“ผมธงฉาน วันประกาศ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“ทิพยางศุ์ค่ะ ทิพยางศุ์ ดิศการ”
หนุ่มสาวคู่หนึ่งท่าทางดูดีพบกันครั้งแรก ณ สนามบินแห่งหนึ่ง ดูเป็นหนุ่มสาวผู้เป็นผู้ใหญ่เจนโลก เจนสังคม และที่สำคัญ...ดูรวย การพบกันครั้งแรกของทมนัยกับจารวี (ถูกแล้ว จริงๆ ทั้งคู่ชื่อนี้) จึงทั้งประทับใจ และทั้งหยั่งเชิงกันและกัน --- และนี่คือการเปิดเรื่องของละครฝ้ายแกมแพร
เราเห็นกระแสละครเรื่องนี้ทางโซเชียลมีเดียที่ค่อนข้างเชี่ยวกราด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางทวิตเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นแง่ลบ ว่ากันว่าละครเรื่องนี้คือละครเหยียด ละครส่งเสริมการเหยียด ละครศูนย์รวมแห่งการเหยียดทุกอย่าง (เด็กต่างจังหวัดมาเรียนเมืองกรุงอย่างเราเลยเพิ่งเข้าใจว่าทำไมถึงเหยียดคนอยู่ห้วยขวาง)
แต่จะบอกว่ามันเป็นละครส่งเสริมการเหยียด เราก็ตอบไม่เต็มปากเต็มคำนัก เพราะพฤติกรรมการเหยียดที่เกิดในเรื่องก็เกิดจากเหล่าตัวร้ายที่กระทำกับพระนาง ทำให้พระนางอยากจะตะเกียกตะกายไปสู่ที่ที่สูงกว่าเท่านั้น เราเลยมองว่าฝ้ายแกมแพรคือละครดราม่าที่มีคอนฟลิกต์หรือความขัดแย้งระลอกใหญ่เป็นความรวย การเหยียดหยาม เป็นเรื่องของคนจนที่อยากรวยเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
กระแสแง่ลบต่อมาคือความรุนแรงที่ตัวละครธงฉานกระทำกับจารวี เรามองว่าสิ่งที่ธงฉานทำมันดูเป็นความรุนแรงที่ไม่ค่อยมีชั้นเชิงสักเท่าไหร่ บทจะแรงก็แรงเลย แถมแรงหลายรอบต่อกันจนเอียน การเล่าเรื่องขาดการไล่ระดับความรุนแรงจากต่ำไปสูง เราจึงเห็นธงฉานเดี๋ยวเตะ เดี๋ยวตบ เดี๋ยวใช้มือ เดี๋ยวใช้เท้า เดี๋ยวใช้รองเท้า กระทำสั่งสอนจารวี มันรุนแรงมากจนเฝือ และทำให้เรารู้สึกว่าช่วงครึ่งหลังค่อนข้างย่ำอยู่กับที่ วนเวียนกับความรุนแรงเหล่านี้
