[Eurovision Magazine] เจ้าภาพเตรียม 4 ทางเลือกรับแผนโควิด-19 และรวมข่าวคราวความพร้อมจัดยูโรวิชั่น 2021

การประกวดเพลงชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 65 (ยูโรวิชั่น ซอง คอนเทสต์ 2021)
วันที่ 18, 20 และ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
ณ เมืองร็อตเทอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์


วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563
 
เหลือเวลาอีก 241 วัน จะถึงรอบรองชนะเลิศกลุ่มแรก
เหลือเวลาอีก 243 วัน จะถึงรอบรองชนะเลิศกลุ่มสอง
เหลือเวลาอีก 245 วัน จะถึงรอบชิงชนะเลิศ



สวัสดีค่ะสาวกยูโรวิชั่นและผู้อ่านทุกคน กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะคะ 
หลังจากห่างหายไปนานนับตั้งแต่ Eurovision: Europe Shine a Light เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเรารู้กันว่าเนเธอร์แลนด์ได้รับโอกาสแก้ตัวในการเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในปีหน้า ซึ่งเราตั้งหน้าตั้งตารอว่าขอให้มันเป็นจริงเสียที อย่าให้มีอะไรมาหยุด เพราะมันไม่ใช่ส้ม 
พอเข้าสู่เดือนกันยายน ซึ่งเป็นเดือนแรกในยูโรวิชั่น 2021 ตามกฏเดือนกันยายนของอีบียู แฟนๆพร้อมใจกันเรียกว่าวันปีใหม่ของยูโรวิชั่นเลยทีเดียว
ก็เริ่มมีข่าวคราวมาให้เห็นกันแล้ว โดยเฉพาะของเจ้าภาพเนเธอร์แลนด์ในการเตรียมความพร้อมจัดยูโรวิชั่น 2021 กับความท้าทายในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งยังระบาดหนักอยู่ บางประเทศในยุโรปก็ยังคุมไม่อยู่ กับความหวังวัคซีนที่เร่งวิจัยแต่เรายังไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ มันจะได้ผลไหม และมีเพียงพอในการหยุดการแพร่ระบาดในเร็ววันหรือเปล่า นั่นก็คือเหตุผลที่เนเธอร์แลนด์ ประเทศเจ้าภาพปีหน้าได้เตรียมแผนการในการจัดถึง 4 แผนเพื่อรับมือในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นข่าวหลักในกระทู้ครั้งนี้ค่ะ 


เมื่อวานนี้ที่ร็อตเตอร์ดัมอะฮอย ในเมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ สถานที่มีกำหนดจัดยูโรวิชั่นปีนี้ที่ถูกยกเลิกไปจากสถานการณ์โควิด-19 และสถานที่จะจัดอีกครั้งในปีหน้า ทางอีบียู (สหภาพการกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งยุโรป) ผู้รับผิดชอบจัดยูโรวิชั่น และทางช่อง NPO, NOS และ AVROTROS สถานีโทรทัศน์สาธารณะในประเทศเนอร์แลนด์ในฐานะเจ้าภาพปีนี้และปีหน้าได้จัดการแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนในการเตรียมความพร้อมจัดยูโรวิชั่น 2021 กับ 4 แผนรับมือโรคโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไป โดยการแถลงข่าวมีการปฏิบัติรักษาระยะห่างทางกายภาพอย่างเข้มงวด  

© EBU / STIJN SMULDERS

ทางเจ้าภาพบอกว่าจะจัดปีหน้าอย่างแน่นอน เพราะจะไม่มีการเลื่อนหรือยกเลิกอะไรทั้งสิ้น เพราะปีนี้ใจร้ายกับเรามาก แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราทุกคนจะช่วยหยุดการแพร่ระบาดของเจ้าโรคนี้ให้อยู่ในวงจำกัดเพื่อที่จะได้เต็มที่กับงานนี้ได้หรือไม่ โดยแบ่งเป็น 4 แผนตามสถานการณ์ในช่วงที่จัดคือวันที่ 18, 20 และ 22 พฤษภาคมปีหน้า ดังนี้


