ฝันหวาน (Sweet Dream) 95

กระทู้สนทนา

.

             สาย ๆ ของวันหยุดพรนภาตื่นมาพร้อมกับอากาศที่อึมครึม รู้สึกราวกับว่าฝนกำลังจะตก จึงเปิดม่านหน้าต่างมองดูท้องฟ้า ซึ่งก็เป็นดังคาดการณ์เอาไว้ เมฆครึ้มไม่มีแสงแดดเลย พรนภาถอนหายพร้อมบ่นเบา ๆ ให้มันได้แบบนี้สิวันหยุด ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นักที่เวลาหยุดแล้วฝนตก วันทำงานสิค่อยตก!

              แปดโมงเช้าพรนภาตื่นในเวลาปกติของตน หันมองสามีรุ่นพ่อยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงนอน ยิ้มให้พร้อมปล่อยให้นอนตามสบาย เพราะวันนี้เป็นวันหยุดอย่างไรล่ะ สาย ๆ ค่อยปลุกก็ได้ ส่วนตนเองเดินหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ ให้นอนตื่นสาย ๆ สิบโมงสิบเอ็ดโมงคงไม่ไหว

              อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินมาชงกาแฟดื่ม พร้อมกดโทรศัพท์ส่องโซเชียลตามประสาไปเรื่อย วันนี้มีอะไรต้องทำมากมาย อยากรู้นักว่าวันหยุดของคนอื่นได้หยุดอยู่เฉย ๆ สบาย ๆ กันไหม ทำไมวันหยุดของเธอถึงมีภารกิจมากมายรออยู่

              หยุดสองวันจะไม่บ่นเลย ทว่ารอบนี้หยุดได้เพียงวันเดียว เนื่องจากเธอใช้วันหยุดหมดไปกับการกลับบ้านในช่วงปีใหม่แล้ว

              พรนภานั่งจิบกาแฟไป นึกลำดับไปว่าวันนี้จะทำอะไรก่อนหลังดี แต่ที่แน่ ๆ ทานกาแฟเสร็จต้องไปทำกับข้าวให้สามี เป็นเมนูอีสาน! เมธีตื่นมาจะได้ทานเลย จะได้อารมณ์ดี พออารมณ์ดีหลอกให้ซื้ออะไรให้ก็ง่าย หึหึ! กระตุกยิ้มกับความคิดของตน ก่อนจะรีบยกกาแฟดื่มอึกสุดท้ายให้หมดไป นำแก้วไปล้างให้เรียบร้อย แล้วลงมือทำกับข้าวเลย

              เมนูที่จะทำในวันหยุดนี้ คือ แกงหน่อไม้ของโปรดของพวกเธอสองคนเอง นึก ๆ ไปก็ตลกสามี ทำผัดแกงทอดเป็นทุกอย่าง กับแกล้มก็ทำเป็น แต่ทำแกงหน่อไม้ไม่เป็น! ส้มตำก็ทำไม่เป็น

              นึกไปยิ้มไป เห็นบ่นอยากทานมาหลายวันแล้ว วันนี้หยุดจึงถือโอกาสซื้อวัตถุดิบมาทำให้ทานเสียเลย สำหรับวัตถุดิบก็ซื้อและเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เช้าวันนี้ก็แค่ลงมือแกงอย่างเดียว

              “หือ… หอมผักกะแยงจังเลยค่ะ!” เสียงแหบทุ่มดังมาจากทางด้านหลัง พรนภาหันไปมองตามเสียงพูด เห็นเมธียืนพิงประตูครัวมองตนเองทำกับข้าว

              “ที่ยอมตื่นลุกจากที่นอนเนี่ย เพราะกลิ่นผักกะแยงใช่มั้ยคะ” เธอพูดปนยิ้ม มือก็คอยคนหม้อไปเรื่อย ๆ

              เจ้าตัวพยักหน้า “ตะแซ่บแถะวา ไปอาบน้ำรอทานแกงหน่อไม้ฝีมือเมียดีกว่า” พูดอย่างคนอารมณ์ดี ก่อนจะหันหลังกลับเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมอาบน้ำ

