โลกต้องการท้องฟ้าที่มืดมิดยามราตรี

1


2
.


.
ทุกวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้
ไม่ได้อยู่ใต้ขอบฟ้ากว้างยามค่ำคืน
ที่มืดมิดจนเห็นดวงดาวอย่างแท้จริง 

แม้ว่าทุกคนจะทราบว่า
ตอนนี้ไม่สามารถมองเห็นดวงดาว
ในนครโตเกียว หรือ นครนิวยอร์ก

แต่ที่ยังผู้คนยังไม่ทราบกันก็คือว่า
มี  มลพิษทางแสง ในระดับหนึ่ง
เกิดจากสถานที่มนุษย์อาศัยอยู่ในทุกวันนี้
มลภาวะทางแสง คือ แสงที่มากเกินไป
หรือแสงที่รบกวนแสงดาวธรรมชาติ
ที่ส่องไสวในท้องฟ้ายามค่ำคืน

ปัจจุบันมลพิษทางแสงเพิ่มขึ้น 2% ทุกปี
มากกว่า 2  เท่าของอัตราการเกิด
ของประชากรโลก (บางประเทศต่ำมาก)

การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
เมืองที่เติบโตอย่างเฟื่องฟู/โป่งพอง
ทำให้แสงประดิษฐ์แพร่หลาย
ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้จำกัด
เพียงแค่ท้องฟ้าที่ไร้ดวงดาวเท่านั้น

งานวิจัยหลายชิ้นมาก
ที่เชื่อมโยงมลพิษทางแสง
เกี่ยวกับสุขภาพที่แย่ลงของสัตว์ป่า
สัตว์น้ำ สัตว์ปีก มนุษย์ และโลกใบนี้

แสงประดิษฐ์รบกวนจังหวะ
การทำงานของคนเรา
โดยไปยุ่งกับการผลิต เมลาโทนิน
(Melatonin เป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากสมอง
โดยสมองจะถูกกระตุ้นให้สร้างเมลาโทนิน
ในเวลาที่ไม่มีแสงหรือมีแสงสว่างน้อย
เมื่อถึงเวลากลางคืนสมอง
จะหลั่งเมลาโทนินออกมาสู่กระแสเลือด
ทำให้ร่างกายรู้สึกง่วง
ซึ่งปกติจะเป็นเวลาประมาณ 21.00 น. )

แสงประดิษฐ์ยังขัดขวาง
กระบวนการทางธรรมชาติ
เช่น การผสมพันธุ์/การอพยพของสัตว์
ตั้งแต่ เต่าทะเลไปจนถึงนก

แม้กระทั่งมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า
แสงที่จ้ามีส่วนทำให้ความหลากหลาย
ทางชีวภาพก็ลดลงด้วยอย่างรวดเร็ว
จะเห็นชัดได้ในหมู่แมลงที่ออกจากฝัก
(หรือที่เรียกว่าการเปิดเผยของแมลง
ระยะพักตัวของพืช ตามช่วงแสงของพืช
มีมากไปก็ไม่ดี มีน้อยไปก็ไม่ดี)

ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ในสาขาต่าง ๆ
ตั้งแต่ นักนิเวศวิทยา ไปจนถึง นักดาราศาสตร์
ต่างมีความกังวลกับปัญหาที่กำลังเติบโตนี้
แต่ก็ยากที่จะระบุจำนวนมลพิษทางแสง
ว่าตอนนี้มีมากน้อยเพียงใด
.
3
.


.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
The Good, The Bad, and The Ugly 
in Light Pollution with Fabio Falchi
.


.
World Atlas of Artificial Sky Luminance
ไดัสร้างขึ้นมาจากการศึกษาที่นำโดย
Fabio Falchi นักฟิสิกส์อิตาลี จาก
Light Pollution Science and Technology Institute
ได้พยายามที่จะทำแบบจำลอง
โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม
และการวัดความสว่างของท้องฟ้า

Fabio Falchi กับเพื่อนร่วมงานพบว่า
มากกว่า 80% ของประชากรโลก
ต่างอาศัยอยู่ภายใต้ท้องฟ้า
ที่มีมลพิษทางแสง
และมากกว่า 1 ใน 3 ของมนุษย์ทั้งหมด
ต่างไม่สามารถมองเห็นทางช้างเผือก
ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันได้

ในยุโรป และอเมริกาเหนือ
สถิติเหล่านี้ยิ่งแย่ลง
ในระดับปัจเจกชนของมนุษย์
ตอนนี้ มนุษย์ถูกตัดขาดการเชื่อมต่อกับ
ท้องฟ้ายามค่ำคืนมากกว่าที่เคยเป็นมา

แต่ก็ยังมีข่าวดีก็คือ
มลพิษทางแสงไม่เหมือนกับ
ปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
เพราะมนุษย์สามารถ
ลดมลพิษทางแสงได้
และลดลงได้อย่างมาก
/ลดลงได้อย่างรวดเร็ว
โดยใช้มาตรการที่ค่อนข้างเรียบง่าย
ด้วยการปกป้องพื้นที่มืดมิด
และเปลี่ยนแปลงประเภทของแสงสว่าง
ที่ใช้งานกันในยามค่ำคืน
.


