1. ผังปฏิจจสมุปปาท..ผังแรก จะเห็นว่า... เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป... ดังนั้นจึงหมายเอาการเกิดของภูตสัตว์(มีพระสูตรรองรับ..นะ)
2. ผังปฏิจจสมุปปาท..แบบผัสสะ...คือปฏิจจสมุปปาทในจิต...ของภูตสัตว์ที่ได้กายแล้ว.. เพราะนามรูเป็นปัจจัยแก่นามรูป..(มีพระสูตรรองรับ..เช่นกัน)
3. ผังปฏิจจสมุปปาท..แบบผัสสะ..ผังแรก...เป็นของปุถุชนผู้มิได้สดับในพระสัทธรรมของพระผู้มีพระภาค...ความไม่รู้ก็หรือมีอวิชชา...เมื่อผัสสะเกิดขึ้น
ได้เสวยเวทนาทั้ง 3 ก็ไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับเวทนาทั้ง 3 นั้น.. อนุสัยทั้ง 3 ก็จะตามนอนเขาผู้นั้น...
4. ผังปฏิจจสมุปปาท..แบบผัสสะ..ผังที่สอง...เป็นของอริยสาวกผู้ได้สดับในพระสัทธรรมของพระผู้มีพระภาค...ความรู้ก็คือมีวิชชา...เมื่อผัสสะเกิดขึ้น
ได้เสวยเวทนาทั้ง 3 ก็รู้วิธีที่จะจัดการกับเวทนาทั้ง 3 นั้น.. อนุสัยทั้ง 3 ก็จะไม่ตามนอนเขาผู้นั้น...
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ การสำรวมระวังอินทรีย์ทั้ง 6..
5. ตอนอายตนะภายใน..กระทบกับ...อายตนะภายนอก ---> ก็จะทำให้เกิดวิญญาณ นี่หละที่ผู้ปฏิปัติให้สังเกตุว่า...วิญญาณเกิดตอนนี้---เวลานี้--ขณะนี้
6. จากผัสสะเกิด...วิญญาณเกิด...จิตก็เกิดที่จุดนี้เช่นกัน จิตจะสืบต่อเนื่องในช่วงระหว่าง ผัสสะ->เวทนา.......ชาติ->ชรามรณ...
7. ตรง...มรณ <--- ตรงนี้...วิญญาณดับ...และ..เป็นจุดที่จิตดับ...
8. ยกตัวอย่าง... ปุถุชนผู้มีอวิชชา...เมื่อตาไปเห็น...อาหารที่น่ากิน...ก็จะเกิดความรู้สึกทางตา(เกิดจักขุวิญญาณเกิด)....เรียกว่าผัสสะ...
เมื่อรับรู้ภาพอาหารนั้น..ก็รู้สึกพอใจ(สุขเวทนาเกิด)...จะเกิดการอยากในอาหารนั้น(ตัณหาเกิด)..คิดไปว่าจะได้เสพบริโภคอาหารนั้น(อุปาทาน,ภพ,ชาติ)..
....เมื่อสักระยะหนึ่งอย่างไรจิตก็จะละการคิดถึงเรื่องอาหารนั้น(ไปคิดเรื่องอื่นแทน)นี่หละ..ชรามรณะ <----จุดนี้วิญญาณดับ...และจิตดับ
ต่อไปวิญญาณดวงใหม่ก็เกิดขึ้นใหม่..จากผัสสะใหม่..แล้วก็ไปดับที่..ชรามรณะอีก<---จะวนอย่างนี้ตลอดวัน-ตลอดคืน..
