นิยายเบาสมอง : Mikaza ไอ้บ้าเอ๊ย! ( 5 : เจ็บจนต้องร้องมันออกมา )

ขณะลงซ้อมฟุตบอลช่วงเย็น   เด็กหนุ่มหุ่นทะมัดทะแมงหลายนายกำลังวิ่งวอร์มร่างกายรอบสนามหญ้าเขียว   
กอล์ฟวิ่งเคียงข้างรัตน์   แววตายิ้มย่องเจ้าเล่ห์ในหัวมีแผนการอะไรบางอย่าง
            "วันนี้มาเล่นเกมที่บ้านกูหลังเลิกซ้อมนะ  กูมีเรื่องเด็ด ๆ อยากคุยด้วย"
            กัปตันทีมวิ่งไปพลางขบคิด   เขานึกถึงเรื่องเมื่อวาน  แวว ๆ ได้ยินประโยคหนึ่งที่ทำให้รู้สึกแปลก ๆ   สุ่มเสียงหวานที่ใครฟังก็ควรจะรู้สึกดี แต่กลับกลายเป็นเหมือนคมมีด  กรีดลงบนกลางใจเขาอย่างช้า ๆ  มันเจ็บเสียดแปลบ ๆ ร้อนรุ่มกระสับกระส่ายอยู่ภายในอก
  ร่างสูงไม่เคยเป็นมาก่อนสักครั้งในชีวิต  ขณะในหัวหมุนวนไปมาจนกระทั่งคิดอะไรได้  
...ซ้อมบอลเสร็จ  ไปหาพี่แจ๊สก่อนดีกว่า  คงต้องให้ตรวจดูว่าเราเป็นอะไร   แล้วค่อยไปบ้านกอล์ฟ  ดูสิคราวนี้มันจะมาไม้ไหน...
            “อืม...”  เป็นคำตอบรับสั้น ๆ อย่างรู้กัน       
หัวหน้าทีมปอมปอมเชียร์นั่งหน้าเซ็ง ๆ อยู่ม้านั่งโครงเหล็ก  จ้องมองดูรัตนะตาเขม็ง   เมื่อเขาวิ่งผ่านหน้าสแตนด์เชียร์สีฟ้า  ทั้งคู่เอียงหน้าหันมาจ้องตากันจนคอแทบเคล็ด   มีหลายคำถามมากมายในหัวอยากคุยกันให้มันรู้เรื่องสักที
หลังซ้อมฟุตบอลเสร็จ  รัตนะปั่นจักรยานมาห้องพยาบาล  หญิงร่างเล็กกำลังกุลีกุจออย่างคล่องแคล่ว  เก็บข้าวของลงกระเป๋าใบเล็ก  สำรวจดูความเรียบร้อยภายในเตรียมตัวกลับบ้าน  
ขณะเดินไล่ปิดหน้าต่างทีละบาน
คนสูงไม่มากต้องได้เขย่งตัวเอื้อมสุดมือ  เพื่อลงกลอนตัวบน   จู่ ๆ  มีท่อนแขนใหญ่กล้ามเป็นมัดจากด้านหลังเธอ  ยื่นมือไปช่วยปิดมันโดยง่าย
รัตนะเข้าตั้งแต่เมื่อไรหนึ่งธิดาไม่ทันตั้งตัว  ไหล่บางร่างเล็กหันหลังขวับด้วยความตกใจ   
ทั้งคู่ห่างกันแค่เพียงคืบ  ดวงหน้าหวานเห็นอกกว้างเป็นอย่างแรก  ดูใหญ่แน่นและแข็งแรง  เธอแหงนหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม  
คนหนึ่งก้มคนหนึ่งเงย  สองตาประสานกัน
ใจของรัตน์กระตุกเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง  จนต้องพูดระบายออกมา "โอ๊ะ! เจ็บที่หน้าอกอีกแล้วเหรอเนี้ย?"
หนึ่งธิดาตื่นเต้นไม่แพ้กัน  ก็หล่อคมสะขนาดนี้  
...ที่ผ่านมาเล่นหัวหยอกล้อกันทั่วไป  ทำไมอยู่ดี ๆ มาเป็นเอาช่วงนี้  หรือก่อนหน้านั้นรัตนะไม่เคยสนใจสาวไหนเลย...  
