เรื่องสั้น บุพเพสันนิวาส ตอนที่ 1

กระทู้สนทนา
เรื่องสั้นเรื่องนี้จบที่ 3 ตอนค่ะ จขกท. ต้องขออภัยไว้ ณ กระทู้นี้ หากเรื่องราวมันไปตรงกับชีวิตของใคร จขกท. ไม่มีเจตนาใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ กรุณาอ่านด้วยใจเป็นกลาง
——————————————————————

          ความรักออกแบบไม่ได้ ความรักไม่เลือกเพศหรือวัย ความรักไม่เลือกสูงต่ำดำขาว และความรักไม่เลือกเวลา อ้วนหรือผอม

          บางคนเราชอบตั้งสเปกกำหนดเอาไว้ว่าชอบคนแบบนี้ สูงเท่านี้ ผิวขาวดำก็ว่ากันไป ทั้งการศึกษา หน้าที่การงาน ข้อแม้อะไรก็ได้ที่ยกขึ้นมาอ้าง ให้ตัวเองดูมีเหตุผล และสมมุติฐาน ในขณะที่ตนยังไม่เจอคนรัก ความรัก และคนที่ใช่ก็สามารถพูดได้ ในสิ่งที่ตนคิดกำหนดขึ้นมา จะมีแฟนอายุเท่านี้ ตอนเรียนจบหรือมีงานทำแล้วก็ว่ากันไปอีก แล้วแต่ใครจะกำหนดกฎเกณฑ์ของตนเองเอาไว้ แต่มีสักกี่คนกันที่ทำได้ตามที่ตนเองกำหนดเอาไว้

          พรนภาเองก็เช่นกัน เธอไม่ได้กำหนดความรักของตนเองเอาไว้ในรูปแบบที่ตายตัว ว่าต้องเป็นแบบนั้น คนแบบนี้ หรือเริ่มมีความรักตอนอายุเท่าไหร่ เธอกำหนดไว้แค่ว่า คุยกันรู้เรื่องและสบายใจก็พอ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ สูงแค่ไหน และสีผิวอะไรก็ตาม แค่คุยกันแล้วมีความสุขไม่ทุกข์ใจก็เป็นพอ

          พรนภาเธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดีใช้ได้ ถือว่าจัดอยู่ในแบบพิมพ์นิยมของผู้หญิง สวยงามตามแบบฉบับผู้หญิงหลายคนต้องการ โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนเสียเงินสักบาท นอกจากเธอจะยังไม่พอใจความสวยของตัวเองเท่านั้น ซึ่งที่มีอยู่ก็สวยมากมายจนหลายคนอิจฉา

          พรนภาจีบผู้ชายมามากมายหลายคน มันก็ไม่ตอบโจทย์ความรักของเธอ กี่คน ๆ ก็เลิกลาไปหมด ในเมื่อมันไม่ใช่แล้วจะยังดื้อรั้นอยู่ทำไม นี่คือคอนเซ็ปท์ของเธอ จนในที่สุดเธอก็มาเจอผู้ชายคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะเข้าใจกันกับเธอมาก ผู้ชายคนนี้เข้าใจทุกอย่างที่เธอเป็น ด้วยผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน จึงทำให้พรนภาคบได้นานที่สุด ในบรรดาแฟน ๆ ของเธอที่คบมา

          ปัญหามันอยู่ที่อายุ แฟนของเธออายุห่างกับเธอมาก เป็นเหตุผลที่เธอต้องปิดบังเพื่อน ๆ เอาไว้ก่อน ตลอดที่ผ่านมา เธอคบใครก็เปิดเผยหมด แต่ละคนล้วนเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งนั้น คนนี้เธอจึงไม่มีความมั่นใจที่จะเปิดตัว แม้เธอจะไม่ปิดกั้นความรู้สึกตัวเอง ไม่ปิดกั้นความรู้สึกของเขา แม้เธอจะไม่ถือสาเรื่องอายุ แต่มันก็ยังไง ๆ อยู่ เพราะช่องว่างระหว่างอายุมันห่างกันเหลือเกิน เขาเข้าใจเธอทุกอย่าง ไม่มีน้อยใจ ไม่มีต่อว่า ไม่มีเรียกร้องความสนใจจากเธอ ยังรักเธอและยังเป็นเหมือนเดิม แม้จะเป็นคนในความลับก็ตาม นี่ยังไงถึงทำให้เธอรักเขา รักผู้ชายคนนี้หัวปักหัวปำ เธอรู้ตัวเอง และตอบตัวเองได้แล้วว่า ผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ คือคนที่ตามหามานาน และหากจะเป็นพ่อของลูกเธอก็จะยอม ถึงอายุจะห่างกันราวพ่อกับลูกอยู่แล้วก็ตาม

