อัพเดทข่าวไม่ด่วน//ทรัมป..ได้ใจคนรากหญ้า…คนที่ไม่อยากเป็นมะเร็ง..และ..คนบนพื้นที่ไม่มีหลุมหลบภัยให้ลง..

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


ข่าวช่อง Fox News ที่คุณส่งมาครับ (เนื่องจากวิดีโอมีความยาวกว่า 1 ชั่วโมง จึงขอสรุปเป็นประเด็นหลักเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายครับ)
ชื่อวิดีโอ: FRIEND OR FOE?: Tensions EXPLODE as missiles fly amid Trump's major warning to ally
(แปล: มิตรหรือศัตรู?: ความตึงเครียดปะทุหลังมีการยิงขีปนาวุธตอบโต้กัน ท่ามกลางคำเตือนครั้งใหญ่ของทรัมป์ถึงพันธมิตร)
สรุปประเด็นสำคัญ:
• การโจมตีตอบโต้กันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน:
• อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในเลบานอน [00:35]
• อิสราเอลสามารถยิงสกัดขีปนาวุธเหล่านั้นไว้ได้ทั้งหมด และได้ทำการตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบไปโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงโรงงานผลิตสารเคมีที่ใช้ทำอาวุธในประเทศอิหร่าน [02:13]
• ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ระงับการโจมตีชั่วคราวแล้ว แต่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้ออกมาประกาศกร้าวว่า อิสราเอลมีสิทธิในการป้องกันตนเอง และจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงหากอิหร่านทำผิดพลาดด้วยการโจมตีอีกครั้ง [07:07]
• ท่าทีของสหรัฐฯ และ โดนัลด์ ทรัมป์:
• ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พยายามเข้ามาแทรกแซงเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยส่งข้อความเตือนไปยังอิหร่านว่า "คุณยิงขีปนาวุธไปแล้ว พอได้แล้ว กลับมาที่โต๊ะเจรจาและทำข้อตกลงซะ" [01:09]
• ทรัมป์ยังได้กดดันนายกฯ เนทันยาฮูของอิสราเอลไม่ให้ทำการตอบโต้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนไปทำลายการเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ [04:15]
• ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า การเจรจาสันติภาพขั้นสุดท้ายกำลังดำเนินไปตามแผน เว้นเสียแต่ว่าจะมี "ความไม่รู้หรือความโง่เขลา" เข้ามาขัดขวาง [01:16]
• ทางด้าน เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่าเขามั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้ เพราะอิหร่านเองก็ไม่ต้องการให้สงครามยืดเยื้อต่อไป [00:50]
• การปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ตะวันออกกลาง:
• กองทัพสหรัฐฯ ยังคงบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างเข้มงวด โดยเครื่องบินรบ F-18 ของสหรัฐฯ ได้ทำการยิงสกัดเพื่อระงับการเคลื่อนที่ของเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมานที่พยายามฝ่าฝืนข้อห้ามเพื่อเดินทางไปยังอิหร่าน [02:20]
• มุมมองจากนักวิเคราะห์ทางการทหาร:
• ผู้เชี่ยวชาญมองว่า อิหร่านกำลังพยายามใช้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเป็นเครื่องมือกดดันอิสราเอล และพยายามดึงเวลาในการเจรจา [11:06]
• ความท้าทายที่แท้จริงของสหรัฐฯ คือการทำข้อตกลงที่จะรับประกันได้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้ทำการค้าได้ตามปกติ และปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยที่สหรัฐฯ จะต้องไม่ยอมคืนเงินสินทรัพย์ที่อายัดไว้ให้อิหร่าน เพราะเงินเหล่านั้นอาจถูกนำไปสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลางต่อไป [16:31]
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



