หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[SR] รีวิว AUDI A7 SPORTBACK 55TFSI QUATTRO S LINE ทรงสวยหรู แต่แรงสะใจ !
กระทู้รีวิว
รถยนต์
Audi
รถยนต์ไฮบริด
4x4
AUDI ยังคงเป็นค่ายที่ทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่องและเราจะเห็นการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆหลากหลายรุ่นมากในไทยทั้งรถยนต์ไฟฟ้า หรือ จะเป็นรถยนต์แรงๆแบบตระกูล RS ต้องบอกว่าเป็นเรื่องดีที่ค่ายนี้เริ่มลุยตลาดมากขึ้น มีศูนย์บริการมากขึ้นทำให้ ผู้ใช้งานนั้นได้อุ่นใจมากขึ้นและแน่นอนว่าเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้สัมผัสได้ง่ายขึ้นด้วย เป็นแบรนด์ที่ยังคงเด่นๆในเรื่องของการขับขี่ และคุณภาพที่จัดเต็มเพราะว่าเป็นแบรนด์ที่นำเข้าเยอรมันทั้งคันด้วยเช่นกัน และทางด้านรถยนต์นั่งนั้นทาง AUDI ก็ถือว่าเป็นค่ายแรกๆที่เด่นๆในเรื่องของการขับขับเคลื่อน 4 ล้อที่ขึ้นชื่อพอสมควรเลย และระบบที่เด่นอย่างมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งด้วยกัน สำหรับตระกูล A7 Sportback นั้นถือว่าเป็นรถยนต์ ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างมาก ทั้งเรื่องของรูปทรง และเป็นรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ที่เน้นการขับขี่สนุกและรูปทรงเพรียวบางพอสมควรเลยครับ จะอยู่ในระดับเดียวกับ CLS ของค่าย MERCEDES เลยถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามอง ส่วน A7 คันนี้ต้องบอกว่าโดดเด่นทั้งเรื่องงานออกแบบ ไฟหน้าไฟท้าย รูปทรง Sportback รวมถึง เครื่องยนต์รหัส 55TFSI ที่จะเป็นรหัสแรงสุดของตระกูลนี้ ที่ขายในไทยและจะมีอีกรุ่นนั้นจะเป็น 45TFSI ที่จะราคาต่ำกว่าด้วย
AUDI A7 SPORTBACK 55 TFSI QUATTRO S-LINE เป็นรหัสแรงที่สุดที่ขายในไทยตอนนี้ ที่มาพร้อมกับ เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร 2,995 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ พร้อมกับกำลังสูงสุด 340 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,400 รอบ/นาที และ แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S-Tronic และใช้งานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro with ultra technology พร้อมติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) 48V (Mild Hybrid : MHEV) และ แบตเตอรี่ Lithium-ion เพื่อช่วยในการออกตัว และ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่หลายๆรุ่นในค่ายนั้นใช้เทคโนโลยีนี้กันช่วยในเรื่องของการออกตัว และ ประหยัดน้ำมันได้ด้วย ส่วนทางด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือค่ายนี้ยังไม่ค่อยมีมาเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่ง เช่นในเรื่องของการแจ้งเตือนมุมบอด หรือ ระบบช่วยจอดทั้งหลายซึ่งค่ายนี้ยังไม่มีมาให้แต่ยังดีที่ทาง A7 นั้นยังคงให้หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า