💗🎭⏰ กลวิธีทำใจ ⌛🎭💗

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

 
                                                                                          กลวิธีทำใจ

                            อนิฏฐารมณ์ แปลตรงๆ อารมณ์ที่ไม่ปรารถนา ไม่ต้องการ ไม่อยากได้ ไม่อยากเห็น

อนิฏฐารมณ์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคน แม้ไม่ต้องการ แต่ก็ควรรู้ว่า อนิฏฐารมณ์เหล่านี้เป็นสิ่งไม่เที่ยง

“พรหมวิหาร” ธรรมของผู้ประเสริฐ ธรรมของผู้ใหญ่ มีอยู่สี่ประการ

เมตตา คือความรัก ความปรารถนาดี ต้องการให้ผู้อื่นมีความสุข

กรุณา คือความหวั่นใจ ความสงสาร คิดจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์

มุทิตา คือความพลอยยินดี พลอยดีใจด้วยที่ผู้อื่นได้ดี ได้รับความสำเร็จ

อุเบกขา คือความวางใจเป็นกลาง ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ เมื่อคนอื่นได้รับความวิบัติ

พรหมวิหารสามข้อ เมตตา กรุณา มุทิตา เป็นธรรมที่กระตุ้นให้เกิดการสงเคราะห์ ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น ให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

ส่วนอุเบกขา ข้อที่สี่ เป็นธรรมข้อที่ เมื่อไม่มีทางที่จะรักกันได้

     การวางเฉยจึงเป็นข้อที่ไม่ทำให้เกลียดกัน น้ำหนักต่างจากอนิฏฐารมณ์ ที่ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธยิ่งแค้น ถ้าอยู่ใกล้ก็อยากหนีไปให้ไกลๆ ถ้าเห็นตัวแม้จะนั่ง

อยู่คนละมุมห้องก็แทบจะย้ายหนี ฉะนั้นจะทำกิจกรรมอะไรด้วยกันคงไม่สนุกแล้ว

   ในภาวะที่บ้านเมืองสังคมรอบตัวผิดแผกแปลกไป คนรอบกายก็ดูจะทดท้อไปกับเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองไปทั้งโลก แต่วันนี้จะเลือกเล่าบางส่วนที่เข้าข้าง

ตนเอง ก็เป็นข้อเขียนของเรานิ
  
     เริ่มเป็นตัวของตัวเองด้านนิสัย ตั้งแต่ทิ้งเพื่อนไปหลายคนในปีนี้ พูดไปกลายเป็นนินทา มันจะขัดแย้งกับธรรมะที่เกริ่นข้างบนโน่น

  เมื่อมีอารมณ์ “อนิฏฐารมณ์” ก็เข้าไปห้องอื่นบ้าง ไปดูชาวห้องอื่นมีอะไรที่น่าสนใจ ห้องไกลบ้าน เป็นห้อง ' หัวนอก' ก็เลยคุยได้ตามที่เกี่ยวข้องมิต้อง

หวั่นเกรงว่าใครจะเอาเรื่องที่ได้ยินมาพูดเชิงเสียดสี ให้มันได้ความตามปากต้องการ ก็เข้าข่าย...

โลกธรรมในส่วนที่ไม่ดี 4 อย่าง คือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์

พรหมวิหาร ข้อแรก คือ เมตตา คือความรัก ความปรารถนาดี ต้องการให้ผู้อื่นมีความสุข

เรามีอยู่เต็มเปี่ยมในความปราถนาดีต่อคนตั้งกระทู้อยากรู้ในสิ่งต่างๆ ยินดีบอกความจริงและอยากให้ทุกคนแม้ไม่รู้จักกันมีความสุขจากข้อเขียนของเรา 

อันนี้ก็รวมถึง กรุณา คือความหวั่นใจ ความสงสาร คิดจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ คือพ้นทุกข์โล่งใจที่มีผู้แนะนำเขาจะได้นำไปจัดการกับปัญหาที่

ทำให้ทุกข์เกิดขึ้น

มุทิตา คือความพลอยยินดี พลอยดีใจด้วยที่ผู้อื่นได้ดี ได้รับความสำเร็จ  รู้สึกยินดีจากใจจริงทุกครั้ง ด้วยไม่เคยอิจฉาริษยาใคร  ความรู้สึกแบบนั้นไม่

รู้จักมิต้องข่มความรู้สึกด้วย สามารถแสดงออกเป็นรูปธรรมในการอุดหนุนผลงานทุกคนที่เป็นรูปเล่มมาแล้ว เอ็นดูมากก็อุดหนุนมาก ซื้อแจกพวกเราก็เคย

ส่วนข้อสุดท้าย อุเบกขา ข้อที่สี่ เป็นธรรมข้อที่ เมื่อไม่มีทางที่จะรักกันได้ ทั้งที่เราก็ได้ลดความเป็นตัวตนหลายๆอย่างลงมาให้เท่าเทียมกับผู้ที่เรา

วิสาสะด้วย เพื่อความลื่นไหลในภาษาและจริตลีลาในกิจกรรมที่ทำอยู่  อาจแจกแจงได้ว่าเป็น หัวโจก เป็นตัวตลก เป็น play maker และเป็นพี่เลี้ยง

ตลอดจนกำลังใจ ก็ว่าได้

  แต่ระดับความแรงของอารมณ์คนที่ไม่ได้ฝึกการระงับ และข่มไว้ ย่อมถึงกาลจะสิ้นสุดลงได้ นับความรุนแรงที่ได้พบก็คือการอิจฉามากมายจนเป็นเรื่อง

