ประสบการณ์ตรงกับประกันสุขภาพ
อุทาหรณ์ใครที่ทำประกันสุขภาพไว้ยิ่งถ้านานแล้ว ถึงค่าห้องน้อย ก็มิควรยกเลิกแล้วทำกับบริษัทใหม่นะค่ะ ก็พอมีกำลังควรรักษาไว้คะ
มิเช่นนั้นจะเจอแบบนี้คะ
19 พย. มีอาการปวดก้นแบบนั่งไม่ได้มา3-4 วัน เอามือคลำมีติ่งๆที่ก้น จึงไปหาหมอ หมอตรวจอาการบอก ต้องผ่าตัดเอาออก เป็นริดสีดวงอักเสบให้ผ่าตัดทันที ถามหมอเป็นได้งัยคะ เราไม่เคยท้องผูก หมออธิบายบอกมีหลายสาเหตุ ไม่เกี่ยวว่าต้องท้องผูกเพราะมันคือเส้นเลือดฝอยมันแตก บางทียกขอหนักยืนนานก็เป็นได้ แต่ช่วงที่ผ่านมาเราย้ายบ้าน ทำความสะอาด ยกของ เดินขึ้นลงบ้าน4 ชั้น ก่อนผ่านแต่ต้องงดอาหาร6 ชม. คำนวนเวลาคงผ่าดึกแน่ๆเพราะเราเพิ่งทานข้าวมา เลยขอเป็นผ่า ช่วง 9.30 น ของวันรุ่งขึ้น จ่ายค่าตรวจไป 3,500 กว่าบาท
ระหว่างนั้นก็ให้ฝ่ายพยาบาลเอาเอกสารการนอน รพ มาตรวจสอบสิทธิ์ประกันชีวิต ตอนแรกทางประกันแจ้งว่า แฟ็กซ์เคลมได้ แต่น่าจะมีส่วนต่าง เพราะผ่านัดนี้ แพ็คเกจ50,000. (นอน1คืน) ส่วนต่างนอกเหนือการเคลม ลด20% ก็นั่งคำนวณกับทาง พยาบาลและ จนท ประกันสัมพันธ์และ จนท. ประกันที่อยู่ในสายคำนวนแล้วน่าจะเกิน 8,000 กว่าบาทถ้านอน 1 คืน
ก็เลยเซ็นต์ตกลงมาแอดมิทผ่าวันรุ่งขึ้น
วันที่20/11/63 มาถึงรพ.ตอนตี5 ทำการตรวจสุขภาพ คลื่นหัวใจ เจาะเลือด ใส่สายน้ำเกลือ พาขึ้นห้องพักเพื่อรอผ่า
8.30 น เข้าห้องผ่าเตรียมตัว พร้อมหมอวิสัญญี บล็อคหลังวางยาชาส่วนล่าง เราขอให้สลบไปเลย
12.00 ฟื้นขึ้นมา การผ่าเสร็จเรียบร้อย พร้อมขึ้นห้องพัก
พอเย็นหมอมาตรวจ บอกขอถ้าปวดแผล ก็ขอยาแก้ปวดได้นะคะ ผ่านไป1 คืน อาการปวดแผลมีอยู่ ก็ขอยา (ก็ไม่ทันคิดว่ายิ่งของค่ายาก็ยิ่งเพิ่มอีก เพราะเข้าใจว่าแพ็คเกจน่าจะรวมยาอยู่แล้ว).
