นิยายเบาสมอง : ~ข้าจะเป็น (องค์หญิง) คนที่ท่าน!!คู่ควร~ part2

ลมกรรโชก พัดมาวูบใหญ่ กิ่งไม้ใหญ่ไหวเอนไปตามกระแสลม  ฟ้าแลบสองสามครั้งติดกัน เหมือนพายุกำลังตั้งเค้า หากแต่แสงจันทร์คืนนี้ยังพอทอแสงให้เห็น ทำให้เฝิ่นลู่ ได้พินิจบุรุษตรงหน้าได้อย่างถนัดถนี่  เมื่อเขาเอ่ยชื่อแซ่ เปิดเผยตัว
เฝิ่นลู่ไม่อยากสนทนามากความ ดังนั้นไม่เปิดเผยชื่อตน เพียงแต่ยิ้มเล็กน้อย สายตานางจ้องเขม็งไปที่แววตาของ ชายแปลกหน้า เสมือนนางหาใช่สตรีที่ จะคิดพูดจาได้อย่างง่ายๆทั่วไป
"เชิญ..คุณชาย"  นางนิ่งไม่ขยับตัว คอยให้ ซ้งฮุยเป็นฝ่ายเดินนำหน้าไป ตามทาง  บุรุษแปลกหน้า โผล่เข้ามาจากด้านหลังในทีแรก หากคิดปองร้าย คงจะชิงลงมือได้โดยไม่ยากเย็น แต่ตอนนี้ เขาจะเดินนำหน้าไป จะคิดทำสิ่งใดย่อมสังเกตได้ก่อน
ซ้งฮุย พยักหน้า ยิ้มออกมาวูบนึง หันตัวเดินก้าวเท้าออกไป ในใจลอบคิด
'ท่าทีประหลาดจริง...ดูไม่เหมือนชาวชนบททั่วไป และยังใบหน้ายังมีเค้าความงามปรากฎ แบบนี้คงขายได้ราคาดีแน่'
" ตามข้ามา... วันนี้ ข้าเจรจาการค้าได้ลุล่วง คนเมืองหลวงนี่ดีไปอย่าง ไม่ต้องพิธีรีตอง ข้าละพอใจยิ่งนัก...ว่าแต่เจ้า เป็นคนที่นี่รึ? ดูไม่คล้ายเท่าไรเลยนะแม่นาง ..?  เอ แม่นางมีชื่อหรือไม่ ข้ายังไม่รู้จักชื่อท่านเลย" 
ซ้งฮุย พูดยืดยาวสมกับเป็นพ่อค้าช่างเจรจา เฝิ่นลู่เดินตามหลัง ยังไม่ทันตอบคำ สังเกตเห็น กล่องโลหะ ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ ตกลงมาจากเอว ของซ้งฮุย ร่วงลงพื้นดิน  ซ้งฮุยไม่รู้ตัวยังคงเดินต่อไป
" คุณชาย หยุดก่อน กล่องนี่ ของท่าน ท่านทำหล่นพื้น" เฝิ่นลู่ก้มหยิบกล่อง ยื่นให้ซ้งฮุย
" ข้าไม่มีกล่อง แบบนี้ หาใช่ของของข้า " เขายกมือขึ้นปฏิเสธ ยืนกรานว่าไม่ใช่เจ้าของ
" เจ้าโชคดีเก็บของได้  มันก็เป็นของของเจ้าแล้ว" คนกล่าวจบหันตัวกลับ เดินต่อไป
' แปลกจริง หรือว่าเราจะสำคัญผิด  หากแต่เป็นดั่งเค้าพูดจริงๆ?'  เฝิ่นลู่ เอามือยกกล่องมามองให้ชัดๆ เป็นกล่องที่ทำจาก วัสดุคล้ายเงิน ตกแต่งอย่างดี เห็นชัดว่าเป็นของโบราณ มีกลไก ให้เปิดออกใส่ของเล็กๆได้
นางจับกล่องไว้ แล้วใช้มือขวาเปิด ฝากล่องออกดู ตัวกล่องไม่มีกุญแจ ดังนั้นจึงเปิดได้ไม่ยาก 
ด้านในกล่องเห็นเป็นเครื่องมือกลไกเล็กๆ มีท่อยาว  พอเปิดออก ตัวกลไกก็ทำงาน มีกลุ่มควัน สายนึง พุ่งออกมาจากท่อนั้น  เฝิ่นลู่ยกกล่องมาดูใกล้ๆ ไม่ทันคาดคิด  ยามกระทันหัน ไม่สามารถหลบควันสายนั้นได้ 
ที่แท้เป็นกลไก ชนิดนึง ที่ฉีดพิษชนิดไม่ร้ายแรงชนิดหนึ่งทำให้คนสลบได้ จากพิษของ หนอนพันธุ์นึง  ที่ซ้งฮุยแอบติดตั้งไว้ในกล่อง ใบจิ๋ว 
เฝิ่นลู่ สูดละอองพิษ เข้าไป ร้องออกมาคำหนึ่ง  " เฮ้ย อะไรกัน!!!!" 
