อยากระบายค่ะแต่ก็จะอ่านทุกคอมเม้นนะคะ เผื่อจะฟังไว้เป็นแนวทาง สวัสดีค่ะ เจ้าของกระทู้อายุ 24 ปี ทำงานได้ปีเดียวหลังจากเรียนจบอาศัยอยู่กับแม่สองคน จริงๆเรามีพี่สาวอีกคนแต่พี่สาวอยู่กับพ่อที่เยอรมันพูดง่ายๆพ่อกับแม่เราแยกกันอยู่เราเลยเหมือนลูกคนเดียวของแม่ เพราะพี่สาวก็ไม่เรียกแม่ว่าแม่ค่ะ
- ตั้งแต่เด็กเราจะถูกเลี้ยงดูมากับป้าซึ่งเป็นพี่สาวของแม่ ป้าเปรียบเสมือนแม่บุญธรรมเราให้เงินไปโรงเรียนซื้อเสื้อผ้าให้ข้าวของเครื่องใช้เงินไปโรงเรียน ฯลฯ เราไม่ได้อยู่กับแม่ตั้งแต่เด็กๆค่ะ แม่ไปทำงานต่างจังหวัดส่งเงินมาบ้างไม่ส่งบ้าง
- จนเราเริ่มโตแม่ก็กลับมาบ้าน หมายถึง ตอนเราเข้าประถมปลายจนถึงเราเรียนมอปลาย แต่ค่าเลี้ยงดูต่างๆก็มาจากทางป้าอยู่ดี เรารู้สึกสนิทกับป้ามากกว่าแม่ค่ะ และมีนิสัยคล้ายๆป้าเพราะถูกเลี้ยงมาโดยป้าเสมอ จนเราได้มีโอกาสไปเรียนมหาลัยที่ต่างจังหวัดแม่ก็เริ่มมีเงินส่งเสียเราบ้างเพราะว่าฟลุ๊คขายที่ได้และแม่ก็สร้างบ้านของตัวเองอยู่คนเดียวตอนเราไปเรียนมหาลัย
- จนเราเรียนจบเราก็เริ่มทำงานด้วยตัวเอง แต่ที่จุดพีคคือ เราแยกบ้านมาอยู่กับแม่สองคนไม่ได้อาศัยบ้านป้าแล้ว เราเริ่มเห็นตัวตนแม่ชัดเจนมากขึ้นบวกกับวุฒิภาวะที่เราเริ่มโตและเป็นมุมมองของผู้ใหญ่
- แม่เริ่มไม่ทำงานหาเงินแล้ว จากที่เคยขายที่ดิน(นายหน้าขายที่ดิน)ขายของต่างๆ แม่เริ่มบ่นว่าแม่ทำไม่ไหวปวดหลังเจ็บก้น(เป็นริสซี่ดวง) และขออยู่บ้านเฉยๆ อายุ 55 ปีนะคะแม่เรา
- ตั้งแต่เรียนจบมาเราเริ่มมีรายได้แม่ก็เอ่ยปากให้เราช่วยค่าไฟ เราก็เต็มใจให้ค่ะเพราะเราคิดว่าเราช่วยได้เราอยากทำให้ แต่หลังๆมากลับกลายเป็นว่าค่าใช้จ่ายภายในบ้านทุกอย่าง รวมถึงเงินที่แม่กินข้าวเราก็ต้องให้ เงินเดือนเราไม่เยอะค่ะ เข้าใจใช่มั้ยคะเด็กจบใหม่หลังๆมาเราเจอพิษโควิดรายได้ก็ลดลง
- เราแนะนำให้แม่ไปหาหมอรักษาตัวแต่แม่ไม่ยอมไปค่ะ แล้วก็ยังพูดเหมือนเดิมว่าปวดนั่นนี่เลยไม่ไป จะด่าเรากลับตลอดว่าอยากให้กูตายรึไง แต่ก็ไม่ไปหาหมอค่ะ
- จุดพีคอีกอันคือ เราบอกให้แม่ช่วยเราประหยัดค่าไฟเพราะแม่จะเปิดแอร์ตั้งแต่ 19.00 ยันเช้า ตอนเที่ยงจนถึงบ่ายก็เปิดค่ะ เราอยากประหยัดค่าไฟแต่แม่ก็ไม่ฟังเรา เราพูดดีๆด้วยตลอดจนมาถึงขั้นเราเดินลงมาปิดแอร์ตอนเที่ยงคืนแล้วแม่ก็ลุกขึ้นมาด่าเราค่ะว่าปิดทำไม
