ผมรู้สึกว่าตัวเองขาดเป้าหมายในการมีชีวิต

ต้องบอกก่อนว่านี่คือกระทู้แรกของผมอาจอธิบายไม่ชัดเจนก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ จากหัวข้อเลยครับผมมีปัญหาเรื่องการที่ว่าไม่รู้ตัวเองจะอยู่ไปทำไมเริ่มมีความคิดประมาณว่าชีวิตตัวเองไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ถึงตายไปพ่อแม่-พี่น้อง หรือแม้กระทั่งเพื่อนต้องเสียใจแน่นอน แต่ยังไงเขาเหล่านั้นก็ต้องเดินหน้าต่อไป เลยอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองจะอยู่ไปทำไม คือจริงๆผมไม่ใช่คนที่คิดแบบหมดอะไรตายอยากขนาดนี้นะครับ คือผมเคยมีความฝันครับมีเป้าหมายอยากจะเป็นกองเบื้องหลังในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะภาพยนตร์ใหญ่ๆ หรือ ช่องเล็กใน Youtube ผมก็ชอบหมดขอแค่ได้อยู่ช่วยและผลักดันคนที่มีความฝันหน้าฉากผมก็มีความสุขมากแล้ว แต่พ่อผมไม่ต้องการให้ผมทำอาชีพนี้ครับเพราะมองว่าไม่มั่นคง ตอนแรกเลยบอกให้ผมไปทำอาชีพในราชการ เช่น นักบัญชี หมอ หรืออะไรก็ได้ที่อยู่ในราชการ แต่ด้วยความหัวแข็งของตัวเองผมจึงไม่ตอบรับความเห็นนั้นของพ่อผม แต่พ่อผมก็ใช้วิธีพูดกรอกหูผมไปเลื่อยๆจนผมลังเลใจ และพ่อผมก็ยื่นอาชีพใหม่ให้ก็คือ ผู้กำกับ ผมในตอนนั้นก็เออ ออ ไปตามนั้นเพราะคิดว่าก็โอแหละยังไงก็ยังได้อยู่หลังฉาก จนกระทั่ง ม.ปลาย หรือก็คือช่วงโควิดรอบแรกพ่อผมกลับมาพูดให้ผมเปลี่ยนใจ หนักขึ้น หนักขึ้น เลื่อยๆ เพราะที่บ้านผมประสบปัญหาหนักจากโควิดรอบแรก คือ ที่บ้านผมเปิดบริษัทส่วนตัวแล้วเกิดปัญหาไม่สามารถหารายได้เท่าก่อนเกิดโควิด พ่อผมบอกว่าตอนนี้ที่บ้านเป็นหนี้ 1  ล้าน(โดยประมาณนะครับผมไม่รู้ตัวเลขแน่ชัด) และกำลังจะเป็นบุคคลล้มละลายถ้าไม่สามารถหาเงินมาให้ธนาคารได้ สถานการณ์ในบ้านเริ่มตึงเครียดรวมทั้งผมด้วย ผมเริ่มลังเลในความฝันของตนเองและพ่อผมก็มาบอกกับผมทุกวันว่า ไปทำอาชีพในราชการดีกว่าอย่างน้อยก็มั่นคงกว่า เช่น นักบัญชี หรือ หมอ แน่นอนว่าผมปฎิเสธ แต่ด้วยเหตุการณ์ปัจจุบันผมก็เกิดความลังเลใจอย่างมาก (ต้องขอบอกว่าถึงปฎิเสธไปแต่พ่อผมก็ไม่หยุดที่จะเปลี่ยนใจผมให้ได้นะครับ) และในคืนนึงขณะที่ผมกำลังจะนอนผมก็เริ่มมีความคิดที่ว่า ตัวเองอยู่ไปทำไมถ้าตายซะเลยน่าจะสบายน่าดู ความคิดนี้ทำให้ผมนอนไม่หลับเป็นระยะเวลานึง และต้องจมกับความรู้สึกอยากตายซึ่งจริงๆผมเป็นคนค่อนข้างคิดบวกทำให้ผมไม่คิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ความคิดนี้ไม่ได้อยู่กับผมเพียงชั่วคราว มันจะเข้ามาในหัวตลอดขณะที่ผมกำลังจะนอน ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมนอนดึกขึ้นเพื่อให้ร่างกายหลับไปเลยไม่ต้องคิดเรื่องอื่น แต่มันก็ทำให้ผมนอนดึกขึ้นเรื่อยๆ และมากขึ้น ซึ่งแน่นอนผมต้องไปเรียนโดยที่จะต้องตื่นเวลาตี 4 ครึ่ง เพื่อไปให้ทันเวลา และด้วยเหตุนี้แน่นอนครับผมไปหลับต่อที่โรงเรียนในคาบเรียน ทำให้ตัวเองที่เป็นคนเรียนไม่ค่อยทันอยู่แล้ว ยิ่งไม่ทันเพื่อนเข้าไปใหญ่ แต่ผมก็เลือกที่จะไม่บอกใครเพราะผมคิดว่ามันเป็นปัญหาของผมและก็คิดว่าไม่น่าจะมีใครช่วยผมได้ เวลาผ่านไปความคิดอยากตายตามหลอกหลอนผมเลื่อยๆ (ขออธิบายเพิ่มนะครับ ความคิดที่เกิดขึ้นคือผมจะเห็นเรื่องราวร้ายๆในชีวิต เช่นตอนม.