          “นภาแกคบใครอยู่วะ บอกกันหน่อยดิเพื่อน” ในผับแห่งหนึ่ง เพื่อนของเธอถามขึ้น พรนภาสะดุ้งโหยง อยู่ดี ๆ ทำไมเพื่อนถึงถามแบบนี้ขึ้นมา “แกเลิกกับไอ้พี่โค้กนานจนปีกว่าแล้วนะเว้ย หรือแกเบื่อผู้ชายแล้ว” แอมเริ่มมีอาการเมานิดหน่อย เพราะยกไปหลายแก้วถี่ ๆ ติดกัน วางแก้วลงบนโต๊ะจ้องหน้าเธอ ถามแบบจริงจังมาก เพื่อน ๆ อีกสามสี่คนก็คอยฟังคำตอบไปด้วย

          “พวกมืงฟังกูนะ! กูยังชอบผู้ชายอยู่ คือตอนนี้กูโสด กูยังไม่อยากคบใครว่ะ” เพื่อน ๆ มองหน้าเธอเหมือนไม่ค่อยเชื่อกับสิ่งที่เธอพูด “จริง ๆ เอ้าชน! “ พรนภาต้องเฉไฉไป ความจริงเธอมีแฟนใหม่ตั้งแต่เลิกกับพี่โค้กไปแล้ว จะว่าคบซ้อนก็ดูไม่ดีเกินไป เอาเป็นว่าพี่เมธีมาทำให้รู้สึกดีซ้อนพี่โค้กก็แล้วกัน นี่เป็นสาเหตุที่เธอปล่อยพี่โค้กไปแบบไม่แคร์ เพราะเจอคนที่ใช่กว่า อย่างที่บอกคอนเซ็ปท์ของเธอคือ ไม่ใช่ทำไมต้องดื้อรั้น! ในเมื่อความรักของพี่โค้กไม่ตอบโจทย์ รักที่ต้องทะเลาะกันทุกวันมันคงไม่ใช่ความรัก

          “หนูเมามากมั้ย ให้พี่ไปรับกลับห้องหรือป่าว” ความจริงตั้งแต่คบกันมาพี่เมธียังไม่เคยไปส่งเธอถึงห้องสักที ที่พูดแบบนี้ปกติก็แค่ถึงหน้าหอพัก

          โทรศัพท์สั่นเมื่อมีคนโทรเข้า หรือไลน์หา หรือแชทหาก็ตาม เธอตั้งระบบสั่นเอาไว้ พรนภารู้สึกตัว รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นไลน์พี่เมธีไลน์ถาม เธอไม่ตอบ แต่ในใจกังวลว่าเขาจะคอยหรือเปล่า จะงอนหรือเปล่า ที่เธอไม่ตอบกลับ นี่ใช่มั้ยอาการของคนเจอคนที่ใช่ มันจะใส่ใจแบบนี้ใช่ไหม พรนภาลุกลี้ลุกลนอยากตอบไลน์กลับก็อยาก กลัวเพื่อนรู้ก็กลัว จึงทำเป็นขอตัวไปเข้าห้องน้ำแล้วตอบไลน์กลับหาพี่เมธี เขาเข้าใจเธอ วันนี้เป็นวันเกิดเพื่อนสนิทของเธอ เขาแค่เป็นห่วงว่าจะกลับบ้านไหวหรือเปล่าเท่านั้นเอง นี่ไง! ปลื้มอีกแล้ว เป็นพี่โค้กหน่อยไม่ได้ ป่านนี้ทะเลาะกันวงแตกไปแล้ว ถ้าตอบช้าแบบนี้ หรือมาเที่ยวแบบนี้