เช้าหมอถามกลับบ้านได้มั้ยวันนี้ แต่เรายังเพลียเพราะกลางคืนปวดแผลไม่ค่อยได้นอน แล้วแผลก็ยังปวดอยู่ เลยนอนอีก1 คืน ( คำนวนงานนี้น่าจะส่วนต่างไม่น่าเกิน15,000)
พอวันออก รพ. รอเคลมประกันนานมาก ทางประกันแจ้งว่า ลูกค้าทำกรมธรรม์มาได้ 9 เดือน ไม่สามารถแฟ็กซ์เคลมได้ เลย ต้องให้สำรองจ่าย 78,000 บาท (งานเข้าสิคะเวลานี้) พูดไม่ออก ทั้งๆที่ก่อนเข้าผ่าก็ถามแล้วนะ ว่าแฟ็กซ์เคลมได้มั้ย ก็ตอบว่าได้แต่มีส่วนต่างต้องจ่ายนะคะ เพราะวงเงินรักษาบวกค่าห้อง ไม่พอคะ ก็ต้องยอมรับชะตากรรมไป
22 พย.63 ส่งเอกสาร ไปบริษัทประกัน
5 ธันวา 63 ประกันแจ้งมาขอประวัติสุขภาพ รพ. ที่เคยเข้ารักษา ขอเอกสารเพิ่ม สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมใบเปลี่ยนชื่อ
9 ธันวา 63 ส่งเอกสารไปให้(ส่งเอกชนใน กทม.ใช้วลาไม่นานเกิน2วัน)
17 ธค 63 โทรไปถามว่าเรื่องไปถึงไหน ทางบริษัทประกันแจ้งว่า เพิ่งส่งเอกสารไปให้รพ.ต้องรอ /เลยตัดสินใจโทรไปที่ รพ.เองเพื่อจะได้ดำเนินการเร็วขึ้น
18 ธันวา 63 เช้า รพ.โทรมาแจ้งว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว ถ้าสะดวกให้ไปรับเอกสารประวัติเอง เพราะถ้ารอให้ทาง รพ.ส่งเอกสารให้ต้องรออีก3วันตามรอบส่งงาน เลยไปรับเองแล้วรีบส่งเอกสารทันที
19 ธันวา 63เอกสารถึง บริษัทประกัน
21 ธันวา 63 มีจดหมายขอใบเปลี่ยนชื่อเพิ่ม ใบเปลี่ยนชื่อเพิ่มอีกรอบแรกก็ส่งให้ไปหมดแล้ว (จะขออะไรนักหนาไม่ขอรอบเดียวให้จบยื้อไปเรื่อย )
26 ธันวา 63โทรเช็คฝ่ายสินไหมบอก เพิ่งได้รับเอกสารวันที่25 (ทั้งๆที่เราเช็คเลขส่ง บอกปลายทางรับเอกสารตั้งแต่วันที่19 ) ต้องรอพิจารณา ประมาณ1 สัปดาห์ ก็คือ จะปิดปีใหม่คงไม่ทัน รอต่อไป
5 มกรา 64 โทรถาม อยู่ระหว่างพิจารณา น่าจะอนุมัติไม่เกินวันศุกร์ เดี๋ยววันศุกร์เจ้าหน้าที่แจ้งไป
(เริ่มดีใจว่าจะได้เงินมา ถึงเคลมไม่ได้เต็มจำนวน แต่ก็ยังดีเพราะต้องรีบจ่ายค่าบัตรที่รอเรียกเก็บ)
8 มกรา 64 รอไม่เห็นมีใครแจ้ง โทรไปตาม โอนสาย รอสายกันไปสักพัก ปลายสายแจ้งว่า
ที่ขอประวัติ ปรากฎว่าปี58 คุณเคยตรวจอัลตราซาวด์ เจอติ่งเนื้อในช่องท้อง คุณเจตนาปกปิดข้อมูล ทำให้ผลการพิจารณาไม่อนุมัติ และขอยกเลิกกรมธรรม์ฉบับนี้ เนื่องจากปัญหาสุขภาพ
และในส่วนตรงนี้คุณมีการซื้อค่าห้องในราคาประวัติปกติ แต่คุณมีประวัติสุขภาพจึงทำให้ไม่สามารถอนุมัติให้แบบค่าเบี้ยปกติได้ เราจึงขอปฏิเสธการจ่ายครั้งนี้