- ยอมรับค่ะว่าเราเริ่มงกมากขึ้นเพราะวางแผนการเงินตั้งแต่ตอนอายุ 24 ไม่ตามใจแม่เหมือนที่เคยเพราะเราคิดว่าเราอยากมีเงินเก็บและอยากมั่นคงไวๆ แต่ตัวแม่ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราคิดเท่าไหร่ แม่คิดว่าเราทำงานเราต้องมีเงินให้เขาแต่มันไม่ใช่ค่ะ ถึงเราจะมีเราก็ให้ได้ในขอบเขตที่เราควรให้และไม่ให้จนตัวเองเดือดร้อน อีกอย่างเราไม่อยากเป็นภาระป้าค่ะ ป้าเราอายุ 60 ปีแล้วแต่เขาก็ยังทำมาหากินทุกวันนะคะถ้าเทียบกันระหว่างแม่กับป้าเรารู้สึกว่าป้าเราเป็นแม่ที่ดีมากกว่าแม่ตัวเองค่ะ
- เวลาเราขัดใจแม่หรือแม่ขายที่ไม่ได้แม่จะมาใส่อารมณ์กับเราตลอด เราเตือนอะไรแม่แม่ก็ไม่ฟัง แม่เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองค่ะจนเราห้ามอะไรแม่ก็จะไม่ฟัง ซึ่งแตกต่างกับป้าป้าจะพูดดีกับเราตลอดเราคุยกันด้วยเหตุผล
- แม่ชอบโกหกเราเรื่องเงินเอาเงินเราไปใช้ทำอะไรไม่รู้ เราไม่ชอบคนโกหกค่ะแล้วแม่จะมีตรรกะว่าลูกกูกูจะทำอะไรกับก็ได้ จะด่าจะว่าจะควบคุมนั่นนี่เสมอ
- เรื่องเรียนก็มาบังคับนะคะ เราเรียนได้ สามก็บอกว่าจะเอา 4.00 กดดันเราตั้งแต่เรียนมหาลัยจนทำงาน เราหารายได้มาก็มาบงการเราเรื่องเงิน อยากได้อะไรอยากซื้ออะไรก็จะให้เอาเงินเรามาใช้หมด ซึ่งเราคิดว่าแม่ควรจะเอาเงินของตัวเองซื้อไม่ใช่เงินเรา
- เราจะทำงานอะไรก็ออกความคิดเห็นหรือตัดสินใจแทนเราตลอด เราจะทำอันนี้ก็ไม่ให้เราทำ พูดง่ายๆเราจะทำอะไรแม่จะบังคับเราตลอด เราดื้อเงียบนะคะแต่แม่ก็จะใช้วิธีรุนแรงกับเราไม่ทุบตีก็จะใช้คำพูดหยาบคายให้เราเสียความรู้สึก เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ
#เราเป็นเด็กที่อยู่ในโอวาทแม่เสมอ จนเราเริ่มรู้สึกได้ว่าเราโตแล้วเราก็อยากมีชีวิตในรูปแบบที่เราจัดการเองได้บ้างในทุกด้านเลย ความรัก การเงิน การงาน การดูแลบ้าน (เราเคยไปทำสีผมด้วยนะคะสีน้ำตาลอมส้มตอนเราเรียนจบประมาณ 4 เดือน แม่เรานี่นั่งกลุ้มใจอยู่หน้าบ้านและทำท่าอดอาลัยตายยากว่าทำทำไม55555555 มีแม่บ้านไหนให้ได้เท่าแม่บ้านเราบ้างคะ) 😂😂
#มนุษย์แม่ คุณสมบัติของแม่เรานะคะ
1. ตอนนี้ท่านยังสูบบุหรี่อยู่ค่ะ ใช่ค่ะแม่เราสูบบุหรี่ติดและไม่ยอมเลิก เราเอ่ยปากบอกว่าเลิกเถอะอายุก็ขนาดนี้แล้วปลงๆบ้าง ก็ไม่ฟังเรานะคะ
2. ติดการพนันค่ะ ใช้เงินเก่ง ตอนนี้เอารถยนต์เข้าไฟแนนซ์ เอารถมอไซต์ของป้าเราอีกคนเข้าไฟแนนซ์ โดยแม่บอกว่าหมุนเงินไม่ทันจนต้องเอารถเข้าไฟแนนซ์เพื่อเอาเงินมาหมุน เราก็งงนะคะว่ามีเรื่องจำเป็นอะไรต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น อ่อ เอารถมอไซต์ไปจำนำอีกหนึ่งคันค่ะ ไม่รู้ตอนนี้ขายขาดรึยัง