รวมถึงหน้าปัด Virtual Cockpit และ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศามาให้ใช้งานกันอยู่ รวมถึงหน้าจอสัมผัสในการสั่งงานทั้งหมด และ HUD ก็ใส่เข้ามาให้ด้วยเช่นกัน รวมถึงระบบไฟหน้า HD Matrix พร้อม Animation Light Effect Staging ที่เป็นการไล่ไฟเมื่อปลดล็อค รวมถึงไฟท้ายก็มีระบบนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนระบบเสียงนั้นยังคงจัดเต็มมาให้ เสียงพรีเมียม 3 มิติ Bang & Olufsen ด้วยเช่นกัน ส่วนทางด้านราคานั้น A7 Sportback 55 TFSI quattro S-Line 5,399,000 บาท รับประกัน Warranty 5 ปี หรือ 150,000 km. พร้อม 24hr Road-side Assistant บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี
EXTERIOR
งานออกแบบในภาพรวมของตัวรถนั้นยังคงเอกลักษณ์ของค่ายนี้ได้เป็นอย่างดี ต้องบอกเลยว่าดีไซน์ยังคงสานต่อจากทาง A7 รุ่นก่อนได้ดีในเรื่องของรูปทรง COUPE หรือท้ายลาดและตัวรถที่เห็นแล้วต้องบอกว่ายาวอย่างมาก ทั้งฐานล้อและตัวรถในภาพรวมนั้นมีความยาวใหญ่ และดูเตี้ยขึ้นมากชัดเจนครับ ตัวรถคันนี้ยาวมากเกือบ 5 เมตรเลยทีเดียวในการขับขี่ในเมืองอาจจะแอบลำบากนิดๆครับแต่ก็พอๆกับคู่แข่งในเซกเมนต์นี้ ส่วนการตกแต่งในไทยนั้นเอา S-Line เข้ามาทำให้ดูสปอร์ตมากขึ้น แต่น่าเสียดายว่าตัวล้อนั้นดีไซน์ยังไม่สวยเท่าไรและค่อนข้างธรรมดาไปนิด
รูปทรงตัวรถมีความโดดเด่นในทรงของ Sportback เพราะว่าทางค่าย AUDI นั้นจะเรียกรถยนต์หลังคาทรงลาดว่า sportback นั้นเองซึ่งในค่ายอื่นๆนั้นจะใช้ GT หรือ COUPE แล้วแต่แบรนด์นั้นเอง ทรงของ A7 นั้นถือว่าทำออกมาลงตัวเมื่อเทียบกับทรงรถทั้งหมด ตัวรถมีขนาดใหญ่ ล้อใหญ่เต็มซุ้ม รวมถึงกระโปรงหน้าที่มีความยาวและลึกรวมถึงทรงรถที่แบนและเตี้ย ระยะจากพื้นไม่ได้สูงมากนักทำให้รูปทรงของตัวรถมีความโดดเด่นบน ท้องถนนอย่างมาก ดูผู้ดี แต่ก็แฝงความดุดันไปในตัว ชุดแต่ง S-line เรียบๆกำลังดีและเข้ากับกระจังหน้าและเส้นสายโดยรวมได้ด้วยเช่นกัน และทางด้านท้ายนั้นเราจะเห็นไฟท้ายแบบยาวต่อเนื่องที่สวยงามและโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นๆชัดเจน รวมถึงฝาท้ายที่เปิดแบบยกทั้งหมดขึ้นไป พร้อมกับ สปอย์เลอร์หลังที่สามารถยกขึ้นมาเองได้ถือว่าเป็นรถยนต์ที่ทรงสวยที่สุดเลยเท่าที่เห็นมา และเมื่อมองในภาพรวมกับไฟท้ายรายละเอียดต่างๆของตัวรถเมื่อขับใช้งานมีหลายๆคนต้องมองตามแน่นอน
ด้านหน้าตรงนอกเหนือจากโลโก้ 4 ห่วงของค่ายแล้วอีกจุดเด่นที่มองแล้วรู้เลยว่าเป็นแบรนด์อะไรคงหนีไม่พ้นในส่วนของกระจังหน้าอันใหญ่โตของทางค่ายนี้ก็ว่าได้ในแต่ละยุคนั้นทางค่ายจะมีกระจังหน้าที่มีดีไซน์แตกต่างกันไปแต่ในเจนใหม่ล่าสุดจะยังคงมีความเหลี่ยมสันชัดเจน 6 เหลี่ยมใหญ่พร้อมกับเส้นสายเรียบๆแนวนอน เข้ากับกับไฟหน้าและช่องดักลมด้านข้างได้ดีพอสมควรเลย ส่วนไฟตัดหมอกอะไรนั้นจะแทรกอยู่ในไฟหน้าทั้งหมดเพราะว่าในรุ่นใหม่ๆไฟตัดหมอกหน้าไม่ค่อยจำเป็นแล้วในหลายค่ายเพราะว่าไฟหน้ามีกำลังมากพอจนไม่ต้องมีไฟตัดหมอกเข้ามาช่วยแล้วส่วนทางด้านไฟหน้ายังคงเป็น