ถุงมือเรื่องสั้น เรื่องที่ 3 ของสัปดาห์แห่งเดือนใหม่นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ โรคภัยไข้เจ็บ ครับ ^^
แต่จะเกี่ยวกับ COVID-19 หรือไม่ ? เพราะโรคที่เรื่องนี้ใช้เป็นชื่อเรื่องคือ "ไข้หวัดนก"
เพื่อนสองคน ออกไปปั่นรถถีบ (ภาษาบ้านกรรมการครับ) ด้วยกัน คนหนึ่งไม่ค่อยสบายสักเท่าไร
แล้วทั้งสองก็ไปเจอซากนกตายเข้าตัวหนึ่งบนถนน
นั่น จะเป็นสาเหตุแห่งโรคร้ายหรือเปล่า ??
ตามมาดูด้วยกันครับ ^^
รายงานผู้ติดเชื้อวันนี้........
บีกับ
เบสนั่งกินข้าวด้วยกัน เมื่อได้ยินรายงานข่าวแล้วก็รู้สึกแย่ บีรวบช้อน ทำให้เบสต้องถามว่า
“ทำไมกินนิดเดียวเองล่ะ”
“คือวันนี้ไม่ค่อยหิวน่ะ”
ท่าทางของบีดูเศร้า อมทุกข์อย่างไรบอกไม่ถูก เหมือนมีเรื่องบางอย่างในใจ เบสรู้ดีว่าถ้าถามไปบีคงไม่พูด เลยชวนบีไปหาเรื่องสบายใจทำ
“ออกไปปั่นจักรยานเล่นกันไหม”
“ไม่อ่ะ อยากนอน”
“เถอะน่า อากาศดีๆแบบนี้ นอนตั้งแต่ตอนนี้เดี๋ยวกลางคืนก็นอนไม่หลับหรอก”
สุดท้ายเบสก็กล่อมให้บีออกไปปั่นจักรยานเล่นด้วยกันจนได้
แต่ปั่นไปไม่เท่าไหร่ บีก็หยุดรถจักรยานแล้วถลาลงไปดูอะไรบางอย่างที่อยู่บนพื้น
“อะไรน่ะบี” เบสถามด้วยความไม่สบายใจ
“นก..มันยังไม่ตายด้วย แต่ทำไมดูเหมือนไม่มีแรงบิน แผ่ปีกนอนหอบ แย่จัง”
ลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง เบสคิดถึงเรื่องไข้หวัดนกที่เคยเรียนในห้องเรียน รู้สึกตกใจรีบดึงบีออกจากจุดนั้น
“อย่าไปแตะนะ นกอาจติดเชื้อ ถ้าเราไปจับจะไม่สบายตามไปด้วย”
“คิดมากไปหรือเปล่า ดูสิ...มันน่าสงสารออก”
“จำที่ครูสอนไม่ได้เหรอ ถ้าเจออะไรผิดปกติเราควรไปแจ้งผู้ใหญ่ให้จัดการดีกว่า”
ทั้งสองไม่รอช้า รีบปั่นจักรยานไปบอกพ่อและแม่ทันที
พ่อและแม่มีสีหน้าวิตกกังวล
แม่ถามว่า “เอาไงดีค่ะคุณ บ้านเราก็มีฟาร์มนกกระทา รอบๆเพื่อนบ้านก็เลี้ยงไก่กันทั้งนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา ถ้าหากนกตัวนั้นมีเชื้อไข้หวัดนกเราควรรีบเอาออกจากพื้นที่นะคะ”
“ใจเย็นก่อนนะคุณ ผมเคยอ่านขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อเจอซากนกต้องสงสัย คุณช่วยผมไปหาถังใบใหญ่พอประมาณแล้วใส่น้ำแข็งนะ ผมจะส่งซากให้ปศุสัตว์จังหวัดตรวจหาเชื้อ เพื่อความสบายใจของพวกเราทุกคน”
พ่อเดินไปหาถุงมือ และหน้ากากอนามัยมาสวม
บีกับเบสเห็นดังนั้นเลยขอตามไปด้วย
