[CR] No.190 The Other Lamb (2019) : ลูก “แกะ” ในกุมมือ “พ่อ”


- ดูจบ ถึงโดยรวมเป็นไปตามมาตรฐานของหนังแนวนี้ทางฝั่งยุโรปในเรื่องของการใช้บรรยากาศเป็นตัวดำเนินราวไปทางสายกลางไม่โดดไปทางอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งให้เกิดความบันเทิงอย่างสุดตัวแต่ขณะดูเผลอรู้สึกประหลาดใจในความที่หนังหันมาทางนี้จนเผลอนึกถึงหนังเรื่องนึงของ M.Night ขึ้นมาทันที ซึ่งการปล่อยความนัยทีเผลอนี้ถือว่าเล่นงานกับความรู้สึกของผมให้เกิดการตื่นตัวต่อระหว่างดูความเป็นไปในโลกของความเชื่อที่ทับซ้อนระหว่างศาสนา ประเพณี รวมถึง วัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ได้ระดับหนึ่ง แม้ทราบแก่ใจตั้งแต่ออกตัวจากจุด Start แล้วว่าจะต้องเจอวิธีการเล่าลักษณะนี้ที่ยังไงก็หลีกเลี่ยงลำบากอยู่ว่าจะต้องเกิดอาการวูบเข้าไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่ง

- แต่เหลือเชื่อว่าไม่เกิดอาการวูบหลับด้วยเพราะตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมง 31 นาทีมีตัวละครไม่มากแถม Location สาละวนอยู่แต่ในป่าในเขามันเลยพอประติดประต่อในส่วนของทิศทางได้สะดวกอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร ? ถึงแน่นอนว่าไม่เข้าใจในส่วนของความเชื่อที่มาในรูปของตัวน้อนแกะจนเกิดอาการสะดุดกับการนั่งตีความกันตามอัธยาศัยเป็นระยะแต่เมื่อมองอีกมุมดูรู้สึกว่าการสำรวจชีวิตของตัวนางเอกซึ่งเป็น 1 ในสาวกลัทธิ ฟ้ารักพ่อ ที่กำลังตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของ พระเจ้า ก็ดี การไถ่โทษชำระบาปก็ดี รวมถึงการมีตัวตนในโลกใบนี้ ที่มาในรูปของคำสอนจากชายคนหนึ่งที่สถาปนาตนเองว่าเป็น ศาสดา หรือ ภาษาพูดบ้านเราก็คือ พ่อ นั่นเองในเชิงสังเกตุความคิดและพฤติกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่รายล้อมด้วยป่าและภูเขาร่วมกับหญิงสาวหลาย 10 ชีวิตนี้ เป็นอะไรที่จับต้องได้ง่ายกว่าถึงความเป็นสังคมขนาดย่อมที่เรียบง่ายและสงบตามอุดมคติแต่แฝงความอึดอัดและสิ้นหวังจากการถูกกดทับของอำนาจของปิตาธิปไตยที่ไม่สามารถมีปากมีเสียงได้อย่างอิสระนอกจากเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระประสงค์ของกูเท่านั้นที่พอคาดการณ์ตอนหวยออกได้อยู่ว่าจะออกมาเป็นเลขอะไร ?

- แล้วพอมาในรูปแบบการ Psycho ผ่านสภาวะจิตใจของตัวละครเชิงจิตวิทยาที่มีความสยองเป็นส่วนประกอบตามมันยิ่งทำให้สิ่งที่นำเสนอมาเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ต้องการมีคำตอบไม่ต่างจากสภาพที่เป็นอยู่ในบ้านเราขณะนี้ที่กครองด้วยความกลัวจนเริ่มพะอืดพะอมตามคาวเลือดไหลตามหว่างขาอย่างนี้เห็นแล้วรู้สึกวิตกเอาเรื่องยังไงอยู่ ถึงพอมีช่วงว่างเว้นจากการปรับทัศนคติเมื่อได้เห็น Activity ส่วนตัวของแต่ละนางที่สะท้อนถึงมุมมองความคิดของผู้หญิงในยุคนั้นผ่านการกำกับของ Małgorzata Szumowska ซึ่งเป็นผู้หญิงด้วยกันอยู่ไม่น้อยแต่ถึงยังไงก็ยังอยู่ใน Status นกน้อยในกำมือจะบีบก็ตุยจะคายก็ไม่ยืนยันว่าจะรอดในเมื่ออำนาจการควบคุมมันอยู่ที่กูซึ่งเป็นพ่อของพวกแต่เพียงผู้เดียว ถึงไม่ได้จัดความรุนแรงตรง ๆ แต่การได้ดูชีวิตของตัวละครที่อยู่ในกรอบอันงดงามหรือเห็นน้อนแกะถูกกระทำอย่างเลือดเย็นจนเป็นห่วงไม่ได้เพราะดันเป็นใจความสำคัญของเรื่องก็ดูเจ็บปวดและทรมานไม่แพ้กัน

- อุปสรรคอีกอย่างที่ไม่ต้องปฏิเสธให้เสียเวลาว่าต้องเจอแต่อดที่จะเอ่ยไม่ได้คือการตัดต่อนี่แหล่ะที่มันทำให้ตัวเรื่องขาดการเชื่อมต่อระหว่าง Situation ก่อนหน้านี้กับฉากต่อไปอย่างเห็นได้ชัดว่า Details บางอย่างหล่นหายไปต่อหน้าต่อตา แล้วไหนจะสัญญะที่มาในโหมดของนิมิตหรือมโนของนางเอกสำทับรบกวนจิตใจอีกที่นี้ว้าวุ่นต่อการประติดประต่อปมของนางที่ดูท่าว่าไม่ขยับไปไหนเลยเพราะถูกวิสัยทัศน์ความอินดี้นี้ครอบงำทางเส้นเรื่องอย่างเต็มระบบเสียแล้ว

- แต่กระนั้นยังคลำทางต่อไปตามที่คุณพ่อและเหล่าสาวกสาวเดินธุดงค์ผ่านหุบเขาลำห้วยเพื่อหาที่อยู่ใหม่ต่อไปตามพระประสงค์จนถึงช่วงท้ายก่อนจากสิ่งที่ผมตะลึงไม่ใช่การหาทางลงที่มา way เดียวกันกับ Suspiria (2018) , Saint Maud (2019) หรือ Midsommar (2019) ระดับเบาสบายหากแต่เป็นการเฝ้ามองอีกมุมที่รู้สึกว่าทำให้ทุกสิ่งที่นำเสนอมาแต่ต้นอย่างเลื่อนลอยมีทิศทางที่เปลี่ยนไปจนสามารถเชื่อมโยงเรื่องที่ดูไม่เกี่ยวข้องให้เกี่ยวพันได้อย่างเหลือเชื่อว่าชีวิตคือเรื่องราวที่ถูกกำหนดให้ดำรงอยู่ในครรลองของกฎอย่างมีศีลธรรมแม้กระทั่งความเชื่อก็เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการปกครองเช่นกัน ซึ่งมันสามารถใช้ได้ดีกับประเทศที่ไม่ได้มีความเสถียรภาพทางการเมืองซะด้วยสิ

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
ชื่อสินค้า:   Review By EMistique
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่