[CR] น่าน #กรีนซีซั่น EP1 ตั้งต้นที่เชียงราย ปลายทางเมืองปัว


น่าน 
๑๗-๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓
เราลงเครื่องบินที่เชียงรายครับ แล้วเช่ารถจากเชียงรายเพื่อมุ่งหน้าเมืองน่าน ตามแผนคือจากเชียงรายแล้วขับรถมุ่งหน้าอำเภอปัว พักที่ปัว ๑ คืน จากนั้นมุ่งหน้าอำเภอบ่อเกลือ เพื่อจุดหมายใหญ่ของเราคือเมืองน่าน พักที่เมืองน่าน ๒ คืน แล้วจึงย้อนกลับมาขึ้นเครื่องบินกลับที่เชียงราย
ด้วยเพราะเดินทางในฤดูฝน ทำให้จริงๆแล้วก่อนเดินทางประมาณ ๑ สัปดาห์เราได้โทรศัพท์ไปขอข้อมูลจากกรมทางหลวงเรื่องเส้นทางที่อาจต้องหลีกเลี่ยง หรือเส้นทางที่ทางกรมฯ แนะนำ เนื่องด้วยถ้าต้องขึ้นๆลงๆ เขาหรือคดเคี้ยวมากเกินไป เราคิดว่าอาจไม่เหมาะ หรือถ้าห้วงเวลานั้นมีภัยธรรมชาติแล้วทำให้เส้นทางบางเส้นต้องถูกจำกัดการเดินทาง เราต้องวางแผนสำรองไว้

ไม่เห็นต้องโทรไปถามกรมทางหลวงเลย ไปอาศัยกูเกิ้ลแมพเอาดาบหน้าก็ได้?

ก็จริงสักครึ่งหนึ่ง แต่ความจริงเกี่ยวกับกูเกิ้ลแมพ และกูเกิ้ลนำทาง ที่หลายๆ คนก็รู้คือกูเกิ้ลมักแนะนำเราได้อย่างดีสำหรับเส้นทางหลัก เส้นทางเลี่ยง แต่จากประสบการณ์การใช้ บางครั้งจะไม่สามารถบอกเราได้ถึงสภาพถนนว่าดี ใหม่ ขลุขละ หรือลาดยางพังแล้วหรือไม่ จะทำให้เหนื่อยและมีความเสี่ยงสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ชำนาญทางเช่นเรา

เขาว่าน่านฤดูฝนนั้นสวยนัก ภาษาอังกฤษเรียก “กรีนซีซั่น” คือพอมีฝนก็จะทำให้บนแผ่นดินเปลี่ยนเป็นสีเขียว พร้อมหมอกจางๆ ยิ่งถ้าเวลาฝนตกด้วยแล้ว จะมีละอองหมอกกระจายไปทั่วอย่างกับขับรถอยู่บนถนนลอยฟ้า แบบที่หลายคนเรียกเส้นทางบางช่วงในการเดินทางไปเมืองน่าน “ถนนลอยฟ้า”

แต่ก็มีข้อเสียนิดหน่อยคือแม่น้ำ ละธาร หรือน้ำตกอาจมีน้ำมากเกินกว่าจะเข้าไปเที่ยวชมได้ และน้ำจะขุ่น

สารคดีเชิงท่องเที่ยวที่เล่าเรื่องเมืองนานที่เคยผ่านตาบอกว่า การเดินทางมาเมืองน่านในสมัยโบราณจำเป็นต้องเดินทางกันเป็นกองคาราวานช้างม้า เพราะถ้ามาเพียงกลุ่มเล็กๆ จะมีโอกาสมากที่จะถูกสัตว์ร้ายจับกินเสียก่อนจะถึงเมืองน่าน ด้วยเพราะน่านเป็นเมืองที่ถูกโอบล้อมไปด้วขุนเขา และป่าทึบแต่การถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาและป่ารกทึกจึงทำให้เมืองน่านยังคงรักษาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของความเป็นน่านไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย ถึงแม้ปัจจุบันการเดินทางไปน่านจะง่ายขนาดมีเครื่องบินบินไปลงกลางตัวเมืองแล้วก็ตาม

“น้องจะขี่รถเครื่องขึ้นไปตามเส้นทางนั้นมืดๆ ไม่กลัวหรอกหรือ เปลี่ยวและสองข้างทางก็มีแต่ป่า”

