The Tango of Death เพลงข่มขวัญนาซีเยอรมัน


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Tango De La Muerte (1928)
Tango of Death




ผู้ประพันธ์เพลง ชาวอาร์เจนตินา




The Battle of Stalingrad คือ
จุดเปลี่ยนของโซเวียตรัสเซีย
ในแนวรบด้านตะวันออก
ของสงครามโลกครั้งที่ 2
และเป็นสงครามครั้งสุดท้าย
ที่รบกันในโซเวียตรัสเซีย

ก่อนที่รัสเซียจะถล่มนาซีเยอรมัน
จนแพ้แบบหมดรูปใน Berlin
ในเวลาอีกไม่กี่ปีต่อมา
และทำให้เยอรมันแบ่งเป็น 2 ชาติ
กินเวลานานถึง 45 ปี ถึงรวมชาติกัน

ซากปรักหักพังของ Stalingrad
มีตำนานหลายร้อยเรื่อง
ที่ยากที่จะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง 
แต่นี่คือ เรื่องจริง

เรื่องจริงที่น่าขนลุกอีกเรื่องหนึ่ง
ที่เกิดจากการรบที่นั่นคือ
ดนตรีที่กองทัพแดงใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ
ในการป้องกันเมืองนี้จากนาซีเยอรมัน














Stalingrad : The Fateful Siege 1942-1943
โดย Antony Beevor  ได้อธิบายถึงวิธีการที่
NKVD ตำรวจลับของโซเวียต/ผู้บุกเบิก KGB
ได้ติดตั้งลำโพงไปทั่วทั้งเมือง
กินเวลาหลายสัปดาห์ที่โซเวียตรัสเซีย
เปิดเพลงความตายในจังหวะ Tango
The Tango of Death

เสียงนาฬิกาปลุก จะเปิดสลับกับเสียงเพลง
และ คำด่า/คำสบถ ภาษาเยอรมัน
ตอกย้ำความสิ้นหวังของทหาร เช่น
ตอนนี้ มึทหารเยอรมันตายทุก ๆ 7 วินาที
ไอ้ฟริตซ์ ไอ้มันเปลวขัดมัน ไอ้หมาของฮิตเลอร์
สตาลินกราด คือ หลุมฝังศพของพวกมx
บ่อยครั้งจะคั่นเพลงด้วยการยิงจรวด Katyusha
ถล่มใส่ฐานที่มั่นของพวกทหารนาซีเยอรมัน
หรือติดตั้งวิทยุลำโพงบนรถยนต์
ไปจอดเปิดในที่คาดว่าเยอรมันจะได้ยิน

(พระนางแคทเธอรีนมหาราชินี (ชาวเยอรมัน)
ผู้ Import ครู ช่างฝีมือ เข้ามาพัฒนารัสเซีย
จากวังบ้านนอกกลายมาเป็นวังสวยหรู
กับสร้างกองทัพรัสเซียเป็นมหาอำนาจ
พระนางได้รับการยกย่องจากชาวรัสเซียมาก

คนรัสเซียในอดีตจึงต้องรู้ภาษาเยอรมัน
ครู/ช่างฝีมือเยอรมันได้วางรากฐานการศึกษา
จนลึก ๆ คนรัสเซียกลัวครู/ช่างฝีมือชาวเยอรมัน
ที่เจ้าระเบียบ/เข้มงวดมากในทุกเรื่อง/งานที่ทำ)






จรวด Katyusha ที่สตาลินกราดในปี 1942


แม้ว่า การโฆษณาชวนเชื่อของพวกโซเวียต
อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่ควรจะเป็น
แต่การทิ้งระเบิด/ยิงจรวตถล่มใส่อย่างต่อเนื่อง
เสียงเหล่านี้แน่นอนกว่าอย่างแน่นอน
เพราะพวกนาซีเยอรมัน เริ่มอ่อนล้ามากขึ้น
ขาดเสบียงอาหารและอาวุธจากแนวหลัง
เพราะ Hitler วางแผนการรบผิดพลาด
มัวแต่เสียเวลาไปรบกับกรีซ ที่ไม่ยอมจำนน
ก่อนเข้าตีโซเวียตรัสเซีย 4 เส้นทาง
มีใน ล่ามสาวผู้พบศพฮิตเลอร์