MATRIX LED พร้อม ANIMATION เวลาปลดล็อค รวมถึงด้านหลังก็เป็นไฟ Animation Light Effect Staging เมื่อปลดล็อคที่ต้องบอกว่าโดดเด่นเกินหน้าตาคันอื่นชัดเจนอลังการอย่างมากเมื่อมองในภาพรวมเทียบกับทรงไฟท้าย LED ทั้งหมดเส้นยาว สวยงามทำให้ท้ายรถมีความลงตัวขึ้นชัดเจนอย่างมาก และยังคงมาพร้อมกับไฟตัดหมอกหลังตรงกลางรถ รวมถึงไฟเลี้ยวแบบไล่ระดับและไฟทั้งหมดเป็น LED ทั้งเส้นเลย และส่วนงานออกแบบชายล่างนั้นจะไม่เห็นท่อไอเสียตรงๆ แต่จะซ่อนอยู่พร้อมกับ เส้นสายสีดำตัดโครมเมี่ยมดูหรู ส่วนทางด้าน สปอยเลอร์หลังนั้นจะยกระดับเมื่อขับเร็ว หรือ กดเพื่อยกระดับขึ้นมาได้ด้วยอันนี้ถือว่าดูดีและใช้งานได้
ล้อคันนี้ขนาดใหญ่โตแต่ตัวยางก็มีความหนากำลังดีครับแน่นอนว่าด้วยขนาดของตัวรถนั้นใหญ่โตพอสมควรทำให้ตัวล้อนั้นต้องออกมารองรับได้ด้วย คันนี้ใส่ล้อมาให้ที่ขนาด ล้ออัลลอย 20 นิ้ว 8.5 J x 20 พร้อมยางขนาด 255/40 R20 ดีไซน์เรียบๆแอบธรรมดาไปนิดหน่อยไม่มีการเล่นสีดำหรือปัดเงาอะไรเท่าไรแอบดูย่อนยุคไปนิดหน่อย แต่ด้วยขนาด 20นิ้วก็พอทำให้ตัวรถดูมั่นคงมากขึ้นและขนาดยางกำลังดีกับถนนในไทยครับ นุ่มและลุยกับถนนในไทยได้นั่งหลังไม่สะเทือนมากเกินไปครับ ส่วนทางด้านกระจกมองข้างรุ่นนี้ยังคงใส่ไฟเลี้ยวด้านข้างมาให้พร้อมกับกล้องมองด้านข้าง ทำงานร่วมกันกับระบบกล้อง 360 องศา แต่น่าเสียดายไม่มี แจ้งเตือนจุดบอดอะไรครับ ส่วนช่องดักลมด้านหน้าใส่เข้ามาให้พร้อมกับเป็นช่องจริงๆทั้ง 2 ข้างเลยทรงสปอร์ตพอสมควรและมาพร้อมที่ล้างไฟหน้าให้ใช้งานเวลาล้างกระจกนั้นจะทำงานร่วมกันทันทีครับ อาจจะเลอะได้ง่ายขึ้นถ้าฉีดน้ำล้างปกติแต่ไม่ได้จะล้างไฟหน้าครับ
สปอยเลอร์ในด้านหลังนั้นสามารถยกขึ้นมาได้โดยการกดปุ่มสั่งงานในรถตรงส่วนหน้าจอตรงกลางในด้านล่างสามารถกดเปิดเพื่อเพิ่มแรงกดในด้านหลังตัวรถเวลาขับเร็วหรือทางไกลๆได้ดี และเพิ่มความสวยงามได้ดีขึ้นมาก อารมณ์แบบรถยนต์ Sport ในหลายๆค่ายที่จะเป็นระบบยกขึ้นมาเมื่อขับความเร็วสูงและสามารถซ่อนเนียนไปกับตัวรถได้ด้วย ช่วยในการขับขี่ได้ดีเกาะถนนได้มากขึ้นและกดท้ายให้อยู่กับถนนได้มากขึ้นด้วยครับถือว่าเป็นจุดที่แตกต่างกับตัวอื่นๆในส่วนนี้ และมีลูกเล่นให้ใช้งานกัน ส่วนหลังคาตัวรถนั้นเป็นแบบ Panoramic Sunroof แน่นอนว่ารองรับการใช้งานระบบไฟฟ้าทั้งหมดและเมื่อเปิดนั้นกระจกจะเลื่อนออกไปนอกหลังคาตัวรถและมีที่บังฝุ่นลมมาให้
ไฟหน้ามาพร้อมกับ MATRIX LED ที่รองรับการใช้งานในการหลบรถยนต์คันข้างหน้า รวมถึงไฟหน้าจะไม่แยงตาคันข้างหน้าแม้เราจะเปิดไฟสูงก็ตาม และทางด้านไฟนั้นมาพร้อมกับไฟที่จะเน้นส่องสว่างด้านข้างเพิ่มเติม ไฟหน้า HD Matrix พร้อม Animation Light Effect Staging เวลาปลดล็อค ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam และ ไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟเลี้ยวด้านหน้าที่เป็นแบบไฟเลี้ยววิ่ง ดีไซน์งานออกแบบสวยงาม และตำแหน่งไฟเลี้ยวจะเป็นตัวเดียวกับ DRL ส่วนตัวไฟมาพร้อมกับระบบล้างไฟหน้าเช่นเดิมครับทางด้านไฟท้ายนั้นเป็นไฟท้ายที่เป็นงานออกแบบต่อเนื่องยาวไปจนถึงทั้ง 2 ข้างเป็น LED พร้อมกับไฟเลี้ยววิ่ง รวมถึงไฟเบรค ดวงที่ 3 ในด้านบน และไฟตัดหมอกด้านหลังตรงกลาง ที่มีความสว่างพอสมควรเลยทีเดียวครับ