          “หนูไม่เมาค่ะ พี่ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ” พรนภาพิมพ์ตอบส่งกลับไป พร้อมยิ้มให้หน้าจอโทรศัพท์ ที่มีภาพพื้นหลังเป็นรูปของตนเองถ่ายรูปคู่กับเมธี ซึ่งตั้งค่าเฉพาะแชทของเธอกับเมธีเท่านั้น

          “ครับ” พอเมธีตอบกลับมาเธอค่อยโล่งใจ ออกไปจากห้องน้ำได้ ขณะนี้เพื่อน ๆ ลุกโย้กย้ายส่ายสะโพกกันเต็มที่ แอมกับเมย์โชว์สเต็ปขั้นเทพ เต้นเพลงแม่ฮ้างมหาเสน่ห์กันอย่างถึงพริกถึงขิง นักน้องเขาจะสลับร้องเพลงสตริง และก็เพลงลูกทุ่ง พอเธอมาถึงโต๊ะตัวเองก็จัดเต็มกับเพื่อนเลย มันส์ขนาดนี้ นาทีนี้มันต้องปลดปล่อย โชว์สเต็ปไม่แพ้กัน ปลดปล่อยความสนุกได้อย่างมีความสุขที่สุด ความทุกข์มีเท่าไหร่เก็บมันไว้ที่ทำงาน อย่าให้มันตามกลับมาด้วย

          พรนภารู้สึกเหนื่อยจึงขอถอย ยกธงขาวนั่งจิบเหล้าดูเพื่อน ๆ แทน ตอนนี้เธอเองก็เริ่มเมาแล้ว เลือดลมสูบฉีด นั่งไม่ค่อยติดอยากลุกขยับอย่างเดียว แต่มันเหนื่อยนี่สิ ขอพักก่อน

          “เพลงต่อไปเอาใจคนมีแฟนอายุเยอะกันบ้างครับ มักสาวเฒ่านะฮะ... เหมือนบุญบันดาลได้พบพาลสาวเฒ่า อายุเจ้าสี่สิบปลายไฟยังแฮง งามซ้ำเฒ่าผู้สาวเจ้าปากแดง ๆ ...”  

          ช่วงนี้เป็นช่วงเพลงลูกทุ่ง นักร้องก็จะจัดเพลงลูกทุ่งโจ๊ะ ๆ มาเรื่อย ๆ

          นักร้อง ๆ เพลงนี้ขึ้นมา มันสะกิดหัวใจของเธอมากมาย มันช่างเข้ากับชีวิตของเธอเหลือเกิน ก็แค่เปลี่ยนจากผู้หญิงเป็นผู้ชายก็เท่านั้น ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เริ่มทำปฏิกิริยากับร่างกาย พรนภาเมา เธอเมาแต่ครองสติได้ และเธอก็ยังไม่หยุดยกแก้วเหล้ากระดกดื่มเรื่อย ๆ  เธอชอบเพลงนี้มาก มากเป็นพิเศษในค่ำคืนนี้ เพื่อน ๆ เมาแล้วชอบเลื่อยไปโต๊ะนู้นโต๊ะนี้ เหลือเพียงเธอกับกิ่งดาวอยู่สองคน ซึ่งกิ่งดาวถูกพวกเธอบังคับมา ไม่ค่อยเมาเท่าไหร่ ไม่ลุกขึ้นยืนด้วย

          พรนภาเมาแล้ว เลือดลมสูบฉีดทั่วร่างกาย ไม่มีความเขินอายอะไรทั้งนั้นอยู่ในที่แห่งนี้ เมื่อเพลงมันโดนความในใจของเธอ “พี่! พี่นักร้องขอเพลงนี่อีกได้มั้ย แต่เปลี่ยนคำร้องเป็นผู้ชาย” พรนภาเดินเป๋ไปเป๋มาไปขอเพลงกับนักร้องบนเวที ไม่มีใครสนใจใคร ต่างคนต่างสนุกในที่แห่งนี้