              “พี่เมธี! เดี๋ยวค่ะ” พรนภาร้องตาม

              “คะ! ว่า” เมธีเดินถอยกลับมาสองสามก้าวถามเธอ

              “นภาแค่จะถามว่าตัวเองจะทานข้าวเหนียวหรือข้าวสวย นภาหุงข้าวไว้แล้ว ถ้าพี่เมธีอยากทานข้าวเหนียวก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้อตรงปากซอยน่ะ มันจะมีรถเข็นขายส้มตำจอดอยู่ค่ะ เขาขายข้าวเหนียวด้วย” พรนภาแนะนำ

              “ไม่เป็นไรค่ะ พี่ทานแกงหน่อไม้กับขาวสวยก็ได้” เขาตอบ

              “หื้ย! ขี้คร้านไปซื้อกะว่าโลดแน!” พรนภาค่อนขอดให้ อยากทานจะตายแต่ขี้เกียจออกไปใครจะไม่รู้ ส่วนเจ้าตัวหัวเราะก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ

              ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว แกงหน่อไม้ก็พร้อม พรนภายกมาเสิร์ฟที่โต๊ะกับข้าว เมธีเดินเข้ามาในครัวหน้าตาระรื่น สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้หยุดตรงกัน สัปดาห์นี้หยุดตรงกันมันก็จะมีความสุขมาก ๆ

              การที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับคนของใจ ไม่ต้องมีอะไรพิเศษ มันก็มีความสุขมากมายที่สุดแล้ว

              “ตักข้าวเลย ตักข้าวเลยค่า” เมธีสั่งปนยิ้ม “อยากกินมานานแล้ว วันนี้ได้กินสมใจสักที ฮ่า”

              “แกงหน่อไม้จะอร่อยต้องแกงใส่ผักกะแยงเด้อ เหมือนที่ในเพลงเขาบอกไง หอมผักกะแยง คิดฮอดอ้ายแฮงแท้น้อ พุ่นแหล่ว ฮา” พรนภาพูดปนหัวเราะ ร้องเพลงให้ฟังเสียเลย แค่ท่อนเดียว! มันมีความสุขเกินจะอธิบาย ในวันที่ได้หยุดตรงกันเช่นนี้

              “พุ่นแหล่วเพิ่นฮ้องเพลง คือร้องมวนแถะวา ร้องเต็ม ๆ เพลงให้ฟังแนเป็นหยัง” เมธีชม ยิ้มให้สาวเจ้าสุดที่รักของตน พรนภาทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมดในสายตา รักมาก ห่วงมาก และ หวงมาก ๆ ด้วย ยอมได้ทุกอย่างสำหรับผู้หญิงคนนี้

              “พุ่นน่า! เพิ่นใช้คำว่าฮ้องเด้เพิ่น… บ่อ! ไม่! นภาร้องได้แค่นี้ ฮา” เธอตอบ ล้อเลียนเมธีไปอีก

              “เอ๋า… คนอีสานคนลาวเด้ครับหนิ! ไสซิมเบิ่งดู้! ป้าด!!! แซ่บคัก แซ่บค่ะ นัวพอปลาร้าดีอยู่ค่ะ ยอดมากน้อง” เมธีซดน้ำแกงหน่อไม้ พร้อมยกนิ้วชมภรรยารุ่นลูกไปด้วย

              “แกล้งหรืออร่อยจริง ๆ” พรนภาถามทำหน้าตาจริงจังให้อีก

              “แซ่บจริง ๆ ค่ะ ไม่ได้แกล้ง เหมือนแม่ทำเลย อร่อย” เมธีตอบยิ้มหน้าบาน ไม่ได้แกล้งอวย อร่อยจริง ๆ แถมยังเป็นกับข้าวสุดโปรดด้วย