วิดีโอรายการของช่อง Fox News ครับ:
ชื่อวิดีโอ: THIS is ‘one of the most courageous decisions’ by a president: Marc Thiessen
(แปล: นี่คือ 'หนึ่งในการตัดสินใจที่กล้าหาญที่สุด' ของประธานาธิบดี: มาร์ค ธีสเซน)
สรุปประเด็นสำคัญจากการสัมภาษณ์ Marc Thiessen (นักเขียนคอลัมน์ของ Washington Post และผู้ให้ข้อมูลของ Fox News):
• ชื่นชมการตัดสินใจของโดนัลด์ ทรัมป์:
• พิธีกรและ Marc Thiessen ต่างชื่นชมปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ (ในชื่อปฏิบัติการ Midnight Hammer และ Epic Fury) ว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง [00:19]
• Thiessen ยกย่องว่าการสั่งการของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็น "หนึ่งในการตัดสินใจที่กล้าหาญที่สุดของประธานาธิบดีในช่วงชีวิตของเขา" [00:56]
• เขาอธิบายว่าปฏิบัติการ Midnight Hammer ได้ทำลายล้างและฝังกลบโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านลึกลงไปใต้ดินจนเครื่องหมุนเหวี่ยง (centrifuges) ไม่สามารถใช้งานได้ และโรงงานแปลงสภาพถูกทำลาย ทำให้โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถอยหลังไปหลายสิบปี [01:02]
• ส่วนปฏิบัติการ Epic Fury (การโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล) ได้ทำลายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิหร่านไปถึง 82% จมกองทัพเรือทั้งหมด ทำลายกองทัพอากาศ และทำลายขีปนาวุธของอิหร่านอย่างย่อยยับ [01:31]
• ความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาและข้อตกลงหยุดยิง:
• แม้กองทัพอิหร่านจะถูกทำลายและเศรษฐกิจถูกบดขยี้จากการปิดล้อม แต่มาร์คเตือนว่า "อิหร่านล้มลงแล้ว แต่ยังไม่แพ้ราบคาบ (down but not out)" [01:52]
• เขากังวลว่าการทำข้อตกลงใดๆ ที่จะให้เงินช่วยเหลือ หรือยกเลิกการคว่ำบาตรเพื่อแลกกับซากนิวเคลียร์ (nuclear dust) จะเป็นการ "ยื่นมือไปช่วยดึงอิหร่านให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง" [02:02]
• เขาย้ำจุดยืนชัดเจนว่า สหรัฐฯ หรือพันธมิตรอาหรับ ไม่ควรให้เงินอิหร่านแม้แต่แดงเดียว เพราะรัฐบาลอิหร่านกำลังดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด และไม่สมควรได้รับการช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น [02:50]
• มุมมองต่อการหยุดยิงที่ยืดเยื้อ:
• เมื่อพิธีกรถามถึงการเจรจาที่ลากยาวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 9 มาร์คแสดงความเห็นว่า หากเป็นเขา เขาจะไม่ยอมให้มีการหยุดยิงตั้งแต่แรก เพราะสหรัฐฯ กำลังจะได้ชัยชนะเบ็ดเสร็จ (เหลืออีกเพียง 10-14 วันก็จะจัดการเป้าหมายได้ครบ 100%) [03:59]
• เขาชี้ว่า แม้การหยุดยิงจะทำให้สหรัฐฯ มีเวลาเติมเสบียงอาวุธและเพิ่มกำลังรบในภูมิภาคได้เป็นสองเท่า แต่ในมุมมองของอิหร่าน พวกเขาคิดว่าตัวเองมีไพ่เหนือกว่าจากการใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อต่อรอง ทำให้การเจรจาตอนนี้ไม่ค่อยมีความคืบหน้า [04:26]
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