© NPO/NOS/AVROTROS


แผนเอ ถ้าสถานการณ์กลับมาปกติ ทางเจ้าภาพจะใช้แผนนี้คือจัดตามปกติทุกอย่าง เปิดให้ผู้ชมจากทั่วยุโรปและทั่วโลกมาเที่ยวเนเธอร์แลนด์เพื่อมาชมยูโรวิชั่นปีหน้าตามปกติทั้งรอบซ้อมและรอบแข่งจริง มีกิจกรรมเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะช่วยหยุดการแพร่ระบาดให้ทันหรือไม่ ซึ่งโอกาสไม่เกิน 50 เลย เพราะอีก 7 เดือนเป็นอย่างน้อยนับจากนี้ เราไม่รับประกันว่าการแพร่ระบาดจะอยู่ในวงจำกัดหรือหยุดการระบาดได้หมด เพราะหลายๆประเทศกำลังเผชิญการระบาดในรอบ 2 เป็นต้นไปอยู่


แผนบี ถ้ายังมีการแพร่ะบาดแต่อยู่ในวงจำกัด (นึกถึงช่วงก่อนที่แพร่ระบาดหนักในอิตาลีก่อนแพร่ไปทั่วยุโรปเมื่อต้นปี) ก็อาจจะยังใช้แผนนี้ที่ยังจัดตามปกติ แต่มีการจำกัดนักท่องเที่ยวและผู้ชมที่จะเข้ามาร่วมชม และมีการเว้นระยะห่างทางกายภาพอย่างเข้มงวดอย่างน้อย 1.5 เมตร  และถ้าใช้แผนนี้ก็อาจจะต้องจำกัดตั๋วเข้าชม และมีการคืนเงินสำหรับใครที่จองตั๋วก่อนหน้านี้แต่เจอสถานการณ์ที่ต้องจำกัดที่นั่งลง

แผนซี ถ้าการแพร่ระบาดรุนแรงมากขึ้น อาจจะใช้แผนนี้ที่มีการจำกัดการเดินทาง ยังคงจัดตามปกติ แต่... จะจำกัดผู้ชมให้น้อยกว่าแผนบี และถ้าตัวแทนจากประเทศใดไม่สามารถมาแข่งได้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศนั้นๆ สามารถจัดการแข่งในประเทศของตนได้ (ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไกล) 

และแผนดี ถ้าการแพร่ระบาดหนักเหมือนที่เราเจอในช่วงต้นปีจนต้องยกเลิกของปีนี้ ทางเจ้าภาพจะใช้แผนนี้คือจะยังจัด (เพราะจะยกเลิกไม่ได้แล้ว) แต่จะไม่มีกิจกรรมและไม่มีผู้ชมใดๆทั้งสิ้น เหมือนที่เราเห็นใน Eurovision: Europe Shine a Light ตัวแทนทุกประเทศจะต้องทำการแข่งจากในประเทศจน แต่ยังมีโชว์ในร็อตเตอร์ดัมอะฮอยอยู่ เหมือนที่จะใช้ในจูเนียร์ยูโรวิชั่นปีนี้ที่วอร์ซอ (ซึ่งเราจะนำเสนอในข่าวต่อๆไปค่ะ) 


สรุปคือจะยังเดินหน้าจัด แต่เราได้เห็นในรูปแบบไหน ต้องขึ้นกับสถานการณ์หน้างานนะคะ ถ้าอยากมันส์เต็มที่ก็ช่วยๆกันหยุดการแพร่ระบาดไวๆนะคะ 


ซึ่งในวันเดียวกันเอง ได้มีพิธีลงนามในการจัดอีกครั้ง โดยมีนาย Saïd Kasmi  (นายกเทศมนตรีเมืองร็อตเตอร์ดัม) และนาย Gerard Timmer ผอ.ช่อง NOS (ในนามช่องเจ้าภาพทั้งหมด) เพื่อเป็นหลักประกันว่ายูโรวิชั่นปีหน้ามีแน่นอน ท่ามกลางการเว้นระยะห่างทางกายภาพ ถ้าดูข้างหลังในร็อตเตอร์ดัมอะฮอยจะมีการจัดโต๊ะที่นั่ง ซึ่งพอจะจำลองให้เห็นภาพในปีหน้าได้หากต้องมีการเว้นระยะห่าง