             “ชิ! นภารู้อยู่แล้วน่า! ว่านภาทำอร่อย ฮา” เธอเองก็ไม่ค่อยจะอวยตนเองเท่าไหร่

              ภายในห้องครัวของคอนโดเล็ก ๆ พวกเธอนั่งทานข้าวด้วยกัน คุยกันสัพเพเหระ ยิงมุกตลกกันแล้วก็หัวเราะ เป็นเรื่องราวที่แสนธรรมดา ทว่าพวกเธอสองคนจะทำมันให้เป็นเรื่องราวที่แสนพิเศษและสุขใจ

              “อร่อยเนอะ หอมผักกะแยง นัวด้วย! ใส่ผักกะแยงมันจะทำให้น้ำแกงมันนัว ถ้ามีผักลืมผัวด้วยนะ ยิ่งจะอร่อย นภาหาซื้อไม่ได้เฉย ๆ หรอก หาซื้อได้แค่ผักกะแยงค่ะ” พรนภาเล่าให้สามีฟังอย่างมีความสุข มันภูมิใจที่ทำกับข้าวให้สามีทานแล้วสามีบอกอร่อย แม้สามีอาจจะแกล้งชมก็ไม่เป็นไร ภูมิใจเหมือนเดิม

              “ไม่ซื้อมาใส่น่ะดีแล้วค่ะ ผักที่ว่าน่ะ” เมธีพูดทำท่าทางระแวงนิด ๆ ทว่าออกไปในแนวตลก ๆ ทำเอาเธอต้องหัวเราะไปด้วย โดยไม่ทันคิดว่าเมธีจะเล่นมุกห้าบาทสิบบาท

              “ทำไมอ่ะ อร่อยจะตายพี่เมธีไม่รู้ไร อย่าบอกว่าไม่เคยกินนะผักลืมผัวน่ะ” มองหน้าสามีรุ่นพ่อปนยิ้ม เป็นคนอีสานก็เป็น โตจนป่านนี้แล้ว อย่าบอกว่าไม่รู้จักและไม่เคยทาน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงจะอเมสซิ่งกับเธอมาก ๆ ปรายตามองสามีรุ่นพ่อที่นั่งทานข้าวฝั่งตรงข้าม

              “เคยค่ะ! แต่ไม่อยากกิน ไม่กล้ากิน พี่กลัวค่ะ! เพราะกินแล้วน้องจะลืมพี่ไง” เมธีพูดพร้อมเม้มปากหัวเราะ ก่อนจะปล่อยฮาลั่นห้องครัวกันเลย

              “ฮือ….!” พรนภาหัวเราะไปด้วยและพูดอะไรไม่ออกด้วย มุกแค่นี้! แค่นี้ยังนึกได้ ยังคิดจะเล่น! ยังกล้าเล่น! ถึงกระนั้นก็ทำเอาเธอกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่เช่นกัน

              เหตุการณ์ผ่านไปปกติ พวกเธอยังนั่งทานข้าวกันไป คุยกันเพลิน ๆ ไปสองคน จะเร่งรีบไปทำไม วันหยุดเช่นนี้ควรใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ช้า ๆ ดีกว่า

              “พี่เมธีทานข้าวเสร็จ พี่เมธีพานภาไปโลตัสหน่อยนะ โลตัสใหญ่น่ะ นภาจะไปซื้อครีมมันหมดแล้วค่ะ ในโลตัสเอ็กซ์เพรสไม่มีขายเลย” นึกอะไรขึ้นมาได้ว่าของใช้ส่วนตัวหมด จึงขอให้เมธีพาไปห้างสรรพสินค้าในวันนี้ หลังทานข้าวเสร็จก็ไปกันเลย

              “ได้ค่ะ พี่ก็มีของที่อยากได้อยู่พอดี” เขาตอบ

              “เค! กิน ๆ ให้หมดเลยเนี่ย มื้อเย็นค่อยหาอะไรกินใหม่ เพราะว่านภากินหน่อไม้ได้มื้อเดียวนะ กินมากไม่ได้ท้องอืดค่ะ” บอกกับสามี ส่วนเมธีทานได้สบายมาก “กลับมาจากโลตัสนภาค่อยจะทำงานบ้านนะ ส่วนพี่เมธีกลับมาเอาชุดทำงานไปปั่นเลย ตากด้วย!”