สืบเนื่องจากความรุนแรงที่ว่า เราว่าจารวีเมื่อตอนต้นเรื่องกับตอนกลางเรื่องดูเป็นคนละคนมาก ๆ เปิดเรื่องมา แก้ว จริญญา ถ่ายทอดบทจารวีให้เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สวย ฉลาดแกมโกง เจ้าเล่ห์ รู้จักใช้สมองเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง พอมากลางเรื่องที่นางเริ่มใช้แต่อารมณ์ งี่เง่า จนพาตัวเองไปสู่จุดที่ธงฉานเลี้ยงดูด้วยลำแข้ง เราว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้จารวีเปลี่ยนไป จนชีวิตพลังแบบนี้มันค่อนข้างคลุมเครือไปหน่อย
นอกจากฉากเริ่มเรื่องที่เราเกริ่นนำไป ที่อยากชวนคุยมาก ๆ เป็นพิเศษคือตอนจบ ฝ้ายแกมแพรมีตัวละครชนชั้นล่างที่พยายามตะเกียกตะกายไปยังตำแหน่งแห่งที่ที่สูงกว่า หรือทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินถึง 3 ตัวละคร คือ ทมนัย จารวี และ อู่เงิน ซึ่งบทสรุปก็อู่เงินก็แตกต่างจากพระนาง
“ปลายทางทางที่ตัวจารวีกับทมนัยเดินไป” “ปลายทางทางที่ใจจารวีกับทมนัยเคยไขว่คว้า” ท้ายสุดก็เป็นเพียงแค่ “มายา” และ “ไม่มีอะไรจริงสักอย่าง” จากที่คิดว่าเงินจะบันดาลความสุข จากที่คิดว่าเงินจะทำให้ได้ทุกอย่างจริง ๆ สุดท้ายกลับพังภินท์ เพื่อทั้งสองมิได้ต้องการแค่เงิน ความพังภินท์ในชีวิตทมนัย คือการต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รัก และเขาไม่มีวันที่จะรักเธอได้ ส่วนความพังภินท์ในชีวิตจารวีนั้นชัดเจนที่สุด เริ่มต้นจากความต้องการเป็นภรรยาคนเดียวของสามี มาจนถึงความพ่ายแพ้ให้แก่อำนาจเงิน เพียงเพราะความเป็นชนชั้นล่างของตัวเอง
ทมนัยกับจารวีพลาดที่ไม่ได้ต้องการแค่เงิน พลาดที่ทั้งคู่ต้องการความรัก ทมนัยไม่ได้รักทิพยางศุ์แต่ต้องแต่งงานด้วย จารวีก็ต้องการให้ธงฉานรักเธอคนเดียว และพลาดที่สุด...คือทั้งคู่ “รักกัน” เงินตรา สถานะ ที่เคยไขว่คว้า ดูเหมือนจะสวนทางกับรักแท้ที่มีให้กัน...ที่ต่างเพิ่งพานพบ
อู่เงินดูจะเป็นชนชั้นล่างคนเดียวที่ยังมีความสุขในท้ายเรื่อง กับการพาตัวเองมาพัวพันกับคนรวย แล้วทำไมอู่เงินถึงมีความสุข? ก็ลองดูฉากสุดท้ายที่เธอปรากฏตัวในเรื่องสิ เป็นซีนที่หลายคนต่างฮือฮา ซีนที่ธงฉานกับธวัช สองพ่อลูกต่างต่อยตีกันด้วยกำลังและไม่เห็นแก่ความเป็นพ่อลูกกันสักนิด จนก่อเกิดเป็นวลีที่ธงฉานใช้บริภาษพ่อกลับคืนว่า “ไอ้พ่ออกตัญญู!”
