Crown Shyness ต้นไม้ที่รักษาระยะห่างกัน/ไม่แย่งทางใบกัน


Canopy of D. aromatica
Forest Research Institute Malaysia 


.
Crown shyness หรือ Canopy Disengagement
ต้นไม้รักษาระยะห่างหรือรูปทรงพุ่ม
สามารถสังเกตได้ในต้นไม้บางชนิด
ที่ทรงพุ่มของต้นไม้ที่ใกล้เคียงกัน
มีความสูงใกล้เคียงกันและไม่สัมผัสกัน
แต่จะมีช่องว่างคั่นไว้เป็นช่องว่าง
ทำให้เกิดเส้นขอบรอบ ๆ ต้นไม้
สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้จากพื้นดิน
และมีความโดดเด่นรอบ ๆ ทรงพุ่มของต้นไม้แต่ละต้น
ปรากฏการณ์แบบนี้มักจะพบเห็นได้มากที่สุด
สำหรับต้นไม้ที่เป็นประเภท/ชนิดเดียวกัน
แต่ก็ยังเกิดขึ้นได้ระหว่างต้นไม้ที่มีชนิด/สายพันธุ์แตกต่างกัน❄

❄ปรากฏการณ์ของต้นไม้ Crown Shyness
ปรากฏในเอกสารทางวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ปี 1920
แต่ยังไม่มีใครอธิบายได้ถึงสาเหตุดังกล่าว
มีแนวคิดทฤษฎีหนึ่งที่ระบุว่า
พื้นที่ช่องว่างรอบทรงพุ่มไม้อาจเกิดจาก
การแตกหักของกิ่งไม้/กิ่งไม้กระทบกันอย่างรุนแรง
มักจะเกิดขึ้นในช่วงพายุและลมรุนแรง❄

❄ผลการทดลองได้พิสูจน์ว่า
หากต้นไม้ Crown Shyness
ถูกทำให้กิ่งไม้ทรงพุ่มไม่แกว่งไปมาและไม่ปะทะกับสายลม
ต้นไม้ Crown Shyness จะค่อย ๆ เติมเต็ม
พื้นที่ช่องว่างของทรงพุ่มด้านบนของต้นไม้❄
 
❄นักวิจัยยังพบว่า อาการของต้นไม้ Crown shyness
จะไม่มีหรือไม่ปรากฎในตอนที่ยังเป็นต้นไม้เล็กและยังเตี้ยอยู่
แต่จะเริ่มมีขึ้นในภายหลังเมื่อต้นไม้เติบโตสูงใหญ่แล้ว
และสามารถแกว่งไปมาโต้ตอบกับสายลมได้
ต้นไม้จะมีลำต้นเรียวเล็กมีทรงพุ่มทางใบไม่ไกลมากนัก
เพราะจะสามารถโก่งตัวต้านแรงลมได้ดีกว่า
ดังนั้นต้นไม้พวกนี้จึงแกว่งไปมาในสายลม
และมีแนวโน้มที่จะไม่ชนกับเพื่อนบ้านรอบ ๆ❄
.


Trees at Plaza San Martín 
(Buenos Aires), Argentina




.
❄แต่มีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่า
การเสียดสีระหว่างกิ่งไม้ของต้นไม้
ถ้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องที่เนื้อเยื่อของกิ่งไม้/ตาไม้
ทำให้ตรงนั้นร้อนจนเนื้อเยื่อ/ตาไม้ตายไป
จึงไม่สามารถเจริญเติบโตอีกต่อไป
ทำให้เกิดช่องว่างด้านบนยอดไม้ ตามความเห็นของ
M.R. Jacobs นักป่าไม้ชาวออสเตรเลีย
ผู้ทำศึกษารูปแบบทรงพุ่ม Crown shyness 
ของต้น  Eucalyptus ในปี  1955
และ  Miguel Franco ในปี 1986
ที่สังเกตกิ่งก้านสาขาต้น Picea sitchensis (Sitka spruce)
และ Larix kaempferi (Japanese larch)
ที่เกิดความเสียหายทางด้านกายภาพ
เพราะการเสียดสีระหว่างกันของต้นไม้
ทำให้เยื่อตา/หน่ออ่อนของต้นตาย(ไม่งอกอีก)❄
.








