขึ้นมา และปล่อยลงในถุงตาข่ายที่เตรียมมา
 
         เห็นอย่างนั้น คนที่อยากฝากตัวเป็นเขยก็รีบทำตาม ชายหนุ่มก้มลงจับเจ้าตัวอ้วนกลมด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ พอจับได้แล้วก็รีบปล่อยลงในถุงอย่างว่องไว จนคนมองอดขำไม่ได้
 
         “มันไม่กัดหรอก ไม่ต้องทำท่ากลัวขนาดนั้นก็ได้” 
 
         “ตัวมันลื่นๆ ผมเลยตกใจนิดหน่อยน่ะครับ” ชายหนุ่มบอกอย่างเก้อเขิน 
 
         “จับๆ ไปเดี๋ยวก็ชินเองแหละ”
 
         “ครับ” พิชญ์พงศ์รับคำแล้วก้มลงจับอึ่งอีกตัวที่กระโดดออกมาจากพงหญ้า คราวนี้อาการตื่นตกใจลดลงกว่าครั้งแรกมากโข  
 
         เมื่อความตื่นตกใจหมดไป พิชญ์พงศ์ก็เริ่มจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมแปลกใหม่ ที่เพิ่งจะเคยทำเป็นครั้งแรกในชีวิต ชายหนุ่มส่องหาอึ่งตามว่าที่พ่อตาไปเรื่อยๆ จนถึงร่องน้ำขนาดเล็ก ที่มีเจ้าอึ่งตัวอ้วนกลมลอยเต็มผืนน้ำ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายคน ที่ต่างก็พร้อมใจกันออกมาหาอึ่ง 
 
         และเมื่อเห็นว่าคุณพิชัยไม่ได้มาคนเดียว แต่กลับมีหนุ่มแปลกหน้าติดสอยห้อยตามมาด้วย ทุกคนก็อดที่จะเข้ามาทักถามไม่ได้ แล้วพิชญ์พงศ์ก็ได้รับการแนะนำว่าเป็น ‘แฟนของลูกสาว’
 
          ได้ยินอย่างนั้นชายหนุ่มก็ใจชื้นขึ้นเป็นกอง การที่ท่านแนะนำสถานะเขาไปแบบนั้น บวกกับท่าทีที่เป็นกันเองมากขึ้น แสดงว่าท่านเองก็คงจะยอมรับเขาในระดับหนึ่งแล้ว ถึงแม้จะยังวางท่าอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่หวั่นอะไรอีกแล้ว เพราะเขาจะเอาความจริงใจเข้าสู้ และได้แต่หวังว่ามันจะทำให้ว่าที่พ่อตายอมรับเขาอย่างสนิทใจได้ในเร็ววัน ต่อไปก็คงเหลือแต่ลูกสาว ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะยอมใจอ่อนให้เขาสักที 
 
         พอฟ้าเริ่มสาง และจับอึ่งได้พอสำหรับประกอบอาหารได้หนึ่งมื้อแล้ว คนสูงวัยกว่าก็ชักชวนว่าที่ลูกเขยกลับบ้าน ซึ่งรอบนี้พิชญ์พงศ์อาสาเป็นคนขับจักรยานยนต์แล้วให้ว่าที่พ่อตานั่งซ้อนท้าย
 
         
 
         เพราะเมื่อวานเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางตลอดทั้งวัน เช้านี้ปาณฑราจึงตื่นสายกว่าที่เคย หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จหญิงสาวก็รีบลงมาข้างล่าง เมื่อไม่เห็นใครอยู่ในบ้านจึงเดินเข้าไปดูในครัว แล้วภาพสองหนุ่มต่างวัยที่กำลังช่วยกันปรุงอาหารอยู่หน้าเตา แถมยังพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ก็ทำให้เธอต้องตะลึง ทั้งที่เมื่อคืนยังทำเป็นวางท่าเป็นคุณพ่อมาดขรึมอยู่เลย แล้วทำไมเช้ามาถึงได้กลายเป็นคนละคนไปได้ 
 
         หญิงสาวขยี้ตาแรงๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้ตาฝาด เมื่อมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือภาพจริง จึงเดินเข้าไปร่วมวงด้วย
 
         “ทำอะไรกันอยู่คะสองหนุ่ม” ปาณฑราถามพลางเข้าไปชะโงกดูหม้อใบใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตา ก่อนจะอุทานตาโตเมื่อเห็นเมนูที่ตนโปรดปราน “โอ้โฮ วันนี้ลาภปาก ได้อึ่งมาจากไหนเนี่ยพ่อ”
 
         “พ่อกับพ่อปราชญ์ออกไปจับที่นามาเมื่อเช้า” 
 
         แม้จะสงสัยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นพ่อแค่ไหน แต่หญิงสาวก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ กะว่าค่อยแอบถามจากชายหนุ่มทีหลังแล้วกัน
 
         “เมื่อคืนฝนตกเหรอคะ อึ่งถึงได้ออกมาให้จับ” คนที่นอนหลับเป็นตายตลอดคืนเอ่ยถามขึ้น
 
         “ใช่ ตกหนักทั้งคืน ชาวบ้านออกไปหาอึ่งกันเต็มทุ่งเลย” ผู้เป็นพ่อว่าขณะหันกลับไปปิดเตาแก๊ส “หลับไม่รู้เรื่องอีกแล้วสิเรา”
 
         ลูกสาวส่งยิ้มแหยแทนคำตอบ ก่อนหันไปหาอีกคนที่กำลังยกหม้อลงจากเตา “ว่าแต่พี่ปราชญ์เคยกินอึ่งมาก่อนหรือเปล่าคะ”
 
         “ยังไม่เคยครับ” พิชญ์พงศ์ตอบไปตามตรง
 
         “แล้วแบบนี้จะกินได้ไหมคะเนี่ย” ถามอย่างเป็นกังวล เพราะเธอเคยเห็นเพื่อนบางคน ขนาดว่าโตมากับอาหารพวกนี้แท้ๆ ยังไม่กล้ากินเลย เพราะมองว่ามันน่ากลัว แล้วเขาที่เป็นคนต่างถิ่นแบบนี้ มีหรือที่จะกล้า
 
         “พี่กินได้ครับ เมื่อกี้คุณพ่อให้ลองชิมดูแล้ว อร่อยดี”
 
         “แบบนี้ค่อยอยู่ด้วยกันได้หน่อย” หญิงสาวทำท่าโล่งอกก่อนจะถามหามารดา ที่ปกติเวลานี้จะอยู่ในครัว “แล้วแม่ล่ะคะพ่อ ในบ้านก็ไม่เห็น” 
 
         “ไปเอามะละกอมาทำส้มตำให้เรานั่นแหละ นั่นไงมาพอดีเลย” คุณพิชัยบุ้ยใบ้ไปยังภรรยา ที่เดินถือมะละกอขนาดพอเหมาะเข้ามาในครัว
 
         ปาณฑราก็รีบวิ่งเข้าไปรับรับมะละกอจากมือผู้เป็นแม่ แล้วนำไปจัดการปอกเปลือกและสับให้เสร็จสรรพ เพราะการสับมะละกอเป็นงานครัวเพียงสิ่งเดียวที่เธอทำได้ดี
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่