[CR] รีวิว Lambretta Thailand Cafe ร้านคาเฟ่กึ่งผับ-บาร์สำหรับนั่งดื่มชิลล์ๆพร้อมฟังดนตรีสดบนถนนพระสุเมรุ

วันนี้ผมมีนัดกับเพื่อนมาทานอาหารและนั่งดื่มชิลล์ๆกันที่ร้าน"Lambretta Thailand Cafe"อยู่ตรงถนนพระสุเมรุใกล้ๆกับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หากมาด้วย MRT ก็ลงสถานีสามยอดแล้วต่อรถมาอีกเล็กน้อยแต่ถ้ามาด้วยเรือคลองแสนแสบก็ลงท่าผ่านฟ้าลีลาศแล้วเดินมาอีกนิดหน่อยก็มาถึงร้านแล้ว ก่อนที่จะเข้าไปในร้านเราขอทำความรู้จักกับร้านนี้กันก่อน"Lambretta"เป็นแบรนด์รถสกูตเตอร์ ต้นกำเนิดผลิตที่ประเทศอิตาลีแต่ปัจจุบันเป็นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อก่อนร้านเป็นจุดสังสรรค์ของกลุ่มคนที่รักรถยี่ห้อนี้ (คล้ายๆกับกลุ่มคนที่ชอบเวสป้าในเมืองไทย) แต่ปัจจุบันเป็นคาเฟ่กึ่งผับบาร์ที่มีให้บริการทั้งอาหารเช้า-คาเฟ่ส่วนตอนเย็นก็ผันตัวกลายเป็นร้านนั่งดื่มพร้อมฟังดนตรีสด โดยทุกอย่างในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณที่มีกลิ่นอายของความเป็นแบรนด์ Lambretta อยู่เต็มเปี่ยม หน้าร้านเป็นตึกสีน้ำเงินเข้มมีสกูตเตอร์พร้อมกับธงของ Lambretta มองเห็นได้อย่างชัดเจนแสดงว่ามาถูกร้านแน่นอน ประตูทางเข้าเป็นบานไม้+กระจกขนาดใหญ่ดูเก่าแต่เก๋ รีบเข้าไปด้านในเพื่อจองที่นั่งกันก่อนครับผม

แค่เปิดประตูร้านเข้ามาก็เหมือนได้ย้อนยุคกลับไปวันเก่าๆ ด้วยการตกแต่งร้านโดยใช้ผนังอิฐพื้นปูนเปลือยผสมกับเฟอร์นิเจอร์โบราณต่างๆไม่ว่าจะเป็น โซฟา/โต๊ะ/เก้าอี้/โคมไฟ/ป้ายโฆษณา/ถังน้ำมันรวมไปถึงรถสกูตเตอร์ตรา "Lambretta" รุ่นเก่าที่ขับไม่ได้แล้วก็ถูกนำมาตกแต่งให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของที่ร้านนี้ด้วย ใครที่กำลังมองหาร้านคาเฟ่ใน Theme ย้อนยุคเก๋ๆอยู่ ขอบอกเลยว่าร้านนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆน่าเข้ามาถ่ายรูปไว้อวดเพื่อนมากเลยครับ

ถึงแม้ว่า Theme ของที่ร้านจะเป็นสไตล์ย้อนยุคที่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ "Lambretta" อยู่เต็มเปี่ยมแต่เมนูอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารทานง่ายๆอย่างสเต็กราคาเริ่มต้นที่ 99-389 บาท สปาเก็ตตี้เริ่มต้น 179-219 บาท สลัดราคาเดียว 119 บาท เมนู Side Dish 59-89 บาท เมนูทานเล่นกับเครื่องดื่มเย็นๆ 69-129 บาท หรือถ้าเน้นอิ่มหนักๆก็มีจานข้าวผัดราคา 160-180 บาท เพิ่มผักสามสี/ไข่ดาว/ไข่ออนเซ็น/เบคอนหรือซอสต่างๆได้ตามใจเรา กาแฟสดมีทั้งแบบร้อน/เย็น/ปั่น ราคาเริ่มต้นที่ 55-125 บาท ส่วนเครื่องดื่มต่างๆมีให้เลือกเพียบเต็มหน้ากระดาษ สามารถนั่งดื่มชิลล์ๆเปลี่ยนรสชาติและยี่ห้อกันได้ทั้งคืน ใครที่เป็นชอบนั่งดื่มเรื่อยๆน่าจะถูกใจร้านนี้กันอย่างแน่นอน

