[SR] รีวิว AUDI S3 SPORTBACK น้องเล็ก ตัวจี๊ด 290 แรงม้า Quattro ท่อลั่นกว่า RS ซะอีก !

กระทู้รีวิว


AUDI S3 ในรหัส S นั้นเราจะไม่ค่อยเห็นในเมืองไทยเท่าไรเพราะว่าถ้ามองกันรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นแรกที่เอาเข้ามาด้วยเช่นกัน ตระกูล S จะเป็นรหัสแรงก่อนจะไป RS  ถ้ามองเทียบคู่แข่งจะอารมณ์ M135i / GLA35 / A35 นั้นเองครับซึ่งในไทยก็มีบ้างเช่นกัน ทำให้ความแรง ราคา และการขับขี่ของมันก็แรงกำลังดีในการใช้งานทั่วไป แต่บอกเลยว่าหลังจากที่ได้ลองขับ ได้ลองอยู่กับมันมาหลายๆวัน ผมกับชอบมากกว่า  RSQ3 RS4 พวกนั้นซะอีก อาจจะด้วยความแรงที่กำลังดี ขนาดตัวรถต่างๆคล่องตัว และเสียงท่อลั่นกว่ามากๆ รวมถึงดีไซน์ไม่ดุดันเวอร์เกินไป เป็นรถเรียบๆแต่พร้อมแซงทุกคันได้แน่นอนครับ ด้วยพละกำลัง และการขับ 4 ของมันทำให้เป็นรถที่น่าเล่นและขับสนุกที่สุดของค่าย







AUDI S3 มาพร้อมกับขุมพลัง เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบพละกำลังสูงสุด 290 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ S-Tronic ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro 0-100 km/h ภายใน 4.8 วินาที บอกเลยว่าไม่ธรรมดา พร้อมกับท่อ Audi Sport ที่สามารถเปิด/ปิดเสียงได้ตามโหมดการขับขี่ เสียง Pop and Bang ลั่นกว่า RS เยอะมากเช่นกัน ส่วนตัวดีไซน์รถมีหลายๆส่วนเปลี่ยนจาก A3 Sportback ทั้งกระจังหน้าแบบสีดำ การตกแต่งสีดำทั้งหมดรอบคัน รวมถึงภายในหลายๆส่วน และในด้านหลังก็จะมาพร้อมกับ 4 ท่อจริงลั่นๆ รวมถึง ภายในออฟชันหลายๆอย่างเต็มมากขึ้น และได้เบาะแบบ  Bucket Seat  ด้วย รวมถึงล้อต่างๆเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เราจะได้ล้อลายใหม่ ในขนาด 19 นิ้ว เล่นสีสวยงาม และ เบรกสีแดง พร้อมกับภายในที่เน้นยุคใหม่ เกียร์แบบใหม่ และหน้าจอ Virtual Cockpit จัดเต็มเช่นเดิมครับ เซนเซอร์หลังมาให้ครบแต่น่าเสียดายยังไม่มีกล้องรอบคัน หรือ ระบบช่วยเหลืออะไรใส่เข้ามาให้ในรุ่นนี้ แต่ไฟหน้า LED สูงต่ำอัตโนมัติให้มา

AUDI S3 SPORTBACK  3.59 ล้านบาท 



EXTERIOR

งานออกแบบภายนอกยุคใหม่ของทาง AUDI จริงๆในด้านหน้ารอบคันเส้นสายทั้งหมดเข้าสู่ยุคใหม่ที่เราจะเห็นต่อไปในอนาคตซึ่งแม้จะเป็นรุ่นเล็กก็ตามแต่ทางค่ายก็จัดเส้นสาย ดุดันได้อย่างดี จะไม่ได้กระจังหน้าโหดๆแบบ RS แต่การเสริมสีดำเข้ามารอบๆคันก็ทำได้ดุดันขึ้นกว่า A3 ที่เน้นโครเมียมมากกว่า รวมถึงขนาดตัวรถเองไม่ได้ใหญ่มากนัก ทำบนพื้นฐาน TT ทำให้มันอยู่ในความยาว 4.3 เมตร และ กว้าง 1.8 เมตร ถือว่ากำลังดีในการขับขี่ในเมืองด้วยเช่นกัน