คนดูอย่างเราก็ได้แต่อิหยังวะ มันหมายความว่าอะไรวะ? และสำหรับคนอย่างธงฉาน มันก็ไม่มีตรรกะใด ๆ ฉุดรั้วเขาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว อำนาจเงินที่สองพ่อลูกใช้ทำลายชีวิตจารวี ก็หวนกลับมาทำลายและกลืนกินความเป็นคน ความเป็นพ่อลูกของทั้งคู่เช่นกัน (เราเลยมองว่านี่คือจุดจบอันสาสมที่สุดสำหรับพ่อลูกคู่นี้แล้ว ซีนต่อมาที่มีการหนีคดีต่าง ๆ มีการกระชากหน้ากากให้สังคมรับรู้ อาจเป็นเพียงความเป็นธรรมทางวรรณศิลป์เท่านั้น)
ตัดภาพมาที่อู่เงิน ที่ปล่อยให้สองพ่อลูกต่อยกันอยู่เบื้องล่าง ส่วนตัวเองก็ขึ้นมาเริงร่าในตำแหน่งแห่งที่ทางกายภาพที่สูงกว่า...บนโซฟา ทาเล็บเริงร่าอย่างมีความสุข อู่เงินต่างจากจารวีตรงที่เธอไม่เคยมีความรักให้ใครทั้งสิ้น ทั้งพ่อทั้งลูกต่างก็เป็นลูกค้าของเธอ ขอแค่เงินมาให้เธอก็เป็นพอ อู่เงินจึงทำให้เห็นว่าการอิ่มเอมกับอำนาจอันหอมหวนของเงินตรา สามารถทำได้ โดยที่คุณต้องไม่มีความรักให้ใครทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น...คุณต้องสูญสิ้นความคนจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับภาพพ่อลูกต่อยกันต่อหน้าต่อตาตัวเอง
จะเลือกแบบทมนัยกับจารวี หรือจะเลือกแบบอู่เงิน ก็สุดแท้แต่ผู้ชมจะเลือก
ทมนัยกับจารวีจึงเป็นภาพแทนให้เห็นว่าคนจนไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนรวยได้ ตราบใดที่ไม่ได้ต้องการแค่เงิน และเมื่อต้องการความรักแล้ว...คงไม่มีใครเหมาะสมมากไปกว่าชนชั้นล่างเช่นเดียวกัน คนแบบเดียวกันที่ประสบเคราะห์กรรมแบบเดียวกัน (เคย)ทะเยอทะยานไม่ต่างกัน และบัดนี้...ทั้งคู่คือคนที่เข้าใจกัน ทมนัยจึงไม่สามารถรักทิพยางศุ์ได้ จารวีจึงอยู่กับธงฉานต่อไปไม่ได้ ทั้งคู่จึงต้องหวนมาเจอกัน เพราะความรักมิได้มีพลานุภาพมากพอที่จะทลายอำนาจเงิน หรือทลายอำนาจแห่งความเหลื่อมล้ำทั้งปวง
บทสรุปของเรื่องคือทั้งทมนัยกับจารวีมาบรรจบกับที่สถานที่รถไฟ จากแรกพบที่เจอะเจอกัน ณ สนามบิน อาจตีความได้ว่าสุดท้ายแล้ว ที่ที่หรูหราอู้ฟ่าอาจไม่ใช่ที่ของคนจน เมื่อคิดจะไปอยู่ที่นั่น สุดท้ายก็ต้องหวนกลับมายังตำแหน่งแห่งที่ของตน หรืออีกนัยหนึ่ง...ทมนัยกับจารวีอาจไม่ใช่ภาพแทนคนจนทุกคน ทั้งคู่เป็นเพียงชนชั้นล่างที่บอบช้ำเพราะอำนาจเงิน จนเข็ดหลาบ เหน็ดเหนื่อย และไม่อยากหวนกลับไปเผชิญความปวดร้าวที่กระหน้ำซ้ำตีพวกเขาอีก จึงนำมาซึ่งการบรรจบกันครั้งสุดท้ายของเรื่อง --- บรรจบเพื่อเริ่มต้นใหม่