              สิ้นคำพูดของเธอ เมธีแทบสำลักข้าว “อะไรพี่เมธี! ฮ่วย! ให้ปั่นผ้าแค่นี้จะเป็นจะตาย สำลักข้าวเลยบ่อ หึหึ” ทำตาเขียวให้สามีคราวพ่อ นี่มันหน้าที่ของตนเองอยู่แล้ว ยังจะมาทำเป็นอึ้ง ทำเป็นสำลักอีก ค่อนขอดเข้าให้

              “เปล่า ๆ คะ แฮ่! ตามนั้น เดี๋ยวกลับมาพี่เอาผ้าไปปั่นค่ะ” พูดกลั้วยิ้ม ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวแบบเงียบ ๆ

              “ฮ่วย! ต้องให้เล่นบทโหดทุกทีเลย เวลาบอกให้ทำงาน” มองสามีก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อไป

              พอพวกเธอทานข้าวเสร็จจึงพากันออกไปห้างสรรพสินค้าตามที่ได้บอกเอาไว้ พรนภาเดินเลือกซื้อของใช้ส่วนตัว ส่วนของที่เมธีอยากได้ นึกว่าอะไร ที่แท้ก็สเปรย์ฉีดล้อรถ จะอะไรนักหนากับรถ สเปรย์ขัดเงายางรถเห็นบอกแบบนั้น

              “พี่เมธีพานภาไปดูกระเป๋าสตางค์ใหม่หน่อยได้มั้ยคะ อันเดิมขาด! เห็นไหมหนิ เก็บเงินไม่อยู่เด้หนิ เงินรั่วไหลออกหมด” พูดพร้อมโชว์หลักฐานให้ดูเสียเลย

              “ตามใจค่ะ!” จากนั้นเมธีก็พาเธอเดินเข้าร้านกระเป๋า “น้องเอาใบใหญ่ด้วยก็ได้ เอาดิ กระเป๋าถือแหมะ” ภายในช็อปกระเป๋า เมธีทำทรงป๋าอีกแล้ว คนภายนอกดูก็ชวนเข้าใจแบบนั้นอยู่แล้ว ยิ่งมาทำเป็นพูดแบบนี้อีก รู้จุดประสงค์แกล้งพูดอยากให้คนเข้าใจแบบนั้น

              “ไม่ค่ะ! ซื้อแค่กระเป๋าสตางค์พอ นภาอยากได้เสื้อสักตัวค่ะ” เพราะว่ากระเป๋าถือยังไม่พังเลย ไม่รู้จะซื้อให้เปลืองตังค์ไปทำไม นำไปซื้อเสื้อผ้ามีประโยชน์กว่าเยอะ

              “ตามใจค่ะ” อะไรก็ได้อยู่แล้วสำหรับพรนภาสุดที่รักคนนี้ ให้ได้แม้กระทั่งชีวิตล่ะ ยืนปรายตามองภรรยาสาวเลือกกระเป๋า พร้อมเผยยิ้มอย่างเอ็นดู

              พวกเธอทำธุระเสร็จเรียบร้อยก็พากันกลับคอนโดเลย ไม่ไปที่ไหนต่อ เนื่องจากพรนภาได้บอกเอาไว้แล้วว่า ไม่เที่ยวไปเรื่อย สี่เดือนถึงจะทำคอนเทนต์เที่ยว มาถึงลานจอดรถ เมธียังไม่พาขึ้นตึกในทันที

              “แป๊บค่ะ ไหนลองฉีดดูซิ มันจะเงาอย่างที่เพื่อนแนะนำเปล่า เขาบอกไม่ต้องทำอะไรเลย ฉีดแล้วก็ปล่อยให้แห้งเอง” เมธีพูดพร้อมแกะกล่องสเปรย์ฉีดยางรถยนต์ พร้อมฉีดไปที่ล้อรถทั้งสี่ล้อ “ว๊าว เลิศอยู่ ๆ เงาอยู่ค่ะ” เขาพูดปนยิ้ม