เป็นบทสนทนาของพนักงานนวดไทยที่เราเข้าไปใช้บริการในตอนหัวค่ำของวันก่อนที่เราจะกลับขึ้นเชียงราย มันก็ยังคงแสดงให้เราเห็นว่า แม้ปัจจุบันการเดินทางจะสะดวกและปลอดภัยกว่าสมัยก่อนมาก แต่คนที่อยู่เมืองน่านมาตั้งแต่เด็ก ก็ยังถูกสอนสั่งให้ระวังความรกครึ้มของป่าเขาในตอนที่พระอาทิตย์อัสดงและเข้าสู่ค่ำคืนรัตติกาลแล้ว
ปัว

“ปัวเริ่มปรากฏขึ้นราว พ.ศ. ๑๘๒๕ ภายใต้การนำของ พญาภูคา เจ้าเมืองย่าง ศูนย์การปกครองอยู่ที่เมืองย่าง (เชื่อกันว่าคือบริเวณริมฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำย่าง ใกล้เทือกเขาดอยภูคาในเขตบ้านเสี้ยว ตำบลยม อำเภอท่าวังผา) เพราะปรากฏร่องรอย ชุมชนในสภาพที่เป็นคูน้ำ คันดิน กำแพงเมืองซ้อนกันอยู่ ต่อมาพญาภูคา ได้ขยายอาณาเขตปกครองของตนออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยส่งราชบุตรบุญธรรมสองคน ไปสร้างเมืองใหม่ โดยขุนนุ่น ผู้พี่ไปสร้างเมืองจันทบุรี (เมืองหลวงพระบาง) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำของ (แม่น้ำโขง) และขุนฟองผู้น้องสร้างเมืองวรนคร(เมืองปัว) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ การที่ให้ชื่อว่าเมือง "วรนคร" ก็เนื่องมาจาก พญาภูคา ได้เลือกชัยภูมิที่ดี เหมาะสมในการสร้างเมือง เสร็จแล้วจึงขนานนามว่าเมือง "วรนคร" ซึ่งหมายถึง เมืองดี นับว่าเป็นการเริ่มต้นราชวงศ์ภูคา ...”
(ข้อมูลจาก th.wikipedia.org/wiki/อำเภอปัว เข้าถึงข้อมูลเมื่อ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๓)

นับว่าเป็นอำเภอที่มีประวัติความเป็นมายาวนานขนานมากับอาณาจักรสุโขทัย แต่วรนครหรือปัว ก็คืออาณาจักรของตนเอง มีผู้ปกครองของตนเอง ถึงแม้ในช่วงหลังจะมีความใกล้ชิดกับอาณาจักรสุโขทัยก็ตาม

วัดภูเก็ต

เราใช้เวลาเดินทางจากสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย ถึงตัวอำเภอปัวประมาณ ๔ ชั่วโมงเศษ กับเส้นทางที่ตรงบ้าง (แต่น้อย) และคดเคี้ยว (เป็นส่วนใหญ่) สลับกันไป จากเชียงรายตัดเข้าเขตจังหวัดพะเยาแล้วมุ่งหน้าสู่ปัว เข้าที่พักที่ปัวเดอวิว

ส่วนวัดภูเก็ตคือวัดที่อยู่บนภู โดยภูนี้มีชื่อว่าเก็ต ทีแรกเราก็งงกับชื่อว่าทำไมมันไปพร้องกับชื่อจังหวัดใหญ่ทางภาคใต้ของไทยไปได้ แต่พอรู้รากที่มาของคำก็เข้าใจ  นับเป็นวัดที่ถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักแห่งหนึ่งของอำเภอ ที่ก็ไม่ทำให้เสียชื่อที่ได้รับการยกย่องเช่นนั้น เราเข้าไปใกล้ที่พระอาทิตย์จะตกดินแล้วครับ แต่ยังคงมีแสงสว่างอยู่ และสถานที่ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงความยินดีพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบเราๆ และอีก ๒-๓ คณะที่ตามเรามา

ภูก็คือภเขา (ในที่นี้ลูกเตี้ยๆครับ มันทำให้เมื่อเราขึ้นมายืนบนลานกว้างของวัดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่เคยเห็นการนำเสนอโดยยูทูปเบอร์ หรือรายการท่องเที่ยวอีกหลายรายการ) และภูนี้มีเชื่อว่าเก็ต ... วัดภูเก็ต

