มาดูว่าพุทธกับพราหมณ์เหมือนต่างกันอย่างไร

เหมือน

พุทธกับพราหมณ์เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดมาจากกรรม การกระทำหรือกิเลสตัณหาทำให้ดวงจิตกลับมาเกิดเพราะความอยากยังไม่ได้ฟูฟิลว์

พุทธกับพราหมณ์เชื่อว่าจะไม่ต้องกลับมาเกิดอีกต้องตัดกิเลสเมื่อไม่ต้องการใดๆในโลกนี้แล้วก็ไม่ต้องกลับมาเกิด โดยพุทธเชื่อว่าต้องปฏิบัติบำเพ็ญตนจนเป็นอริยะบุคคลลำดับขั้นต่างๆ จนขั้นพระอรหันต์จึงไม่กลับมามาเกิดอีก
การไม่กลับมาเกิดอีกของพุทธเรียกว่านิพพาน
ส่วนพราหมณ์ฮินดูเชื่อว่าการไม่กลับมาเกิดอีกเรียกว่าโมกษะ คือการทำความดีบำเพ็ญตนตามบัญญัติศาสนาแด่เทพเจ้า

ข้อวัตรการบำเพ็ญตนของพุทธและพราหมณ์ที่เหมือนกันคือการนั่งสมาธิ ทำความดีช่วยเหลือคนและสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่ใช้วาจาไปในทางไม่ดี ไม่ดื่มสุรา ไม่ฆ่าสัตว์และคน 

พุทธและพราหมณ์เชื่อว่าคนที่บริจาคให้มากจะเกิดมารวย คนที่ไม่ฆ่าสัตว์จะเกิดสุขภาพดีอายุยืน คนที่ทำบุญมากเกิดชาติหน้าจะมีชีวิตที่ดี

ความต่าง

พุทธไม่เชื่อเรื่องเทพเจ้าและมุ่งการตัดกิเลสเพื่อมุ่งนิพพานอย่างเดียว เพราะการเกิดและการดำเนินชีวิตคือทุกข์......แต่พราหมณ์ฮินดูแทนพลังของทุกสรรพสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์คือเทพเจ้า เช่น เทพพระราหูแทนวิบากกรรมเคราะห์รุนแรง พระแม่อุมาแทนสตรีความงามความรัก (มนุษย์และสัตว์ต่างต้องมีความรัก) พระศิวะแทนผู้ชายหรือการทำลาย (ทุกอย่างเกิดย่องมีดับพังด้วยอำนาจการทำลายล้างรุนแรงคือมีเพศชายเป็นsymbol) พระแม่คงคาแทนพลังน้ำเพราะร่างกายมนุษยฺประกอบไปด้วยน้ำ โลกเราก็มีน้ำถึง3ส่วนน้ำจึงสำคัญต่อระบบในโลก ดวงชะตามนุษย์ที่เกิดเวลาต่างกันมีsymbol หรือรหัสกรรมแสดงให้เห็นในทุกๆอย่างรอบตัว เช่นตัวเลขที่บ้าน วันเกิด ทะเบียนรถ ทุกอย่างมีสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน .....เช่นห่าดทรายบริเวณใดมีแมงกะพรุนพิษชุก ก็จะมีพืชบริเวณหาดตรงนั้นที่ไว้แก้พิษแมงกระพรุนได้เพราะทุกอย่างในธรรมชาติมีรหัสกรรมที่เชื่อมโยงกัน

พุทธเชื่อว่าการตัดกิเลสและปฏิบัติตนตามหลักพุทธเป็นวิธีเดียวจะพ้นทุกข์คือไปนิพพาน ต่างจากพราหมณ์ฮินดูมีสองทางให้เลือกคือคุณสามารถมีความสุขได้แม้ตอนยังไม่หมดกิเลสหรือยังไม่เข้าโมกษะและยังต้องเวียนว่ายตายเกิดโดยพราหมณฺฮินดูเสนอข้อปฏิบัติที่หากดำเนินตามก็สามารถแก้ปัญหาระหว่างมีชีวิตอยู่ได้ เช่น ร่างกายไม่แข็งแรงป่วยก็ฝึกสมาธิแบบโยคะแบบต่างๆ ทานอาหารอายุรเวทย์ เป็นต้น การร้องรำกทำเพลงถวายเทพเจ้าคือการทำให้อารมย์แจ่มใส หรือหากดวงชะตาไม่ดีมีเคราะห์ร้ายเช่นมีสุริยุปราคาก็ไปไหว้พระราหูตัวแทนเงามืดแก้เคล็ด เพราะการเดินของดวงดาวในจักรวาลก็เป็นรหัสกรรม symbol  ของสรรพสิ่งในโลก หรือความรักไม่ดีก็ขอพรทำดีถวายพระตรีมุรติ ตัวแทนความรัก......เพราะพราหมณ์ฮินดูเชื่อว่าพลังความศรัทธาก่อให้เกิดพลังสมาธิ ทำให้จิตใจฝักใฝ่ที่จะแก้ปัญหาสิ่งนั้นปัญหาของรหัสกรรมตรงนั้นก็จะดีขึ้น พราหมณฺฮินดูชั้นสูงแทนค่าทุกสรรพสิ่งที่สำคัญต่อวิถีชีวิตในโลกและมนุษย์ด้วยเทพและเทพดวงดาว เช่น พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ ฯลฯ ดังที่ท่านสัตคุรุพูดว่า ถ้าเราอยากเห็นหรือให้เทพเจ้าช่วยเราก็จะเห็นแต่ถ้าคนที่เขาไม่เชื่อไม่ได้อยากเห็นเขาก็ไม่เห็น เพราะทุกอย่างมาจากพลังจิตและวิธีคิดของเราที่จะทำให้เราแก้ปัญหาสำเร็จ

พุทธเชื่อว่าทุกคนยากดีมีจนมีความสามารถในการพ้นทุกข์ได้หมด หากปฏิบัติจนสามารถเป็นอรหันตฺไปนิพพานได้ .....แต่พราหมณฺฮินดูเชื่อเรื่องกรรมจากชาติก่อนเป็นตัวทำให้เกิดมายากดีมีจนแตกต่างกันและคนที่เกิดมาจนหรืออยู่วรรณะล่างฯลฯ เป็นเพราะชาติก่อนทำบาปมาดังนั่นจึงต้องยอมก้มหน้าก้มตารับกรรมไปหรือหากอยากพ้นทุกข์ก็มีข้อวัตรที่ปฏิบัติตามหรือขอพรจากเทพเจ้าสำหรับคนที่มีปัญหาด้านเกิดมาวรรณะล่างโดนเฉพาะแต่ข้อปฏิบัติก็ยังต้องเป็นการทำดีอย่างเสียเปรียบหรือมีข้อปฏิบัติที่รุนแรงต้องทุกข์ทนมากกว่าคนอื่นๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่