ตัวรถยามค่ำคืนนั้นมีแสงสีสวยงามแน่นอนว่าทั้งเรื่องของไฟทั้งหน้าและหลังมีความโดดเด่นในการออกแบบและใช้งานจริงก็สามารถส่องสว่างได้ดี ในหลายๆสภาพอากาศช่วงที่ทดลองนั้นเจอฝาตกหนักพายุเข้าเต็มๆแต่ตัวไฟหน้านั้นรองรับได้ดีกว่าที่คิดแม้จะเจอฝนหนักในเวลากลางคืนทั้งเรื่องของความเข้มแสง และระยะการมองของตัวไฟ รวมถึงการกินขอบข้างๆตัวไฟหน้า ส่วนทางด้านท้ายรถ เส้นสายไฟท้ายสวยงามต่อเนื่องยาวซ้ายขวา ทำให้ตัวรถดูแบนมากขึ้น และทางด้านไฟเลี้ยว ตรงกระจกมองข้างของตัวรถก็ยังคงใส่เข้ามาให้ใช้งานเช่นกัน
ไฟหน้าไฟท้ายยามค่ำคืนในหลายๆมุมมองนั้นถือว่ามีความโดดเด่นในการใช้งานจริงเวลาเลี้ยวก็จะมีไฟส่องด้านข้างเสริมเข้ามาให้ด้วยทำให้มองเห็นรอบข้างไดัชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเมื่ออยู่ในมุมมองคนนั่งตัวไฟก็จัดระยะได้ดีพอสมควรครับ และเส้น CUTOFF ของตัวไฟก็คมกำลังดี และพื้นที่เหนือแสงไฟก็ยังพอเห็นไม่ได้มืดสนิทซะทีเดียวครับ
ชื่อสินค้า:
AUDI A7 SPORTBACK 55TFSI
คะแนน:
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
- ได้รับสินค้ามาใช้รีวิวฟรี โดยต้องคืนสินค้าให้เจ้าของสินค้า
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
รีวิว BMW X5 45e M Sport ตัวเทพ PHEV SUV อัตราเร่งดี นุ่มหนึบ ฟีเจอร์แน่น !
BMW ในตระกูล X5 นั้นถือว่าเป็น SAV หรือ SUV ตัวแรกของค่ายพร้อมกับการลุยตลาดที่กล้าที่จะแหวกแนวออกมาจากค่ายที่เน้นเรื่องของการขับขี่ จากรถเก๋งนั้นเอง และเรียกได้
Techhangout
รีวิว AUDI A5 COUPE 45TFSI S-LINE BLACK EDITION ตัวแรง ขับสนุก ช่วงล่างเด่น!
AUDI นั้นถือว่าเป็นค่ายที่ต้องบอกว่าในไทยก็พยายามลุยตลาดกันอย่างต่อเนื่องจริงจังขึ้นเรื่อยๆและจุดที่สังเกตได้เลยก็คือในเรื่องของราคาที่แอบทำได้ดีจับต้องได้ง่ายข
Techhangout
รีวิว BMW 430i Convertible M Sport ขับเร้าใจ ช่วงล่างแน่น ส่งท้ายรุ่นเปิดหลังคาแข็ง!
BMW นั้นถือว่าเป็นค่ายที่ทำรถยนต์แต่ละรุ่นออกมานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก และมีสาวก Bimmer ค่อนข้างเยอะพอสมควรทั้งในตลาดโลกและในไทย เป็นค่ายที่ยังคงมีคนเล่
Techhangout
รีวิว SUBARU XV GT EDITION AWD ขับ 4 ล้อ ช่วงล่างแน่น เกาะถนน เข้าโค้งเด่น !
SUBARU แบรนด์ที่หลายๆคนนั้นน่าจะรู้จักกันดีในแบรนด์ที่ทำระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในทุกคันของค่ายตัวเอง และเป็นค่ายรถยนต์ที่โดดเด่นในเรื่องนี้อย่างมาก เรียกได้ว่าอันด
Techhangout
รีวิว SUBARU FORESTER 2.0 I-S AWD รถ SUV สายลุย ขับสบาย พร้อมระบบ EYESIGHT !