Counting Sheep, the Science 
and Pleasures of Sleep and Dreams
ของ  Paul Martin  ได้สรุปว่า
พวกทหารนาซีเยอรมันที่สตาลินกราด
ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งขาดอาวุธ/เสบียง
กับความเหนื่อยล้าอย่างแรง
ที่ต้องทนฟังเพลงนี้จนเอียน
เพราะวนซ้ำไปซ้ำมา พร้อมกับการโจมตี

ผลการคำนวณ
หากเพลงนี้มีความยาวประมาณ 4 นาที
เพลงนี้จะเล่น 15 ครั้งในหนึ่งชั่วโมง
360 ครั้งต่อวัน 2,520 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์
58,680 ครั้งในช่วงการรบ 163 วัน

Antony Beevor ยังตั้งข้อสังเกตว่า
เพลงโปรดของกองทัพแดงที่ชอบเปิด
ให้พวกนาซีเยอรมันฟังอีกเพลง คือ
Zemlyanka ของ Aleksey Surkov

การที่โซเวียตรัสเซียที่สู้รบได้ยาวนาน
เพราะได้ท่อน้ำเลี้ยงจากสหรัฐ ฯ
ให้เช่า-ยืมอาวุธจากสหรัฐอเมริกา
ในช่วงที่โซเวียตเลวร้ายที่สุด





คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
In the dugout - WW2 - Zemlynka

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Nightcore - V Zemlyanke [В землянке]




อาวุธเสียงดังมีประวัติที่ยาวนาน
ถูกนำมาใช้เป็นเวลาหลายพันปีแล้ว
เพื่อก่อกวนสร้างความสับสน/โกรธ
และแม้กระทั่งทำร้ายศัตรู
 
มีตำนาน กองทัพชาวอิสราเอลที่เป่าแตร
ทำลายกำแพงเมือง Jericho  3,500 ปีก่อน
จนถึงการใช้อุปกรณ์เสียงดังมากในระยะไกล
ของกองทัพสหรัฐฯในปัจจุบัน
กองทัพของประเทศต่าง ๆ ได้ใช้อาวุธเสียง
และเสียงดังในการโจมตี/ควบคุม Mob

“ ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
การใช้เสียงถูกใช้เพื่อคุกคามศัตรู
และสร้างขวัญกำลังใจ
ให้กับประชาชนในชาติ ”
จ่าสิบเอก Herb Friedman วัยเกษียณ
ผู้เคยทำงานในโครงการปฏิบัติการจิตวิทยา
ของกองทัพสหรัฐฯ กล่าว

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1942
ระหว่างการปิดล้อมเมืองสตาลินกราด รัสเซีย
กองทัพโซเวียตรัสเซียได้ทำลายขวัญกำลังใจ
กองทัพนาซีเยอรมันโดยเล่นเพลงซ้ำไปซ้ำมา
ผ่านลำโพงเสียงดังมาก พรัอมกับด่า/สบถ
สลับกับโจมตีด้วยขีปนาวุธเป็นระยะ ๆ
ด้วยเพลง Tango of Death เป็นเพลงหลัก






คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
Doris Day
Whatever Will Be Will Be Que Sera Sera


ในสงครามเวียดนามกับเวียตกง
กองสหรัฐก็ใช้ในสงครามจิตวิทยา
“ เราเล่นดนตรี ที่ส่งเสียงคำรามด้วย
เสียงของรถถัง และเสียงเสือคำราม
บางครั้งยังเล่นเพลงของ Doris Day
ผ่านลำโพงในแนวหน้าด้วยซ้ำ
ดูเหมือนว่าจะได้ผลซะด้วย ”





คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
The Clash - Jail Guitar Doors [Single]

 