เพียงแค่อึดใจ เมื่อพิษออกฤทธิ์ กับระบบประสาท นางค่อยๆทรุดตัวลง กับพื้น  สายตาเห็น ซ้งฮุย ถอยห่างออกไป สองสามก้าว  เขาใช้ผ้าอุดปากจมูก  ไม่ยอมเข้ามาใกล้
' แย่แล้ว เราไม่ทันระวัง ถูกพิษนี่เข้าให้แล้ว...'   เวลานั้นยังได้ยินเสียงคน  ผู้หนึ่งตะโกน จับใจความแทบไม่ได้ แต่ยังไม่ทันเห็นเงาใคร  สติสัมปชัญญะ ของนางดับวูบไป ร่างร่วงหลงไปบนพื้น ไม่ได้สติ...
" พวกเรา ไป!!! "   เสียงคนตะโกน จากที่ซุ่ม เป็นพงหญ้าคาขึ้นสูง ไม่ห่างจากถนน ที่เฝิ่นลู่นอนไร้สติอยู่    ที่แท้ เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ใส่ชุดสีน้ำเงินเข้ม ทั้งหมดคือหน่วยมือปราบพยัคฆ์แดง จากทางการ สิบนาย ที่ลอบดักรอ ซ้งฮุย นักค้ามนุษย์  อยู่บริเวณนี้มาหลายชั่วโมงแล้ว
ทั้งหมดกระโดดกันออกมา และชักกระบี่ ไว้ในมือ  วิ่งเข้าหา ซ้งฮุย กันอย่างพร้อมเพรียง
" ระวังด้วย มันมียาพิษ " เสียงเตือนจาก ชายร่างใหญ่ ไว้หนวดเหนือริมฝีปาก ร้องบอกคนอื่น
ซ้งฮุย เห็นแต่แรกว่า มีคนวิ่งออกมาจากพงหญ้าคาสูง ไม่หยุดรอฟังให้จบ ในใจตระหนกตกใจยิ่ง รีบวิ่งหนีการควบคุมไปทางท่าเรือ  หาได้ติดต่อสู้ไม่ ทิ้งร่าง เฝิ่นลู่ไว้บนทางดินลูกรังนั้นเอง

" อาเฉิน ยิงพลุสัญญาณ ให้พวกเราได้แล้ว 
วันนี้เราจะจับเรือนั่นให้ได้"  จิวชี่ หัวหน้าของหน่วยสั่งการอย่างเข้มแข็ง ไปยังทหารข้างกาย  เขานำกองทหารมือปราบนี้เข้าสืบสวนเรื่องค้ามนุษย์ และติดตามแกะรอยซ้งฮุย มาได้สักพักหนึ่ง  เขาเป็นมือปราบฝีมือดี มีชื่อเสียงพอตัว ทั้งในเรื่องงาน และเรื่องความหล่อเหลาที่มี ร่างสูงเปรียว สง่าผ่าเผย ทำให้หญิงสาวทั่วไปตกหลุมรักได้ไม่ยากเย็น
" ขอรับ" นายทหารหนุ่มรับคำ   แล้วยกท่อไม้ไผ่ยาว ภายในบรรจุดินปืน ออกมาจากข้างต้นไม้    จุดชนวน ส่งดอกไม้ไฟ ขึ้นไปบนท้องฟ้า เป็นสีส้ม-แดง  หลายนัด ให้สัญญาณ ทหารที่ซุ่ม รอบบริเวณท่าเรือ เข้าจู่โจมเรือเป้าหมายในทันที
" มี คนสลบไม่ได้สติ อยู่ที่พื้น ช่วยกันยก ไปที่ใต้ศาลาก่อน พวกเจ้าช่วย!! ดูแลนางที่นี่  

พวกที่เหลือ ตามข้ามา!!!"  จิวชี่ สั่งการให้ทหารช่วยกันยกนางไปนอนบนศาลา 
เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ที่เกิดขึ้น แต่ช่วยสตรีนางนี้ไม่ทัน ในใจลอบรู้สึกสงสาร ที่ เห็นนางถูกโจรชั่ว ลงมือทำร้ายด้วยแผนเลว  ยังมีอีกหลายคนที่ถูกขังอยู่ในเรือ เขาจะนำคนเหล่านั้นออกมา ให้จงได้
จิวชี่ออกวิ่งนำ กำลังพล เข้าสนธิกำลัง หน่วยอื่นๆไล่จับพวกลูกเรือ และยึดเรือไว้  อาซา ไต้ก๋งเรือ และลูกชาย ถูกจับได้ทั้งหมด   แทบไม่มีการต่อสู้ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะถูกจับง่ายดายเช่นนี้ คนที่ถูกจับมา ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ   ไม่เช่นนั้นแล้ว สตรีทั้งหมดจะถูกนำไปขายให้บ่อนคณิกา อยู่บนโลกแต่เหมือนตกนรกทั้งเป็น
จิวชี่ส่งมอบงานให้ ผู้ใต้บังคับบัญชาควบคุมแทน  เกวียน จะมาในอีกสักพักใหญ่ เพื่อลำเลียงเหยื่อที่ถูกบังคับมา และ นักโทษอาญาไปยังสถานีโรงพักในเมือง
เขาหวนกลับมาพร้อมหมอทหาร หนึ่งนาย มาดูอาการ ของหญิงสาวปริศนา ที่สลบไสลอยู่ใต้ศาลาพักริมทาง   นางยังหายใจอยู่ แต่ยังไม่ฟื้นคืนสติ 
 หมอทหารตรวจดูเบื้องต้น แจ้งว่า น่าจะฟื้นอีกไม่นาน ให้นวดเฟ้น ตามจุดชีพจร  และขอตัวกลับบ้าน ด้วยสีหน้าง่วงนอนเต็มทน ด้วยเวลาล่วงถึงตีสอง
ทำให้เหลือเพียงแค่เขา กับ หญิงสาวที่น่าสงสารแต่เพียงสองต่อสอง  ขบวนลำเลียง เหยื่อขบวนค้าทาส ทั้งหมดถูกลำเลียงไปแล้ว  จิวชี่ คิดจะยืมม้าจากทหาร แล้วพานางตามไปสมทบ จะได้เสร็จหน้าที่
เขานั้งลงใกล้ๆจ้องมองนางแบบชัดๆ เป็นครั้งแรก  เห็น ใบหน้าเล็ก หน้าตางดงามหมดจด หลับตา ปากน้อยเผยอขึ้น เขานึกสงสารสตรีที่ไม่รู้จักนางนี้ขึ้นมา ในห้วงความคิด  ไม่ว่าสตรีนางใดก็ไม่สมควรถูกกระทำเช่นนี้ 
จิวชี่ ขอยืมม้า จากทหารที่ควบผ่านมา  หอบร่างนางและห่อผ้าไว้ในอก  จับสายบังเหียนด้วยมือขวาแล้ว บังคับม้า ตะบึงย้อนกลับไปทางเมืองหลวง 
คนควบม้าออกไปได้ไม่นาน สายฝนก็เริ่มโปรยปราย  หนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่ เป็นแนว แต่ดูไม่ปลอดภัย หากฟ้าผ่าลงมา จิวชี่ ยังฝืนควบม้าต่อไปอีก พ้นเขตป่าสนนี้ไป จะมีโรงเตี๊ยม พออาศัยขอหลบฝนได้ชั่วยาม
เมื่อมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม แสงไฟเปิดอยู่ แต่ไม่มีคนสักคน เป็นปกติที่คนเฝ้าเวรดึก มักจะต้องหายตัวไปจากโต๊ะ  จิวชี่แบกร่าง สาวน้อยเข้ามาวางไว้ ที่มุมห้องบนเก้าอี้ยาว  เขาหันกลับไป เรียกเสี่ยวเอ้อ ที่คงหลับอยู่ที่ไหนสักแห่งข้างหลังม่าน  ให้ออกมารับแขก