SUBARU นั้นถือว่าเป็นค่ายรถยนต์ที่ต้องบอกว่าหลายๆคนอาจจะรู้จักถ้าตามวงการนี้มา แต่คนทั่วไปอาจจะรู้จักแต่ไม่ได้รู้ว่ามันมีอะไรยังไงบ้าง และ มีรุ่นอะไรบ้างนั้นเอง
Techhangout
Audi A5 ปี 2018 VS Mercedes benz E200 coupe C207 2014
ตอนนี้ใช้ E200 coupe C207 ปี 2014 อยู่ อยากจะเปลี่ยนไปขับ Audi A5 ปี 2018 ที่ราคาไม่หนีกันมากนัก(อาจจะราคาตกกว่าbenz) เพื่อนๆ คิดว่าคุ้มค่าไหมครับ เรื่องเก็บงาน
สมาชิกหมายเลข 5259899
ขอความเห็นครับเลือกไม่ถูกระหว่าง BMW E92 กับ Audi A5 B8 ขอบคุณครับ
ขอความเห็นจากเพื่อนๆหน่อยนะครับ กำลังเล็งๆ2รุ่นนี้แต่เลือกไม่ถูก ชอบ A5 มากแต่ห่วงเรื่องซ่อมบำรุง เห็นมีประเด็นเรื่องกินน้ำมันเครื่องครับ ส่วน BMW Serie 3 E92 ต
via
ระหว่างGTR 2010-2015มือสอง กับ AUDI RS5 2021 มือ1
Gtr 2010-2015มือสอง กับ Aud i RS5 2021มือ1 ซื้อคันไหนดี ราคาพอๆกัน Rs5 มือ1 มีวารันตี แต่ไม่รู้ว่าอนาคตราคาคันไหนจะตกมากกว่ากัน Gtr r35 2010-2015 ราคาเท่ากัน แต
สมาชิกหมายเลข 3365126
เพิ่งได้ลอง TANK 300 DIESEL รู้และว่าทำไมขายดี เครื่องดีกว่าที่คิด
มีโอกาสได้ลองทดสอบ TANK 300 DIESEL ในปี 2026 เดือนมกราคม รอมรตั้งแต่ใกล้ๆ สิ้นปี 2025 แต่ก็ไม่เป็นไร ก่อนจะได้ลอง เคยได้ทดสอบตัว ไฮบริด ไปแล้วเมื่อช่วงต้นปี 202
สมาชิกหมายเลข 8577804
ผลการศึกษาล่าสุดชี้ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า 96% วางแผนใช้ EV ต่อไปและไม่ขอกลับไปใช้รถพลังงานน้ำมัน
ผลจากการศึกษาล่าสุดของ J.D. Power 2026 US Electric Vehicle Experience (EVX) Ownership Study โดยสำรวจเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดที่อยู่ในตลาดสหรัฐฯ พบว่า
สมาชิกหมายเลข 2933266
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
รถยนต์
Audi
รถยนต์ไฮบริด
4x4
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[SR] รีวิว AUDI A7 SPORTBACK 55TFSI QUATTRO S LINE ทรงสวยหรู แต่แรงสะใจ !
AUDI ยังคงเป็นค่ายที่ทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่องและเราจะเห็นการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆหลากหลายรุ่นมากในไทยทั้งรถยนต์ไฟฟ้า หรือ จะเป็นรถยนต์แรงๆแบบตระกูล RS ต้องบอกว่าเป็นเรื่องดีที่ค่ายนี้เริ่มลุยตลาดมากขึ้น มีศูนย์บริการมากขึ้นทำให้ ผู้ใช้งานนั้นได้อุ่นใจมากขึ้นและแน่นอนว่าเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้สัมผัสได้ง่ายขึ้นด้วย เป็นแบรนด์ที่ยังคงเด่นๆในเรื่องของการขับขี่ และคุณภาพที่จัดเต็มเพราะว่าเป็นแบรนด์ที่นำเข้าเยอรมันทั้งคันด้วยเช่นกัน และทางด้านรถยนต์นั่งนั้นทาง AUDI ก็ถือว่าเป็นค่ายแรกๆที่เด่นๆในเรื่องของการขับขับเคลื่อน 4 ล้อที่ขึ้นชื่อพอสมควรเลย และระบบที่เด่นอย่างมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งด้วยกัน สำหรับตระกูล A7 Sportback นั้นถือว่าเป็นรถยนต์ ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างมาก ทั้งเรื่องของรูปทรง