นักดนตรียังไม่มาแต่คนฟังหิวก่อนเลยสั่งอาหารมานั่งทานกัน เมนูแรกก็คือ "สปาเก็ตตี้เบคอนพริกแห้ง" ราคา 179 บาท เป็นสปาเก็ตตี้เส้นกลมเล็กลวกสุกแบบ Al Dente ปรุงมารสเค็มกำลังดี หอมกลิ่นเบคอน/เผ็ดร้อนพริกแห้งเพิ่มความหอมสดชื่นด้วยพาสลี่ย์สับนัวพาเมซาชีสนิดๆ ถือว่ารสชาติตามมาตรฐานของเมนูนี้ที่ควรจะเป็น จานต่อไปคือ "พอร์คชอป" ราคา 189 บาท เป็นสเต็กส่วนพอร์คชอปทั้งชิ้นใหญ่เนื้อนุ่มย่างมาสุกทั่วถึงกำลังดี ทานกับซอสพริกไทยดำผสมพริกไทยสดรสชาติเค็มเผ็ดนิดๆ ทานคู่กับเห็ด/แครอท/บล๊อกโคลี่/มะเขือเทศย่างช่วยลดความเลี่ยนจากไขมันบนพอร์คชอปได้เป็นอย่างดี เป็นสเต็กหมูที่อร่อยสมราคาตามแบบมาตรฐานที่เราคาดหวังเอาไว้เลย

จานต่อมาเป็นเมนูสไตล์ไทยอย่าง"ข้าวกระเพราซี่โคงหมูตุ๋นไข้ข้น"ราคา 160 บาท เป็นซี่โครงหมูตุ๋นติดกระดูกอ่อนตุ๋นจนเกือบเป็นเจลลาติน นำไปผัดกระเพรารสชาติเค็มเผ็ดอมหวานนิดๆหอมกลิ่นพริกสด/กระเทียมสดและใบกระเพราตามแบบฉบับกระเพรารสชาติผู้ดีหน่อย อยากได้ความเข้มข้นเพื่อทานคู่กับข้าวสวยและไข่ข้นเยิ้มๆต้องเพิ่มพริกน้ำปลาลงไปอีกนิด เรียกได้ว่าอร่อยนุ่มนวลแต่รสชาติเผ็ดร้อนครบสูตรดีมากครับ เดี๋ยวกลัวว่าจะเลี่ยนมากเลยสั่งสลัดไปสักจานคือ"สลัดญี่ปุ่นเบคอน" ราคา 119 บาท ดูหน้าตาไม่เหมือนกับสลัดสไตล์ญี่ปุ่นที่เคยรู้จักแต่เมื่อได้ทานแล้วน่าแปลกตรงที่น้ำสลัดงารสเปรี้ยวเค็มหอมโชยุสไตล์ญี่ปุ่นเข้ากันได้ดีกับเบคอนทอดกรอบๆแต่ไม่เค็ม มีรสเค็มนัวๆของพาเมซานชีสขูดตัดกับผักสลัดที่เย็นกรุบกรอบ ช่วยเพิ่มความสดชื่นทำให้ทานเมนูต่อไปได้ไม่ติดขัดครับ