เมื่อหันตัวกลับมา  ก็ต้องตกใจที่เห็นสตรีนางนั้นฟื้นขึ้นแล้ว และมายืนอยู่ด้านหลังเค้า และยกขาขวาเตะเข้าใส่บริเวณ จุดตายของผู้ชาย สีหน้าของนางนั้น ดุดัน ตาเบิกโต เม้มปากอย่างตั้งใจ
เสียงขาของนาง แหวกอากาศ เข้ากระทบกับ กระจับที่ทำจากผ้าหนา เสียงดังปั๊ก!!!!!   หากเขาไม่สวมเครื่องป้องกันนี้ เห็นทีจะต้องเสี่ยงกับการเป็นหมันแน่ๆ
เฝิ่นลู่หรี่ตา เห็นว่าผิดท่า เจ้านี้มีเครื่องป้องกัน ดังนั้นจึงจู่โจมด้วยมือทั้งสอง นางปล่อยหมัดเข้าเป้ากลางตัว คือชายโครง  ทั้งสองหมัดรวดเร็ว จิวชี่ใช้แขนปิดป้องได้ทัน 
พลางขยับตัวถอยหลัง ปากร้องบอก " หยุดมือก่อนแม่นาง  ข้ามิได้ทำร้ายเจ้า "
เฝิ่นลู่ไม่ฟังความ ชักมีดสั้นออกมา แล้วขว้างเข้าใส่  ร่างของจิวชี่ ไวราวกับกระพริบตา
จิวชี่ ถลันตัวหลบไปทางข้างซ้าย มีดสั้นเล่มนั้นพุ่งผ่านคอเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว  ไปปักอยู่ที่กำแพง ของโรงเตี๊ยม     เขาหันกลับมา คราวนี้ไม่อาจหลบได้พ้น แจกันกระเบื้อง ลอยมาแทบจะติดจมูก เสียงดัง เพล้ง!!!!!
จิวชี่ ร่วงลงกับพื้นโรงเตี๊ยม เลือดไหลออกจากศีรษะ  ไหลมาถึงแก้ม เขาสลบไปแล้วโดยสิ้นเชิง
เฝิ่นลู่ ยืน ห่างออกไป ไม่กี่ก้าว นางหายใจหอบ ทรวงอก ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ นางรู้สึกโล่งใจและยังตื่นตัว บุรุษผู้นี้จับตัวนางมา พานางขึ้นม้า และ เข้าพักในโรงเตี๊ยมกลางดึก 
หากแต่เมื่อมองดูชัดๆ เค้าผู้นี้ ใส่ชุดของทางการ ดูเหมือนจะเป็น พวกมือปราบ  และหน้าก็ยังไม่เหมือนกับคนที่นางเจอ ก่อนจะสลบไป  ผ่านไปเสี้ยววินาที นางกลืนน้ำลาย ลงอึกนึง  หรือว่า นางจะลงมือผิดคน?
เสี่ยวเอ้อ ประจำโรงเตี๊ยม เดินออกจากหลังม่าน สีหน้าเหมือนคนพึ่งตื่น แต่พอเห็นสภาพโต๊ะเก้าอี้ที่กระจัดกระจาย และ เห็น ชายที่นอนหงาย หน้าโชกเลือด ใบหน้านั้นคุ้นตา
โดยทันทีทันใดนั้น เขาก็ร้องออกมาว่า 

  " เจ้า เจ้า ฆ่า มือปราบจิวชี่!!!!!! ช่วยด้วย.. "
-------------------------จบตอนสอง----------------
เนื้อเรื่องตอน1  https://m.pantip.com/topic/40163295?
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่