ทมนัยมาในคราบหนุ่มน้อย วัยรุ่นชายธรรมดา สวมเสื้อยืดกางเกงยีน ส่วนภาพจารวีที่เราเห็นคือ เด็กสาวที่กำลังผลิบานสู่วัยแรกรุ่น ผมสั้นเลยติ่งมานิดหน่อย ท่าทางทะมัดทะแมง เราอาจเห็นภาพนี้ การแต่งตัวแบบนี้ได้ตามตลาดนัดต่าง ๆ แหล่งรวมตัว แหล่งชมช้อปชิลของเหล่าวัยรุ่น คล้ายดังว่าทมนัยกับจารวีมิได้แค่หวนกลับมาเป็นคนจนดังเดิม แต่ทั้งคู่กำลังหวนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง ไม่พาตัวเองโตแล้วต้องก้าวเดินไปในโลกแห่งเงินตรา เหมือนอย่างที่เราเห็นในต้นเรื่อง
เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องทะยานอยากหมายต้องการเงินตรา สถานะทางสังคม เพื่อชีวิตที่ดีกว่า แต่สิ่งที่อาจสูญสลายไปกลับเป็นรักแท้ ทมนัยกับจารวีจึงเริ่มต้นทำความรู้จักกันอย่างจริงใจ เผยตัวตนที่แท้จริงโดยไมมีกำแพงใด ๆ มากางกั้น เราเห็นภาพสองหนุ่มสาวที่เคยเติบโตมากับความเชี่ยวกราดของอำนาจเงิน พวกเขากลับมาเป็นเด็กเพื่อหวนหารักอันบริสุทธิ์ ไม่มีอำนาจเงินใด ๆ มาทำลายลงได้ --- รักแท้จึงอาจมีแค่ในวันวัยอันอ่อนเยาว์
ไม่เช่นนั้น...ทมนัยกับจารวีอาจต้องกลับไปเป็นเหมือนอู่เงิน ไม่มีความรัก ไม่มีสามัญสำนึกแห่งความเป็นคน จึงจะทะยานโลดแล่นอยู่ในวงโคจรนั้นได้.
“ผมทมนัยครับ ทมนัย สายัณห์ยศ เป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนนึง”
“จารวีค่ะ จารวี มนตราวี ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนนึง...ที่ไม่มีอะไรเลย”
อุ้มสม.
ป.ล. ถ้าชอบการรีวิว+ข้อเขียนของเรา
สามารถกดไลก์แฟนเพจของเราเพื่อตามงานเขียนอื่นๆ ได้นะครับ ^^
https://www.facebook.com/aumsomjakkri/
ฝ้ายแกมแพร : หรือรักแท้อาจมีแค่ในวันวัยอันอ่อนเยาว์
“ทิพยางศุ์ค่ะ ทิพยางศุ์ ดิศการ”
เราเห็นกระแสละครเรื่องนี้ทางโซเชียลมีเดียที่ค่อนข้างเชี่ยวกราด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางทวิตเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นแง่ลบ ว่ากันว่าละครเรื่องนี้คือละครเหยียด ละครส่งเสริมการเหยียด ละครศูนย์รวมแห่งการเหยียดทุกอย่าง (เด็กต่างจังหวัดมาเรียนเมืองกรุงอย่างเราเลยเพิ่งเข้าใจว่าทำไมถึงเหยียดคนอยู่ห้วยขวาง)
แต่จะบอกว่ามันเป็นละครส่งเสริมการเหยียด เราก็ตอบไม่เต็มปากเต็มคำนัก เพราะพฤติกรรมการเหยียดที่เกิดในเรื่องก็เกิดจากเหล่าตัวร้ายที่กระทำกับพระนาง ทำให้พระนางอยากจะตะเกียกตะกายไปสู่ที่ที่สูงกว่าเท่านั้น เราเลยมองว่าฝ้ายแกมแพรคือละครดราม่าที่มีคอนฟลิกต์หรือความขัดแย้งระลอกใหญ่เป็นความรวย การเหยียดหยาม เป็นเรื่องของคนจนที่อยากรวยเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