.
❄อีกสมมติฐานหนึ่งของ Canopy shyness
คือยอดทรงพุ่มเกี่ยวข้องกับการตรวจจับแสงร่วมกันของพืชที่อยู่ติดกัน
พืชสามารถรับรู้ถึงแสงที่ต้องการและการหลีกเลี่ยงของแสง
แบบโตขึ้นในแนวเฉียง/เอียงเพื่อหาแสงแดด
ซึ่งพฤติกรรมของพืชแบบนี้มีการบันทึกไว้
ในพืชหลากหลายชนิดที่แสดงอาการ❄

❄การตรวจสอบต้นไม้ข้างเคียงถือเป็นหน้าที่
ของเซลล์รับแสงเฉพาะที่มีอยู่ในตันไม้จำนวนหลายตัว
พืชสามารถรับรู้ถึงความใกล้ชิดของเพื่อนบ้านได้
โดยการตรวจจับแสงสีแดงไกล (FR Far Red) ที่กระจัดกระจาย
ซึ่งเป็นงานสำคัญใน การตอบสนองต่อแสง
Phytochrome Photoreceptors
ที่มีบทบาทในการรับรู้การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล
ที่ปรากฎมาในช่วงแสงยาวหรือสั้น
(ชาวนาผ้าไปคลุมหลอดไฟบนถนน
เพื่อให้ช่วงแสงสั้นลง(มืดนาน)
ข้าวจะได้ออกรวงพร้อมเพื่อนบ้าน)❄
.


.
❄พืชหลายชนิดตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้นของแสง FR
โดยเฉพาะการขยายพื้นที่รุกล้ำของพืชเพื่อนบ้าน
ด้วยการเจริญเติบโตโดยยืดตัวให้สูงขึ้น/ทางใบกว้างขึ้น
ในทำนองเดียวกันแสงสีฟ้า (B) ก็ถูกใช้ร่วมด้วย
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง
และหลีกเลี่ยงร่มเงาจากพืชใกล้เคียง
แม้ว่าการศึกษาผลของ Phytochrome Photoreceptors เพิ่งจะเริ่มในปี 1998❄

❄นักวิชาการชาวมาเลเซีย Francis S.P. Ng
ที่ศึกษา  Dryobalanops aromatica ในปี 1977
พบว่า ไม่มีร่องรอยถลอกของต้นไม้
ที่เกิดจากการสัมผัส/ปะทะกันแต่อย่างใด
จึงคาดว่าการเจริญเติบโตของต้นไม้
มีระดับความไวต่อแสง
และจะหยุดการเจริญเติบโต
เมื่อโตขึ้นมากแล้วและอยู่ใกล้กับ
ใบไม้ของต้นไม้เพื่อนบ้าน❄

❄แต่นักวิชาการบางท่านเสนอว่า
การที่ต้นไม้แสดงปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้
เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอ่อนแมลงกินใบแพร่กระจาย
เพราะมีแสงแดดส่องผ่านและเห็นได้ชัด
แมลงส่วนใหญ่ชอบความมืดและที่ชุ่มชื้น❄

❄หนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่ง
ที่จะได้เห็นปรากฏการณ์ของต้นไม้ Crown shyness
คือ สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย กัวลาลัมเปอร์❄

.
เรียบเรียง/ที่มา


http://bit.ly/3jIQEav
https://s.si.edu/3d5wg1X
http://bit.ly/3d3vylQ
http://bit.ly/3qh3XS1
.













.
❄เรื่องเล่าไร้สาระ❄


.
❄ธรรมชาติของต้นไม้คือ หัวร้อน ตีนเย็น
หัวร้อน คือ ต้องการแสงแดดจำนวนหนึ่ง
ตีนเย็น คือ มีน้ำมีปุ๋ยเพียงพอให้เติบโต
ตามปรัชญาของ ป๊ะหลน เกษตร 4 ปัจจัย
ดิน(ปุ๋ย) น้ำ ลม(ไม่แรงไม่พัดจัด) ไฟ(แสงแดด)
มีผลต่อรสชาติของผลไม้และการเติบโตของพืช
แบบที่ดินบางแห่งให้ผลผลิตรสชาติดีกว่าที่อื่น
เช่น ลองกอง-ตันหยงมัส ทุเรียน-เมืองนนท์
ลำไย-เชียงใหม่ เงาะ-นาสาร เป็นต้น❄

❄อ้างถึง สามต้นในหนึ่งหลุม (ทุเรียน ลองกอง มังคุด)


❄ชาวบ้านมักจะพูดกันว่า ตามธรรมชาติ
ต้นไม้ที่มีรากแก้วจะไม่ล้มง่าย
จะมีรากแขนง/รากฝอยไม่เกิน 1.5 เท่าของทางใบ
เพราะรากแก้วเหมือนเสาเข็มตอกลงดินแล้ว
ส่วนมะพร้าว ปาล์มน้ำมัน หมาก อินผาลัม
ไม่มีรากแก้วมีแต่รากแขนง/รากฝอย
จะยาวเกินกว่า 2-3 เท่าของทางใบ
เพราะมิฉะนั้นลำต้นอาจจะล้มลงได้
การไม่มีเสาเข็มจึงต้องมีฐานแผ่/คานคอดิน
ยกเว้นพวกหูกระจง ต้นไทร ต้นโพธิ์ มีทั้งรากแก้ว
รากแขนง/รากฝอยไปไกลกว่า 2-3 เท่าทางใบ
เลยทำลายล้างอาคารบ้านเรือน
ทางเท้า ห้องน้ำ ได้เป็นอย่างดี จนมีคำพังเพยว่า
หูกระจงต้องปลูกให้ไกลบ้าน
.