และเป็นรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ที่เน้นการขับขี่สนุกและรูปทรงเพรียวบางพอสมควรเลยครับ จะอยู่ในระดับเดียวกับ CLS ของค่าย MERCEDES เลยถือว่าเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามอง ส่วน A7 คันนี้ต้องบอกว่าโดดเด่นทั้งเรื่องงานออกแบบ ไฟหน้าไฟท้าย รูปทรง Sportback รวมถึง เครื่องยนต์รหัส 55TFSI ที่จะเป็นรหัสแรงสุดของตระกูลนี้ ที่ขายในไทยและจะมีอีกรุ่นนั้นจะเป็น 45TFSI ที่จะราคาต่ำกว่าด้วย
AUDI A7 SPORTBACK 55 TFSI QUATTRO S-LINE เป็นรหัสแรงที่สุดที่ขายในไทยตอนนี้ ที่มาพร้อมกับ เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร 2,995 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ พร้อมกับกำลังสูงสุด 340 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,400 รอบ/นาที และ แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,370 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S-Tronic และใช้งานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro with ultra technology พร้อมติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) 48V (Mild Hybrid : MHEV) และ แบตเตอรี่ Lithium-ion เพื่อช่วยในการออกตัว และ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่หลายๆรุ่นในค่ายนั้นใช้เทคโนโลยีนี้กันช่วยในเรื่องของการออกตัว และ ประหยัดน้ำมันได้ด้วย ส่วนทางด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือค่ายนี้ยังไม่ค่อยมีมาเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่ง เช่นในเรื่องของการแจ้งเตือนมุมบอด หรือ ระบบช่วยจอดทั้งหลายซึ่งค่ายนี้ยังไม่มีมาให้แต่ยังดีที่ทาง A7 นั้นยังคงให้หลังคา Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า รวมถึงหน้าปัด Virtual Cockpit และ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศามาให้ใช้งานกันอยู่ รวมถึงหน้าจอสัมผัสในการสั่งงานทั้งหมด และ HUD ก็ใส่เข้ามาให้ด้วยเช่นกัน รวมถึงระบบไฟหน้า HD Matrix พร้อม Animation Light Effect Staging ที่เป็นการไล่ไฟเมื่อปลดล็อค รวมถึงไฟท้ายก็มีระบบนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนระบบเสียงนั้นยังคงจัดเต็มมาให้ เสียงพรีเมียม 3 มิติ Bang & Olufsen ด้วยเช่นกัน ส่วนทางด้านราคานั้น A7 Sportback 55 TFSI quattro S-Line 5,399,000 บาท รับประกัน Warranty 5 ปี หรือ 150,000 km. พร้อม 24hr Road-side Assistant บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี
EXTERIOR
งานออกแบบในภาพรวมของตัวรถนั้นยังคงเอกลักษณ์ของค่ายนี้ได้เป็นอย่างดี ต้องบอกเลยว่าดีไซน์ยังคงสานต่อจากทาง A7 รุ่นก่อนได้ดีในเรื่องของรูปทรง COUPE หรือท้ายลาดและตัวรถที่เห็นแล้วต้องบอกว่ายาวอย่างมาก ทั้งฐานล้อและตัวรถในภาพรวมนั้นมีความยาวใหญ่ และดูเตี้ยขึ้นมากชัดเจนครับ ตัวรถคันนี้ยาวมากเกือบ 5 เมตรเลยทีเดียวในการขับขี่ในเมืองอาจจะแอบลำบากนิดๆครับแต่ก็พอๆกับคู่แข่งในเซกเมนต์นี้ ส่วนการตกแต่งในไทยนั้นเอา S-Line เข้ามาทำให้ดูสปอร์ตมากขึ้น แต่น่าเสียดายว่าตัวล้อนั้นดีไซน์ยังไม่สวยเท่าไรและค่อนข้างธรรมดาไปนิด
