เมื่อฉันมีสามีเป็นโรคซึมเศร้า

อยากจะมาเล่าเรื่องของตัวเองเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจค่ะ และเผื่อจะแบ่งปันกับใครที่อยู่ในสถานการณ์ใกล้เคียงกันค่ะ

เรื่องของเรื่องคือ เราแต่งงานกับสามีมาได้ 7-8 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านั้นก็คบกันมานาน คือเรียกว่าสนิทกันมากๆ เหมือนกลายเป็นเพื่อนสนิทอีกคนเลยค่ะ เราอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลาเพราะทำงานด้วยกันด้วย ไปไหนก็ไปด้วยกัน

ปกติสามีจะเป็นคนมีความรับผิดชอบมาก เพราะเป็นลูกชายคนโต เวลาทำงานจะจริงจังมาก ถ้าเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นมาจะมีอารมณ์โกรธค่อนข้างรุนแรง (แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกายใครนะคะ) ซึ่งทุกคนในบ้านจะรู้ดี

เราก็ไม่คิดอะไร พยายามอดทน ใจเย็นเข้าไว้ ซึ่งจริงๆ เราไม่ใช่คนใจเย็นเลย แต่พออยู่กับสามีที่ใจร้อนกว่าก็ต้องพยายามใจเย็นมากขึ้น ไม่งั้นจะยิ่งไปกันใหญ่ เหมือนเป็นการฝึกตัวเองไปในตัว แต่โชคดีที่เราเป็นคนโกรธหรือโมโหแล้วหายเร็วมากๆ ตรงข้ามกับสามีที่โกรธกันทีนานหลายชั่วโมงหรือเป็นวันก็มี

เมื่อ 2-3 ปีก่อน เราเซนส์ได้ว่า สามีดูไม่ค่อยมีความสุขเลย ความอยากอาหารลดลง นอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็คิดว่าคงเครียดเรื่องงานและเรื่องเงิน แต่อยู่มาวันนึงสามีก็มาคุยกับเราว่า เค้าน่าจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วล่ะ เพราะว่ามีความคิดอยากจะฆ่าตัวตาย เลยลองโทรไปปรึกษาสายด่วนดู ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น

เราคิดว่าต้องรีบไปหาหมอแล้วล่ะ เลยจัดแจงนัดหมอให้เร็วที่สุด ก็ทำการรักษากันไปตามกระบวนการ มีทั้งกินยาและพูดคุยปรึกษากับนักจิตวิทยาร่วมด้วย

ตั้งแต่รู้ว่าสามีเป็นโรคซึมเศร้า เราก็พยายามหาความรู้จากหลายๆ ทาง ทำให้เราได้รู้ว่า จริงๆ แล้วโรคซึมเศร้าในผู้ชายไม่ได้เหมือนกับในผู้หญิง เค้าไม่ได้มีความเศร้าเท่าไหร่ แต่จะเป็นความโกรธ เกลียดตัวเองมากกว่า และมีความรู้สึกห่างเหินกับทุกคนรอบตัว ไม่มี intimacy กับใครเลย แม้แต่กับแม่ของเค้าเอง (จริงๆ มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเยอะ เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะมาอธิบายเพิ่มเติมนะคะ)

เราก็พยายามคอยรับฟังเค้า ช่วงแรกๆ นี่เราต้องนั่งคุยกับเค้าตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ช่วงกลางวัน ช่วงเย็น และก่อนนอนเลยค่ะ คุยกันทีก็ยาวอย่างน้อย 1 ชม. จนช่วงนั้นเรารู้สึกเหนื่อยและเพลียมากๆ

เป็นแบบนี้อยู่ประมาณครึ่งปี ก็รักษากันไป สามีก็เริ่มมีอาการดีขึ้น เริ่มกลับมาทำงานได้แม้จะยังไม่เหมือนเดิม จนผ่านมาประมาณปีนึง เราก็รู้สึกว่าอาการเค้าค่อนข้างดีขึ้นเยอะละ แต่ก็ยังมีความดิ่งอยู่บ้างเป็นระยะๆ ก็ยังรักษากินยากันต่อไป

ทีนี้มันเริ่มมามีปัญหาช่วงปีที่แล้ว คือมีช่วงนึงที่สามีมีอาการหวนรำลึกถึงอดีตและเสียใจกับอดีตที่เกิดขึ้น อยากจะกลับไปแก้ไขใหม่ ทำให้เค้าหมกมุ่นและทุกข์ใจมาก ที่หนักมากๆ คือเค้านึกถึงคนที่เคยชอบในอดีตแล้วอยากจะกลับไปคุยอีกครั้ง

คือต้องอธิบายก่อนนะคะว่า กับผู้หญิงคนนี้ เค้าไม่ได้เคยเป็นแฟนกันนะ แค่เป็นคนที่เคยชอบ แต่มีปัจจัยบางอย่างทำให้เค้ารู้สึกว่าน่าจะจีบไม่ติด เลยค่อยๆ ห่างออกมา และพยายามเอาตัวเองออกมาจากชีวิตผู้หญิงคนนั้น ไม่คุยไม่ติดต่ออีกเลย พอมาถึงวันนี้ เค้าเลยเหมือนรู้สึกเสียใจที่ทำไม่เต็มที่ ที่ยอมแพ้ก่อนจะรู้ผลว่าจะเป็นยังไง

ซึ่งทางฝั่งผู้หญิง เค้าก็คงมองเหมือนเป็นคนรู้จัก เป็นเพื่อนกัน พอทักไปเค้าก็คุยตอบมาปกติ คิดว่าน่าจะไม่ได้มีอะไร(โดยส่วนตัวเราไม่ได้มีอะไรติดใจกับทางฝั่งผู้หญิงค่ะ)

ยอมรับว่าตอนนั้นเรามีอารมณ์หึงหวงค่ะ แต่ก็พยายามใช้เหตุผลให้มากที่สุด คุยกับสามี ให้เค้าได้ระบายความในใจออกมา แต่เค้าดูทุกข์ใจมากๆ จนเราเป็นห่วงจริงๆ ค่ะ

โชคดีที่อาการในตอนนั้นยืดเยื้ออยู่ไม่กี่เดือน มีการปรับยาใหม่ และสามีก็เหมือนจะดีขึ้น..