ตอนแรกพ่อจะไม่ให้ไป แต่เด็กทั้งสองบอกว่าอยากเห็นวิธีการ เผื่อเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังที่ชั้นเรียน หากเจอซากสัตว์ปีกจะได้ปฏิบัติตัวถูก
พ่อให้บีกับเบสใส่ถุงมือและหน้ากากอนามัย แล้วทั้งหมดก็ขึ้นรถไป
เมื่อไปถึง นกตัวนั้นก็ตายแล้ว นอนตัวแข็งไม่ไหวติง พ่อจัดการนำถุงดำซ้อนกันสองชั้นแล้วหยิบซากนกตัวนั้นใส่ถุงมัดปากถุงแล้วใส่ในถังที่มีน้ำแข็งบรรจุเพื่อเตรียมส่งให้ตรวจพิสูจน์ซากต่อไป
วันต่อมา บีมีอาการไข้ขึ้น หอบ ต้องหยุดเรียน เบสไปโรงเรียนคนเดียวรู้สึกเป็นห่วงบีมาก เมื่อไปถึงโรงเรียนแนนเข้ามาถาม
“วันนี้บีไม่มาโรงเรียนเหรอ”
“จ้ะ ไม่สบาย มีไข้ เลยนอนพักอยู่ที่บ้าน”
“วันก่อนตอนทำแปลงเกษตร เราเห็นบีเหมือนขุดหลุมฝังอะไรบางอย่าง เราพยายามถามเขาก็ไม่บอก ท่าทางมีพิรุธ”
เบสฟังแล้วรู้สึกใจหาย ปกติบีเป็นคนใจดี และรักสัตว์ เห็นแมว หมา นก กระต่าย เป็นต้องเข้าไปกอดเข้าไปอุ้ม...อะไรนะที่บีขุดหลุมฝัง สิ่งนั้นจะมีเชื้อโรคหรือเปล่า แล้วบีจะติดเชื้อไหม ยิ่งคิดยิ่งไม่สบายใจ ตกเย็นเบสเลยเล่าเรื่องนี้ให้พ่อและแม่ฟัง
พ่อกับแม่ฟังแล้วทำหน้าครุ่นคิด ทั้งสามคนตัดสินใจไปหาบีที่นอนอยู่ในห้อง แล้วเล่าเรื่องตามที่แนนบอก
พ่อถามบีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “บีมีอะไรจะเล่าให้พ่อฟังไหมลูก”
บีร้องไห้โฮ เล่าให้ฟังว่า ทุกวันที่ต้องไปรดน้ำที่แปลงเกษตรของโรงเรียน บีเจอเจ้าเหมียวตัวหนึ่งเข้ามาคลอเคลีย เล่นด้วย บีเลยเอาขนมให้มันกิน หลังจากนั้นมันก็มาเล่นกับบีเกือบทุกวัน แต่วันนั้นที่แนนเห็น แมวตัวนั้นเหมือนถูกหมาฟัดมา แผลเต็มตัว นอนหายใจรวยริน บีพยายามจะอุ้มมันไปหาหมอ แต่มันก็ขาดใจตายเสียก่อน บีเศร้ามากไม่รู้จะทำยังไง เลยตัดสินใจขุดหลุมฝังศพแมวไว้ที่แปลงผัก
จู่ๆเบสก็ทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่างได้ เลยโพล่งถามบีออกไป
“วันนั้นที่เราขี่จักรยานไปเจอนกกัน บีได้จับตัวนกหรือเปล่า”
“เปล่า ไม่ได้จับ” บีตอบเสียงอ่อย
“แน่นะ”
“จริงๆ แค่ชะโงกหน้าไปดูใกล้ๆเท่านั้นแล้วก็รีบเรียกเบส แล้วก็กลับบ้านมาบอกพ่อกับแม่”
“ดีแล้วล่ะ”
หลายวันแล้วแต่อาการป่วยของบีก็ไม่ดีขึ้น จนต้องส่งไปโรงพยาบาล ทุกคนไม่สบายใจเป็นอย่างมาก รอฟังผลตรวจใจจดใจจ่อ
“ไม่พบเชื้อนะครับ ตอนนี้ทางเรารักษาตามอาการ คงต้องรักษาตัวที่รพ.อีกระยะ”
“ที่ตรวจหาเชื้อนี่ คือเชื้อโควิดที่กำลังระบาดอย่างเดียวหรือเปล่าครับ”