          “อี่พา! มืงจะไปไหน” กิ่งดาวร้องตาม คงไม่อยากนั่งอยู่คนเดียว เธอไม่สนใจ ไม่ได้คิดจะทิ้งเพื่อนแค่เดินไปขอเพลงแล้วก็จะเดินกลับมา

          “มักสาวเฒ่าแล้วมามักผู้บ่าวเฒ่ากันบ้างครับ! เอาแบบห่าว ๆ แบบห่าว ๆ อาจารย์นักดนตรี... เหมือนบุญบันดาลได้พบพาลผู้บ่าวเฒ่า อายุเจ้าสี่สิบปลายไฟยังแฮง หล่อซ้ำเฒ่าผู้บ่าวเจ้าปากแดง ๆ บุญผลาแกล้งถูกใจคักมักบ่าวเฒ่า!”

          นักร้องเล่นเพลงทำตามที่เธอขอ ร้องเป็นมุกตลกให้สนุกสนานกันไป แต่มันก็ถูกใจเธอไม่น้อย ใช่แล้ว! พี่เมธีอายุสี่สิบปลาย 48 ปีแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็ 49 แต่หล่อมาก นี่ไม่อยากจะคิดตอนยี่สิบจะหล่อแค่ไหน ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอเคลิ้มไปกับใบหน้าของเขาเมื่อนึกถึง ยิ่งทำให้คิดถึงมากขึ้น คิดถึงเขาตอนนี้แหละ แต่สติที่เหลืออยู่อันน้อยนิดจะแพร่งพรายออกมาให้เพื่อนรู้ไม่ได้ เธอไม่ได้คิดถึงเขาตอนเมา เธอคิดถึงตลอดเวลา

          “มีน้องคนนึงมาขอเพลงนะฮะ ความรักเรากำหนดมันไม่ได้ ความรักกำหนดเพศวัยไม่ได้ ความรักกำหนดสูงต่ำดำขาวไม่ได้ เมื่อเรามีความรักที่ดีแล้ว จงรักษามันเอาไว้ให้ดี ให้มันอยู่กับเราไปนาน ๆ ตราบนานเท่านานนะครับ ขอมอบเพลงนี้ให้กับบางคนที่มีความรักระหว่างวัย อายุเป็นเพียงตัวเลขนะฮะ.... รุ่นเดียวกันกับแม่เจ้า บ่ฮู้สิเฒ่าไปบ่...”

          นักร้องทำตามคำขอของเธอ ร้องเพลงที่เธอขอ จัดเพลงที่เข้ากับความรักของเธอมาก ๆ ค่ำคืนนี้สุขไปกับเสียงเพลงในผับแห่งนี้ พรุ่งนี้ก็หยุด จะกั๊กความสุขไว้ทำไม ทุกอย่างในชีวิตเธอจัดเต็มเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เล่น เที่ยว เพื่อน และพี่เมธี เธอจัดเต็มให้ความสำคัญทุกอย่าง และก็ไม่รู้เมื่อคืนเธอกลับมาถึงห้องพักได้ยังไง เพราะเมามาก
...

          “พี่รู้มั้ยว่าทำไมหนูถึงไม่ชอบกินผักเวลากินหมูกระทะ” พรนภากึ่งถามกึ่งเล่าให้เมธีฟัง มือก็จับตะเกียบพลิกหมูสามชั้น ชิ้นขนาดพอดีไปมาบนเตาย่าง ที่ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง เธอหลับไหลไปครึ่งค่อนวันจากอาการเมาเมื่อคืน ตื่นขึ้นมาก็บ่ายโมงแล้ว เป็นเรื่องปกติสำหรับวันเงินเดือนออก และหยุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พวกเธอกับเพื่อนขอเจอกันเดือนละครั้งพอ