3. อายุ 55 ปี บอกว่าตัวเองป่วยเป็นแบบนั้นแบบนี้แต่ว่าไม่ไปหาหมอ5555 งงมากๆเลยค่ะชวนไปออกกำลังกายก็ไม่ไปนะคะ ไม่รู้ขี้เกียจหรืออะไร
4. กินข้าวไม่ล้างจานเลยค่ะ กองไว้หลายๆวันจนเป็นเดือนก็มีค่ะเราอายเพื่อนบ้านมาก55555 เราเคยทำให้นะคะ แต่ถ้าเราต้องทำงานแล้วก็มาทำงานบ้านทุกอย่างเราไม่ทำค่ะ อ่อ ต่อเราไปเรียนมหาลัยแม่ก็ใช้ชีวิตแบบนี้โดยจ้างคนอื่นมาทำความสะอาดค่ะไม่ทำเอง
5. อ้างว่าป่วยแต่เวลาว่างคือนอนเล่นมือถือทั้งวัน ไม่ไปรับจ้างงานอะไรเลย เล็กๆน้อยๆก็ไม่ทำ
6. ไม่ช่วยเราประหยัดอะไรเลยนะคะ ให้เงินไปแต่ละทีไม่รู้เอาไปใช้อะไรบ้างเพราะเราไม่ถามเราทำงานหาเงินก็เหนื่อยแล้ว บางทีขายที่ดินได้ค่านายหน้าามาก็ไม่เคยเอาเงินมาช่วยค่าน้ำค่าไฟ ไปจ่ายค่าไฟแนนซ์อ้างอย่างเดียวไปจ่ายหนี้แต่เราก็งงว่าเงินที่เป็นหนี้เขาเอาไปใช้อะไรถึงได้มีหนี้เยอะแยะ
7. เราลงทุนเงินให้ขายขนมเราบ่นว่าเหนื่อยกับร้อน แม่เราไม่ค่อยมีความอดทนรักสบายค่ะ แต่ไม่ขยันทำมาหากิน
เอาแค่นี้พอนะคะคิดไม่ออกแล้วเยอะจัด
คราวนี้มาฟังวิธีแก้ปัญหาของเจ้าของกระทู้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานถึงขั้นระดับสูงสุดกันค่ะ
1. เราตัดเงินเดือนแม่ค่ะจากที่เคยให้ เราไม่ให้แล้วให้แต่ค่ากินที่ใช้ร่วมกัน เพราะในบ้านข้าวของเครื่องใช้เราซื้อหมด
ในขณะนั้นแม่เราก็เริ่มมีอาการประชดประชันเรามากขึ้น
2. แม่เริ่มใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มหมดไว ผงซักฟอก ซักผ้าขี้ริ้วก็ใช้เครื่องซัก เราเลยเริ่มไม่ซื้อของใช้มาตุนไว้ค่ะ ยกเว้นของกินในตู้เย็น
3. เราไม่ซื้อของกินมาแบ่งให้แม่ แยกกันกินแยกกันซื้อส่วนเพื่อนๆคนไหนที่สงสัยว่าเขาไม่มีงานทำจะเอาเงินไหนซื้อกิน เราไม่ทราบค่ะแต่เขาก็มีกินนะคะ
แต่วันแม่ที่ผ่านมาเราก็ให้ค่ะ และก็ใช้หมดไวเหลือเกินคุณพระ
4. ขั้นสุดของเรามาถึงแล้วค่ะ เรากำลังจะย้ายออกจากบ้านในเดือนนี้ไปทำงานที่อื่นและก็ย้ายไปอยู่ที่ใกล้ที่ทำงานเลย อาจจะส่งเงินมาบ้างแล้วแต่ที่เราสะดวกค่ะ เพราะภาระหนี้สินเราก็มีเรากู้เงินเรียน แถมยังสอบราชการไม่ได้ก็ต้องเลี้ยงดูตัวเองและรับผิดชอบอนาคตของเราต่อไป
เหตุผลส่วนตัวของเรานะคะ ที่เราตัดสินใจย้ายออกมาจากบ้านแม่คือ
1. เราอยากมีความสุขค่ะ เราอยากอยู่คนเดียวแบบไม่ต้องทะเลาะกับแม่ เราอยากตื่นมาด้วยการนอนหลับครบ 7-8 ชม.