ต้น ผมเคยไปทำงานช่วยครูแต่ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่พร้อมจึงทำให้งานล่าช้า ครูที่สั่งงานจึงเดินมาบอกผมว่า ไม่เก่งจริงนี่หว่า คำพูดนี้เสียบแทงใจผมมาตั้งแต่ตอนนั้นเพราะผมมั่นใจในเรื่องนี้มาก มันคือการตัดต่อแหละครับเพื่อความฝันผมเลยฝึกไว้ อันนี้แค่ตัวอย่างความคิดที่เกิดขึ้นครับ แต่รวมๆแล้วผมจะเห็นเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นตลอด) จนผมเริ่มไม่ไหวจิตใจผมเริ่มทนรับไม่ได้ เริ่มคิดว่าชีวิตของผมเองแท้ๆแต่ทำไมผมต้องทำตามที่พ่อผมบอกตลอด ผมลืมบอกครับพ่อผมจะให้ผมเข้าจุฬาให้ได้ครับและผมเหนื่อยที่จะต้องฟังอีกเลยตบคำรับไปครับ ผมเลยรู้สึกว่าทำไมชีวิตของผม ผมไม่สามารถเลือกทางเดินของตัวเองได้ ผมเข้าใจทำไมพ่อผมจึงอยากให้เป็นราชการและทำไมอยากให้ทำงานอื่นที่ไม่ใช่ในวงการบันเทิง คงเพราะพ่อผมกลัวผมลำบากแหละครับแต่ไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ตนทำจะทำให้ลูกลำบากใจแค่ไหน ผมเชื่อว่ามนุษย์เราต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดอยู่และเพราะอย่างงั้นยังไงงานก็ต้องมีเพื่ออยู่รอด ผมได้แต่เชื่อเพราะตอนนี้ผมรู้สึกตัวเองพังมาก รู้สึกเหนื่อยที่ต้องมีชีวิตจนวันนึงความรู้สึกนั้นทำให้ผมไม่อยากไปโรงเรียนผมจึงไปคุยกับแม่และบอกเล่าทุกอย่างเพื่อให้ แม่ผมให้ผมหยุดผมไม่ไหวแล้วในตอนนั้นแม่จึงให้ผมหยุดได้และบอกจะไปคุยกับพ่อให้และแน่นอนครับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้ามันเปลี่ยนผมคงไม่มาอยู่ตรงนี้หรอกครับ ผมต้องทนและจมกับความคิดนี้ และเริ่มระบายให้เพื่อนผมบางคนฟังเผื่อการระบายจะทำให้สบายใจมากขึ้นแต่ก็ไม่ มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยผมเริ่มมีความคิดแบบนี้หนักขึ้น หนักขึ้น เห็นภาพตัวเองตายในหลายกรณี ผมเริ่มไม่ไหวแล้วครับ ผมไม่ชอบความคิดแบบนี้เลยมันทรมานผมมาก ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่เป็นซึมเศร้าเลือกที่จะฆ่าตัวตายมันทรมานมากจริงๆในการที่จะมีชีวิต แต่ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นนะครับถึงหนึ่งในความคิดที่เกิดขึ้นคือ ตัวเองไร้ค่ามากครับเพราะงี้ไงเลยอยากตาย แต่ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นนะครับ ล่าสุดจากเหตุโควิดรอบ 2 ทำให้ผมเริ่มมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆจนเมื่อวาน วันที่ 13 มกราคม ผมไม่รู้สึกหิวเลยตั้งแต่เช้าและไม่กินข้าวเลยมาวันนึงแล้วความอยากอาหารลดลง ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว ผมควรทำยังไงดีครับ ทำไมผมต้องมีความคิดแบบนี้มาในหัวด้วย ผมขาดเป้าหมายขาดแรงบันดาลใจในการที่จะอยู่ต่อแล้วครับตั้งแต่มีความคิดนี้ผมควรทำยังไงดีครับ ผมควรแก้ตรงไหน ผมรู้สึกสับสนไปหมด ขออภัยด้วยนะครับถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจจะให้ผมขยายความตรงไหนบอกได้นะครับ ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่