จานต่อมาเพื่อนผมชอบมาฟังดนตรีสดที่ร้านนี้และมักจะสั่งบ่อยๆ "Fish & Ship สเต็กปลาสแนปเปอร์" ราคา 219 บาท ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าปลาสแนปเปอร์นี้ก็คือปลากระพงบ้านเรานี่แหละ ทางร้านนำไปหั่นเลาะก้างออกแล้วเอาไปชุบแป้งทอดจนด้านนอกกรุบกรอบแต่เนื้อด้านในยังมีความชุ่มฉ่ำ เวลาทานก็แค่บีบเลมอนลงบนปลาหรือจะจิ้มกับทาร์ทาร์ซอสเพิ่มความเปรี้ยว+มันก็อร่อย อีกทั้งในชุดมาพร้อมกับมันฝรั่งทอดแบบโฮมเมด เป็นเมนูที่เลือกใช้วัตถุดิบดีอยู่แล้วถึงแม้ว่าจะไม่ได้พิเศษกว่าร้านอื่นแต่ก็อร่อยเพลินสมกับที่เพื่อนผมมาทีไรก็สั่งจริงๆ จานต่อมามีหลากหลายสีสันในจานเดียวคือ "German Mixed Sausage ไส้กรอกรวม" ราคา 189 บาท ไส้กรอก 3 ชิ้นสไตล์เยอรมันทั้งแบบเป็นเนื้อบดหยาบ/บดละเอียดและเนื้อเด้งหนังกรอบๆย่าง ทานคู่กับซอสบาร์บีคิวรสหวานอมเปรี้ยวหอมกลิ่นเครื่องเทศบาร์บีคิวสไตล์ฝรั่งทานเคียงกับมันฝรั่งทอด/ผักสามสี เป็นจานที่อยากได้เครื่องดื่มเย็นเลยครับ

ของคาวจานสุดท้าย "สะโพกไก่ซูวี" ราคา 109 บาท เป็นสเต็กส่วนสะโพกไก่นำไปผ่านกระบวนการซูวีหรือการทำให้สุกอย่างช้าๆในระบบสุญญากาศเพื่อรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อไก่เอาไว้ ก่อนเสิร์ฟแค่นำไปย่างบนกระทะเหล็กจนหนังเหลืองกรอบ ราดด้วยน้ำเกรวี่หอมกลิ่นโรสเมรี่บางๆของที่ร้านรสชาติเค็มกลมกล่อมไก่หนังกรุบกรอบ ในชุดมาพร้อมกับมันฝรั่งทอดและผักสามสีไว้ทานเคียวกันอีกเช่นเคย ส่วนเครื่องดื่มเราสั่งมา 2 เมนูก็คือ"Yuzu Honey Soda"ราคา 90 บาทเป็นเครื่องดื่มสไตล์อิตาเลี่ยนโซดาที่ด้านล่างของแก้วเป็นแยมยูสุผสมกับน้ำผึ้งก่อนจะเทด้วยโซดาตามลงไป คนทุกอย่างให้เข้ากันก่อนดื่มจะได้รับความหอมของส้มยูสุและน้ำผึ้งผสมกับโซดาซ่าๆดื่มแล้วสดชื่นสะใจคนชอบกลิ่นส้มยูสุแบบเรามากๆ ส่วนอีกแก้วนี่เพื่อนผมสั่งครับแต่ก็สงสัยอยู่ว่าทานกาแฟป่านนี้ได้นอนอีกทีกี่โมงนั่นก็คือ"คาราเมลลาเต้ปั่น"ราคา 120 บาท เป็นกาแฟนมผสมคาราเมลปั่นเนื้อนุ่มนวลหวานหอมกลิ่นคาราเมลถ้าคุณเคยดื่ม Starbucks จะคล้ายๆกับเมนูคาราเมลแฟรบปูชิโน่ แต่กาแฟหอมละมุนไม่ติดเปรี้ยว/ปั่นมาเนื้อเนียนละเอียดกว่า/คาราเมลหอมขึ้นจมูกมากกว่า เพื่อนผมบอกว่าถ้ามาร้านนี้ตอนกลางวันเคยสั่งเมนูนี้สูงสุด 4 แก้ว แต่ตอนนี้เริ่มค่ำแล้วกลัวนอนไม่หลับเลยสั่งมาแค่แก้วเดียวพอ ไว้โอกาสหน้าค่อยมาชิมกาแฟสูตรอื่นของร้านนี้กันครับ