AUDI ยุคนี้ก่อนจะเข้ารถไฟฟ้าล้วนๆ เรามักจะเห็นเส้นสายที่คมชัด มัดกล้ามชัดเจนแบบมองแต่ไกลก็เห็นความคมของมัน ซึ่งสีขาวปกติจะไม่ค่อยเห็นเส้นสายเยอะ แต่คันนี้บอกเลยว่าสวยเส้นสายรอบคันเข้ากันได้อย่างลงตัวมีความสปอร์ตแบบไม่ต้องรกมาก เป็นไม่กี่ค่ายที่กระจังหน้าใหญ่แต่สวย พร้อมกันชนแบบ S Line ทั้งหมด เล่นสีดำ และ เสริมด้วยขอบประตูดำ ชายล่างสีดำ ราวหลังคาดำทั้งหมด ถือว่าสวย รวมถึงในด้านหลังกันชนแบบ Sline สีดำ แม้จะคล้ายกับ  A3 แต่มีการเสริมสีดำ และ ท่อจริง 4 ท่อเข้ามาเป็นจุดต่างกันหลักๆ แต่งานออกแบบเหมือนกันในส่วนชุดกันชนหลังทั้งหมดรวมถึงรอบคันนั้นเองครับ หลังคาตัวนี้ลาดไม่เยอะมากทำให้มันเป็นรถทรง Hatchback ที่สวยมาก





หน้าตรงเราจะเห็นเลยว่าการเสริมสีดำเข้ามาในส่วนกันชนที่แม้จะเป็นทรง A3 แต่อารมณ์ของรถแตกต่างกันชัดเจน เสริมด้วยสัญลักษณ์ S3  และกระจกมองข้างดำได้ลงตัวในเรื่องเส้นสายงานออกแบบไม่เคยผิดหวังค่ายนี้เท่าไรนัก รวมถึงในด้านหน้าก็เช่นกัน การที่ใช้ท่อเงินเงาๆก็อาจจะเป็นการตัดสินใจถูกเพราะว่ามันจะไม่กลืนไปกับกันชนล่างด้วยซึ่งจุดนี้ตอนแรกไม่คิดอะไรแต่พอมองหลายๆมุมถ้าได้ท่อดำอาจจะกลืนเกินไปด้วยนั้นเอง อีกทั้งความโป่งล้อที่ดูใหญ่เส้นสายเสริมทำให้ตัวรถดูฐานกว้างแบบรถแข่งได้ดีมากๆ แต่ทั้งนี้ไฟท้ายดีเทลยังไม่ได้หนีจากรุ่นปกติเท่าไรนักด้วย







ไฟท้ายมาในทรงเพรียวพร้อมกับดีเทลข้างในสวยงาม และมีมิติเช่นเดิม ไม่ต่างกับรุ่นปกติ มาพร้อม FULL LED ทั้งหมด  ไฟได้เลี้ยวแบบวิ่งในด้านหลังรูปทรงสวยงามเส้นสายคม และในด้านล่างเราจะเห็นชุดช่องระบายอากาศแบบปิดทึบเป็นการตกแต่ง แต่เสริมด้วยขอบสีดำ พร้อมท่อไอเสียจริงสีเงิน 4 ท่อ และชุดชายล่างสีดำทั้งหมด ในด้านหลังเราจะเห็นแค่ เซนเซอร์รอบคัน กล้องหลัง และ สัญลักษณ์ S3 เท่านั้นคลีนๆเรียบๆรหัสแรงแบบนี้ครับ