พ่อเทพบุตรมีแต่หมกตัวอยู่ห้องพยาบาลช่วงบ่าย หล่อนเลยไม่ได้คิดอะไร  แต่ทว่าเมื่อตอนเที่ยงมีสิ่งกระตุ้นต่อมความรู้สึกของเธอให้รู้ใจตัวเอง
ร่างเล็กตั้งตัวได้  รีบมุดลอดท่อนแขนใหญ่ออกจากตัวของรัตนะ
เดือนอันดับหนึ่งยังงง ๆ กับอาการของตัวเอง  ได้สติจึงไล่ปิดบานหน้าต่างให้จนครบ
ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนยืนมอง
พี่แจ๊สจึงปริปากเริ่มก่อน  "เป็นอะไรรึเปล่า ปกติเห็นมาแต่ตอนบ่าย?"
มือใหญ่ลูบหน้าอกตัวเองเป็นวงหลายรอบ   อย่างไม่เข้าใจด้วยความซื่อ
"พี่...ผมเจ็บหน้าอกอะ มันแปลก ๆ มันมาบ้าง...ไม่มาบ้าง?" 
สาวหน้าหวานเห็นอาการลูบหัวใจตัวเอง   อมยิ้มในหน้า  รุ่นน้องคนนี้จะมาเล่นมุขจีบเธอรึเปล่า
"อาการเจ็บเป็นยังไงละ?"
"มันร้อน ๆ ชวนหงุดหงิด เจ็บเสียด ๆ ราวราวนี่ละ มันมักจะเป็นตอน..."  รัตนะเลิกคิ้วดำมองดูฝ้าเพดานสีขาว  พยายามนึก..แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ว่าเป็นเพราะอะไร
"ก็ตอนที่มีคนพูดถึงพี่แจ๊สไงละ"  เสียงห้าวลั่นขึ้นจากหน้าประตู   กอล์ฟโผล่พรวดขึ้น  พร้อมกับปลายนภาและฐิติณันท์
ทั้งสามคนแอบตามรัตนะมา  ตั้งแต่หลังซ้อมบอลเสร็จ  หนุ่มหน้ามนอดรนทนไม่ไหว  วิ่งเร็วไปหาที่สองสาวที่สีฟ้า  อยากรู้ตอนเที่ยงคุยอะไรกันกับตรีรัตนา  เพราะตอนนั้นเขาอยู่ไม่จบเรื่อง
ปลายนภาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง   ศุภรักษ์ก็ชั่งใจอยู่ครู่   จะขายเพื่อนดีไหม   ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง  ที่ผ่านมาตอนแวะไปทักทาย  ก็พอเห็นอะไรมาบ้าง  เมื่อใคร่ครวญดูแล้ว  จึงคิดว่าควรเปิดเผยเล่ามันออกมา  เรื่องทั้งหมดจะได้กระจ่าง
เหตุไฉนเรื่องนี้จึงต้องมีดาวโรงเรียนเข้ามาเกี่ยว
เด็กเรียนห้องหนึ่งฉลาดล้ำ  เธอคิดอะไรออกว่ากุญแจสำคัญไขปริศนาทั้งหมด  น่าจะเป็นสาวสวยตัวเล็กน่ารักคนนี้  แล้วปลายก็นัดแนะกอล์ฟและฟางให้เดินตามรัตน์  อย่าพึ่งให้รู้ตัว
แต่ด้วยความมึนทะเล้นของศุภรักษ์   คันปากอดหยอกแซวเพื่อนไม่ได้  เพราะเขารู้แล้วว่าทั้งสองคนมีใจให้กัน  จึงเบาใจลง
รัตนะและหนึ่งธิดาจึงหันหลังไปทันที  เมื่อได้ยินเสียงของกอล์ฟร้องทัก
พี่แจ๊สยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแก้มปริอย่างมีความสุขออกมาให้เห็นชัด  เธอรับรู้ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่า แต่ก็มีความเขินอายต่อหน้าคนอื่นในขณะนี้   จึงเดินเร็วเข้าไปป้องปากกอล์ฟ แล้วฉุดลากดึงร่างใหญ่ให้เดินออกมานอกห้อง
"ถ้าจะบอกรัตน์ ก็บอกตอนอยู่กันสองคนสิ เห็นไหมเนี้ยคนตั้งเยอะ"
“พี่...เย็นนี้เดี๋ยวกอล์ฟจัดห้าย...  ผมนัดกับรัตน์ไว้แล้ว”  หน้าเปื้อนยิ้มกล่าวขึ้นอย่างสนุก
รัตนะ ปลายนภาและฐิติณันท์เดินตามออกมาข้างนอก
เป็นจังหวะที่กระบะคันขาวคู่ใจของโค๊ชร่างเล็กฉายา ‘จังซี่ แดง’ ไม่ใช่ ‘เมซซี่ เจ’ นักฟุตบอลทีมชาติที่มีบุคลิกละม้ายคล้ายกัน  จนคนในโรงเรียนอดไม่ได้ต้องแอบตั้งให้  และก็เป็นหนุ่มอีสานอีกด้วย  ชื่อนี้จึงดูเข้ากันดี