          “ทำไม” เขาตอบกลับเธอ รอยยิ้มแววตาที่มองเธอมามันช่างอบอุ่นเหลือเกิน เธอคิดถูกแล้วที่เลือกคน ๆ นี้ แต่ก็ยังระแวงว่าเมธีจะมีบ้านใหญ่อยู่แล้วหรือไม่ แม้กาลเวลาระยะหนึ่งปีเต็มมันจะพอทำให้เธอรู้ว่า เมธีไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด แต่ในใจมันก็อดระแวงไว้ก่อนไม่ได้

          “ก็หมูมันกินผักมาให้หนูแล้วไง หนูก็ไม่จำเป็นต้องกินผักอีก” พรนภาพูดลอยหน้าลอยตา ยิ้มยั่วยวนใจเขา อยู่กับเขาทีไรโลกทั้งใบของเธอสดใสทุกทีไป

          “โถ!... อีหล่าน้อยของพี่ หมูมันกินหญ้านะไม่ได้กินผัก” เมธียิ้มหัวเราะให้กับท่าทาง และคำบอกเล่าของเธอ พรนภาเธอลืมบอกไปว่าเมธีเขาเป็นคนแถว ๆ นี้นี่เอง เป็นคนภาคเดียวกันกับเธอ พร้อมเอาตะเกียบเคาะมาที่ศีรษะของเธอเบา ๆ

          “เย้ย! เอามาเคาะหัวหนูทำไมเนี่ย จุ่มน้ำซุปน้ำแล่ว” เธอทำหน้ามุ่ย ออกเสียงห่วน ๆ

          “โทษ ๆ เดี๋ยวกลับไปพี่สระผมให้”

          ตอนนี้โลกทั้งใบของเธอกลายเป็นสีชมพูไปแล้ว พรนภาเธอตัดสินใจถูกที่เลือกคบกับพี่เมธี และหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ เรื่องที่ผู้ชายคนนี้เข้าใจเธอ เว้นก็แต่ช่องว่างระหว่างอายุเท่านั้น มันทำให้เธอลังเลที่จะเปิดตัวกับทุกคน เพราะทุกคนล้วนแต่มีแฟนรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งนั้น และผู้ชายคนนี้ก็ไม่ก้าวก่ายรบเร้าให้เธอเปิดเผยการมีตัวตนของเขา นี่ไงเธอถึงได้รักผู้ชายคนนี้มาก วัยเดียวกันที่ผ่านมามีแต่ทำให้ทะเลาะกันทุกวัน ไม่เคยมีความสุข ไม่เคยไว้ใจซึ่งกันและกันแบบนี้ แบบพี่เมธี มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน พรนภาแอบมองเขาและนึกขอบคุณทุกสิ่งบนโลกใบนี้ที่นำพาเขามาเจอกับเธอ และคิดว่าถ้าเจอตอนหนุ่ม ๆ จะหล่อขนาดไหน ขนาดจะ 50 เข้าไปแล้วยังทะมัดทะแมงขนาดนี้ ด้วยความที่เมธีดูแลตัวเองอยู่เสมอด้วย

          “หนูมองพี่ทำไมครับ หน้าพี่มีอะไรเหรอ” เมธีรู้สึกตัวว่าเธอแอบมอง

          พรนภายิ้มไม่ตอบคำถามเขา แต่ชวนหาเรื่องดีกว่า “พี่เมธี”! เธอวางตะเกียบลงบนจาน แขนสองข้างวางบนโต๊ะ เมธียกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ เหล่ตามองเธอเล็กน้อยคอยฟังว่าเธอจะพูดอะไรต่อ “ถ้าพี่หลอกหนูนะ พี่จะไม่ได้เจอหนูอีกเลย หนูจะย้ายงาน ย้ายที่อยู่หนีพี่ไปไกล ๆ เลย ถ้าพี่หลอกหนู ถ้าพี่มีลูกมีเมียอยู่แล้ว” พรนภาพูดประโยคเดิม ๆ ถามไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ และเขาก็เคยตอบไปแล้วหลายครั้งแล้วเหมือนกัน แต่ว่าก็ไม่รู้สึกเบื่อที่จะตอบ เมื่อเธอไม่เบื่อที่จะถาม สายตาของเธอดูจริงจังทุกครั้งที่ถามเขา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่