2. เราไม่อยากมารับภาระใช้หนี้สินให้แม่แล้วค่ะ เราอยากเก็บเงินส่วนนั้นของเรามาลงทุนทำธุรกิจในอนาคต วันไหนที่แม่เราล้มหมอนนอนเสื่อเราจะได้มีเงินสำรองไม่ใช่ให้แม่มาเอาเงินเราไปลงกับหนี้สินที่เราเองก็ไม่รู้ว่ามาจากการเล่นไพ่หรืออะไรกันแน่ เพราะแม่ไม่เคยบอก
3. เราจะดัดนิสัยความมั่นใจในตัวเองของแม่ค่ะ ถึงหลายคนจะมีตรรกะที่ว่าเขาแก่แล้วคงไม่เปลี่ยนตัวเองแต่เราคิดว่าเค้าจะเข็ดกับสิ่งนี้ไปอีกนานแล้วไม่กล้าทำกับเราแบบนี้อีก
4. เราะทะเลาะกับแม่เป็นประจำกับเรื่องเล็กน้อยมันบั่นทอนค่ะ เราเครียดและจิตตกส่งผลกระทบมาถึงงานเราเศร้าและหาทางออกไม่ได้จนต้องหนีออกมาอยู่คนเดียว
5. เรากับแม่ต่างกันเยอะมาก เราออกแนวกล้าคิดกล้าทำรักความมั่นคงทะเยอทะยานใฝ่ดี/แม่เรารักสบายขี้เกียจและเพ้อฝัน
อาจจะมีแต่ข้อเสียนะคะที่พูดมา ยอมรับว่ากว่าจะมาพิมพ์ได้แบบนี้แม่ก็คือคนที่คลอดออกมา แต่มันก็หนีความจริงไม่ได้ที่เราเองต้องเห็นแก่ตัวเพื่ออนาคตที่ดี เราเปรียบเทียบแม่กับป้า การเลี้ยงดูเรา การสอนเรา การเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเรา เราขอยึดภาพป้าเราในการใช้ชีวิตนะคะ ป้าเราพูดเสมอไม่ต้องทำงานเยอะ เราทำงานหลักและก็หางานเสริมบ้างถ้ามีโอกาสมาเราก็คว้า ไม่มีใครขยันทำมาหากินเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อเราเองก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้นครอบครัวบ้างแต่เราก็ต้องเอาตัวเองให้รอดเป็นหลัก เพื่อที่จะไม่ต้องเป็นภาระของคนอื่นในวันข้างหน้า พูดง่ายๆไม่อยากเป็นเหมือนแม่ตอนนี้ก็เริ่มให้ป้าเอาที่ดินมาขายเพื่อตัวเองจะได้เอาเงินมาใช้หนี้ส่วนตัว
ในเรื่องของการทดแทนบุญคุณของแม่กับเรา
- เราคิดว่าการตอบแทนมันคือการเป็นลูกที่ดีค่ะ เงินมีก็ให้ไปการดูแลตอนแก่เฒ่าก็เช็ดขี้เช็ดเหยี่ยวกันไป
- แต่เราคงส่งเสียแค่เงิน เราไม่อยากอยู่กับแม่อีกต่อไป นี่คงเป็นเหตุผลที่พ่อทิ้งแม่ ป้าที่ว่าแม่ตลอดตั้งแต่ตอนอยู่บ้านหลังเดียวกัน เราเข้าใจแล้วจริงๆว่าทำไมทุกคนถึงว่าแม่ไม่ดี
- เราเป็นลูกคนนึงที่ไม่ดีค่ะ แต่เราทำหน้าที่ของเราในระยะ 1 ปีที่ผ่านมาอย่างเต็มที่แล้ว ผลคือแม่สร้างแต่หนี้สิน โกหก ติดการพนัน ด่าทอลูก แม่ไม่ปรับตัวการอยู่ร่วมกับเรา