เสียงบีบแตรรถดังขึ้นหลายที  กัปตันทีมบอลเมื่อได้ยิน  รู้สึกเสียงมันแหลมบาดหูน่ารำคาญใจยิ่งนัก  อีกทั้งอาจารย์แดงยังเปิดกระจกลดลง  พร้อมส่งยิ้มให้กับสาวที่ตั้งใจมารับ  มันดูเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะถือถ้วยรางวัลอยู่ในมือ  คล้ายเย้ยหยันน่าหมั่นไส้  ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน
"โอ้ย!"  รัตนะร้องอุทานออกมาเบา ๆ 
แต่ก็พอให้ทุกคนได้ยิน  ยกเว้นคนถือถ้วยชนะเลิศที่อยู่ในรถยนต์  หนึ่งธิดาลอบยิ้มเมื่อเห็นอาการของรัตนะ 
เขายังไม่ทันคุยกับพี่แจ๊สให้รู้เรื่อง   ในขณะที่คนในที่นี้รู้กันหมด  ว่ากัปตันทีมบอลคนนี้เป็นอะไร  แต่มันทำให้รัตนะสับสน  
...คนก็เจ็บหน้าอก  พี่แจ๊สยังจะยิ้ม  ไอ้เพื่อนกอล์ฟมันก็ยิ้ม ทุกคนยิ้มกันหมด  น่ารำคาญชะมัด  แล้วนี่...มันคืออะไรกันวะ?...
 
 
เมื่อพยาบาลสาวและโค๊ชฟุตบอลขับรถยนต์ออกไป  เหลือไว้เพียงกลุ่มวัยรุ่นที่ยังคงยืนกันอยู่
            สาวหน้าหมวยแสยะยิ้ม ถามขึ้น
            "ไหวไหม?  พอคุยด้วยได้รึเปล่า?"   
            "รู้นะว่าตามมาด้วยเรื่องอะไร  เรื่องที่เรารับปากกับเธอใช่ไหมปลาย?"   รัตนะรู้สึกถึงความอยากได้ซึ่งผลประโยชน์บางอย่าง
            "ก็นายรับปากแล้ว   ตัวก็ใหญ่ยังกะ...”  เธอเว้นละคำพูดไว้อย่างยี่ยวนกวนประสาท  “แถมเป็นนักกีฬาโรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในพิษณุโลก   ทำมาเป็นเจ็บออด ๆ แอด ๆ คงไม่เป็นอะไรมากหรอก  อีกอย่างตอนเที่ยงปลายได้คุยกับตรีละ   ตรีบอกว่าจะคุยกับนายก่อน   แล้วพวกเธอจะคุยกันตอนไหน?" 
            กอล์ฟที่ยืนฟังสองคนนี้คุยกันอยู่  เขาคิดว่าหากสอบถามกันตอนนี้ก็คงจะไม่ได้เรื่องอะไร  เพราะรัตน์ยังไม่หายสงสัยอาการของตัวเอง   ต้องแก้ปมเรื่องนี้ก่อน  จึงพูดขัดจังหวะขึ้น     
"เอ่อ...เอาเป็นว่าปลายกับฟาง   เดี๋ยว...พรุ่งนี้รู้เรื่อง  กอล์ฟจัดการเคลียร์ต่อให้เอง  นะ ๆ   ที่สำคัญตอนนี้  ต้องไปรักษาแผลใจให้ใครบางคนก่อน  คนมันกำลังเฮิร์ท"  
            "เฮิร์ท!"
          ทั้งสามคนร้องอุทานทวนคำเดิมขึ้นพร้อมกัน
          "เฮิร์ทคืออะไร   มันมีค้นในกูเกิลไหมวะ?"   
หนุ่มร่างสูงเกาหัวแกก ๆ แม้ภายนอกดูหยิ่งผยอง  มั่นใจขี้เก๊ก  แต่จริง ๆ แล้วกัปตันทีมผู้ที่ดูดิบทึกคนนี้  แค่ซื่อจนเกือบเซ่อ  รัตนะยืนงงกับคำศัพท์ใหม่  ไม่คุ้นหูรู้สึกเหมือนไม่เคยอยู่ในสารระบบของตัวเองมาก่อนตั้งแต่เกิดมาในชีวิต
            ทุกคนสูดลมเข้าปอดแล้วถอนหายใจยาว   ส่ายหัวแหงนมองท้องฟ้าดูก้อนเมฆลอยไปมายังรู้สึกดีกว่า  เซ็งความไม่ประสาของรัตน์
            ปลายนภาเริ่มวิเคราะห์อีกครั้งเหมือนรู้อะไรเข้าบางอย่าง   
...นายรัตน์คงรับปากตอนเบลอ ๆ เพราะอกหักนี่เอง  แล้วเรื่องตรีที่จะมาช่วยปอมปอมเชียร์ละ  ไม่ได้!...เราต้องให้รัตน์รับผิดชอบ...