แรกในชีวิตที่เจอคนลักษณะไม่น่าหยาบคายได้ขนาดเกิดมาไม่เคยเห็น ประทับในความทรงจำจนตาย

ส่วนผู้หนึ่งผู้ใดอาจโกรธใครจนต้องตั้งกระทู้เชิงประกาศแนวว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ทั้งๆที่เคยสมานไมตรีกันมาก่อน มันเกิดขึ้นได้อย่างรุนแรงก็เป็น

ไปได้และเป็นไปแล้ว มันมิใช่เรื่องของเรา หากแต่เขาอยากให้เราได้รับรู้ ก็รับรู้กันทั่วแล้ว  

  สิ่งใดที่ชอบก็มักจะสนใจทำตามแต่ใจเราต้องการ สิ่งที่คนใกล้ตัวมักจะได้รับก็เพิ่งเกิดสดๆร้อนๆ เมื่อวันก่อน เริ่มด้วยคุยกับแม่บ้านว่าไปกู้หนี้ดอกแพงๆ

ใครมาหรือเปล่า แม่บ้านไม่ทันตอบก็มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรก เมื่อวานเพิ่งนึกได้ไลน์ไปถามใหม่ สักพักเขาตอบมาว่า ไปกู้มาสองหมื่นซ่อมรถ จ่ายดอกเบี้ย

เดือนละสองพัน อุแม่เจ้าร้อยละสิบต่อเดือนเชียวนะ

  จัดการตามจริตของตนคือ ให้ไปถามเจ้าหนี้ว่าจ่ายตอนนี้เสียดอกไหม ถ้าวันนั้นคุยกันต่อเรื่องก็จบไปแล้ว สรุปว่าถ้าเอาไปจ่ายวันนี้ก็ไม่ต้องเสีย  งั้นรีบ

มาเอาเลย กลับจากเลี้ยงหลานเราที่คอนโดก็นั่งมอเตอร์ไซด์มา ไม่ต้องลงรถ จะรอส่งให้รับไปได้เลย

   ฝนตกลงมาตอนสี่โมงเย็น เดินคลุมร่มไปอากาศเย็นสบายชุ่มฉ่ำเท้าขึ้นมาถึงหัวอกหัวใจอย่างประหลาด กดเอทีเอ็มมาหมื่นสี่พันรวมกับที่มีครบสอง

หมื่นใส่ซองเตรียมไว้ ชะรอยแม่บ้านคงนึกว่าดูไม่เหมาะกระมังที่จะนั่งท้ายมอเตอร์ไซด์แล้วโฉบมารับเงินไป ฉะนั้นจึงเห็นแม่บ้านเดินมาเพื่อจะเอาเงิน

จากเราที่ยืนรอมองไฟรถมอเตอร์ไซด์วิน ธุระที่เราคิดขึ้นมาก็ผ่านพ้นไป แม่บ้านไลน์มาบอกว่าคืนเขาไปหมดแล้วค่ะ

  การให้เป็นการลงทุนจากเจตนา จากใจ แม้แต่การให้ทางไปรษณีย์ที่พนักงานคงแปลกใจว่าแก่ป่านนี้แล้วทำไมต้องกระเตงกล่องพัสดุมารอยืนเข้าคิว

ใช้บริการ หลายสิบหน ชื่อผู้รับก็คนเดิมๆ คงเป็นคนสำคัญ เป็นเราๆก็คงนึกนะ บางครั้งรีบแพ็คกล่องไปทานอาหารเช้าไป เพื่อจะได้ไปส่งทันรถมารับ

ขนถุงเมล์เที่ยวแรก ส่งถึงคนไม่รู้จักหน้าตา สุ้มเสียง ชะรอยจะเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง แม้ทำกับพระก็ไม่เคยถามว่าท่านมาจากวัดไหน  รู้อยู่ว่าถ้าจะ

หวังให้พระมาช่วยเหลือ ท่านก็คงว่ามิใช่กิจของสงฆ์ แต่พระไม่เคยทำให้ฆราวาสเสียใจ นี่..มันอยู่ตรงนี้ต่างหาก

    แต่สิ่งที่ประทับอยู่ในสายตาไม่ลืมจนถึงวันนี้ จนต้องเขียนถึง เหตุการณ์จากเดินบน Walkway BTS สำโรงกับแม่บ้าน เดินผ่านผู้คนที่นั่งทำกิจกรรม

และกิจการค้าของตัวเอง แต่เดินผ่านมาแล้วก็จำเป็นต้องหยุดเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรใบละยี่สิบบาทออกมา ยื่นกระเป๋าให้แม่บ้านช่วยถือไว้ ตัวเราเดิน

ย้อนกลับมาเอาเงินใส่ภาชนะของชายกลางคนที่นั่งช้อนตาขึ้นมามอง คำพูดของเราที่ว่า

" สงสาร เห็นใจนะคะ"

แมสก์ที่คาดปากเขา เราไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร

สายตาเราสบกันขณะหนึ่ง มันบอกอะไรไม่ได้มากนัก  แต่เราต้องจำกันได้แม้เห็นแค่ตา และที่เวทนาจนบัดนี้คือ

เขามีแขนสั้นๆนิดเดียวทั้งสองแขน...

                                                                          🎭
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่