.
Dark Sky Places 
สร้างขึ้นมาได้อย่างไร



ท้องฟ้ามืดมิดแสดงให้เห็นว่า
คนเราสามารถมองเห็นความงาม
ของธรรมชาติได้มากเพียงใด
หากคนเราใช้แสงสว่าง
อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ

สถานที่เหล่านี้ตามที่กำหนดโดย
International Dark Sky Association (IDA)
มีระดับคุณภาพที่ยอดเยี่ยม
มีค่ำคืนที่โดดเด่นอย่างมาก
เห็นดวงดาวเต็มไปหมด
และมีสภาพแวดล้อมยามค่ำคืน
ที่มีแสงรบกวนน้อยมาก
 
International Dark Sky Places
ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 
โดยมีเมือง Flagstaff รัฐ Arizona
เป็นสถานที่นำร่องแห่งแรก
ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

แผนงานดังกล่าวนี้ออกแบบมา
เพื่อสร้างพื้นที่ทางกายภาพ
ทางดาราศาสตร์/ท้องฟ้ามืดมิด
เพื่อส่งเสริมความเพลิดเพลิน
ของท้องฟ้ายามค่ำคืน (ดูดาว)
และเพื่อให้ความรู้แก่ชุมชนเกี่ยวกับ
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ
วิธีการใช้แสงสว่างที่เหมาะสม

แต่ไม่ใช่ว่าทุกภูมิภาค
จะได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน 
มีข้อกำหนด 5 ประเภทที่แตกต่างกัน
สำหรับแต่ละประเภทของสถานที่
ที่ต้องการความมืดมิดที่เป็นไปได้
ได้แก่ ชุมชน/สวนสาธารณะ เขตป่าสงวน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์
และสถานที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนในเมือง

รายการแต่ละประเภทถูกกำหนด
ด้วยกฎเกณฑ์แยกออกต่างหาก
ตัวอย่างเช่น
เขตป่าสงวนมีโซนแกนกลางที่มืดมิด
ซึ่งได้รับการปกป้องโดยรอบนอก
ซึ่งมีแสงสว่างโดยรอบเขตนี้
(ถนนหนทางไปเขตป่าสงวน ร้านค้า
ที่พัก และชุมชุมข้างเคียงพื้นที่)

ในขณะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์
มักเป็นสถานที่ที่มืดที่สุดในโลก
โดยปกติเขตรักษาพันธุ์สัตว์
จะแยกออกจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
และมุ่งเน้นการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม
ในพื้นที่เปราะบางในระยะยาว
เพื่อให้พวกสัตว์อาศัยอยู่
ได้ในแบบธรรมชาติดั้งเดิม

ปัจจุบันมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์
ที่ท้องฟ้ามืดมิดได้รับการรับรอง 17 แห่ง
[ur=https://bit.ly/32loNVY]Niue ประเทศในหมู่เกาะเล็ก ๆ
ในมหาสมุทรแปซิฟิก ไปจนถึง
Rainbow Bridge National Monument
ในรัฐ Utah
.
5
.

 

.
Ruskin Hartley 
ผู้อำนวยการบริหารของ IDA กล่าวว่า
“ [กระบวนการ] นี้มักเริ่มต้นจากคน ๆ หนึ่ง
ที่รวบรวมชุมชนรอบ ๆ ตัว และพูดเชิญชวนว่า 
ดูสิ เรามีสิ่งพิเศษ ที่เราให้ความสำคัญกับที่นี่ได้
นั่นคือ ความมืดมิด
ถ้าเราให้ความสำคัญกับค่ำคืนที่นี่
และไม่ต้องการให้มลพิษทางแสงเติบโตที่นี่

เมื่อชุมชนจำนวนมากขึ้นรวมตัวกันขึ้นมา
เพื่อปกป้องท้องฟ้ายามค่ำคืน
ก็มีการสร้างสถานที่มืดมิด
ที่เป็นทางการมากขึ้น
สถานที่ในท้องฟ้ามืดมิดเหล่านี้
ก็จะมีหลายแห่งมากขึ้น
ทั้งยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรม
สำหรับผู้คนที่เป็นชนพื้นเมืองในดินแดนต่าง ๆ
(สอนการดูดาว ดูการมาของฤดูกาลจากดาว
และทิศทางการโคจรของดาวในแต่ละช่วงเวลา
การพยากรณ์ด้วยดวงดาว) "

อุทยานแห่งชาติ Mesa Verde ในรัฐ Colorado
ได้ถูกกำหนดให้เป็นสวนสาธารณะ
บนท้องฟ้าที่มืดมิดแห่งที่ 100 ของโลก

