JJNY : ‘อนุสรณ์’ ย้อน ‘แรมโบ้’│พิษโควิดฉุดยอดบัตรเครดิต│ยัน 7-8 เม.ย. ยังประชุมร่วมรัฐสภา│พปชร.เอาบ้าง!แจก‘ขันป้อม’

‘อนุสรณ์’ ย้อน ‘แรมโบ้’ บอก ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ สั่งใครไม่ได้ ขนาดคนที่เลี้ยงดูมาอย่างดียังเนรคุณเลย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2659131
 

 
‘อนุสรณ์’ ย้อน ‘แรมโบ้’ บอก ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ สั่งใครไม่ได้ ขนาดคนที่เลี้ยงดูมาอย่างดียังเนรคุณเลย
 
เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ระบุ นายจตุพร พรหมพันธ์ุ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. คือผู้มีบารมีที่สั่งนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า นายเสกสกล จะตอบโต้หักล้างที่นายจตุพรบอกว่า นายเสกสกลเป็นคนที่ต่อรองเรียกผลประโยชน์ และเอาตำแหน่งทางการเมืองได้ทุกอย่างทุกเรื่อง อยู่ที่ไหนหัวหน้าตายหมด อย่างไร ก็ตอบโต้หักล้างนายจตุพรไป ไม่ควรพาดพิงบุคคลอื่น โดยเฉพาะนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทางการเมืองมานานแล้ว
 
นายอนุสรณ์กล่าวว่า ที่สำคัญทั้งสองอดีตนายกรัฐมนตรีจะไปสั่งใครได้ ท่านสั่งใครไม่ได้ เพราะคนที่เลี้ยงดูมาอย่างดียังเนรคุณท่านเลย นายเสกสกลโจทก์เยอะแล้ว อย่าไปลามปามพาดพิงผู้หลักผู้ใหญ่โดยไม่จำเป็นเลย นายเสกสกลอย่าคิดว่า พอเห็นประโยชน์แล้วกระโดดเข้าใส่ พอจะเสียสัตย์กลับลำ ก็กลับไปถอนคำสาบานเหมือนที่เคยถอนคำสาบานต่อหน้าย่าโมทุกครั้งไม่ได้
 
นายเสกสกลต่อรองเรียกผลประโยชน์ และเอาตำแหน่งทางการเมืองได้ทุกอย่างทุกเรื่อง อยู่ที่ไหนหัวหน้าตายหมดจริงหรือไม่ นอกจากนายจตุพร นายณัฐวุฒิ พี่น้องคนเสื้อแดงจะตอบได้แล้ว คนไทยทั้งประเทศก็น่าจะมีคำตอบ” นายอนุสรณ์กล่าว
 

 
พิษโควิด ฉุดยอดบัตรเครดิต ติดลบ20%
https://www.thansettakij.com/content/money_market/474400
 
โควิด-19 พ่นพิษ ฉุดยอดบัตรเครดิต ไตรมาสแรกติดลบ20% ต่อเนื่องจากปีก่อน แม้สัญญาณเริ่มกลับในเดือนมี.ค.หลังสถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังไม่มากพอ เหตุยังไม่มั่นใจรายได้ในอนาคต ผู้ประกอบการหันมาเน้นคุณภาพสินเชื่อ หลังเห็นสัญญาณชำระหนี้อ่อนลง เตรียมหารือธปท.ขยายเวลาชำระขั้นตํ่า 5% ถึงปี 65
 
จากสถานการณ์ในตลาดบัตรเครดิตภายใต้สภาวะคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลง แต่แนวโน้มการแข่งขันยังรุนแรงทั้งผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงินและ Non-bankทั้งผู้ให้บริการเก่าและรายใหม่ เห็นได้จากทั้งระบบมีจำนวนบัตรเครดิต 24.16 ล้านใบ และ มียอดสินเชื่อคงค้าง 4.23 แสนล้านบาท(สิ้นเดือนม.ค.64) 
 
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 2563 มีแนวโน้มหดตัว 14.8% แต่ศูนย์วิจัย กรุงศรีอยุธยาคาดว่า ในปี 2564-2566 ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะกลับมาเติบโตเฉลี่ย 5.7%ต่อปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่ม Millennial และ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่นิยมเลือกซื้อสินค้าและชำระเงินด้วยช่องทางดิจิทัลรวมถึงพันธมิตรผู้ให้บริการสินค้าออนไลน์ยังให้ผู้บริโภคเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากขึ้น 
 