รูปทรงตัวรถมีความโดดเด่นในทรงของ Sportback เพราะว่าทางค่าย AUDI นั้นจะเรียกรถยนต์หลังคาทรงลาดว่า sportback นั้นเองซึ่งในค่ายอื่นๆนั้นจะใช้ GT หรือ COUPE แล้วแต่แบรนด์นั้นเอง ทรงของ A7 นั้นถือว่าทำออกมาลงตัวเมื่อเทียบกับทรงรถทั้งหมด ตัวรถมีขนาดใหญ่ ล้อใหญ่เต็มซุ้ม รวมถึงกระโปรงหน้าที่มีความยาวและลึกรวมถึงทรงรถที่แบนและเตี้ย ระยะจากพื้นไม่ได้สูงมากนักทำให้รูปทรงของตัวรถมีความโดดเด่นบน ท้องถนนอย่างมาก ดูผู้ดี แต่ก็แฝงความดุดันไปในตัว ชุดแต่ง S-line เรียบๆกำลังดีและเข้ากับกระจังหน้าและเส้นสายโดยรวมได้ด้วยเช่นกัน และทางด้านท้ายนั้นเราจะเห็นไฟท้ายแบบยาวต่อเนื่องที่สวยงามและโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นๆชัดเจน รวมถึงฝาท้ายที่เปิดแบบยกทั้งหมดขึ้นไป พร้อมกับ สปอย์เลอร์หลังที่สามารถยกขึ้นมาเองได้ถือว่าเป็นรถยนต์ที่ทรงสวยที่สุดเลยเท่าที่เห็นมา และเมื่อมองในภาพรวมกับไฟท้ายรายละเอียดต่างๆของตัวรถเมื่อขับใช้งานมีหลายๆคนต้องมองตามแน่นอน
ด้านหน้าตรงนอกเหนือจากโลโก้ 4 ห่วงของค่ายแล้วอีกจุดเด่นที่มองแล้วรู้เลยว่าเป็นแบรนด์อะไรคงหนีไม่พ้นในส่วนของกระจังหน้าอันใหญ่โตของทางค่ายนี้ก็ว่าได้ในแต่ละยุคนั้นทางค่ายจะมีกระจังหน้าที่มีดีไซน์แตกต่างกันไปแต่ในเจนใหม่ล่าสุดจะยังคงมีความเหลี่ยมสันชัดเจน 6 เหลี่ยมใหญ่พร้อมกับเส้นสายเรียบๆแนวนอน เข้ากับกับไฟหน้าและช่องดักลมด้านข้างได้ดีพอสมควรเลย ส่วนไฟตัดหมอกอะไรนั้นจะแทรกอยู่ในไฟหน้าทั้งหมดเพราะว่าในรุ่นใหม่ๆไฟตัดหมอกหน้าไม่ค่อยจำเป็นแล้วในหลายค่ายเพราะว่าไฟหน้ามีกำลังมากพอจนไม่ต้องมีไฟตัดหมอกเข้ามาช่วยแล้วส่วนทางด้านไฟหน้ายังคงเป็น MATRIX LED พร้อม ANIMATION เวลาปลดล็อค รวมถึงด้านหลังก็เป็นไฟ Animation Light Effect Staging เมื่อปลดล็อคที่ต้องบอกว่าโดดเด่นเกินหน้าตาคันอื่นชัดเจนอลังการอย่างมากเมื่อมองในภาพรวมเทียบกับทรงไฟท้าย LED ทั้งหมดเส้นยาว สวยงามทำให้ท้ายรถมีความลงตัวขึ้นชัดเจนอย่างมาก และยังคงมาพร้อมกับไฟตัดหมอกหลังตรงกลางรถ รวมถึงไฟเลี้ยวแบบไล่ระดับและไฟทั้งหมดเป็น LED ทั้งเส้นเลย และส่วนงานออกแบบชายล่างนั้นจะไม่เห็นท่อไอเสียตรงๆ แต่จะซ่อนอยู่พร้อมกับ เส้นสายสีดำตัดโครมเมี่ยมดูหรู ส่วนทางด้าน สปอยเลอร์หลังนั้นจะยกระดับเมื่อขับเร็ว หรือ กดเพื่อยกระดับขึ้นมาได้ด้วยอันนี้ถือว่าดูดีและใช้งานได้
ล้อคันนี้ขนาดใหญ่โตแต่ตัวยางก็มีความหนากำลังดีครับแน่นอนว่าด้วยขนาดของตัวรถนั้นใหญ่โตพอสมควรทำให้ตัวล้อนั้นต้องออกมารองรับได้ด้วย คันนี้ใส่ล้อมาให้ที่ขนาด ล้ออัลลอย 20 นิ้ว 8.5 J x 20 พร้อมยางขนาด 255/40 R20 ดีไซน์เรียบๆแอบธรรมดาไปนิดหน่อยไม่มีการเล่นสีดำหรือปัดเงาอะไรเท่าไรแอบดูย่อนยุคไปนิดหน่อย แต่ด้วยขนาด 20นิ้วก็พอทำให้ตัวรถดูมั่นคงมากขึ้นและขนาดยางกำลังดีกับถนนในไทยครับ นุ่มและลุยกับถนนในไทยได้นั่งหลังไม่สะเทือนมากเกินไปครับ ส่วนทางด้านกระจกมองข้างรุ่นนี้ยังคงใส่ไฟเลี้ยวด้านข้างมาให้พร้อมกับกล้องมองด้านข้าง ทำงานร่วมกันกับระบบกล้อง 360 องศา แต่น่าเสียดายไม่มี แจ้งเตือนจุดบอดอะไรครับ ส่วนช่องดักลมด้านหน้าใส่เข้ามาให้พร้อมกับเป็นช่องจริงๆทั้ง 2 ข้างเลยทรงสปอร์ตพอสมควรและมาพร้อมที่ล้างไฟหน้าให้ใช้งานเวลาล้างกระจกนั้นจะทำงานร่วมกันทันทีครับ อาจจะเลอะได้ง่ายขึ้นถ้าฉีดน้ำล้างปกติแต่ไม่ได้จะล้างไฟหน้าครับ