======นี่คือการเข้าใจ...ปฏิจจสมุปปาท..ผัสสะ...อายาตนะ...ที่ผมเห็นอยู่...เมื่อมีสติก็จะใคร่ครวญอย่างนี้=======
ที่ผมเขียนผังนี้เพราะมีผู้เขาร้องให้ผมเขียนออกมาอธิบายว่า..มโน-วิญญาณ-จิต...คืออะไร? เกิด-ดับตรงไหน?ในปฏิจจสมุปปาท
ผมเลยเอามาแสดงในที่นี้ด้วย... เห็นต่างอย่างไรก็แนะนำผมได้ครับ หรือ สงสัยอะไรก็ถามผทได้ ครับ
ปล. มีพระสูตรรองรับทั้งหมด..ครับ ทวงถามได้จากผมเลย ครับ
จิต..และ...วิญญาณ อยู่ตรงไหนของปฏิจจสมุปปาท...ผมเอามาให้ดู....ไม่ได้ว่าถูกต้อง..แต่นำมานำเสนอ และมาขอคำแนะนำ ครับ
2. ผังปฏิจจสมุปปาท..แบบผัสสะ...คือปฏิจจสมุปปาทในจิต...ของภูตสัตว์ที่ได้กายแล้ว.. เพราะนามรูเป็นปัจจัยแก่นามรูป..(มีพระสูตรรองรับ..เช่นกัน)
3. ผังปฏิจจสมุปปาท..แบบผัสสะ..ผังแรก...เป็นของปุถุชนผู้มิได้สดับในพระสัทธรรมของพระผู้มีพระภาค...ความไม่รู้ก็หรือมีอวิชชา...เมื่อผัสสะเกิดขึ้น
ได้เสวยเวทนาทั้ง 3 ก็ไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับเวทนาทั้ง 3 นั้น.. อนุสัยทั้ง 3 ก็จะตามนอนเขาผู้นั้น...
4. ผังปฏิจจสมุปปาท..แบบผัสสะ..ผังที่สอง...เป็นของอริยสาวกผู้ได้สดับในพระสัทธรรมของพระผู้มีพระภาค...ความรู้ก็คือมีวิชชา...เมื่อผัสสะเกิดขึ้น
ได้เสวยเวทนาทั้ง 3 ก็รู้วิธีที่จะจัดการกับเวทนาทั้ง 3 นั้น.. อนุสัยทั้ง 3 ก็จะไม่ตามนอนเขาผู้นั้น...
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือ การสำรวมระวังอินทรีย์ทั้ง 6..
5. ตอนอายตนะภายใน..กระทบกับ...อายตนะภายนอก ---> ก็จะทำให้เกิดวิญญาณ นี่หละที่ผู้ปฏิปัติให้สังเกตุว่า...วิญญาณเกิดตอนนี้---เวลานี้--ขณะนี้
6. จากผัสสะเกิด...วิญญาณเกิด...จิตก็เกิดที่จุดนี้เช่นกัน จิตจะสืบต่อเนื่องในช่วงระหว่าง ผัสสะ->เวทนา.......ชาติ->ชรามรณ...
7. ตรง...มรณ <--- ตรงนี้...วิญญาณดับ...และ..เป็นจุดที่จิตดับ...
8. ยกตัวอย่าง... ปุถุชนผู้มีอวิชชา...เมื่อตาไปเห็น...อาหารที่น่ากิน...ก็จะเกิดความรู้สึกทางตา(เกิดจักขุวิญญาณเกิด)....เรียกว่าผัสสะ...
เมื่อรับรู้ภาพอาหารนั้น..ก็รู้สึกพอใจ(สุขเวทนาเกิด)...จะเกิดการอยากในอาหารนั้น(ตัณหาเกิด)..คิดไปว่าจะได้เสพบริโภคอาหารนั้น(อุปาทาน,ภพ,ชาติ)..
....เมื่อสักระยะหนึ่งอย่างไรจิตก็จะละการคิดถึงเรื่องอาหารนั้น(ไปคิดเรื่องอื่นแทน)นี่หละ..ชรามรณะ <----จุดนี้วิญญาณดับ...และจิตดับ
ต่อไปวิญญาณดวงใหม่ก็เกิดขึ้นใหม่..จากผัสสะใหม่..แล้วก็ไปดับที่..ชรามรณะอีก<---จะวนอย่างนี้ตลอดวัน-ตลอดคืน..
======นี่คือการเข้าใจ...ปฏิจจสมุปปาท..ผัสสะ...อายาตนะ...ที่ผมเห็นอยู่...เมื่อมีสติก็จะใคร่ครวญอย่างนี้=======
ที่ผมเขียนผังนี้เพราะมีผู้เขาร้องให้ผมเขียนออกมาอธิบายว่า..มโน-วิญญาณ-จิต...คืออะไร? เกิด-ดับตรงไหน?ในปฏิจจสมุปปาท
ผมเลยเอามาแสดงในที่นี้ด้วย... เห็นต่างอย่างไรก็แนะนำผมได้ครับ หรือ สงสัยอะไรก็ถามผทได้ ครับ
ปล. มีพระสูตรรองรับทั้งหมด..ครับ ทวงถามได้จากผมเลย ครับ