เฮ้ย!!!! แบบนี้ได้ด้วยหรอ
อธิบายสิคะ
ปี58ตรวจเจอไม่ได้หมายความว่า เป็นอะไรแล้วไปตรวจนะคะ ไปตรวจสุขภาพประจำปี มีตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง พบติ่งขนาด 4 มิลลิเมตร แต่หมอก็บอกว่าอาจจะเป็นไขมันก็ได้ไม่ต้องกังวล และก็ไม่มีการนัดตรวจใดๆเพิ่มเติม ร่างกายก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนเราเองก็ลืมเลยว่าเคยตรวจแล้วมีตรงนี้ เพราะคิดว่าถ้าอย่างนั้นหมอต้องนัดตรวจอีกมั้ย ก็ไม่มีอะไรทั้งนั้น
ก่อนหน้านั้นก็ทำประกันสุขภาพหลายบริษัท และแต่บอกตรงๆทำแล้วไม่ได้ใช้เลย รวมหลายเล่ม ก็เลยไม่ส่งต่อ เพราะรวมๆแล้วแอบเสียดายเงิน เศรษฐกิจแบบนี้รายได้ก็ลด ก็เลยยกเลิกเล่มที่มีแต่สุขภาพไม่มีทุน แต่ที่เลือกทำบริษัทนี้เพราะเราก็ไว้วางใจ และการเรียกร้องค่ารักษาน่าจะครอบคลุมเพราะเราไม่มีโรคประจำตัวอะไร แต่ก็ยังไม่เคยมีใครใช้เคลมบริษัทนี้
เลยเกิดความสงสัย อยากถามจริงๆนี่มันผ่าริดสีดวงนะ ไม่ใช่รักษาโรคร้าย แล้วติ่งที่ตรวจเจอในช่องท้องมันส่งผลถึงริดสีดวงทวารเลยหรือถึงไม่ประกอบการพิจารณา
ทางสินไหมให้คำแนะนำ ถ้าอยากมีกรมธรรม์ของที่นี่ ให้ไปตรวจซ้ำแล้วมาทำเล่มใหม่ เพื่อ.... จะทำไปทำไมละ ยื่นใหม่คุณก็เพิ่มเบี้ยแถมไม่คุ้มครองบางเรื่องอีก (โดยเฉพาะเกี่ยวกับช่องท้อง) แบบนี้ได้หรอแทนที่จะให้ลูกค้าไปตรวจเพื่อเอาผลมายืนยันประกอบการพิจารณาใหม่อีกครั้งถ้าจริงใจและเข้าใจผู้เอาประกัน และเราก็ไม่มีเจตนาปกปิดเพราะลืมไปแล้วว่าเคยตรวจตรงนี้ เพราะมันไม่มีผลอะไร แต่นี่ฝ่ายสินไหมกลับบอกการพิจารณาสิ้นสุดลง กรมธรรม์เล่มนี้ขอยกเลิกไม่มีการใดๆทั้งสิ้น ถ้าอยากได้ค่าชดเชยให้ไปร้องเรียนผู้ใหญ่เอาครับ นี่คือคำตอบ.
อุทาหรณ์เลยคะ กรมธรรม์สุขภาพไม่ควรทิ้ง ยิ่งทำไว้นานมาแล้ว ถึงความคุ้มครองน้อยก็ควรถือไว้ จะซื้อเล่มใหม่ที่ควรคุ้มครองเพิ่มขึ้นก็ทำไป.
กรรมตกอยู่ที่ผู้เอาประกัน
ลืมบอก เราเองเป็นคนขายประกันเองด้วย ไปไม่เป็น ไม่กล้าขายสุขภาพของบริษัทนี้ต่อเลยคะ หลายคนเตือนว่าเลือกดีๆนะ ว่าการเคลม การดูแลลูกค้าเป็นยังไง เราก็ยังแอบมั่นใจบริษัทนี้ แต่ตอนนี้บอกตรงๆควรหยุดขายสุขภาพของบริษัทนี้ เลยคะ.