กระจังหน้าขนาดใหญ่ตามสไตล์ AUDI พร้อมกับการเสริมด้วยสีดำทั้งหมดในด้านหน้ากระจัง ยกเว้นโลโก้ และ ช่อง 3 ช่องที่ยังคงใส่เข้ามาเหนือโลโก้ เป็นการดึงเอกลักษณ์ตัวตำนาน Rally ยังคงใส่เข้ามาอยู่  และ สัญลักษณ์ S3 เข้ามาในด้านหน้าเช่นกัน แม้ไฟหน้าจะไม่ได้แบบ RS3 แต่ก็เป็นทรงสวยไฟเลี้ยวแบบปกติไม่ได้วิ่ง แต่ไฟหน้า LED   ทั้งหมดสูงต่ำอัตโนมัติ และมีที่ล้างไฟหน้ามาให้ แต่น่าเสียดายว่าไม่มีระบบ MATRIX LED ใส่เข้ามาในส่วนนี้ครับ







ล้อลวดลายสวยงามขนาด 19 นิ้วพร้อมกับการเล่นสี 2 สี ดำเงินปัดเงา ตัดด้วยเบรกสีแดง ต้องบอกเลยว่าเป็นล้อขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับตัวรถ และสวยเมื่อมีเบรกสีแดงเข้ามาถือว่าสวยจบ ซึ่งไม่ได้กระด้างมากเกินไป ส่วนตัวกระจกมองข้างเน้นสีดำเป็นหลังและมีไฟเลี้ยวในตัว แต่ไม่มีระบบเตือนมุมบอดอะไรใส่เข้ามาครับ ส่วนมือจับประตูรองรับ Smart Entry สบายๆทั้ง 4 บาน และเราจะเห็นว่าระยะความสูงล้อสวยลงตัว รถไม่โย่งเกินไปด้วยเช่นกัน



INTERIOR

งานออกแบบภายในรุ่นนี้เป็นการออกแบบใหม่ยุคใหม่กว่าพวก A8 Q8 ด้วยความที่สานต่อเส้นสายจากรุ่น etron GT เข้ามา ทำให้มีความหวือหวามากๆ เส้นคมและทันสมัยรวมถึงใช้งานหน้าจอ 2 จอหลัก และปรับการควบคุมแอร์เป็นแบบปุ่ม ซึ่งจากหน้าจอสัมผัสทั้งหมดแล้วอาจจะใช้งานยากนั้นเองทำให้ทั้ง etron GT และ คันนี้ก็เริ่มกลับมาใช้งานปุ่มกดแทนแล้วนั้นเอง ดีไซน์ถือว่าสวยเน้นความสปอร์ตเต็มๆ เสริมด้วย สีดำเงา + ลาย Platinum Grey แบบ S-Line พวงมาลัยขอบตัด และ เกียร์แบบสั้นนั้นเองเป็นแค่ปุ่มเลื่อนขึ้นลงเท่านั้น แต่น่าเสียดายว่าในไทยไม่มีไฟ Ambient Light ตามขอบประตู คอนโซลมาให้แบบตัวเมืองนอก ทำให้เราได้แค่แสงสีขาวเท่านั้นในบางส่วนของรถ ส่วนพื้นที่นั่งไม่มีปัญหาทั้งหน้าและหลัง รถโปร่งสบาย เข่าไม่ติด และหัวเหลือพื้นที่เยอะถือว่านั่งสบายแม้ผมเองจะสูง 180 ครับ ซึ่งการนั่งรองรับได้ดี เบาะกระชับนั่งได้สบาย  ปรับไฟฟ้าทั้งหมดถือว่าอิสระและไม่มีปัญหาเลยตัวนี้