แต่หลังจากนั้น อาการใหม่ก็เข้ามาค่ะ สามีมี ภาวะ Anhedonia คือเป็นภาวะที่เค้าจะเฉยชา ไม่รู้สึกอะไรเลย อารมณ์ที่เคยโกรธก็หายไป อารมณ์เชิงบวกยิ่งหาย แต่ยังมีความเกลียดตัวเองอยู่ ทีนี้พออารมณ์มันเหมือนด้านชา เค้าก็เลยต้องการกระตุ้นตัวเองด้วยความรู้สึกที่รุนแรงมากขึ้น นั่นหมายถึงการทำอะไรที่มีความเสี่ยง ให้ตัวเองรู้สึกตื่นเต้นเพราะเหมือนจะเป็นอารมณ์รูปแบบเดียวที่เค้าสามารถรู้สึกได้มากที่สุด

และปัญหาแบบเดิมก็กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเราคุยกับสามีตามปกติ เค้ามีแผนว่าอยากจะหนีไปอยู่ไกลๆ ซักพัก ซึ่งเราก็สนับสนุน เพราะอยากให้เค้าได้ผ่อนคลาย ก็วางแผนไว้คร่าวๆ ว่าจะไปอะไรยังไง เราก็สองจิตสองใจว่าจะไปกับเค้าด้วยดีมั้ย เพราะก็เป็นห่วงเค้ามากพอสมควร ก็ถามว่าเค้าอยากให้ไปด้วยมั้ย เค้าก็บอกว่ายังไงก็ได้ แต่เรารู้สึกเหมือนเค้าน่าจะอยากไปผจญภัยคนเดียวมากกว่า เลยบอกว่าเราคงไม่ไปด้วย

ตอนหลังเค้าก็มาบอกเราว่า ที่จะไปสถานที่นั้นเพราะผู้หญิงคนนั้นไปค่ะ เหมือนเป็นสาเหตุหลักในการเลือกไปที่นั่นเลยเราก็พยายามคุยกับเค้าด้วยเหตุผล แต่อารมณ์มันก็มาเต็ม จนสุดท้ายก็มีระเบิดออกไปบ้าง เราก็บอกเค้าว่า จะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้ให้เกียรติกันบ้าง เราก็บอกเค้านะคะว่า ถ้าเค้าเลือกจะให้มีผู้หญิงคนนั้นอยู่ในชีวิตแทนเรา ก็ขอให้บอกกันดีๆ เราพร้อมจะหลีกทางให้

ช่วงนั้นเค้าก็เหมือนดาวน์ไปพักนึงเลย เค้าก็บอกว่าตอนนี้ยังไม่สามารถตัดสินใจแบบเด็ดขาดได้จริงๆ แต่เค้ายังอยากให้เราอยู่ในชีวิต ไม่เคยคิดจะตัดเราออกไปจากชีวิตเค้าเลย เราก็เลยคิดว่าควรจะให้เวลาเค้าซักพัก

ตอนนี้เค้าไปที่นั่นแล้วค่ะ และเราก็รู้ว่าเค้าต้องไปเจอผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ เราก็เลยฟีลดาวน์นิดนึง แต่ก็พยายามทำใจไว้แล้วว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าเค้ากลับมาแล้วอยากเลิกกัน เราก็คงไปค่ะ

จริงๆ ก็แอบไปอ่านแชทที่เค้าคุยกับคนนั้นแล้ว ก็เหมือนเพิ่อนคุยกันปกติแหละค่ะ แต่พอเรารู้สึกว่าสามีเราอาจจะคิดอะไรมากกว่านั้นเลยทำให้เราไม่สบายใจ รู้สึกหึงหวง ไม่อยากให้เค้าไปอยู่ใกล้คนนั้นเลย ยิ่งคนนั้นก็เหมือนกำลังมีภาวะเศร้าๆ จิตตกอยู่ด้วย เราเลยกลัวว่าเค้าจะสร้างความสัมพันธ์แบบที่มากกว่าเพื่อนค่ะ

ตอนนี้แค่อยากระบายค่ะ เพราะเรารู้สึกเศร้าเหลือเกิน นั่งพิมพ์ไปก็น้ำตาหยดแหมะๆ แต่ไม่สามารถคุยเรื่องนี้กับคนใกล้ตัวได้ เพราะไม่อยากให้คนอื่นตัดสินสามีจากแค่มุมมองของเราคนเดียว เลยต้องมาขอพื้นที่ระบายความในใจที่นี่แหละค่ะ ถ้ามีกำลังใจหรือคำแนะนำก็ยินดีรับฟังค่ะ

ปล. ปกติสามีเราเป็นคนดีมากค่ะ ไม่เที่ยว ไม่เจ้าชู้  ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ช่วยเราทำงานบ้านหลายอย่าง ไม่เคยมีความลับกับเรา เราสามารถเข้าไปดูเฟซบุค ดูไลน์ของเค้าได้หมด  มีความรับผิดชอบสูงและรักครอบครัวค่ะ แต่พอรู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้าแล้วบางทีก็เหมือนเค้าเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลย ทำใจยากอยู่เหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่