นิยายเบาสมอง : Mikaza ไอ้บ้าเอ๊ย! ( 6 : พึ่งรู้ตัวเหรอ )

โทรทัศน์เอลอีดีขนาดหกสิบนิ้วใหญ่สะใจพวกขาเล่นเกม   สองหนุ่มฉกรรจ์กำลังรัวนิ้วกันอย่างสนุกสนาน 
            กอล์ฟมองดูทีท่าของเพื่อน  แสร้งเล่นแพ้บ้างยิงไม่เข้าบ้าง  หวังว่าจะช่วยให้เพื่อนซี้อารมณ์ดีขึ้น   เมื่อถึงตอนนั้นจึงจะได้เริ่มคุยเข้าเรื่องกันเสียที
            เล่นผ่านมาหลายเกม  รัตนะชนะแทบทุกครั้ง  สีหน้าเขาดูดีขึ้นเริ่มหายเครียด  ตอนนี้หนุ่มโอปป้ารู้แล้วว่า...จังหวะนี่ละ
            "รับปากอะไรปลาย   จำได้มะ?"   
กอล์ฟถามขึ้นพลางกดจอยเกม
            "จำไม่ได้วะ...ตอนนี้รู้แต่ว่า  รับปากไปแล้วนี่  ยังไงคงต้องทำ เดี๋ยวก็ได้เป็นตุ๊ดดิวะ" 
            เสียงห้าวตอบอย่างหน้าตาเฉย
            ศุภรักษ์คิ้วขวากระตุกแรงขึ้นทันที
            "อ้าววว...!  นี่จะจีบตรีเหรอวะ   ไหนเคยรับปากแล้วว่าจะไม่จีบ   เสียคำพูดกับกูนะ   ไอ้เวร!"  
กอล์ฟเริ่มฉุนโวยขึ้น
            "แค่ขอให้มาช่วยเชียร์   ไม่ได้จีบโว้ย"
            "เอ๊ะ!...นี่ไปสนิทกันตอนไหนวะ  กูก็ไม่เห็นว่าเคยคุยกัน"
            "เอ่อนา...กูมีวิธีแล้วกัน"
            แม้กอล์ฟจะเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเดือนอันดับหนึ่ง  แต่คำว่าสนิทของรัตนะอาจอยู่สูงกว่าระดับเพื่อนทั่วไปไม่มาก  เขายังคงมีเส้น ๆ หนึ่งขีดคั้นโลกส่วนตัวอีกใบของตัวเองไว้อยู่
มันให้ดาวซัลโวประจำโรงเรียนชักเริ่มสงสัยในตัวของเพื่อนซี้คนนี้ขึ้นมา   
...รัตน์มันรู้ได้ยังไงว่าตรีจะมาช่วย   ดูสิ...ตอนนี้ไม่เครียดอะไรเลย  รู้รึเปล่าว่าภารกิจนี้มันยากแค่ไหน   ถ้าเป็นคนอื่นอย่าหวังสะให้ยาก  ยิ่งไม่รู้จะใช้วิธีไหนเกลี่ยกล่อมตรีได้   ตอนกูไปจีบก็แผลงฤทธิ์ให้เห็น  โยนกีตาร์ตัวเกือบหมื่นทิ้งลงชั้นสอง กูโดนแม่ด่าหูแทบชา  เกือบโกหกไม่ทันว่าทำตกพื้น  ดีนะที่เอาซากมันกลับมาด้วย  ไม่งั้นนึกว่าแอบเอาไปขายอีกละ  เมื่อวานนี่อีก...ที่สวนหย่อมก็เหมือนจะเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาแล้วว่าชอบผู้หญิงด้วยกัน   นี้ยิ้ม...เอาความมั่นใจมาจากไหนวะ...   
            เพื่อนยังไงก็เพื่อน  ในเมื่อรับปากแล้วว่าไม่ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน  เรื่องที่อ้างว่าคบกับตรี  ตอนนั้นก็คงจะสมองเบลอเพราะอกหัก  และอีกอย่างปลายนภาก็เจ้าเล่ห์ฉลาดหลักแหลมพอตัว  อาจต้อนรัตนะให้จนมุม  จึงต้องอ้างแบบนั้นออกไป
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม  เขาก็อดเป็นห่วงความไร้เดียงสาของรัตนะอยู่เรื่องหนึ่ง  จึงอยากบอกเพื่อนด้วยพรรษาที่กล้ากว่า
            "รู้สึกยังไงกับพี่แจ๊ส?"
กอล์ฟพูดด้วยเสียงทุ้มลึกปกติ   ตาแอบเหล่มองหน้าเพื่อนเพื่อดูอาการหลังยิงคำถาม
            รัตน์หยุดรัวนิ้วชะงักกึกทันที   มันทำให้หนุ่มหน้ามนมั่นใจการแทงคำตอบที่นึกไว้ก่อนหน้า
            "เอาจริง ๆ จากใจเลยนะ...ก็สบายใจดีวะ  กูรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่นเหมือนอยู่กับคนที่บ้าน   เป็นตัวของตัวเอง   อีกอย่างสนุกดีเวลาได้ช่วยพี่แจ๊สรักษาคนป่วย...”