วิดีโอข่าวของช่อง Al Jazeera English ครับ
ชื่อวิดีโอ: Trump says Iran deal could be signed within days
(แปล: ทรัมป์กล่าวว่าข้อตกลงอิหร่านอาจได้รับการลงนามภายในไม่กี่วัน)
สรุปเนื้อหาสำคัญ:
• ใกล้บรรลุข้อตกลง: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำข้อตกลงกับอิหร่าน ซึ่งอาจมีการลงนามเกิดขึ้นภายใน 2-3 วันข้างหน้านี้ [00:00]
• การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ: ทรัมป์กล่าวว่าทันทีที่มีการลงนามในข้อตกลงเสร็จสิ้น ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) จะถูกเปิดใช้งานตามปกติในทันที [00:10]
• ทรัมป์เป็นกาวใจอิสราเอล-อิหร่าน: ทรัมป์เล่าถึงการพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล หลังจากมีการโจมตีตอบโต้กันไปมากับอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุว่า "ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยุดโจมตีกันแล้วผ่านการไกล่เกลี่ยของผม" [00:16]
• เงื่อนไขไร้อาวุธนิวเคลียร์: ทรัมป์ย้ำว่าข้อตกลงนี้จะเป็นข้อตกลงที่ดีมากๆ และจะไม่อนุญาตให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม [00:24]
• ทำไมถึงไม่เลือกใช้กำลังทหารต่อ?: นักข่าวถามถึงสาเหตุ ทรัมป์อธิบายว่า หากสหรัฐฯ เลือกที่จะทิ้งระเบิดต่ออีกสัก 2-3 สัปดาห์ อิหร่านก็จะไม่เหลืออะไรเลย แต่การทำเช่นนั้นจะทำให้ช่องแคบไม่สามารถเปิดได้ไปอีกหลายเดือน และจะมีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ซึ่งทรัมป์บอกว่าเขาไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น และเชื่อว่าการได้เอกสารข้อตกลงที่ลงนามแล้วจะให้ผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งกว่าการทิ้งระเบิด [01:02]
• มาตรการปิดล้อมได้ผลดีกว่าระเบิด: ทรัมป์ระบุว่าสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าทรงพลังมากๆ คือ "การปิดล้อมทางทะเล (Blockade)" ซึ่งมันให้ผลที่รุนแรงกว่าการทิ้งระเบิดเสียอีก เพราะตอนนี้เศรษฐกิจของอิหร่านกำลังย่ำแย่อย่างหนักจนทำให้พวกเขาต้องยอมตกลง [01:32]

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

"In Iran, petrol is cheaper than water | ABC NEWS" ครับ:
สรุปประเด็นสำคัญ (แปลและย่อ):
• น้ำมันราคาถูกกว่าน้ำเปล่า [00:00]: ในอิหร่าน ราคาน้ำมันอยู่ที่เพียงประมาณ 1.5 เซนต์ต่อลิตร ซึ่งถูกกว่าน้ำเปล่า สาเหตุเป็นเพราะอิหร่านเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่มีปริมาณสำรองสูงติดอันดับโลก และรัฐบาลได้ให้เงินอุดหนุนราคาน้ำมันอย่างมหาศาล
• วิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรง [00:28]: แม้น้ำมันจะถูก แต่เศรษฐกิจด้านอื่นๆ ของประเทศกำลังเข้าขั้นวิกฤต อัตราการว่างงานพุ่งสูงปรี๊ดตั้งแต่มีสงคราม และอัตราเงินเฟ้อในหมวดอาหารพุ่งสูงถึง 140% - 200% ประชาชนไม่มีเงินเหลือเก็บและรายได้อาจพอใช้แค่ครึ่งเดือน
• ค่าเงินตกต่ำอย่างหนัก [00:51]: ค่าเงินเรียล (Rial) ของอิหร่านตกต่ำอย่างรวดเร็ว (Freefall) จนร้านแลกเปลี่ยนเงินตราไม่ยอมติดป้ายบอกอัตราแลกเปลี่ยน เพราะค่าเงินผันผวนและเปลี่ยนเร็วมาก เงินเพียง 100 ยูโร สามารถแลกเป็นเงินเรียลได้เป็นปึกใหญ่
• ต้นตอของปัญหา [01:06]: รัฐบาลอิหร่านโทษว่าปัญหาเกิดจากสงครามและการคว่ำบาตร (Sanctions) มานานหลายทศวรรษ แต่นักวิจารณ์มองว่าสาเหตุหลักจริงๆ มาจาก "การบริหารจัดการที่ย่ำแย่" ของรัฐบาลเอง แม้การคว่ำบาตรจะทำให้สถานการณ์แย่ลงก็ตาม
• นำไปสู่วิกฤตสิทธิมนุษยชนและการนองเลือด [01:34]: ปัญหาเศรษฐกิจลุกลามจนกลายเป็นการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศเพื่อต่อต้านรัฐบาลในเดือนธันวาคม รัฐบาลตอบโต้ด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน (มีคำบอกเล่าจากแพทย์ที่ต้องทำ CPR ช่วยชีวิตชายหนุ่มที่ถูกยิงเข้าที่คอจนเสียชีวิตต่อหน้า [01:50])
• แนวโน้มในอนาคต [02:10]: ทั้งสภาพเศรษฐกิจและการปราบปรามผู้เห็นต่างเลวร้ายลงเรื่อยๆ ตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น และผู้คนในพื้นที่เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแม้ว่าความขัดแย้งจะยุติลงก็ตาม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่