นอกจากอาหารและเครื่องดื่มที่เห็นในรีวิวนี้แล้ว เราก็ไปสั่ง "Fire Ball" ราคา 100 บาท มาลองชิมด้วยเพราะทางร้านแนะนำมาเป็นเหล้า Shot เล็กๆ รสชาติหวานหอมหล้ายๆน้ำผึ้งทานแล้วรู้สึกสดชื่นร้อนท้องหน่อยๆกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีเลยทีเดียว มื้อนี้หมดไป 1,494 บาท ไม่มี Vat. หรือ Service Charge มากวนใจ ซึ่งถือว่าราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านผับบาร์อื่นๆที่มักจะบวกเพิ่มอีก 17% จากราคาอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปด้วย รสชาติอาหารโดยรวมคืออร่อยตามมาตรฐานที่ดี นั่นหมายความว่ารสชาติอาหารแต่ละจานเป็นไปตามที่ควรจะเป็น คาดว่าเชฟที่ร้านนี้มีพื้นฐานการทำครัวที่ดีอยู่พอสมควร โดยเน้นไปที่เมนูทานง่ายๆเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นโดยน่าจะเป็นลูกค้าหลักของทางร้าน หากคุณชอบคาเฟ่แนวย้อนยุคเครื่องดื่มอร่อยอาหารทานง่ายๆร้านนี้ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอนครับ

ส่วนดนตรีสดทางร้านมีทุกวัน ศ.-ส. เริ่ม 21.00 -23.30 น. โดยมีการเปลี่ยนศิลปินมาเรื่อยๆโดยวันนี้เป็นคิวของ AOMSIN ค่าย Spicydisc ส่วนใหญ่ลูกค้าของที่ร้านนี้จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นและที่นั่งภายในร้านมีค่อนข้างน้อย ยังไงวันที่มีดนตรีสดแนะนำว่าโทรก่อนมาจองที่ไว้ก่อนก็ดีครับ ส่วนตารางแต่ละอาทิตย์ว่ามีศิลปินคนไหนมาที่ร้านตรวจดูได้จากหน้า Facebook ของที่ร้านได้เลย นอกจากนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ทางร้านยังเปิดเป็นร้านขายอาหารเช้าเวลา 07.30 -12.00 น. ด้วยเรียกได้ว่าครบจบในร้านเดียวรับคะแนนความอร่อยคุ้มไป 5 ดาวเลยจ้า🌟🌟🌟🌟🌟

พิกัด : เลขที่ 589 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
เปิดวัน อ.-ศ. 10.30 - 24.00 น. และวันส.-อา. 07.30 - 24.00 ร้านปิดทุกวันจันทร์
บริการอาหารเช้าทุกวัน ส.-อา. เริ่มเวลา 07.30 - 12.00 น.
บริการร้านกาแฟเริ่มเวลา 07.30 - 18.00 น.
บริการร้านอาหารเริ่มเวลา 10.30 -22.30 น.
บริการบาร์เครื่องดื่มเริ่มเวลา 17.00 - 24.00 น.
โทร. 089-812-8990
Facebook : https://www.facebook.com/lambrettathailandcafe/
ลิงค์ Google Maps : https://goo.gl/maps/NjTLwvXTLAYWiEmv9

อ่านรีวิวแล้วสนุกช่วยกด + กระทู้นี้ แชร์ให้เพื่อนๆอ่าน
แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <
และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘
ชื่อสินค้า:   Lambretta Thailand Cafe
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่