สุ่มเสียงห้าวหยุดนึกต่อ
“มันก็ไม่ต่างจากที่กูสนิทกับนี่วะ   ถามทำไม?"
            "แล้วเวลาสองคนหยอกกัน   เคยรู้สึกตื่นเต้นไหม?"
กอล์ฟพยายามเค้นเอาความรู้สึกของรัตน์ออกมา   ให้เผยอย่างหมดเปลือก
กัปตันทีมฟุตบอลหันมามองหน้าเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ บนโซฟาตัวเดียวกัน
            "เอ่อแปลก...ทีกับกูก็ไม่เห็นจะรู้สึกอะไร  แต่กับพี่แจ๊สมันแปลก ๆ เป็นช่วงหลัง ๆ นี่ละ"  
            "กูผู้ชายโว้ย!   พี่แจ๊สผู้หญิง...ถามจริงนอกจากพี่แจ๊สแล้วสนิทกับผู้หญิงคนอื่นไหมวะ?"
            "อ้าวไอ้นี่   ก็อยู่กับกูมาตั้งแต่ ม.สี่   จะเอาเวลาไหนไปสนิทพวกผู้หญิง"
            "แล้วเวลาเห็นพี่แจ๊สยิ้มมีความสุขละ  รู้สึกยังไง?"   
กอล์ฟยังคงดันต่อ  สู่คำถามต่อไป
            "กูก็รู้สึกยิ้มตามขึ้นทันที  โลกรอบข้างมันดูสดใสขึ้น  มีความสุขบอกไม่ถูก" 
            "นั้นไง!..น้านไง!..."   
เขาพยายามเค้นมันออกมาใกล้ถึงจุดหมายแล้ว
            "นั้นไงอะไรของ   ฟังแล้วกูงง?"
            คำถามสุดท้ายจึงถูกปล่อยออกไป
"รู้สึกยังไง  ตอนพี่แจ๊สบอกว่าเป็นแฟนอาจารย์แดง"
            ทีนี้ละยังกะจุดไฟในอกรัตน์  ให้ลุกพรึบโชนขึ้นอีกครั้ง
            "โอ้ย!"  
รัตน์ร้องอุทานออกมาดั่งมีแรงกระตุกที่หน้าอกขึ้นหนึ่งทีอย่างหนักหน่วง  รู้สึกเจ็บร้อนเหมือนอาการเดิมของเมื่อวาน  ร่างกายหยุดทำงานทันทีสตั้นท์นานนับห้าวินาที   มือกดลูบวนไปมาอยากให้มันเย็นลง
            "นี่ถึงขั้นนี้แล้ว   ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอวะ   ไอ้สองเขาเอ้ย!"
            "อ้าว...ไอ้นี่   ด่ากูทำไมว้า"
            "เอ่อ ๆ ๆ  กูสงสาร...บอกก็ได้   นะชอบพี่แจ๊ส!"
            ไม่รู้จะเรียกว่ายกภูเขาออกจากอก  หรือว่าภูเขามันยังคงหนักอยู่ที่เดิม  อาการที่มันซับซ้อนอยู่  ตอนนี้ได้ถูกคลี่คลายแล้ว   
รัตนะยิ้มเมื่อรู้คำตอบและหุบลงในเวลาเดียวกัน  เมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่เป็นการอกหักครั้งแรกของเขา   ใบหน้าเริ่มเจื่อนหลับตาไม่อยากยอมรับความจริง  ส่ายหน้าแรงอย่างผิดหวังอารมณ์ตอนนี้เป็นมันเซ็ง  เบื่อ  และเหงาขึ้นมาแทน  ‘หมาหง่อย’ คงเหมาะกับสภาพเขาในตอนนี้   และเหมือนมันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว  
            "เฮ้ยย!  อย่าเศร้าดิวะ  อย่างน้อยก็ได้รู้แล้วนะโว้ย   ความรักเป็นยังไง   และอกหักมันเป็นยังไง   ครบ...จบหลักสูตร   คุณสำเร็จวิชารักครั้งแรกแล้วคร้าบบบ"
            มือหนามะเหงกเข้าให้หนึ่งทีที่กะโหลกของหนุ่มทะเล้น
            "ห่านเอ๊ย...คนกำลังเศร้า  แทนที่จะปลอบ   สนุกใส่กูสะงั้น"
            "เจ๊บนะโว้ย   กูยังมีเรื่องสำคัญยังพูดไม่หมด  เกี่ยวกับพี่แจ๊ส..."
            "พอแล้ว!   กูไม่อยากฟัง!"  
เสี้ยวห้าวร้องดัง  แล้วลุกขึ้นเก็บของลงกระเป๋าเป้  ตอนนี้คืออยากกลับบ้านไปทำอารมณ์   รัตนะนึกถึงแม่สาวิตรี...ลูกชายพึ่งอกหักครั้งแรกครับแม่...
            "พี่แจ๊สก็ชอบ...รัตน์!"
