JJNY : 6in1 เราชนะโอนช้าขอลาโลก│ยูเอ็นทวีตห่วงม็อบไทย│ท่องเที่ยวเมินปรับครม.│ข้าวไทยร่วงที่4│สมชัยจวกกกต.│ดาวฤกษ์เครียด

'เราชนะ'โอนช้าหมุนไม่ทัน 'อดีตพระเอกลิเกดัง'ขอลาโลก
https://www.dailynews.co.th/regional/828507
 
สลด พิษโควิด ทำอดีตพระเอกลิเก เมืองกรุงเก่าคณะดังในอดีต แต่งลิเกขายกาแฟโบราณสู้ชีวิต ท้อนักท่องเที่ยวหดหาย แถมโครงการคนละครึ่ง-เราชนะ โอนช้าหมุนเงินใช้หนี้ไม่ทัน เครียดผูกคอตายลาโลก

 
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ร.ต.อ.เสนีย์ พาชอบ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุผูกคอตาย ในห้องเช่าแห่งหนึ่งพื้นที่หมู่ 3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูอยุธยา ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ด้านหน้าเปิดเป็นร้านทำประตูเหล็กดัดอะลูมิเนียม ด้านหลังทำเป็นห้องแบ่งให้เช่า หน้าห้องเช่าห้องหนึ่งพบศพนายพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี เจ้าของร้านกาแฟโบราณ สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมสีแดง ใช้ผ้าพันคอสีน้ำเงินขลิบทองผูกคอกับลูกกรงประตูเหล็กหน้าห้อง คาดเสียชีวิตประมาณ 5-6 ชั่วโมง ส่วนที่ประตูไม้พบชุดลิเกสีน้ำเงินกับสีแดง ที่ไว้ใส่ขายกาแฟแขวนอยู่ และยังพบสมุดเขียนลา 1 เล่ม ข้อความประมาณว่า 
 
"ช่วยนงค์ด้วยเรื่องเงินกู้ ผมเอามาลงทุนขายที่ร้าน เหนื่อยจัง ขอไปก่อนโควิดรอบนี้ผมจำนำหมดกู้เงินมาขาย ก็ขาดทุน เอาอัฐิผมกับลูกสาวไว้ที่เดียวกัน หลวงพี่แก่ เจ้าอาวาสวัดกล้วยผมไม่มีเงินไปขอท่านมาทำทุนผมไม่ได้ใช้ท่านเลย รถให้เขามายึดไป หมดแล้ว ลาก่อน ลิเกกาแฟไม่สู้ชีวิต
 
จึงบันทึกและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 
สอบสวนภรรยาผู้ตาย อายุ 56 ปี เบื้องต้นเล่าว่า แต่งงานอยู่กินกันมีลูกสาว 1 คน แต่ลูกเสียชีวิตไปแล้วหลายปี ต่อมาตนมีปัญหาแยกทางกันโดยผู้ตายอาศัยอยู่คนเดียว ในอดีตผู้ตายเคยเป็นพระเอกลิเก และเป็นเจ้าของคณะลิเกชื่อ พรชัยวัฒนา ที่เคยโด่งดังในอดีตแต่ด้วยอายุที่มากขึ้นประกอบกับความนิยมดูลิเกลดน้อยลง จึงยุบคณะหันมาเปิดร้านกาแฟละแวกวิหารพระมงคลบพิตร แหล่งท่องเที่ยวโดยแต่งชุดลิเกไปขายเพื่อเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยทุกเช้าผู้ตายจะมารับตนที่บ้านไปเปิดร้านกาแฟเพราะผู้ตายให้มาช่วยขาย ก่อนเกิดเหตุเช้านี้เห็นไม่มารับจึงมาดูที่ห้องพบเป็นศพดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาเรื่องปัญหาการเงิน เพราะก่อนหน้านี้เคยบ่นให้ฟังว่า ตั้งแต่แพร่ระบาดโควิด ขายของไม่ได้ไม่มีนักท่องเที่ยว จะขายได้แค่ช่วงวันหยุดหนำซ้ำสมัครร่วมโครงการคนละครึ่ง และเราชนะ แต่ระบบโอนเงินเข้าช้าทำให้หมุนเงินใช้หนี้ไม่ทันบ่นเครียดอยากฆ่าตัวตาย จึงปลอบไปว่า ให้อดทนเหมือนคำขวัญของร้านกาแฟที่ว่า "ลิเกกาแฟ คนสู้ชีวิต" กระทั่งมาพบว่า ผูกคอตายดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงนำศพส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป 
  

 
ยูเอ็น ทวีตห่วงม็อบไทย แนะ รบ.ยับยั้งชั่งใจ ‘แก๊สน้ำตา-กระสุนยาง’ ทำอันตราย
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2604441
   
ยูเอ็น ทวีตกังวลสถานการณ์ม็อบ แนะ รบ.ยับยั้งชั่งใจ “แก๊สน้ำตา-กระสุนยาง” ทำอันตราย 
 
วันนี้ (2 มี.ค.) สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Human Rights ได้ทวีตข้อความในบัญชีทวิตเตอร์ถึงประเทศไทย โดยระบุว่า
 