ตัวแทนด้วยกันได้ยินเคสเรา เค้าพูดมา เอาอีกแล้วหรอฝ่ายสินไหม เราฝ่ายขายหาลูกค้าสกรีนกันแทบตายเพราะถ้าเค้าเคลมไม่ได้เราอะมีสิทธิ์โดนฟ้องได้ ฉนั้นเรื่องการปกปิดเราไม่ทำกันอยู่แล้ว เพราะเรามีจรรยาบรรณ และกลัวติดคุกคะ ไม่คุ้ม แต่คราวนี้เจอกันตัวเองเลยคะ ฝ่ายสินไหมไม่เหลือมันตัดหมดไม่เหลือเยื่อใยคะ ถ้าเคสนี้เป็นลูกค้าเจอเอง เราตัวแทนคงหมดอนาคตในอาชีพไปเลยคะ
ที่ลงไม่ได้ต้องการดิสเครดิตบริษัทประกัน แต่เพื่อฝากข้อคิดคนที่เข้ามาอ่าน เรื่องประกันสุขภาพถ้ามีทำไว้นานอย่าเปลี่ยนบริษัท อย่าทิ้ง ควรศึกษา(เรื่องการเคลม)บริษัทประกันให้ดี เราเป็นตัวแทนเองเรายังพลาด
แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับประกันสุขภาพ กรมธรรม์ประกันสุขภาพ กรมธรรม์ประกันชีวิต
อุทาหรณ์ใครที่ทำประกันสุขภาพไว้ยิ่งถ้านานแล้ว ถึงค่าห้องน้อย ก็มิควรยกเลิกแล้วทำกับบริษัทใหม่นะค่ะ ก็พอมีกำลังควรรักษาไว้คะ
มิเช่นนั้นจะเจอแบบนี้คะ
19 พย. มีอาการปวดก้นแบบนั่งไม่ได้มา3-4 วัน เอามือคลำมีติ่งๆที่ก้น จึงไปหาหมอ หมอตรวจอาการบอก ต้องผ่าตัดเอาออก เป็นริดสีดวงอักเสบให้ผ่าตัดทันที ถามหมอเป็นได้งัยคะ เราไม่เคยท้องผูก หมออธิบายบอกมีหลายสาเหตุ ไม่เกี่ยวว่าต้องท้องผูกเพราะมันคือเส้นเลือดฝอยมันแตก บางทียกขอหนักยืนนานก็เป็นได้ แต่ช่วงที่ผ่านมาเราย้ายบ้าน ทำความสะอาด ยกของ เดินขึ้นลงบ้าน4 ชั้น ก่อนผ่านแต่ต้องงดอาหาร6 ชม. คำนวนเวลาคงผ่าดึกแน่ๆเพราะเราเพิ่งทานข้าวมา เลยขอเป็นผ่า ช่วง 9.30 น ของวันรุ่งขึ้น จ่ายค่าตรวจไป 3,500 กว่าบาท
ระหว่างนั้นก็ให้ฝ่ายพยาบาลเอาเอกสารการนอน รพ มาตรวจสอบสิทธิ์ประกันชีวิต ตอนแรกทางประกันแจ้งว่า แฟ็กซ์เคลมได้ แต่น่าจะมีส่วนต่าง เพราะผ่านัดนี้ แพ็คเกจ50,000. (นอน1คืน) ส่วนต่างนอกเหนือการเคลม ลด20% ก็นั่งคำนวณกับทาง พยาบาลและ จนท ประกันสัมพันธ์และ จนท. ประกันที่อยู่ในสายคำนวนแล้วน่าจะเกิน 8,000 กว่าบาทถ้านอน 1 คืน
ก็เลยเซ็นต์ตกลงมาแอดมิทผ่าวันรุ่งขึ้น
วันที่20/11/63 มาถึงรพ.ตอนตี5 ทำการตรวจสุขภาพ คลื่นหัวใจ เจาะเลือด ใส่สายน้ำเกลือ พาขึ้นห้องพักเพื่อรอผ่า
8.30 น เข้าห้องผ่าเตรียมตัว พร้อมหมอวิสัญญี บล็อคหลังวางยาชาส่วนล่าง เราขอให้สลบไปเลย
12.00 ฟื้นขึ้นมา การผ่าเสร็จเรียบร้อย พร้อมขึ้นห้องพัก
พอเย็นหมอมาตรวจ บอกขอถ้าปวดแผล ก็ขอยาแก้ปวดได้นะคะ ผ่านไป1 คืน อาการปวดแผลมีอยู่ ก็ขอยา (ก็ไม่ทันคิดว่ายิ่งของค่ายาก็ยิ่งเพิ่มอีก เพราะเข้าใจว่าแพ็คเกจน่าจะรวมยาอยู่แล้ว).