.
❄ที่มาเลย์/ที่เพาะพันธุ์ปาล์มน้ำมันมืออาชีพ
ในการเพาะเมล็ดกล้านั้น ถ้าวางต้นกล้าชิดกัน
จะสูงเร็วแต่โคนต้นลีบเล็กเพราะแย่งแสงแดดกัน
คนไม่รู้คิดว่าสูงยาวโตดีโตไวคือของดี
แต่ถ้าวางห่างกันโคนต้นจะอวบแน่นต้นเตี้ยแข็งแรง
เพราะไม่ต้องแย่งแสงแดดแข่งกับต้นอื่น ๆ แต่อย่างใด❄

❄แหล่งเพาะปาล์มน้ำมันบางแห่ง
จะใช้พื้นโรงงานเก่าที่เป็นพื้นปูนซีเมนต์
วางถุงเพาะชำลงไปได้เลย
ไม่ต้องปวดหัวกับวัชชพืข
และรากปาล์มแทงลงไปในดินไม่ได้
ทำให้ไม่เสียเวลาดึง/ตัดรากทิ้งตอนยัายที่ปลูก
แต่ต้องลงทุนค่อนข้างสูงถ้าทำแบบนี้
กับต้องรดน้ำบ่อย ๅ ไม่ให้พื้นร้อนจนเกินไป❄

❄ที่มาเลย์บังคับให้คนปลูกปาล์มน้ำมัน
ต้องมีระยะห่างระหว่างต้นถึง 12 เมตร
วางระยะห่างเป็นรูป 3 เหลี่ยม
เพราะระยะยาวทางใบจะไม่ชนกัน
ทำให้ต้นปาล์มน้ำมันที่นั่น
ต้นเตี้ยอวบอ้วนแข็งแรงสมบูรณ์สูงช้า
เพราะกินดีอยู่ดีเหมือนหุ่นอาเสี่ย
ไม่ต้องแย่งแสงแดด/แย่งปุ๋ยกับเพื่อนบ้าน
และข้อดีคือ เก็บเกี่ยวได้เกินกว่า 30 ปี
เพราะต้นไม่สูงมากแบบไทยที่ปลูก 7-10 เมตร
พอปีที่ 15 ต้องสางทื้งบ้างต้น
ให้ต้นดีดีได้รับแดดเต็มที่จึงได้ผลผลิตมาก❄
.

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
วิธีเจาะฆ่าต้นปาล์มสูง


@ ไทยรัฐ



.
❄ที่มาเลย์/ไทย ถ้าจะล้มปาล์มน้ำมัน
ยุคที่ยังไม่มีรถแมคโคร
จะใช้พวกยาฆ่าหญ้าไกลโฟเสต
เจาะรูเฉียงที่ลำต้นแล้วฉีดยา 100Cc เข้าไป
จะทำให้เน่าไส้ใน/เฉาตาย
ยืนโด่เด่ใบดำน่ากลัวมาก
เพราะดูเหมือนคนตัวสูง/เปรตยืนอยู่
ยิ่งตอนกลางคืนยื่งน่ากลัว
ก่อนล้มลงในภายหลัง❄

❄ส่วน การ์ลอน ยาฆ่าตอไม้/ฆ่าไผ่ ดีแต่แพง
ตัวนี้ใช้ทาต้นไทร ต้นโพธิ์ ที่สับทิ้งสัก 2-3 ครั้ง
จะค่อย ๆ เน่าเปื่อยตายไป/ไม่งอกขึ้นมาอีก
ถ้าของดีต้องของมาเลย์จะมีฤทธิ์แรงกว่ามาก
เพราะไม่ค่อยขี้ฉ้อปนกับน้ำขายแบบของไทย❄

❄คนรู้จักที่ทำสวนลำไยนอกฤดูกาล
ที่ควนลังหาดใหญ่  บอกกับผมเองว่า
การ์ลอนตัวนี้ แกใช้ทำลำไยทะวาย
ด้วยการผสมน้ำฉีดรดในอัตราที่เหมาะสม
จะทำให้ลำไยออกดอกออกผลได้
(แต่อัตราส่วนแกไม่ยอมบอกว่าขนาดไหน)
สวนแกจะมี 4 แปลงไว้ผลัดเปลี่ยนทำปีเว้นปี
เพราะทำทุกปีไม่ได้ ต้นลำไยจะโทรม/ตายได้❄