“ครับ...มีตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วย มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“คือผมไม่ได้แจ้งว่า ก่อนหน้าเด็กป่วยได้ไปใกล้ชิดกับซากนกตายครับ ตอนนี้ผมนำซากส่งปศุสัตว์จังหวัดให้ตรวจพิสูจน์แล้ว”
“อย่างนั้นหรือครับ แล้วผลออกมาเป็นยังไงบ้างครับ”
“ยังครับ ผลตรวจเชื้อในซากนกยังไม่ออก”
“ดีแล้วครับที่คุณแจ้งให้ทราบ ผมจะได้แจ้งให้ทางแล็บตรวจหาเชื้อที่เกี่ยวข้องเพิ่ม”
ระหว่างนั่งเฝ้าอาการของบี แม่และพ่อเตือนว่าเบสต้องใส่หน้ากากอนามัยด้วยทุกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้บีกำลังป่วยเป็นอะไร
พ่อกับแม่ยังกำชับให้เบสล้างมือบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้
“พ่อคะ แม่คะ เบสจำได้ว่าปีที่แล้วตอนช่วงวันเด็ก พ่อกับแม่พาไปฉีดวัคซีนป้องกัน บีก็ฉีดเหมือนกันทำไมยังป่วยล่ะคะ”
“วัคซีนนั้นเป็นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สี่สายพันธุ์ ไม่ใช่วัคซีนป้องกันไข้หวัดนกและโควิดจ้ะ”
“เดี๋ยวนี้โรคภัยต่างๆเยอะมากเลย เบสกลัวจังค่ะ”
“ทางที่ดีก็ต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารครบห้าหมู่ ออกกำลังกาย ล้างมือบ่อยๆ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งพื้นฐานทำได้ง่ายเหล่านี้สามารถช่วยเราได้นะจ้ะ”
ทางแนนซึ่งเดินกลับบ้านพร้อมหนิงก็คุยเรื่องนี้กัน
“ตอนนี้โลกเราแย่จังเลยนะ สารพัดโรค สารพัดภัยพิบัติ น่ากลัวทั้งนั้น”
“นั่นสิ เห็นบีกับเบสไม่มาโรงเรียนก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่าเป็นไงบ้าง”
“เบสไม่เป็นไรนะ แต่หยุดเรียนไปเฝ้าบีที่โรงพยาบาล”
“แนนเห็นจริงๆเหรอว่าบีขุดหลุมฝังแมวตายที่แปลงเกษตรน่ะ”
“ใช่ เห็นจริง”
“แล้วทำไมไม่แจ้งครูล่ะ ถ้าเกิดแมวตัวนั้นตายไม่ปกติ ถูกหมากัดมาไม่รู้จะติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือเปล่า ฝังแบบนั้น เด็กๆที่ต้องไปเรียนที่แปลงเกษตรเหยียบไปเหยียบมา มันดูไม่ค่อยดีเลยนะ”
“ไม่ต้องห่วง หลังบีเข้าโรงพยาบาล เราได้ไปบอกครูนิตยาแล้ว ครูนิตยาให้ภารโรงขุดศพแมวไปเผาทำลาย ครูบอกว่าดีมากที่มาแจ้ง เราทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา”
“พักนี้ไม่ค่อยเห็นหนิงมาทำการบ้านตอนเย็นพร้อมเราเลย มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ค่อยว่างน่ะ ไก่ที่บ้านเป็นอะไรไม่รู้ ขนยุ่งๆ หงอนสีคล้ำลง มีอาการหงอย ไม่ค่อยกินอาหาร”