สปอยเลอร์ในด้านหลังนั้นสามารถยกขึ้นมาได้โดยการกดปุ่มสั่งงานในรถตรงส่วนหน้าจอตรงกลางในด้านล่างสามารถกดเปิดเพื่อเพิ่มแรงกดในด้านหลังตัวรถเวลาขับเร็วหรือทางไกลๆได้ดี และเพิ่มความสวยงามได้ดีขึ้นมาก อารมณ์แบบรถยนต์ Sport ในหลายๆค่ายที่จะเป็นระบบยกขึ้นมาเมื่อขับความเร็วสูงและสามารถซ่อนเนียนไปกับตัวรถได้ด้วย ช่วยในการขับขี่ได้ดีเกาะถนนได้มากขึ้นและกดท้ายให้อยู่กับถนนได้มากขึ้นด้วยครับถือว่าเป็นจุดที่แตกต่างกับตัวอื่นๆในส่วนนี้ และมีลูกเล่นให้ใช้งานกัน ส่วนหลังคาตัวรถนั้นเป็นแบบ Panoramic Sunroof แน่นอนว่ารองรับการใช้งานระบบไฟฟ้าทั้งหมดและเมื่อเปิดนั้นกระจกจะเลื่อนออกไปนอกหลังคาตัวรถและมีที่บังฝุ่นลมมาให้
ไฟหน้ามาพร้อมกับ MATRIX LED ที่รองรับการใช้งานในการหลบรถยนต์คันข้างหน้า รวมถึงไฟหน้าจะไม่แยงตาคันข้างหน้าแม้เราจะเปิดไฟสูงก็ตาม และทางด้านไฟนั้นมาพร้อมกับไฟที่จะเน้นส่องสว่างด้านข้างเพิ่มเติม ไฟหน้า HD Matrix พร้อม Animation Light Effect Staging เวลาปลดล็อค ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam และ ไฟ Daytime Running Light แบบ LED และไฟเลี้ยวด้านหน้าที่เป็นแบบไฟเลี้ยววิ่ง ดีไซน์งานออกแบบสวยงาม และตำแหน่งไฟเลี้ยวจะเป็นตัวเดียวกับ DRL ส่วนตัวไฟมาพร้อมกับระบบล้างไฟหน้าเช่นเดิมครับทางด้านไฟท้ายนั้นเป็นไฟท้ายที่เป็นงานออกแบบต่อเนื่องยาวไปจนถึงทั้ง 2 ข้างเป็น LED พร้อมกับไฟเลี้ยววิ่ง รวมถึงไฟเบรค ดวงที่ 3 ในด้านบน และไฟตัดหมอกด้านหลังตรงกลาง ที่มีความสว่างพอสมควรเลยทีเดียวครับ
ตัวรถยามค่ำคืนนั้นมีแสงสีสวยงามแน่นอนว่าทั้งเรื่องของไฟทั้งหน้าและหลังมีความโดดเด่นในการออกแบบและใช้งานจริงก็สามารถส่องสว่างได้ดี ในหลายๆสภาพอากาศช่วงที่ทดลองนั้นเจอฝาตกหนักพายุเข้าเต็มๆแต่ตัวไฟหน้านั้นรองรับได้ดีกว่าที่คิดแม้จะเจอฝนหนักในเวลากลางคืนทั้งเรื่องของความเข้มแสง และระยะการมองของตัวไฟ รวมถึงการกินขอบข้างๆตัวไฟหน้า ส่วนทางด้านท้ายรถ เส้นสายไฟท้ายสวยงามต่อเนื่องยาวซ้ายขวา ทำให้ตัวรถดูแบนมากขึ้น และทางด้านไฟเลี้ยว ตรงกระจกมองข้างของตัวรถก็ยังคงใส่เข้ามาให้ใช้งานเช่นกัน
ไฟหน้าไฟท้ายยามค่ำคืนในหลายๆมุมมองนั้นถือว่ามีความโดดเด่นในการใช้งานจริงเวลาเลี้ยวก็จะมีไฟส่องด้านข้างเสริมเข้ามาให้ด้วยทำให้มองเห็นรอบข้างไดัชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเมื่ออยู่ในมุมมองคนนั่งตัวไฟก็จัดระยะได้ดีพอสมควรครับ และเส้น CUTOFF ของตัวไฟก็คมกำลังดี และพื้นที่เหนือแสงไฟก็ยังพอเห็นไม่ได้มืดสนิทซะทีเดียวครับ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้