อย่างไรก็ตามหลังสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลง การใช้จ่ายผ่านบัตรในประเทศปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการเติบโตของธุรกิจ e-Commerce แต่ธุรกิจยังคงเผชิญกับปัจจัยลบจากรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการของภาครัฐ รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานอาจเพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรองเพื่อรองรับหนี้เสีย
 
นายอธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการกรรมการผู้จัดการ บริษัทเจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัดและในฐานะประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิตไทย-สมาคมธนาคารไทยเปิดเผยว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตร ไตรมาสแรกปีนี้ หดตัว5-15% จากยอดบัตรใหม่ที่ติดลบ 20-30% แม้เดือนมีนาคม จะเห็นการกลับมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชย 2 เดือนที่ผ่านมาได้ ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2 น่าจะเห็นการเติบโตในอัตรา 20-30% ขึ้นกับการปรับกลยุทธ์ของแต่ละสถาบันการเงินซึ่งจะทำให้ยอดใช้จ่ายทั้งปี2564 เติบโตได้ 5-20% โดยบัตรใหม่จะเติบโต 5-10% 
 
ขณะที่ในส่วนของบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ตั้งเป้ายอดใช้จ่าย 7.74 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตที่ 9% ยอดสินเชื่อคงค้าง 2.15 หมื่นล้านบาทจาก 2.2 หมื่นล้านบาท และยอดสินเชื่อบุคคลใหม่( Digital Lending) เพียง 1,800 ล้านบาท และตั้งเป้าสิ้นปี จะเพิ่มบัตรคอนแทคเลส(บัตรไร้สัมผัส)เป็น 4.5 แสนใบจากปัจจุบัน 2.2 แสนใบ
 
ทั้งนี้บริษัทให้นํ้าหนักกับการบริหารความเสี่ยงในการอนุมัติสินเชื่ออย่างระมัดระวังเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งเห็นสัญญาณการผิดนัดชำระเพิ่มขึ้น ขณะที่การหาบัตรใหม่จะร่วมมือกับเครือธนาคาร กรุงศรี เครือเซ็นทรัล ซึ่งหน่วยธุรกิจในเครือ มีอัตราเติบโตสูง ผ่าน 3 กลยุทธคือ 
1.ส่งเสริมช่องทางการขายและประสบการณ์ดิจิติทัล 
2.ทำตลาดและโปรโมชั่นแบบแนวนอนมอลล์เร่งยอดใช้จ่ายผ่านบัตรออมนิชาแนลทั้งออนไลน์ออฟไลน์ 
และ 3.การบริหารผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มมากขึ้น 
 
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างหารือธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อขอให้คงการผ่อนชำระขั้นตํ่าที่อัตรา 5% จากเดิมธปท.กำหนดให้กลับไปผ่อนชำระในอัตรา 8% ในปี2565 เนื่องจากมองว่า ภาวะเศรษฐกิจปีนี้น่าจะกลับมาฟื้นตัวในครึ่งปีหลังและที่ผ่านมาพบว่า การปรับเพิ่มวงเงินการผ่อนชำระ จะกระทบกำลังของผู้บริโภคค่อนข้างมาก แต่อาจจะมีมาตรการสำหรับคนที่กลับมาผ่อนชำระไม่ไหวในระยะต่อไป
 
นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ เคทีซี ระบุว่า บริษัทยังมุ่งรักษาคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ที่ดีทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล โดยตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2564 เติบโต 8 % เป็น 2.1 แสนล้านบาทจากปีก่อนอยู่ที่ราว 1.97 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันมีเป้าหมายจะขยายฐานสมาชิกใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาคือ บัตรเครดิต 2.35 แสนใบ และสมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” อีก 1.35 แสนราย 
 
การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้มียอดใช้จ่ายบัตรผ่านออนไลน์เติบโต 50 % เป็นการซื้อสินค้าเป็นหลักซึ่งส่วนของใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีและเชื่อว่าจะกลับมาช่วงครึ่งหลังของปีนี้”นางพิทยากล่าว 
 
ขณะที่บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์(ไทยแลนด์) จำกัด(มหาชน) หรือ AEONTS ประเมินภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตไตรมาสแรกปีนี้ว่า มีแนวโน้มการใช้จ่ายเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจะเริ่มเห็นการใช้จ่ายกลับมาในช่วงต้นปี โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้สูงเดือนละ 3-5 หมื่นบาทขึ้นไป ที่มีการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มอุปโภคบริโภค หรือ อาหารเละอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่กลุ่มที่ยังซบเซา จะอยู่ในภาคบริการทั้งภาคท่องเที่ยวและโรงงาน
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่