“เราได้ยินข่าวลือนะว่าไก่ของหมู่บ้านข้างๆตายยกเล้าเลย หรือจะป่วยเป็นไข้หวัดนกนะ”
“นั่นสิ เราก็ได้ยิน พ่อกับแม่เราก็กลุ้มใจอยู่ “
“หนิง เธอน่าจะให้พ่อไปแจ้งปศุสัตว์จังหวัดนะ เพราะอาการไก่บ้านเธอคล้ายกับอาการไก่ป่วยด้วยไข้หวัดนกที่เราเคยอ่านเลย”
“แต่พ่อเรามียาดีนะ”
“อะไรเหรอ”
“พ่อตำฟ้าทะลายโจรผสมน้ำแล้วกรอกปากไก่มาแล้วหลายรุ่น จากที่ทำท่าป่วย หงอยๆ ก็ค่อยๆฟื้นตัว และกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม”
“หรือฟ้าทะลายโจรจะป้องกันไข้หวัดนกได้”
“ตอนแรกเราก็สงสัยเหมือนกันเลยลองไปค้นข้อมูลดู ในเน็ตบอกว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อและยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสแต่ไม่มีฤทธิ์ป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อไวรัส ดังนั้นถ้าหากว่ากินฟ้าทะลายโจรโดยมุ่งหวังให้เกิดภูมิคุ้มกันจะไม่ช่วยอะไร”
“น่าสนใจมากเลย รักษาโรคได้แต่ป้องกันโรคไม่ได้ เราไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย”
“เราเองก็เหมือนกัน ถ้าไม่หาข้อมูลเพิ่มเติมก็คงไม่รู้”
“บ้านแนนมีต้นฟ้าทะลายโจรเยอะไหม ขอแบ่งมาปลูกที่บ้านฉันบ้างได้หรือเปล่า”
“ตอนนี้พ่อกำลังปักชำกิ่งรุ่นใหม่อยู่ ที่ผ่านมาก็แจกคนไปเยอะแล้ว ไว้เดี๋ยวพรุ่งเย็นนี้จะแวะเอาไปให้หนิงที่บ้านนะ”
“ขอบใจมากจ้ะ”
/// จบ ///
รายชื่อให้เลือกตอบครับ (แก้ไข ครั้งที่ 2)
1. Chi River
2. Christian Trevelyan Grey
3. KTHc
4. Ladylongleg - 2326325 (คุณเล็ก)
5. Lady Star 919 (น้องดาว)
6. Psycho G
7. Soul Master
8. TOSHARE - 5212378
9. WANG JIE (กรรมการ)
10. แจ๊คในสวนถั่ว
11. ดินสอสีน้ำ
12. นลินมณี
13. ป้ามล - 3650985
14. รัชต์สารินท์
15. ลุงแผน
16. ลูนาติก
17. วนิล - 3188982
18. ส.สัตยา
19. สวนดอก
20. สิงห์ริมถนน
✌️👦🏻🦅 THE GLOVES 2020 ถุงมือเรื่องสั้น#29 สัปดาห์ที่ 10 : 1-4 ก.ย. "ไข้หวัดนก" - ถุงมือ ยังไม่ป่วย 🦅👦🏻✌️
แต่จะเกี่ยวกับ COVID-19 หรือไม่ ? เพราะโรคที่เรื่องนี้ใช้เป็นชื่อเรื่องคือ "ไข้หวัดนก"
เพื่อนสองคน ออกไปปั่นรถถีบ (ภาษาบ้านกรรมการครับ) ด้วยกัน คนหนึ่งไม่ค่อยสบายสักเท่าไร แล้วทั้งสองก็ไปเจอซากนกตายเข้าตัวหนึ่งบนถนน
นั่น จะเป็นสาเหตุแห่งโรคร้ายหรือเปล่า ??