พื้นที่ Dark Sky Parks จะประกาศได้
จะใช้เวลาระหว่าง 18 เดือนถึง 10 ปี
ถ้าทำตามขั้นตอนการสมัครคัดเลือก
ที่มีกฏเกณฑ์ที่เข้มงวดมาก

สวนสาธารณะในชุมชนช่วยให้
ผู้คนเดินเตร่ไปมาในเวลากลางคืน
และดูว่าสามารถใช้แนวทางเลือก
ระบบแสงสว่างที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร
โดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางแสงมากเกินไป
มีไว้เพื่อดูดาว ศึกษา และเพลิดเพลิน

ต่างจากเขตป่าสงวน/เขตรักษาพันธุ์สัตว์
ที่ต้องทำตามหลักการอนุรักษ์ที่เข้มงวด
และพยายามเลียนแบบธรรมชาติ
.

.
คนเราจะลดมลภาวะทางแสงได้อย่างไร

มลภาวะทางแสง
มีวิธีแก้ไขที่ค่อนข้างชัดเจน
เพียงแค่ลดปริมาณแสงลง
ซึ่งแตกต่างจากมาตรการอื่น ๆ
ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างจริงจัง
ในการแก้ไขใลภาวะต่าง ๆ
เช่น อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นและเศษอาหาร
ที่วิธีแก้ปัญหาต้องทำมากกว่า

วิธีการลดมลภาวะทางแสง
ไม่ใช่แค่การปิดสวิตช์ไฟฟ้า
เมื่อเดินออกจากห้อง
แต่ยังเกี่ยวกับการเปลี่ยนประเภท
ของหลอดไฟที่ใช้ด้วย

“ คนเรายังสามารถทำกิจกรรมข้างนอก
ในเวลากลางคืนพร้อมกับปกป้องโลก
ใบนี้ด้วย ในเวลาเดียวกัน
ทั้งยังลดมลภาวะทางแสงโดยรวมได้

มีหลักการ 5 ประการในการลดแสง
และหากผู้คนปฏิบัติตามสิ่งเหล่านี้
คนเราจะทำได้อย่างรวดเร็ว
ในการลดมลภาวะทางแสง

หลักการทั้ง 5 นี้ ได้แก่
ใช้แสงสว่างเฉพาะพื้นที่จำเป็นเท่านั้น
ให้มีที่ป้องกันแสงสว่างแบบคว่ำหน้าลง
ควบคุมระดับความสว่างในบ้าน
ใช้แสงไฟโทนสีอบอุ่น(ไม่จ้าเกินไป)
ควบคุมระยะเวลาที่จะเปิด/ปิดไฟฟ้า
หรี่ไฟ ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับ
การเคลื่อนไหวและตัวจับเวลา "
Ruskin Hartley กล่าวสรุป
.


.
6
We have transmission
@ Indigo Skies


.
มลภาวะทางแสงก่อให้เกิด
ความไม่เท่าเทียมกันในสังคมได้อย่างไร


แม้ว่าวิธีการลดมลภาวะทางแสง
จะดูเหมือนตรงไปตรงมา 
แต่การปิดไฟก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพราะคนเรามีความสัมพันธ์
ที่สลับซับซ้อนกับแสงสว่าง

การที่มีแสงสว่างมากกว่านั้นดีกว่า
แต่การที่แสงสว่างของเมืองที่เพิ่มขึ้น
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนบางแห่งเพราะ
การตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการเรื่องแสงสว่าง
ยังเป็นเรื่องการเมืองและมักเป็นเรื่องเชื้อชาติ

(ถ้าคิดว่าแหล่งนี้  พวกลักเล็กขโมยน้อย
พวกก่ออาชญากรรมมั่วสุมอยู่กันมาก
การมีแสงสว่างมาก (พร้อมกลัองวงจรปิด)
จะช่วยให้ชี้ตัวผู้ต้องหาได้ง่ายขึ้น
เพราะเห็นหน้าตาคนร้ายชัดเจน)

ดังที่ Celeste Henery อธิบายไว้ใน
Race and the Paradoxes of the Night
มีการใช้แสงที่มากเกินไปกับชุมชนที่เปราะบาง 
(เขตที่อเมริกันผิวดำอยู่กันมาก 
หรือที่มีพวกมั่วสุมอันธพาล/ติดยา
เพื่อเฝ้าระวัง/ตรวจตราได้ง่ายขึ้น)

ในอดีตนโยบายสาธารณะของแต่ละรัฐ
ต่างดำเนินการภายใต้สมมติฐานที่ว่า
อาชญากรรมสามารถยับยั้งได้ 
ด้วยแสงไฟที่สว่างจำนวนมาก
แต่เรื่องนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า
แสงสว่างที่เพิ่มมากขึ้น 
จะช่วยทำให้ระดับอาชญากรรมลดลง
.
7

Light Pollution @ Timothy Tsui
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่