ในปี 1989 ระหว่างกองทัพสหรัฐ
ได้บุกปานามา เพื่อจับกุมตัว
Manuel Noriega
ผู้นำรัฐ/นายทหาร ที่พัวพันค้าโคเคน
กองทัพสหรัฐได้เปิดเพลง The Clash
นัยว่า ด่า มxง ค้าโคเคน
และจับไปติดคุก/ตายในสหรัฐแล้ว





คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
These Boots Were Made for Walkin


ในปี 1993
เจ้าหน้าที่ FBI ก็ใช้ในการปิดล้อมกลุ่มลัทธิ
Branch Davidian ในเมือง Waco รัฐ Texas
พยายามให้ David Koresh และผู้ติดตาม
ยอมจำนนด้วยการเล่นเพลงแนวคุ๊กกี้ คิกขุ
ทุกประเภท ตั้งแต่เพลงของ Nancy Sinatra
These Boots Were Made for Walkin
ไปจนถึงเพลงคริสต์มาส ภาษาทิเบต บทสวด
แต่ความพยายามทำสงครามจิตวิทยา
ในครั้งนั้นล้มเหลว หลังจากการปิดล้อม 51 วัน
David Koresh กับผู้ติดตาม 75 คน
เสียชีวิตในกองไฟที่ลุกท่วมอาคาร





คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
คุกกี้เสี่ยงทาย / BNK48
ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ชอบเป็นการส่วนตัว



ในปี 2004
ในช่วงสงครามอิรัค เป็นครั้งแรก
ที่กองทัพสหรัฐฯ ในเมือง Fallujah
ได้ติดตั้ง LRAD อาวุธเสียงดังมาก
ในรถยนต์ทหาร Humvees
ขับตระเวนด่า/สบถเป็นภาษาอาหรับ
ด่าพ่อแม่ พี่น้อง สหายร่วมรบ แกนนำ
ของพวกนักรบ Al-Qaeda  ที่ยึดเมืองอยู่

กับใช้ LRAD ในการควบคุม/สลายฝูงชน
โดยจะมุ่งหน้าไปยังที่ชาวอิรักมารวมตัวกัน
เพราะตรงที่จุดนั้น มักจะเป็นสถานที่เกิดเหตุ
ของมือระเบิดฆ่าตัวตาย ที่ฆ่าทุกคนแถวนั้น

อุปกรณ์ LRAD มีการตั้งค่าเสียงไว้หลายแบบ
และสามารถออกคำสั่งได้ในระยะทางไกล
หรือให้ส่งเสียงดังได้สูงถึง 149 เดซิเบล
(เทียบเท่ากับเสียงเครื่องยนต์เจ็ท
ระยะห่าง 100 ฟุต เสียงดังถึง 140 เดซิเบล)

 ❀



คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
LRAD RX Capabilities



Los Angeles County Sheriffs
กับชุดปราบจลาจลก็เคยใช้ LRAD
ปราบผู้ประท้วงที่ใกล้การชุมนุม
หาเสียงของ Donald Trump
ที่ศูนย์การประชุม Anaheim 
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2016

หน่วยตำรวจใช้อุปกรณ์ LRAD 
กับการชุมนุม Occupy Wall Street ในปี 2011
และที่เมือง Ferguson รัฐ Missouri ในปี 2014

ปัจจุบันมีการติดตั้งบนเรือเดินสมุทร
เพื่อป้องกันไม่ให้เรือลำเล็ก/เรือโจรเข้าใกล้
ในขณะนี้มีมากกว่า 20 ประเทศที่ใช้ LRAD

กองทัพอิสราเอลก็ใช้ LRAD 
เพื่อสลายการประท้วงชาวปาเลสไตน์
เรือล่าปลาวาฬญี่ปุ่นก็ใช้ LRAD 
เพื่อขับไล่กลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ประท้วงเรือญี่ปุ่น
เรือสำราญหลายลำก็ใช้ LRAD 
เพื่อต่อสู้กับโจรสลัดในสถานที่ต่าง ๆ
เช่น Horn of Africa /ในมหาสมุทรอินเดีย
 ❀