ตามมาดูด้วยกันครับ ^^
บีกับเบสนั่งกินข้าวด้วยกัน เมื่อได้ยินรายงานข่าวแล้วก็รู้สึกแย่ บีรวบช้อน ทำให้เบสต้องถามว่า
“ทำไมกินนิดเดียวเองล่ะ”
“คือวันนี้ไม่ค่อยหิวน่ะ”
ท่าทางของบีดูเศร้า อมทุกข์อย่างไรบอกไม่ถูก เหมือนมีเรื่องบางอย่างในใจ เบสรู้ดีว่าถ้าถามไปบีคงไม่พูด เลยชวนบีไปหาเรื่องสบายใจทำ
“ออกไปปั่นจักรยานเล่นกันไหม”
“ไม่อ่ะ อยากนอน”
“เถอะน่า อากาศดีๆแบบนี้ นอนตั้งแต่ตอนนี้เดี๋ยวกลางคืนก็นอนไม่หลับหรอก”
สุดท้ายเบสก็กล่อมให้บีออกไปปั่นจักรยานเล่นด้วยกันจนได้
แต่ปั่นไปไม่เท่าไหร่ บีก็หยุดรถจักรยานแล้วถลาลงไปดูอะไรบางอย่างที่อยู่บนพื้น
“อะไรน่ะบี” เบสถามด้วยความไม่สบายใจ
“นก..มันยังไม่ตายด้วย แต่ทำไมดูเหมือนไม่มีแรงบิน แผ่ปีกนอนหอบ แย่จัง”
ลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง เบสคิดถึงเรื่องไข้หวัดนกที่เคยเรียนในห้องเรียน รู้สึกตกใจรีบดึงบีออกจากจุดนั้น
“อย่าไปแตะนะ นกอาจติดเชื้อ ถ้าเราไปจับจะไม่สบายตามไปด้วย”
“คิดมากไปหรือเปล่า ดูสิ...มันน่าสงสารออก”
“จำที่ครูสอนไม่ได้เหรอ ถ้าเจออะไรผิดปกติเราควรไปแจ้งผู้ใหญ่ให้จัดการดีกว่า”
ทั้งสองไม่รอช้า รีบปั่นจักรยานไปบอกพ่อและแม่ทันที
พ่อและแม่มีสีหน้าวิตกกังวล
แม่ถามว่า “เอาไงดีค่ะคุณ บ้านเราก็มีฟาร์มนกกระทา รอบๆเพื่อนบ้านก็เลี้ยงไก่กันทั้งนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา ถ้าหากนกตัวนั้นมีเชื้อไข้หวัดนกเราควรรีบเอาออกจากพื้นที่นะคะ”
“ใจเย็นก่อนนะคุณ ผมเคยอ่านขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อเจอซากนกต้องสงสัย คุณช่วยผมไปหาถังใบใหญ่พอประมาณแล้วใส่น้ำแข็งนะ ผมจะส่งซากให้ปศุสัตว์จังหวัดตรวจหาเชื้อ เพื่อความสบายใจของพวกเราทุกคน”
พ่อเดินไปหาถุงมือ และหน้ากากอนามัยมาสวม
บีกับเบสเห็นดังนั้นเลยขอตามไปด้วย
ตอนแรกพ่อจะไม่ให้ไป แต่เด็กทั้งสองบอกว่าอยากเห็นวิธีการ เผื่อเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังที่ชั้นเรียน หากเจอซากสัตว์ปีกจะได้ปฏิบัติตัวถูก
พ่อให้บีกับเบสใส่ถุงมือและหน้ากากอนามัย แล้วทั้งหมดก็ขึ้นรถไป
เมื่อไปถึง นกตัวนั้นก็ตายแล้ว นอนตัวแข็งไม่ไหวติง พ่อจัดการนำถุงดำซ้อนกันสองชั้นแล้วหยิบซากนกตัวนั้นใส่ถุงมัดปากถุงแล้วใส่ในถังที่มีน้ำแข็งบรรจุเพื่อเตรียมส่งให้ตรวจพิสูจน์ซากต่อไป
วันต่อมา บีมีอาการไข้ขึ้น หอบ ต้องหยุดเรียน เบสไปโรงเรียนคนเดียวรู้สึกเป็นห่วงบีมาก เมื่อไปถึงโรงเรียนแนนเข้ามาถาม
“วันนี้บีไม่มาโรงเรียนเหรอ”
“จ้ะ ไม่สบาย มีไข้ เลยนอนพักอยู่ที่บ้าน”
“วันก่อนตอนทำแปลงเกษตร เราเห็นบีเหมือนขุดหลุมฝังอะไรบางอย่าง เราพยายามถามเขาก็ไม่บอก ท่าทางมีพิรุธ”
เบสฟังแล้วรู้สึกใจหาย ปกติบีเป็นคนใจดี และรักสัตว์ เห็นแมว หมา นก กระต่าย เป็นต้องเข้าไปกอดเข้าไปอุ้ม...อะไรนะที่บีขุดหลุมฝัง สิ่งนั้นจะมีเชื้อโรคหรือเปล่า แล้วบีจะติดเชื้อไหม ยิ่งคิดยิ่งไม่สบายใจ ตกเย็นเบสเลยเล่าเรื่องนี้ให้พ่อและแม่ฟัง