เช้าหมอถามกลับบ้านได้มั้ยวันนี้ แต่เรายังเพลียเพราะกลางคืนปวดแผลไม่ค่อยได้นอน แล้วแผลก็ยังปวดอยู่ เลยนอนอีก1 คืน ( คำนวนงานนี้น่าจะส่วนต่างไม่น่าเกิน15,000)
พอวันออก รพ. รอเคลมประกันนานมาก ทางประกันแจ้งว่า ลูกค้าทำกรมธรรม์มาได้ 9 เดือน ไม่สามารถแฟ็กซ์เคลมได้ เลย ต้องให้สำรองจ่าย 78,000 บาท (งานเข้าสิคะเวลานี้) พูดไม่ออก ทั้งๆที่ก่อนเข้าผ่าก็ถามแล้วนะ ว่าแฟ็กซ์เคลมได้มั้ย ก็ตอบว่าได้แต่มีส่วนต่างต้องจ่ายนะคะ เพราะวงเงินรักษาบวกค่าห้อง ไม่พอคะ ก็ต้องยอมรับชะตากรรมไป
22 พย.63 ส่งเอกสาร ไปบริษัทประกัน
5 ธันวา 63 ประกันแจ้งมาขอประวัติสุขภาพ รพ. ที่เคยเข้ารักษา ขอเอกสารเพิ่ม สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมใบเปลี่ยนชื่อ
9 ธันวา 63 ส่งเอกสารไปให้(ส่งเอกชนใน กทม.ใช้วลาไม่นานเกิน2วัน)
17 ธค 63 โทรไปถามว่าเรื่องไปถึงไหน ทางบริษัทประกันแจ้งว่า เพิ่งส่งเอกสารไปให้รพ.ต้องรอ /เลยตัดสินใจโทรไปที่ รพ.เองเพื่อจะได้ดำเนินการเร็วขึ้น
18 ธันวา 63 เช้า รพ.โทรมาแจ้งว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว ถ้าสะดวกให้ไปรับเอกสารประวัติเอง เพราะถ้ารอให้ทาง รพ.ส่งเอกสารให้ต้องรออีก3วันตามรอบส่งงาน เลยไปรับเองแล้วรีบส่งเอกสารทันที
19 ธันวา 63เอกสารถึง บริษัทประกัน
21 ธันวา 63 มีจดหมายขอใบเปลี่ยนชื่อเพิ่ม ใบเปลี่ยนชื่อเพิ่มอีกรอบแรกก็ส่งให้ไปหมดแล้ว (จะขออะไรนักหนาไม่ขอรอบเดียวให้จบยื้อไปเรื่อย )
26 ธันวา 63โทรเช็คฝ่ายสินไหมบอก เพิ่งได้รับเอกสารวันที่25 (ทั้งๆที่เราเช็คเลขส่ง บอกปลายทางรับเอกสารตั้งแต่วันที่19 ) ต้องรอพิจารณา ประมาณ1 สัปดาห์ ก็คือ จะปิดปีใหม่คงไม่ทัน รอต่อไป
5 มกรา 64 โทรถาม อยู่ระหว่างพิจารณา น่าจะอนุมัติไม่เกินวันศุกร์ เดี๋ยววันศุกร์เจ้าหน้าที่แจ้งไป
(เริ่มดีใจว่าจะได้เงินมา ถึงเคลมไม่ได้เต็มจำนวน แต่ก็ยังดีเพราะต้องรีบจ่ายค่าบัตรที่รอเรียกเก็บ)
8 มกรา 64 รอไม่เห็นมีใครแจ้ง โทรไปตาม โอนสาย รอสายกันไปสักพัก ปลายสายแจ้งว่า
ที่ขอประวัติ ปรากฎว่าปี58 คุณเคยตรวจอัลตราซาวด์ เจอติ่งเนื้อในช่องท้อง คุณเจตนาปกปิดข้อมูล ทำให้ผลการพิจารณาไม่อนุมัติ และขอยกเลิกกรมธรรม์ฉบับนี้ เนื่องจากปัญหาสุขภาพ
และในส่วนตรงนี้คุณมีการซื้อค่าห้องในราคาประวัติปกติ แต่คุณมีประวัติสุขภาพจึงทำให้ไม่สามารถอนุมัติให้แบบค่าเบี้ยปกติได้ เราจึงขอปฏิเสธการจ่ายครั้งนี้
เฮ้ย!!!! แบบนี้ได้ด้วยหรอ
อธิบายสิคะ