              “แค่นี้นะ แล้วจะขัดทำไม วิ่งไปมันก็โดนดินโดนโคลน โดนน้ำอยู่ดี” พรนภาถามแบบไม่เข้าใจนัก ขัดตัวรถ ขัดด้านในห้องโดยสารยังพอเข้าใจ

              “เอ๋าน้องก็! น้องไม่เข้าใจอ่ะ” เมธีพูดได้เท่านี้ พร้อมยิ้มแหย ๆ ให้เธอ ทำไมเธอจะไม่เข้าใจ คนรักรถ!

              “จ้า! เข้าใจจ้า ดูแลรถเสร็จแล้วน่ะ ก็ไปดูแลบ้านด้วย ไปปั่นผ้าค่ะ หึหึ”

              เมธีหัวเราะชอบใจใหญ่ “ครับโพ้ม!” พร้อมทำท่าตะเบะสลับข้างอย่างตลกด้วย ไม่อายกล้องวงจรปิดที่ดูอยู่กันเลย พวกเธอหัวเราะกับท่าทางตลกของกันและกัน นี่แหละเมธีไม่มีคำว่าเครียดหรือซีเรียสอะไรกับเขาเลย เป็นแบบสามีก็ดีเหมือนกัน ทว่าเธอทำไม่ค่อยจะได้นัก

              พอขึ้นมายังห้อง ต่างคนต่างทำหน้าที่ของกันและกัน พรนภารับหน้าที่ดูแลห้องทั้งหมด ส่วนเมธีให้ทำเพียงนำชุดทำงานไปปั่นเท่านั้นเอง งานบ้านที่เหลือเธอขอรับผิดชอบเอง

              …………………………………….

              “เหนื่อยมั้ยคะ” เขาถามพร้อมดมหน้าผากของเธอเบา ๆ นอนเล่นเกมในโทรศัพท์ไปด้วย

              “ม่าย! พี่เมธีถ้ากลับไปที่บ้านเราอีก พานภาไปเที่ยวที่นี่หน่อยนะ รอบนี้ต้องพานภาไปกุฉินารายณ์ให้ได้ด้วย อยากไป! ห้ามอิดออด” ชูหน้าจอให้สามีดูด้วย

              “ค่า! คนหยังมักเที่ยวคัก” พวกเธอนอนคุยกันอยู่บนเตียงนอน หลังจากทำภารกิจหน้าที่ของตนเองเรียบร้อยแล้ว

              “ทีแรกนภาว่าจะชวนไปนครพนมนะ แต่บ้านเราก็น่าเที่ยวออก ก็เลยคิดว่านครพนมเอาไว้ทีหลัง เที่ยวบ้านเราก่อน” พรนภาเล่าอย่างคนดีใจ แค่นึกถึงวันที่จะได้ไปเที่ยวก็มีความสุข ชีวิตก็มีแค่นี้ ควรหาความสุขให้ตนเองบ้าง ทำในสิ่งที่ชอบ

              “ค่า!” เมธีตอบตกลงโดยที่สายตายังจับจ้องอยู่หน้าจอโทรศัพท์ของตนเอง

              “พุ่น! ค่า ๆ หนิตาบ่อแนมเฮาเลย หื้ย! ของีบก่อนนะคะ ตอนเย็นเราไปเดินตลาดกันน้อ อยากกินยำหนมจีน” เธอพูดพร้อมเปลี่ยนท่านอนตะแคง หันหน้าไปกอดตัวของเมธีในขณะที่เมธีนอนหงายเล่นเกมในโทรศัพท์อยู่

              “ค่า!” ทว่าคราวนี้ไม่ตอบเฉย ๆ ผินหน้ามาจุ๊บริมฝีปากของเธอด้วย แล้วเธอก็เลิกสนใจเขา หลับไปด้วยความง่วง ปล่อยให้เขาเล่นเกมที่รักไปเลยคนเดียว

จบบท…

https://pantip.com/topic/41227169….บทที่ 94
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่