            จริงแล้วกอล์ฟอยากแกล้งรัตน์ต่อ  ให้อกหักข้ามไปสักหนึ่งวัน   พรุ่งนี้ค่อยบอก   แต่เห็นหน้าเพื่อนแล้วดูไม่จืด  เศร้าหนักอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน   ที่ผ่านมารัตนะนั้นดูห้าวหาญ  แข็งแรง  องอาจ  ลงสนามแข่งขันดุดันไม่กลัวใคร  มาเศร้าให้เห็นต่อหน้าทำให้คนเป็นเพื่อนรู้สึกแย่ตาม
            นี่สินะที่เขาเรียกว่ายกภูเขาออกจากอกแล้วจะวิ่งกระโจนไปลงน้ำ   โลกทั้งใบดูเบิกบานสดใสและชุ่มช่ำ   สมองโปร่งโล่งในทันที   เมื่อได้ยินคำที่ไม่เคยมีอยู่ในหัว
            "อย่ามาอำ   กูไม่จ่ายบอลให้ยิงจริง ๆ นะ"   
รัตน์ขู่กอล์ฟได้แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
            "กูคุยกับพี่แจ๊สแล้ว  กูก็ถามไปถามมาเกี่ยวกับ  แม้ไม่ได้พูดคำว่าชอบออกมา  แต่เหมือนพี่แจ๊สเองก็ยอมรับ  ตอนที่อยู่หน้าห้องพยาบาลพี่แจ๊สก็บอกกับกูเองว่า  ให้กูบอกที่นี้   ไม่เชื่อ...ก็ตามใจ  พรุ่งนี้ไปคุยเองแล้วกัน"
 
 
ใกล้ได้เวลาเข้านอน  รัตนะรอให้พ่อบัลลังก์ขึ้นไปบนบ้านก่อน   จึงสะกิดเรียกแม่สาวิตรี   ลูกชายขอปรึกษา   หญิงร่างสูงหุ่นยั่งกับอดีตนางแบบ  ผิวพรรณดีงามตามฉบับลูกคนรวยมาทั้งตระกูล  เธอรู้สึกเอะใจเวลาจะอ้อนอะไร   ก็จะมาในลักษณะอื่น
            แม่ลูกนั่งกันที่โซฟากลางโถงนั่งเล่น   
            ร่างสวยสง่าดูเป็นผู้ดีมองดูลูกชายสุดหล่อน่าเอ็นดูของเธอ  ยิ้มอย่างอบอุ่นแล้วขำขึ้นนึกประหลาดใจ   รัตนะมีอาการคล้ายดีใจอะไรบางอย่าง  จนมันล้นออกมาทางใบหน้าให้เห็นชัด
            "มีเรื่องดีอะไร  ว่ามาสิรัตน์?"
            ร่างใหญ่เขยิบเข้าไปนั่งใกล้  พูดอย่างเบาคล้ายกระซิบกลัวพ่อหัวโบราณได้ยิน
"รัตน์มีความรักแล้วแม่"
            ใบหน้าสวยหวานแม้มีริ้วรอยตามอายุ  แต่ก็ดูอ่อนกว่าคนรุ่นเดียวกันอยู่มาก  จนคนทั่วไปนึกว่าสามารถชะลอความสาวได้ถึงสิบปี  เธอมองหน้าลูกชายสุดหล่ออย่างภูมิใจ   และดีใจตามไปกับรัตน์ที่ได้เรียนรู้เรื่องความรักสักที   แต่ก็ยังสงสัยว่า  ‘ตรีรัตนา’  เป็นกะเขาด้วยรึเปล่า
"แล้วตรีละ   มีความรักกับเขาบ้างรึยัง?"
            "ยังอะแม่  ตรีตอนนี้ก็ยังไม่ได้ชอบใครนะ   ผู้ชายมาจีบก็เรื่อย ๆไม่สนใจใครอยู่แล้วจริงๆ"
            "โอเค...งั้นแม่จะไม่ถามเรื่องตรี   ถามเรื่องรัตน์แล้วกัน   รู้สึกยังไงบ้างละ   ไหนเล่าให้แม่ฟัง?"
            รัตนะก็เลยเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง  ชนิดแบบหมดเปลือกสองแม่ลูกคู่นี้ไม่มีกักปิดบังกัน  และตัวเขาเองก็อยากรู้เรื่องราวของพ่อกับแม่บ้าง  เผื่อจะได้นำไปใช้
            “แล้วพ่อจีบแม่ยังไง...บอกรัตน์หน่อย”
            แม่คนสวยเลยเล่าความหลังให้ฟัง  เมื่อครั้งเป็นสาวแรกรุ่นเจอกับหนุ่มฮอตประจำคณะสถาปัตย์  เธอเป็นรุ่นน้องส่วนพ่อของรัตน์เป็นรุ่นพี่ ค่ำคืนนี้จึงมีเรื่องคุยกันอย่างสนุกสนานระหว่างสองแม่ลูก
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งนิยาย นิยายออนไลน์ นวนิยายรัก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่