ปี58ตรวจเจอไม่ได้หมายความว่า เป็นอะไรแล้วไปตรวจนะคะ ไปตรวจสุขภาพประจำปี มีตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง พบติ่งขนาด 4 มิลลิเมตร แต่หมอก็บอกว่าอาจจะเป็นไขมันก็ได้ไม่ต้องกังวล และก็ไม่มีการนัดตรวจใดๆเพิ่มเติม ร่างกายก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนเราเองก็ลืมเลยว่าเคยตรวจแล้วมีตรงนี้ เพราะคิดว่าถ้าอย่างนั้นหมอต้องนัดตรวจอีกมั้ย ก็ไม่มีอะไรทั้งนั้น
ก่อนหน้านั้นก็ทำประกันสุขภาพหลายบริษัท และแต่บอกตรงๆทำแล้วไม่ได้ใช้เลย รวมหลายเล่ม ก็เลยไม่ส่งต่อ เพราะรวมๆแล้วแอบเสียดายเงิน เศรษฐกิจแบบนี้รายได้ก็ลด ก็เลยยกเลิกเล่มที่มีแต่สุขภาพไม่มีทุน แต่ที่เลือกทำบริษัทนี้เพราะเราก็ไว้วางใจ และการเรียกร้องค่ารักษาน่าจะครอบคลุมเพราะเราไม่มีโรคประจำตัวอะไร แต่ก็ยังไม่เคยมีใครใช้เคลมบริษัทนี้
เลยเกิดความสงสัย อยากถามจริงๆนี่มันผ่าริดสีดวงนะ ไม่ใช่รักษาโรคร้าย แล้วติ่งที่ตรวจเจอในช่องท้องมันส่งผลถึงริดสีดวงทวารเลยหรือถึงไม่ประกอบการพิจารณา
ทางสินไหมให้คำแนะนำ ถ้าอยากมีกรมธรรม์ของที่นี่ ให้ไปตรวจซ้ำแล้วมาทำเล่มใหม่ เพื่อ.... จะทำไปทำไมละ ยื่นใหม่คุณก็เพิ่มเบี้ยแถมไม่คุ้มครองบางเรื่องอีก (โดยเฉพาะเกี่ยวกับช่องท้อง) แบบนี้ได้หรอแทนที่จะให้ลูกค้าไปตรวจเพื่อเอาผลมายืนยันประกอบการพิจารณาใหม่อีกครั้งถ้าจริงใจและเข้าใจผู้เอาประกัน และเราก็ไม่มีเจตนาปกปิดเพราะลืมไปแล้วว่าเคยตรวจตรงนี้ เพราะมันไม่มีผลอะไร แต่นี่ฝ่ายสินไหมกลับบอกการพิจารณาสิ้นสุดลง กรมธรรม์เล่มนี้ขอยกเลิกไม่มีการใดๆทั้งสิ้น ถ้าอยากได้ค่าชดเชยให้ไปร้องเรียนผู้ใหญ่เอาครับ นี่คือคำตอบ.
อุทาหรณ์เลยคะ กรมธรรม์สุขภาพไม่ควรทิ้ง ยิ่งทำไว้นานมาแล้ว ถึงความคุ้มครองน้อยก็ควรถือไว้ จะซื้อเล่มใหม่ที่ควรคุ้มครองเพิ่มขึ้นก็ทำไป.
กรรมตกอยู่ที่ผู้เอาประกัน
ลืมบอก เราเองเป็นคนขายประกันเองด้วย ไปไม่เป็น ไม่กล้าขายสุขภาพของบริษัทนี้ต่อเลยคะ หลายคนเตือนว่าเลือกดีๆนะ ว่าการเคลม การดูแลลูกค้าเป็นยังไง เราก็ยังแอบมั่นใจบริษัทนี้ แต่ตอนนี้บอกตรงๆควรหยุดขายสุขภาพของบริษัทนี้ เลยคะ.
ตัวแทนด้วยกันได้ยินเคสเรา เค้าพูดมา เอาอีกแล้วหรอฝ่ายสินไหม เราฝ่ายขายหาลูกค้าสกรีนกันแทบตายเพราะถ้าเค้าเคลมไม่ได้เราอะมีสิทธิ์โดนฟ้องได้ ฉนั้นเรื่องการปกปิดเราไม่ทำกันอยู่แล้ว เพราะเรามีจรรยาบรรณ และกลัวติดคุกคะ ไม่คุ้ม แต่คราวนี้เจอกันตัวเองเลยคะ ฝ่ายสินไหมไม่เหลือมันตัดหมดไม่เหลือเยื่อใยคะ ถ้าเคสนี้เป็นลูกค้าเจอเอง เราตัวแทนคงหมดอนาคตในอาชีพไปเลยคะ
ที่ลงไม่ได้ต้องการดิสเครดิตบริษัทประกัน แต่เพื่อฝากข้อคิดคนที่เข้ามาอ่าน เรื่องประกันสุขภาพถ้ามีทำไว้นานอย่าเปลี่ยนบริษัท อย่าทิ้ง ควรศึกษา(เรื่องการเคลม)บริษัทประกันให้ดี เราเป็นตัวแทนเองเรายังพลาด