จู่ ๆ  สมองแล่นปื๊ดคิดอะไรได้  จึงต้องพูดกดดันดักทางไว้ก่อน
            "ตุ๊ดวะ!   ผู้ชายรับปากแล้วก็ทำไม่ได้   เขาเรียกว่า ตุ๊ด!"  สาวอาหมวยพูดเสียงดังขึ้นทันที
            คำว่า   ‘ตุ๊ด!’  ยังกับยาวิเศษ   กระแทกเข้าหูรัตน์ดังปัง   จากที่สับสนกับความรู้สึกและคำพูดกำกวมของกอล์ฟในขณะนี้   สติสตังคืนกลับมาอย่างฉับพลันคล้ายวิญญาณกลับเข้าร่าง
หากแต่...พ่วงมาพร้อมกับอารมณ์เดือด   เหมือนพึ่งโดนสไลด์บอลจากด้านหลัง   คิ้วหนาเข้มเหนือคู่ประกายตาคมดุจเหยี่ยวจรดเข้าหากัน  เขี้ยวฟันแน่นมองหน้าปลายนภา  สงสัยครั้งนี้ต้องมีการแจกใบเหลือง
            ไหล่บางโดนมือใหญ่แข็งแรงของคนฝึกร่างกายมาเป็นอย่างดี   จับแน่น   ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนเข้าไปจะแสดงความเป็นชายเต็มร้อยให้ปลายนภาเห็น   แต่หัวหน้าปอมปอมเชียร์กลัวสะที่ไหนกลับยืนนิ่งมองสู้
เอาเข้าจริงหล่อนก็รู้สึกประหม่ากับหน้าคมคายของเดือนอันดับหนึ่งอยู่มิใช่น้อย   แต่ตอนนี้ต้องเก็บอาการไว้ก่อน  อย่าให้รัตนะรู้ว่าตื่นกลัว  อีกทั้งยังยื่นหน้าท้าทายให้หนุ่มร่างสูงจูบจริง   อย่าดีแต่ขู่
            รัตนะชะงักงัน  กลับกลายเป็นปลายนภาที่ตีคะแนนกลับ  ภายในใจนั้นทั้งร้อนผ่าวและเต้นระรัวเหมือนเสียงมันดังออกมาจนได้ยิน   
ริมฝีปากอิ่มอมชมพูดูได้รูปเรียวสวย   อีกทั้งดวงตากลมโตชั้นเดียวอย่างมีเสน่ห์  ทำให้เขาผ่อนมือลง  ถอยหน้าออก
            เธอเหยียดยิ้มขึ้นมุมปากอย่างเย้ยหยัน  จงใจให้รัตนะเห็นว่าเป็นผู้ชนะ
            มือหนากำไหล่แน่นขึ้น  ฉุดดึงร่างบางเข้ามาทั้งตัวอีกครั้ง  คราวนี้ตัดสินใจเอาจริง
            ปลายนภาตกใจตามแรงดึงเมื่อครู่  แต่เมื่อคิดสู้แล้วก็ไม่อยากถอย  เดี๋ยวเสียเชิงปราชัยให้เยาะเย้ยกันอีกในวันข้างหน้า
            "หยุด! หยุด! หยุด!  เอาละเห็นมามากพอแล้ว  เดี๋ยวก็มีคนถ่ายคลิบไว้หรอก"  ฟางเรียกเตือนทั้งสองคน   แล้วผลักดันกอล์ฟไปที่รัตน์   ส่วนเธอไปเอาปลายแยกออกมา
            "เราไม่ตุ๊ดนะ!   แค่ไม่อยากจูบคนไม่ได้รัก   อย่างเข้าใจผิดละ!"   รัตนะแก้ตัวออกไป   ด้วยอารมณ์ที่ทั้งโกรธและเขิน
            "เชอะ!  จะไปจูบพี่แจ...."  ไม่ทันที่เอ่ยจบชื่อ  นักเรียนหญิงแว่นกลมเอามือปิดปากเพื่อนไว้ทัน   ไม่อยากให้รัตนะอารมณ์ขึ้นอีกรอบ   ขยิบตาปริบ ๆ ส่งสัญญาณพร้อมบุ้ยปากบอกทาง  เป็นความนัยว่าให้ศุภรักษ์พาตัวเพื่อนของเขาออกไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่