พอดีผมอะ อยากให้คนที่บ้านปล่อยไปไหนต่อไหนโดยที่เค้าไม่ต้องห่วงอะครับ
เเต่พอผมบอกไปว่าเวลา ไปผมดูเเลตัวเองได้เเล้วจากนั้นเรื่องที่เค้าเอามาพูดต่อคือการที่ไม่ช่วยคนที่บ้านทำงาน ทั้งๆที่ไม่มีงานอะไรให้ผมทำ ผมอะครับ เคยลองสังเกตดูเเล้วว่าตอนที่เราอยู่เเล้วไม่ช่วยอะไร กับตอนไม่อยู่มันเเตกต่างกันยังไง สิ่งที่ผมเห็นความเเตกต่างคือ พอผมอยู่บ้าน เเต่ไม่ได้ทำอะไรเค้าไม่ว่า
เเต่พออยู่นอกบ้านเค้าก็จะบอกว่าทำไมไม่ช่วยคนที่บ้านทำอะไรเลย ผมขอวิธีการทำให้เค้าเชื่อใจผมเเล้วก็ปล่อยผม ผมรู้ว่าเค้าเป็นห่วง เเต่ผมก็มองการเป็นห่วงหรือกังวลใจของเค้ามันมากเกินไป เเต่มากเกินไปในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ให้เค้าเป็นห่วงหรือการที่ไม่อยากให้เค้ายุ่งกับชีวิตเราเพราะเราอยากออกไปข้างนอกนะครับ ไม่ใช่เเบบนี้ เพราะตัวผมเองอะครับ เค้าไม่ได้ปล่อยอะไร พอกลับมาบ้านเค้าก็ว่าผมบางทีผมก็คิดว่า น่าจะปล่อยผมบ้าง ผมไม่ใช่เด็กๆเเล้วนะครับ ผมก็ขอเเค่ควาทเป็นอิสระเพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิต ขอวิธีหน่อยครับ พ่อเเม่ๆ หรือคนไหนที่เคยผ่านประสบการณ์เเบบนี้มาอะครับ
อยากให้คนที่บ้านปล่อย เลิกเป็นห่วงเพราะเราดูเเลตัวเองได้เเล้วอะครับ
เเต่พอผมบอกไปว่าเวลา ไปผมดูเเลตัวเองได้เเล้วจากนั้นเรื่องที่เค้าเอามาพูดต่อคือการที่ไม่ช่วยคนที่บ้านทำงาน ทั้งๆที่ไม่มีงานอะไรให้ผมทำ ผมอะครับ เคยลองสังเกตดูเเล้วว่าตอนที่เราอยู่เเล้วไม่ช่วยอะไร กับตอนไม่อยู่มันเเตกต่างกันยังไง สิ่งที่ผมเห็นความเเตกต่างคือ พอผมอยู่บ้าน เเต่ไม่ได้ทำอะไรเค้าไม่ว่า
เเต่พออยู่นอกบ้านเค้าก็จะบอกว่าทำไมไม่ช่วยคนที่บ้านทำอะไรเลย ผมขอวิธีการทำให้เค้าเชื่อใจผมเเล้วก็ปล่อยผม ผมรู้ว่าเค้าเป็นห่วง เเต่ผมก็มองการเป็นห่วงหรือกังวลใจของเค้ามันมากเกินไป เเต่มากเกินไปในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ให้เค้าเป็นห่วงหรือการที่ไม่อยากให้เค้ายุ่งกับชีวิตเราเพราะเราอยากออกไปข้างนอกนะครับ ไม่ใช่เเบบนี้ เพราะตัวผมเองอะครับ เค้าไม่ได้ปล่อยอะไร พอกลับมาบ้านเค้าก็ว่าผมบางทีผมก็คิดว่า น่าจะปล่อยผมบ้าง ผมไม่ใช่เด็กๆเเล้วนะครับ ผมก็ขอเเค่ควาทเป็นอิสระเพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิต ขอวิธีหน่อยครับ พ่อเเม่ๆ หรือคนไหนที่เคยผ่านประสบการณ์เเบบนี้มาอะครับ