ส่วนตัวชอบส่วน Cockpit ตัวรถ พวงมาลัย ช่องแอร์ เรือนไมล์นั้นเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันทั้งหมด อารมณ์แบบเครื่องบินเลยจริงๆ ใช้งานพวงมาลัยแบบขอบตัด พร้อมการควบคุมทุกอย่างเช่นเดิม และ ก้าน Cruise Control แยกเหมือนเดิม วัสดุหนังแท้ระบายอากาศได้ดีแต่ไม่มีหนังกลับแบบ RS นะ ส่วนด้านล่าง เกียร์แบบใหม่แล้ว เป็นแค่ก้านโยกสั้นๆขึ้นลง ไม่มีก้านเกียร์สูงๆอีกต่อไปในยุคใหม่ พร้อมกับปุ่ม สตาร์ต และ ควบคุมเครื่องเสียงแบบสัมผัสทั้งหมดซึ่งไม่มีการรองรับชาร์จไร้สายอะไรครับในที่วางมือถือ ส่วนหน้าจอกลางนั้นเป็น Touchscreen ขนาด 10.1 นิ้ว  MMI Radio Plus Audi Smartphone Interface รองรับ Apple CarPlay / Android Auto พร้อมลำโพง 6 ตัวจัดเต็ม Audi Sound System เสียงค่อนข้างธรรมดาครับ ระบบควบคุมแอร์ด้านล่าง 2 โซน และ แอร์หลังแยก 1 โซน เส้นสายคมชัดเจนมากๆในส่วนหน้าจอต่างๆ และ ตัดด้วยสีเงินกำลังดี ตำแหน่งใช้งานได้ไม่ไกลมือมาก







แน่นอนด้วย S3 นั้นเป็น QUATTRO เลยมีการเขียนมาให้ในห้องโดยสาร ซึ่งรุ่นปกติไม่มีและเป็นสีดำๆทั้งหมด แต่รุ่นนี้ได้ตกแต่งสีเงินเข้ามา พร้อมกับช่องแอร์คนนั่งแบบแน่นๆ 2 ตัวหนาวสะใจครับ และยังคงมี Memmory Seat มาให้เช่นเดิม และ แอร์หลัง ปรับอุณหภูมิได้ พร้อมกับ ช่องชาร์จไฟ  USB-C ทั้ง 2 ตำแหน่ง ส่วนข้างหลังเองนั้นห้องสัมภาระเก็บได้  325 ลิตร และ พับเบาะได้ 1145 ลิตร ถือว่ากำลังดีแยกพับ 3 ส่วนได้สบายๆครับสำหรับเก็บของ



TECHNOLOGY 

แน่นอนว่า AUDI ยังคงไม่มีระบบช่วยขับอะไรเข้ามานักในประเทศไทย ทั้งนี้ก็อาจจะพูดเรื่องหน้าจอการออกแบบแต่ละส่วนได้ว่าเป็นค่ายที่ UI UX ทำออกมาได้สวยและใช้งานได้ง่ายแม้ดีไซน์ไม่หวือหวาล้ำยุค แต่เน้นการใช้งานที่ดีก็ทำให้เวลาขับรถก็ใช้สะดวกมากๆ หน้าจอหลัก 10.1 นิ้ว ไอคอนต่างๆใหญ่และจัดวางตำแหน่งกดได้ง่ายแยกสีให้นิดหน่อยครับ รองรับ Carplay  แบบเสียบสาย ไม่รองรับไร้สายนะในรุ่นนี้ ส่วนตัว Maps ใช้งานผ่านมือถือได้เลย





รวมถึงหน้าตา VIRTUAL COCKPIT เองปรับเปลี่ยนได้หลากหลายแบบทั้งแบบคลาสสิก และ แบบ ซิ่งคล้ายกับ RS ที่เน้นวัดรอบอยู่ตรงกลางเด่นๆ เน้นโทนสีแดงดำขาวเป็นหลักเหมือนเดิมครับ ซึ่งถ้ามองดูมิติของมันอาจจะไม่ได้ล้ำเวอร์มาก เน้นความเรียบๆเด่นชัดซึ่งเราจะเห็นหน้าตาแบบนี้ของ AUDI ในหลายๆรุ่นก็ถือว่ามองได้ชัดเจนดีมากๆ
ชื่อสินค้า:   AUDI S3 SPORTBACK
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - ได้รับสินค้ามาใช้รีวิวฟรี โดยต้องคืนสินค้าให้เจ้าของสินค้า
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่