กระแสแง่ลบต่อมาคือความรุนแรงที่ตัวละครธงฉานกระทำกับจารวี เรามองว่าสิ่งที่ธงฉานทำมันดูเป็นความรุนแรงที่ไม่ค่อยมีชั้นเชิงสักเท่าไหร่ บทจะแรงก็แรงเลย แถมแรงหลายรอบต่อกันจนเอียน การเล่าเรื่องขาดการไล่ระดับความรุนแรงจากต่ำไปสูง เราจึงเห็นธงฉานเดี๋ยวเตะ เดี๋ยวตบ เดี๋ยวใช้มือ เดี๋ยวใช้เท้า เดี๋ยวใช้รองเท้า กระทำสั่งสอนจารวี มันรุนแรงมากจนเฝือ และทำให้เรารู้สึกว่าช่วงครึ่งหลังค่อนข้างย่ำอยู่กับที่ วนเวียนกับความรุนแรงเหล่านี้
สืบเนื่องจากความรุนแรงที่ว่า เราว่าจารวีเมื่อตอนต้นเรื่องกับตอนกลางเรื่องดูเป็นคนละคนมาก ๆ เปิดเรื่องมา แก้ว จริญญา ถ่ายทอดบทจารวีให้เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สวย ฉลาดแกมโกง เจ้าเล่ห์ รู้จักใช้สมองเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง พอมากลางเรื่องที่นางเริ่มใช้แต่อารมณ์ งี่เง่า จนพาตัวเองไปสู่จุดที่ธงฉานเลี้ยงดูด้วยลำแข้ง เราว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้จารวีเปลี่ยนไป จนชีวิตพลังแบบนี้มันค่อนข้างคลุมเครือไปหน่อย
นอกจากฉากเริ่มเรื่องที่เราเกริ่นนำไป ที่อยากชวนคุยมาก ๆ เป็นพิเศษคือตอนจบ ฝ้ายแกมแพรมีตัวละครชนชั้นล่างที่พยายามตะเกียกตะกายไปยังตำแหน่งแห่งที่ที่สูงกว่า หรือทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินถึง 3 ตัวละคร คือ ทมนัย จารวี และ อู่เงิน ซึ่งบทสรุปก็อู่เงินก็แตกต่างจากพระนาง
“ปลายทางทางที่ตัวจารวีกับทมนัยเดินไป” “ปลายทางทางที่ใจจารวีกับทมนัยเคยไขว่คว้า” ท้ายสุดก็เป็นเพียงแค่ “มายา” และ “ไม่มีอะไรจริงสักอย่าง” จากที่คิดว่าเงินจะบันดาลความสุข จากที่คิดว่าเงินจะทำให้ได้ทุกอย่างจริง ๆ สุดท้ายกลับพังภินท์ เพื่อทั้งสองมิได้ต้องการแค่เงิน ความพังภินท์ในชีวิตทมนัย คือการต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รัก และเขาไม่มีวันที่จะรักเธอได้ ส่วนความพังภินท์ในชีวิตจารวีนั้นชัดเจนที่สุด เริ่มต้นจากความต้องการเป็นภรรยาคนเดียวของสามี มาจนถึงความพ่ายแพ้ให้แก่อำนาจเงิน เพียงเพราะความเป็นชนชั้นล่างของตัวเอง
ทมนัยกับจารวีพลาดที่ไม่ได้ต้องการแค่เงิน พลาดที่ทั้งคู่ต้องการความรัก ทมนัยไม่ได้รักทิพยางศุ์แต่ต้องแต่งงานด้วย จารวีก็ต้องการให้ธงฉานรักเธอคนเดียว และพลาดที่สุด...คือทั้งคู่ “รักกัน” เงินตรา สถานะ ที่เคยไขว่คว้า ดูเหมือนจะสวนทางกับรักแท้ที่มีให้กัน...ที่ต่างเพิ่งพานพบ
คนดูอย่างเราก็ได้แต่อิหยังวะ มันหมายความว่าอะไรวะ? และสำหรับคนอย่างธงฉาน มันก็ไม่มีตรรกะใด ๆ ฉุดรั้วเขาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว อำนาจเงินที่สองพ่อลูกใช้ทำลายชีวิตจารวี ก็หวนกลับมาทำลายและกลืนกินความเป็นคน ความเป็นพ่อลูกของทั้งคู่เช่นกัน (เราเลยมองว่านี่คือจุดจบอันสาสมที่สุดสำหรับพ่อลูกคู่นี้แล้ว ซีนต่อมาที่มีการหนีคดีต่าง ๆ มีการกระชากหน้ากากให้สังคมรับรู้ อาจเป็นเพียงความเป็นธรรมทางวรรณศิลป์เท่านั้น)