.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
พบมือเจาะวางยาฆ่าต้นไม้ริมทางเป็นผู้รับเหมา
 l ข่าวเที่ยงเวิร์คพอยท์ l 13 มี.ค. 61



.
❄กรานต้นไม้ คือ การตัดท่อน้ำเลี้ยงต้นไม้
ทำให้ต้นไม้ขาดน้ำจะค่อย ๆ ตายลงอย่างช้า ๆ
ด้วยการเฉาะตรงเปลือกไม้ลึกลงไปสัก 1-2 นิ้ว
ฟันไปรอบ ๆ ต้นไม้เป้าหมายให้เป็นเส้นรอบวงกว้างราวหนึ่งนิ้ว
แล้วเว้นระยะขึ้นไปอีกราว 1-2 ฟุตทำแบบเดียวกันอีกครั้ง
เมื่อต้นไม้ขาดน้ำแล้ว จะค่อย ๆ  ทิ้งใบก่อน
ใบจะร่วงหล่นลงมาก่อน ตามด้วยกิ่งอ่อน ๆ
จะร่วงหล่นลงมาบนพื้นดินตาม ๆ กันมาเป็นระยะ ๆ
ทำให้ต้นไม้ตายแบบแห้งเบาขนย้ายง่าย
เพราะน้ำในต้นไม้ค่อย ๆ เหือดแห้งหายไป
จะเห็นผลได้ใน 6-12 เดือน
ในระหว่างนั้น ชาวบ้านมักจะเชื่อกันว่า
ต้นไม้จะพยายามขับสารชนิดหนึ่งออกมาสมานแผล
แต่จริง ๆ น่าจะพยายามส่งน้ำไปเลี้ยงใบและกิ่ง
เพื่อพยายามรักษาชีวิตตนอย่างถึงที่สุด
แต่ท้ายสุดต้นไม้ต้นนั้นก็ต้องล้มหายตายจาก❄

❄อ้างถีง เรื่องเล่านายห้างไม้คนไทยที่ไปทำสัมปทานป่าไม้ที่พม่า
.




.
❄การปลูกสวนป่า/ไม้ยูคาลิปตัส/ไม้สนในไทย
ในช่วงปีแรกจะปลูกชิด ๆ ระยะห่างราว 1-2 เมตร
เพื่อให้ต้นไม้แย่งกันสูง ลำต้นจะได้เพรียว
กิ่งจะไม่เยอะ แบบแย่งทางใบกันด้วย
แล้วค่อย ๆ ตัดสางทิ้งขายเป็นระยะ ๆ ปีที่ 3-4
ตัดเว้นระยะให้ได้ระยะ 4x4 4x6 6x6
เพื่อให้ไม้ขยายตัวออกด้านข้างและขึ้นบน
เวลาไม้โตเต็มที่แล้วขายได้ราคาดีกว่าไม้ที่มีกิ่งก้านเยอะ
เพราะแปรรูปได้น้ำได้เนื้อเยอะกว่า❄

❄ส่วนไม้สักปลูกทางใต้ไม่ค่อยได้ผล
เนื้อไม้ออกจะฟ่าม ๆ ไม่เหมือนภาคเหนือ
เพราะไม้สักไม่ได้กระทบแล้ง/หนาวแบบเมืองเหนือ
ดังเห็นได้จากสองข้างทาง Motors Way มาเลย์
ที่กะรวยกับไม้สักเมื่อหลายสิบปีก่อน
ได้ขอกล้าไม้จากไทยไปปลูกไว้เต็ม 2 ข้างทาง
ทุกวันนี้เห็นค่อย ๆ สางทิ้งปลูกต้นไม้อื่นแทน❄

❄ไม้สักเป็นไม้เนื้ออ่อน
แต่มีสารชนิดหนึ่งในเนื้อไม้ที่มอดปลวกไม่ชอบ
ศ.ภิญโญ สุวรรณคีรี เคยบอกเองว่า
งานไม้สักแถวบ้านแก(จะทิ้งพระ)อายุ 100 กว่าปี
มอดปลวกเริ่มกินไม้สักแล้ว
เพราะน้ำยาข้างในเนื้อไม้สักหมดไปแล้ว
ซึ่งภาคใต้นาน ๆ ปีจึงจะแล้งจัด/หนาวจัด
ที่ทำให้มอดปลวกทนบ่ไหว
ถ้าจะยืดอายุงานเก่าไม้สัก
คงตัองเอาเข้าอบน้ำยาแบบไม้สักขาว
(ไม้ยางพารา)แปรรูปมีอายุใช้งานราว 20 ปีกว่า
พอน้ำยาหมดเนื้อไม้ก็จะเกิดเสี้ยนดำ ๆ
แล้วมอดปลวกชอบ ชอบจริง ๆ❄
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่