พ่อกับแม่ฟังแล้วทำหน้าครุ่นคิด ทั้งสามคนตัดสินใจไปหาบีที่นอนอยู่ในห้อง แล้วเล่าเรื่องตามที่แนนบอก
พ่อถามบีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “บีมีอะไรจะเล่าให้พ่อฟังไหมลูก”
บีร้องไห้โฮ เล่าให้ฟังว่า ทุกวันที่ต้องไปรดน้ำที่แปลงเกษตรของโรงเรียน บีเจอเจ้าเหมียวตัวหนึ่งเข้ามาคลอเคลีย เล่นด้วย บีเลยเอาขนมให้มันกิน หลังจากนั้นมันก็มาเล่นกับบีเกือบทุกวัน แต่วันนั้นที่แนนเห็น แมวตัวนั้นเหมือนถูกหมาฟัดมา แผลเต็มตัว นอนหายใจรวยริน บีพยายามจะอุ้มมันไปหาหมอ แต่มันก็ขาดใจตายเสียก่อน บีเศร้ามากไม่รู้จะทำยังไง เลยตัดสินใจขุดหลุมฝังศพแมวไว้ที่แปลงผัก
จู่ๆเบสก็ทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่างได้ เลยโพล่งถามบีออกไป
“วันนั้นที่เราขี่จักรยานไปเจอนกกัน บีได้จับตัวนกหรือเปล่า”
“เปล่า ไม่ได้จับ” บีตอบเสียงอ่อย
“แน่นะ”
“จริงๆ แค่ชะโงกหน้าไปดูใกล้ๆเท่านั้นแล้วก็รีบเรียกเบส แล้วก็กลับบ้านมาบอกพ่อกับแม่”
“ดีแล้วล่ะ”
หลายวันแล้วแต่อาการป่วยของบีก็ไม่ดีขึ้น จนต้องส่งไปโรงพยาบาล ทุกคนไม่สบายใจเป็นอย่างมาก รอฟังผลตรวจใจจดใจจ่อ
“ไม่พบเชื้อนะครับ ตอนนี้ทางเรารักษาตามอาการ คงต้องรักษาตัวที่รพ.อีกระยะ”
“ที่ตรวจหาเชื้อนี่ คือเชื้อโควิดที่กำลังระบาดอย่างเดียวหรือเปล่าครับ”
“ครับ...มีตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วย มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“คือผมไม่ได้แจ้งว่า ก่อนหน้าเด็กป่วยได้ไปใกล้ชิดกับซากนกตายครับ ตอนนี้ผมนำซากส่งปศุสัตว์จังหวัดให้ตรวจพิสูจน์แล้ว”
“อย่างนั้นหรือครับ แล้วผลออกมาเป็นยังไงบ้างครับ”
“ยังครับ ผลตรวจเชื้อในซากนกยังไม่ออก”
“ดีแล้วครับที่คุณแจ้งให้ทราบ ผมจะได้แจ้งให้ทางแล็บตรวจหาเชื้อที่เกี่ยวข้องเพิ่ม”
ระหว่างนั่งเฝ้าอาการของบี แม่และพ่อเตือนว่าเบสต้องใส่หน้ากากอนามัยด้วยทุกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้บีกำลังป่วยเป็นอะไร
พ่อกับแม่ยังกำชับให้เบสล้างมือบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้
“พ่อคะ แม่คะ เบสจำได้ว่าปีที่แล้วตอนช่วงวันเด็ก พ่อกับแม่พาไปฉีดวัคซีนป้องกัน บีก็ฉีดเหมือนกันทำไมยังป่วยล่ะคะ”
“วัคซีนนั้นเป็นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สี่สายพันธุ์ ไม่ใช่วัคซีนป้องกันไข้หวัดนกและโควิดจ้ะ”
“เดี๋ยวนี้โรคภัยต่างๆเยอะมากเลย เบสกลัวจังค่ะ”
“ทางที่ดีก็ต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารครบห้าหมู่ ออกกำลังกาย ล้างมือบ่อยๆ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งพื้นฐานทำได้ง่ายเหล่านี้สามารถช่วยเราได้นะจ้ะ”
ทางแนนซึ่งเดินกลับบ้านพร้อมหนิงก็คุยเรื่องนี้กัน