การใช้เสียงโจมตีก็เกิดขึ้นในคิวบา
ส่งผลกระทบต่อคนงานเกือบ 2 โหล
ที่มีอาการปวดหัววิงเวียนศีรษะ
มีปัญหาด้านความรู้ความเข้าใจ
และทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ
อาการดังกล่าวเกิดขึ้นมา
หลังจากคนงานแจ้งว่า
ได้ยินเสียงแปลก ๆ

การโจมตีที่เลวร้ายที่สุด
คาดว่าหน่วยข่าวกรองคิวบา
โดยรัฐบาลคิวบาเป็นผู้ชี้นำให้ทำ

แต่ปัญหา คือ ยังไม่มีอาวุธใด ๆ
ที่ทำให้เกิดอาการตามที่รายงานนี้ได้
แต่อาจจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นจาก
การรวมกันของสารพิษทางเคมี
และเสียงความถี่ต่ำ ๆ นาน ๆ
ที่ทำให้เกิดความผิดปกติของหูชั้นใน
ตามรายงานใน Wired

“ สิ่งที่เกิดขึ้นในคิวบานั้น
ดูไม่สมเหตุสมผลเลย
แต่อาจจะมีการใช้อาวุธเสียงชนิดใหม่
ถ้ามีพบวัตถุพยานจริงในการสืบสวน
จึงจะระบุได้ชัดเลยว่า
เหตุการณ์ที่มืดมนในคิวบาและจีน
แสดงถึงวิธีรบแบบใหม่ที่ใช้อาวุธเสียง "
Toby Heys หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอนาคต
ของ Manchester University of Art กล่าว


เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/3eyjDeX
https://bit.ly/3tUc0Ws





เรื่องเล่าไร้สาระ


เพลง The Tango of Death
กลายเป็นเพลงหลอนประสาท
ทหารนาซีเยอรมันและชาวบ้าน
ที่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายนี้มาก่อน
มีการใช้ในสงครามจิตวิทยา
งานแสดงเฉลิมฉลองชัยชนะของพวกยิว
แบบเอาคืนบ้างหลังถูกกดขี่มานาน

จริง ๆ มีคนรัสเซีย โปแลนด์ ดัชต์ ฯลฯ
ตายเพราะนาซีเยอรมันพอ ๆ กับคนยิว
แต่คนพวกนี้ไร้ปากเสียงโฆษณาชวนเชื่อ
ตอกย้ำความทรงจำแบบคนยิว

จีนจะจับนักโทษมัดไว้ในห้องเงียบ ๆ
แล้วปล่อยให้น้ำหยดลงหัวทีละหยด
พอนานหลาย ๆ ชั่วโมงเข้า ทั้งน้ำทั้งเสียง

(แบบน้ำหยดลงหิน ทุกวันหินก็ยังกร่อน
แต่หัวใจเหนื่อยอ่อน ไม่รู้จะทำฉันใด)

นักโทษจะดีดเหมือนคนเอาค้อนทุบหัว
เสียงจะดังก้องในหู จนประสาทหลอน
จนต้องยอมสารภาพผิด  แม้ว่าจะไม่ผิด
วิธีการนี้แม้ว่าจะโบราณ  แต่ได้ผลชะงัด

เวียตกงจะขังเชลยอเมริกันในที่แคบ ๆ
พร้อมเปิดเพลงแผ่นเสียงตกร่องไปเรื่อย ๆ
จนนักโทษดีดเหมือนคนประสาทหลอน
จนต้องยอมสารภาพให้ปากคำในที่สุด

วิธีการนี้ใช้ทรมานนักโทษในหลายประเทศ
ร่วมกับการขังเดี่ยว ห้ามพูดกับใคร
ห้ามอ่านหนังสือ ไม่ให้ญาติมาเยี่ยม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ประวัติศาสตร์ อาวุธยุทโธปกรณ์ ประเทศรัสเซีย ดนตรี
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่