พระอุโบสถแลดูค่อนข้างใหม่ แต่ก็ยังคงก่อสร้างขึ้นโดยอิงสถาปัตยกรรมล้านนา หลังคาซ้อน ๓ ชั้น มีช่อฟ้าอยู่บนสันหลังคา หน้าบันทั้งด้านหน้าและด้านหลังประดับด้วยปูนปั้นด้านบนสุดเป็นเสมาธรรมจักร ล้อมรอบด้วยลายก้านขดและสัตว์มงคล ด้านในเขียนภาพจิตกรรมฝาผนังไว้อย่างวิจิตรพิสดารโดยช่างจากจังหวัดเชียงใหม่
เครื่องบินพาเรามาถึงสนามบินเชียงรายราวๆ เที่ยงเศษ และเราเสร็จธุระที่เค้าเตอร์รถเช่าพร้อมล้อหมุนออกจากสนามบินก็เกือบๆบ่ายโมงตรง เพราะฉะนั้นตอนที่เราขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมวิวภูเขากับทุ่งนาสีเขียวๆ ที่วัดภูเก็ตนี้เห็นจะสักห้าโมงเย็นได้ พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว แต่ยังคงหลงเหลือแสงสว่างให้เราอยู่
---------------------------
Note:
๑.คืนนี้นอนที่ปัวเดอวิว โรงแรมธีมสีขาวบนเนินเขากับวิวภูเขา ท้องนา และบ้านเรือนแบบชนบท โรงแรมเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันครับ
๒.มื้อกลางวันทานตามสบายรายทาง ไม่มีความเป็นชิ้นเป็นอัน

๓.ส่วนมื้อเย็นตามรีวิวของ Trip adviser ร้านอาหารนานาชาติ Le Cuisine ห่างจากโรงแรมไปไม่ไกล ร้านธีมสีขาวเช่นกัน และอาหารอร่อยระดับถ้าไม่มีมิชเชอลินมายกนิ้ว เรานี่แหล่ะจะยกนิ้วให้ แถมเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันไปอีก 
-------------------------------
วัดพระธาตุเบ็งสกัด

มันคือเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น (๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓)

เราว่าสำเนียงการสวดมนต์ของพระสงฆ์ทางภาคเหนือ จะมีความไพเราะและเป็นจังหวะเฉพาะตัว ไม่ใช่แปลกประหลาดอะไรหรอกนะ แค่เพียงมันก็คือเสียงสวดมนต์ที่เข้ากันได้กับสำเนียงพูดของคนในท้องถิ่นนั้นนั่นแหล่ะ

แต่แค่เราตัดสินด้วยใจเราเองว่าน่าฟังอาจเพราะมันแปลกใหม่ และต่างจากที่เคยได้ยิน
วัดพระธาตุเบ็งสกัดอยู่เกือบจะตรงข้ามกับโรงแรมที่เราพัก ไม่ห่างจากตลาดเทศบาลวรนคร และตัวอำเภอปัว 

พระธาตุในรูปแบบศิลปะล้านนาทรงระฆังคว่ำบนฐานรองรับผังหลายเหลี่ยมหุ้มทองจังโก อาคารวิหารศิลปะล้านนาหลังคาอ่อนโค้งและย้อยลงมาถึงจะไม่ต่ำจนชายคาใกล้พื้นดิน แต่ก็อยู่ในระดับที่ทำให้เหลือระยะกำแพงไม่สูงนัก หลังคาซ้อนชั้นลดหลั่นลงมา ๒ ชั้นและอาคารโดยรวมแลดูเตี้ย ประตูทางเข้าไม่ใหญ่นัก ช่องหน้าต่างขนาดเล็ก
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
วันนั้นเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาครับ เราจึงได้แค่เดินชมภายนอกเท่านั้น และวัดนี้ก็ถือเป็นอีกจุดที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่นกัน
------------------
คุณหมูยอ
ออกเดินทาง ๑๗-๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓
บันทึกไว้เมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓
-----------------
อ่านตอนอื่นๆ ทริปน่าน
ชื่อสินค้า:   เที่ยวน่าน อ.ปัว
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เที่ยวไทย จังหวัดน่าน อำเภอปัว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่