© EBU / STIJN SMULDERS

© EBU / STIJN SMULDERS


ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้


ขณะเดียวกันในเมื่อวานนี้เอง ทางเจ้าภาพได้เปิดตัวพิธีกรและแบบเวทีที่ยังใช้ของเดิมที่เดิมจะใช้ในปีนี้ 
โดยพิธีกรยังเป็น 4 คนเหมือนเดิม ให้พวกเขามาโชว์การดำเนินรายการอย่างเต็มที่ อย่างที่พวกเราได้เห็นใน Eurovision: Europe Shine a Light 
ได้แก่ Edsilia Rombley (เอ็ดซิลล่า รอมบลี่ย์), Chantal Janzen (แชนทาล ฮานเซ่น) และ Jan Smit (ฮาน สมิท) โดยทั้งสามคนเป็นพิธีกรหลัก และ NikkieTutorials (นิกกี้ติวเตอร์เรียลส์) ทำหน้าที่พิธีกรออนไลน์คนแรกในประวัติศาสตร์อีกครั้ง ซึ่งเราประทับใจนิกกี้เว่อร์ๆ เพราะดำเนินรายการได้ดีเกินคาดจริงๆ 



ส่วนแบบเวทีก็ยังใช้ของอิตาฟลอเรียนเหมือนเดิม ซึ่งต้องมาดูของจริงๆว่ามันจะดีจริงไหม หลังจากปีนี้เราอดได้ดูของจริง (ก็ขอหวังว่าปีถัดไปจะไม่ใช่อีตาคนนี้ออกแบบอีกแล้วนะ) มันน่าเบื่อมากกกก


© NPO/AVROTROS/NOS

© NPO/AVROTROS/NOS

© NPO/AVROTROS/NOS

© NPO/AVROTROS/NOS


ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้นมีดังนี้ค่ะ 

ในส่วนโลโก้ปีหน้านั้นจะยังใช้ต่อในปีหน้าหรือไม่ ทางเจ้าภาพยังไม่บอกอะไรในตอนนี้ แต่เราว่าโลโก้ของปีนี้สวยและแฝงความหมายไว้หลายอย่าง แต่น่าเสียดายว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อปีนี้แต่ไม่ได้ถูกใช้ (แม้จะได้รางวัลด้านการออกแบบมาปลอบใจก็ตาม) ถ้าจะยังคงใช้แบบเดิม ต้องมาปรับเปลี่ยนรายละเอียดวงกลมเพราะมีจำนวนประเทศเข้าร่วมแข่ง (ซึ่งยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะมีกี่ประเทศและจะมีประเทศไหนเข้ามาหรือถอนตัวออกไปจากปีนี้) อยู่ในโลโก้นี้ด้วย แต่ถ้าจะเปลี่ยนแบบใหม่ต้องมั่นใจว่ามันจะต้องปัง แต่มันมีกอสซิปว่า....


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ส่วนคำขวัญยังคงใช้ "Open Up" (เปิดใจ) เหมือนเดิม 

และกำหนดการคร่าวๆจะเป็นดังนี้ หลังจากวันที่ 1 กันยายนที่เข้าสู่การเตรียมงานยูโรวิชั่นปีหน้าอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีประเทศไหนเปิดตัวเพลงเดี๋ยวประเทศคู่แข่งจะรู้แนวเพื่อชิงความได้เปรียบเสียก่อน ซึ่งต้องมาติดตามกันต่อไปว่าประเทศไหนจะเป็นประเทศแรกที่เปิดตัวตัวแทนปีหน้า (ไม่นับประเทศที่เปิดตัวตัวแทนปีนี้มาแก้ตัวปีหน้านะ) และจะเปิดตัวเมื่อไหร่ เพลงน่าจะเป็นแอลเบเนียเป็นประเทศแรกชัวร์ แต่ประเทศไหนจะเปิดตัวเพลงท้ายสุด แต่ต้องไม่เกินวันที่ 9 มีนาคมปีหน้านะ แต่เดือนหน้า เราจะรู้ว่าจะมีกี่ประเทศที่จะแข่งอย่างเป็นทางการ เดือนพ.ย.จะเปิดตัวกราฟฟิก (และรวมถึงโลโก้) และรูปแบบโปสการ์ดของปีหน้า เดือนก.พ.ปีหน้าจะเปิดตัวการแสดงจากเจ้าภาพ เดือนมีนาคมจะมีการประชุมคณะผู้แทนจากประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน (แต่จะเป็นออนไลน์หรือเปล่า ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น) เดือนเมษายนจะเริ่มทำเวที และการแข่งในเดือนพ.ค. แต่จะเป็นไปตามแผนไหม ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหยุดยั้งไอ้เจ้าโควิดได้ไหม 



และนี่คือคลิปข่าวจากยูโรวิชั่นในเรื่องเมื่อวานนี้ค่ะ 


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

อิงข่าวจาก ยูโรวิชั่น และ ยูโรวิชั่น
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่