“เรามีความกังวลเป็นอย่างมากต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในการชุมนุมช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระสุนยาง แก๊สน้ำตา และการฉีดน้ำสามารถก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บสาหัสได้ และควรนำมาใช้ด้วยความยับยั้งชั่งใจขั้นสูงสุด เราขอให้รัฐบาลเข้าร่วมการพูดคุยอย่างมีความหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุม
 
https://twitter.com/UNHumanRights/status/1366676624 234729473
 

 
"ท่องเที่ยว" เมินปรับครม. ขอแค่รัฐออกมาตรการเรียกความเชื่อมั่นก็พอ ย้ำอย่าใช้วัคซีนเป็นเกมการเมือง
https://www.matichon.co.th/region/news_2604782
 
“ท่องเที่ยว” เมินปรับครม. ขอแค่รัฐออกมาตรการเรียกความเชื่อมั่นก็พอ ย้ำอย่าใช้วัคซีนเป็นเกมการเมือง
 
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. นายศิวัฒน์ สุวรรณวงศ์ นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยว่า มีกระแสข่าวรัฐบาลจะปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาของประเทศนั้น ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไม่ขัดข้อง แต่ไม่ควรปรับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่ผลักดันการท่องเที่ยวด้วยนโยบายก้าวหน้ามาตลอดจนถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด
 
นายศิวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวอึดอัดมากคือ มาตรการของภาครัฐ ที่ยังไม่มีการปลดล็อกให้กับโรงแรมเช่นกิจกรรมการจัดงานที่กำหนดไว้ไม่เกินครั้งละ 300 คน ธุรกิจโรงแรมเดินไม่ได้ สมาคมฯเสนอแนะรัฐควรเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการป้องกันความเสี่ยงให้มากกว่า เพราะธุรกิจท่องเที่ยวร้อยละ 70-80 เดินต่อลำบาก รอความหวังนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเร็วที่สุดคงจะปลายปี 2564
  
ทางด้านนายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ ประธานสมาพันธ์สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.สงขลา เปิดเผยว่า รัฐบาลจะปรับ ครม.ก็ปรับไปมันไกลเกินไป แต่สิ่งที่ธุรกิจท่องเที่ยวต้องการคือให้เรียกความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวให้เร็วขึ้น เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด เพราะประเทศไทยจะช้ากว่าหลายประเทศด้วยเหตุผลการเมืองหรือความระมัดระวังมากเกินไป


 
ข้าวไทย ร่วงที่ 4 ขี้ขาดตู้คอนเทนเนอร์ส่งออก แถมราคาแพงกว่าคู่แข่งมาก
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_6054983

ข้าวไทย ร่วงที่ 4 ขี้ขาดตู้คอนเทนเนอร์ส่งออก แถมราคาแพงกว่าคู่แข่งมาก หลายประเทศเบนเข็มไปซื้อข้าวจากประเทศ เวียดนาม อินเดีย  และ ปากีสถาน แทน
 
วันที่ 2 มี.ค. นายเจริญ เหล่าเจริญทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การส่งออกข้าวในเดือน ม.ค. 2564 มีปริมาณ 421,477 ตัน มูลค่า 7,826 ล้านบาท  โดยปริมาณและมูลค่าส่งออกลดลง 12.2% และ 15.4% เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2563 ที่มีการส่งออกปริมาณ 480,102 ตัน มูลค่า 9,257 ล้านบาท

ส่งผลให้ประเทศไทยหล่นลงไปอยู่ในอันดับที่ 4 เมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกข้าวรายอื่น ๆ ซึ่งนำโดยอินเดีย เวียดนาม ปากีสถาน เนื่องจากผู้ส่งออกข้าวไทยยังคงประสบปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด ประกอบกับราคาข้าวไทยยังคงสูงกว่าคู่แข่งมาก จึงทำให้ผู้ซื้อหันไปซื้อข้าวจากแหล่งที่มีราคาถูกกว่า

ส่งผลให้การส่งออกข้าวขาวมีปริมาณ 145,085 ตัน ลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศแคเมอรูน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จีน โมซัมบิก ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ขณะที่การส่งออกข้าวนึ่งมีปริมาณ 118,174 ตัน เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ส่วนใหญ่ส่งไปตลาดหลักในแอฟริกา เช่น แอฟริกาใต้ เยเมน เบนิน แคเมอรูน เป็นต้น ส่วนการส่งออกข้าวหอมมะลิ (ต้นข้าว) มีปริมาณ 97,971 ตัน ลดลง 32.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ส่งไปยังตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ ฮ่องกง จีน แคนาดา สิงคโปร์ เป็นต้น
 
นายเจริญ กล่าวอีกว่า ในเดือน ก.พ. 2564 ปริมาณส่งออกข้าวจะอยู่ที่ประมาณ 400,000-500,000 ตัน เนื่องจากผู้ส่งออกยังคงมีสัญญาค้างส่งมอบให้กับผู้ซื้อในแถบแอฟริกา เอเชีย และอเมริกา ทั้งในส่วนของข้าวขาว ข้าวนึ่ง และข้าวหอมมะลิ ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่ ๆ ยังมีปริมาณไม่มากนัก เนื่องจากราคาข้าวขาวและข้าวนึ่งของไทยยังคงสูงกว่าคู่แข่งมาก
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่