“ตอนนี้โลกเราแย่จังเลยนะ สารพัดโรค สารพัดภัยพิบัติ น่ากลัวทั้งนั้น”
“นั่นสิ เห็นบีกับเบสไม่มาโรงเรียนก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่าเป็นไงบ้าง”
“เบสไม่เป็นไรนะ แต่หยุดเรียนไปเฝ้าบีที่โรงพยาบาล”
“แนนเห็นจริงๆเหรอว่าบีขุดหลุมฝังแมวตายที่แปลงเกษตรน่ะ”
“ใช่ เห็นจริง”
“แล้วทำไมไม่แจ้งครูล่ะ ถ้าเกิดแมวตัวนั้นตายไม่ปกติ ถูกหมากัดมาไม่รู้จะติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือเปล่า ฝังแบบนั้น เด็กๆที่ต้องไปเรียนที่แปลงเกษตรเหยียบไปเหยียบมา มันดูไม่ค่อยดีเลยนะ”
“ไม่ต้องห่วง หลังบีเข้าโรงพยาบาล เราได้ไปบอกครูนิตยาแล้ว ครูนิตยาให้ภารโรงขุดศพแมวไปเผาทำลาย ครูบอกว่าดีมากที่มาแจ้ง เราทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา”
“พักนี้ไม่ค่อยเห็นหนิงมาทำการบ้านตอนเย็นพร้อมเราเลย มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ค่อยว่างน่ะ ไก่ที่บ้านเป็นอะไรไม่รู้ ขนยุ่งๆ หงอนสีคล้ำลง มีอาการหงอย ไม่ค่อยกินอาหาร”
“เราได้ยินข่าวลือนะว่าไก่ของหมู่บ้านข้างๆตายยกเล้าเลย หรือจะป่วยเป็นไข้หวัดนกนะ”
“นั่นสิ เราก็ได้ยิน พ่อกับแม่เราก็กลุ้มใจอยู่ “
“หนิง เธอน่าจะให้พ่อไปแจ้งปศุสัตว์จังหวัดนะ เพราะอาการไก่บ้านเธอคล้ายกับอาการไก่ป่วยด้วยไข้หวัดนกที่เราเคยอ่านเลย”
“แต่พ่อเรามียาดีนะ”
“อะไรเหรอ”
“พ่อตำฟ้าทะลายโจรผสมน้ำแล้วกรอกปากไก่มาแล้วหลายรุ่น จากที่ทำท่าป่วย หงอยๆ ก็ค่อยๆฟื้นตัว และกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม”
“หรือฟ้าทะลายโจรจะป้องกันไข้หวัดนกได้”
“ตอนแรกเราก็สงสัยเหมือนกันเลยลองไปค้นข้อมูลดู ในเน็ตบอกว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อและยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสแต่ไม่มีฤทธิ์ป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อไวรัส ดังนั้นถ้าหากว่ากินฟ้าทะลายโจรโดยมุ่งหวังให้เกิดภูมิคุ้มกันจะไม่ช่วยอะไร”
“น่าสนใจมากเลย รักษาโรคได้แต่ป้องกันโรคไม่ได้ เราไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย”
“เราเองก็เหมือนกัน ถ้าไม่หาข้อมูลเพิ่มเติมก็คงไม่รู้”
“บ้านแนนมีต้นฟ้าทะลายโจรเยอะไหม ขอแบ่งมาปลูกที่บ้านฉันบ้างได้หรือเปล่า”
“ตอนนี้พ่อกำลังปักชำกิ่งรุ่นใหม่อยู่ ที่ผ่านมาก็แจกคนไปเยอะแล้ว ไว้เดี๋ยวพรุ่งเย็นนี้จะแวะเอาไปให้หนิงที่บ้านนะ”
“ขอบใจมากจ้ะ”
1. Chi River
2. Christian Trevelyan Grey
3. KTHc
4. Ladylongleg - 2326325 (คุณเล็ก)
5. Lady Star 919 (น้องดาว)
6. Psycho G
7. Soul Master
8. TOSHARE - 5212378
9. WANG JIE (กรรมการ)
10. แจ๊คในสวนถั่ว
11. ดินสอสีน้ำ
12. นลินมณี
13. ป้ามล - 3650985
14. รัชต์สารินท์
15. ลุงแผน
16. ลูนาติก
17. วนิล - 3188982
18. ส.สัตยา
19. สวนดอก
20. สิงห์ริมถนน