จะเลือกแบบทมนัยกับจารวี หรือจะเลือกแบบอู่เงิน ก็สุดแท้แต่ผู้ชมจะเลือก
ทมนัยกับจารวีจึงเป็นภาพแทนให้เห็นว่าคนจนไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนรวยได้ ตราบใดที่ไม่ได้ต้องการแค่เงิน และเมื่อต้องการความรักแล้ว...คงไม่มีใครเหมาะสมมากไปกว่าชนชั้นล่างเช่นเดียวกัน คนแบบเดียวกันที่ประสบเคราะห์กรรมแบบเดียวกัน (เคย)ทะเยอทะยานไม่ต่างกัน และบัดนี้...ทั้งคู่คือคนที่เข้าใจกัน ทมนัยจึงไม่สามารถรักทิพยางศุ์ได้ จารวีจึงอยู่กับธงฉานต่อไปไม่ได้ ทั้งคู่จึงต้องหวนมาเจอกัน เพราะความรักมิได้มีพลานุภาพมากพอที่จะทลายอำนาจเงิน หรือทลายอำนาจแห่งความเหลื่อมล้ำทั้งปวง
ทมนัยมาในคราบหนุ่มน้อย วัยรุ่นชายธรรมดา สวมเสื้อยืดกางเกงยีน ส่วนภาพจารวีที่เราเห็นคือ เด็กสาวที่กำลังผลิบานสู่วัยแรกรุ่น ผมสั้นเลยติ่งมานิดหน่อย ท่าทางทะมัดทะแมง เราอาจเห็นภาพนี้ การแต่งตัวแบบนี้ได้ตามตลาดนัดต่าง ๆ แหล่งรวมตัว แหล่งชมช้อปชิลของเหล่าวัยรุ่น คล้ายดังว่าทมนัยกับจารวีมิได้แค่หวนกลับมาเป็นคนจนดังเดิม แต่ทั้งคู่กำลังหวนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง ไม่พาตัวเองโตแล้วต้องก้าวเดินไปในโลกแห่งเงินตรา เหมือนอย่างที่เราเห็นในต้นเรื่อง
เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องทะยานอยากหมายต้องการเงินตรา สถานะทางสังคม เพื่อชีวิตที่ดีกว่า แต่สิ่งที่อาจสูญสลายไปกลับเป็นรักแท้ ทมนัยกับจารวีจึงเริ่มต้นทำความรู้จักกันอย่างจริงใจ เผยตัวตนที่แท้จริงโดยไมมีกำแพงใด ๆ มากางกั้น เราเห็นภาพสองหนุ่มสาวที่เคยเติบโตมากับความเชี่ยวกราดของอำนาจเงิน พวกเขากลับมาเป็นเด็กเพื่อหวนหารักอันบริสุทธิ์ ไม่มีอำนาจเงินใด ๆ มาทำลายลงได้ --- รักแท้จึงอาจมีแค่ในวันวัยอันอ่อนเยาว์
ไม่เช่นนั้น...ทมนัยกับจารวีอาจต้องกลับไปเป็นเหมือนอู่เงิน ไม่มีความรัก ไม่มีสามัญสำนึกแห่งความเป็นคน จึงจะทะยานโลดแล่นอยู่ในวงโคจรนั้นได้.
“ผมทมนัยครับ ทมนัย สายัณห์ยศ เป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนนึง”
“จารวีค่ะ จารวี มนตราวี ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนนึง...ที่ไม่มีอะไรเลย”
อุ้มสม.
ป.ล. ถ้าชอบการรีวิว+ข้อเขียนของเรา
สามารถกดไลก์แฟนเพจของเราเพื่อตามงานเขียนอื่นๆ ได้นะครับ ^^
https://www.facebook.com/aumsomjakkri/