อยากให้เพื่อนทุกคนที่เป็น Gen เราดูเราไว้เป็นบทเรียนค่ะ อย่าไปสปอยแม่มากเพราะเราเองจะลำบาก ถึงตอนนี้ที่เขียนกระทู้เราเองก็ตัดสินใจแล้วค่ะว่าจะแก้ปัญหาแบบนี้อย่างน้อยก็ยังมีอากาศได้หายใจบ้าง คือการได้มีความสุขโดยไม่ต้องทะเลาะกับบุพการี อ่อ เราให้เงินทั้งแม่และป้านะคะ แต่ส่วนใหญ่จะให้แม่เพราะแม่ไม่ทำมาหากินหรือขี้เกียจนั่นเอง ป้าเราน้อยใจเราบ่อยๆแต่เราก็แก้ปัญหาโดยการให้เงินในวันสำคัญๆ พาไปเลี้ยงเอ็มเคบ้าง เลี้ยงข้าวป้าบ้าง เรารักแม่กับป้านะคะเพราะเขามีบุญคุณกับเรา เราอยากมีความสุขค่ะเลยถอยออกมาจากจุดที่แย่ๆ ใครอ่านจบบ้างคะพิมพ์ยาวมากเลย รออ่านคอมเม้นค่ะ ✌🏻🙏🏻
มีปัญหากับแม่ค่ะ หลังเราเรียนจบแม่ก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป…
- ตั้งแต่เด็กเราจะถูกเลี้ยงดูมากับป้าซึ่งเป็นพี่สาวของแม่ ป้าเปรียบเสมือนแม่บุญธรรมเราให้เงินไปโรงเรียนซื้อเสื้อผ้าให้ข้าวของเครื่องใช้เงินไปโรงเรียน ฯลฯ เราไม่ได้อยู่กับแม่ตั้งแต่เด็กๆค่ะ แม่ไปทำงานต่างจังหวัดส่งเงินมาบ้างไม่ส่งบ้าง
- จนเราเริ่มโตแม่ก็กลับมาบ้าน หมายถึง ตอนเราเข้าประถมปลายจนถึงเราเรียนมอปลาย แต่ค่าเลี้ยงดูต่างๆก็มาจากทางป้าอยู่ดี เรารู้สึกสนิทกับป้ามากกว่าแม่ค่ะ และมีนิสัยคล้ายๆป้าเพราะถูกเลี้ยงมาโดยป้าเสมอ จนเราได้มีโอกาสไปเรียนมหาลัยที่ต่างจังหวัดแม่ก็เริ่มมีเงินส่งเสียเราบ้างเพราะว่าฟลุ๊คขายที่ได้และแม่ก็สร้างบ้านของตัวเองอยู่คนเดียวตอนเราไปเรียนมหาลัย
- จนเราเรียนจบเราก็เริ่มทำงานด้วยตัวเอง แต่ที่จุดพีคคือ เราแยกบ้านมาอยู่กับแม่สองคนไม่ได้อาศัยบ้านป้าแล้ว เราเริ่มเห็นตัวตนแม่ชัดเจนมากขึ้นบวกกับวุฒิภาวะที่เราเริ่มโตและเป็นมุมมองของผู้ใหญ่
- แม่เริ่มไม่ทำงานหาเงินแล้ว จากที่เคยขายที่ดิน(นายหน้าขายที่ดิน)ขายของต่างๆ แม่เริ่มบ่นว่าแม่ทำไม่ไหวปวดหลังเจ็บก้น(เป็นริสซี่ดวง) และขออยู่บ้านเฉยๆ อายุ 55 ปีนะคะแม่เรา
- ตั้งแต่เรียนจบมาเราเริ่มมีรายได้แม่ก็เอ่ยปากให้เราช่วยค่าไฟ เราก็เต็มใจให้ค่ะเพราะเราคิดว่าเราช่วยได้เราอยากทำให้ แต่หลังๆมากลับกลายเป็นว่าค่าใช้จ่ายภายในบ้านทุกอย่าง รวมถึงเงินที่แม่กินข้าวเราก็ต้องให้ เงินเดือนเราไม่เยอะค่ะ เข้าใจใช่มั้ยคะเด็กจบใหม่หลังๆมาเราเจอพิษโควิดรายได้ก็ลดลง
- เราแนะนำให้แม่ไปหาหมอรักษาตัวแต่แม่ไม่ยอมไปค่ะ แล้วก็ยังพูดเหมือนเดิมว่าปวดนั่นนี่เลยไม่ไป จะด่าเรากลับตลอดว่าอยากให้กูตายรึไง แต่ก็ไม่ไปหาหมอค่ะ
- จุดพีคอีกอันคือ เราบอกให้แม่ช่วยเราประหยัดค่าไฟเพราะแม่จะเปิดแอร์ตั้งแต่ 19.00 ยันเช้า ตอนเที่ยงจนถึงบ่ายก็เปิดค่ะ เราอยากประหยัดค่าไฟแต่แม่ก็ไม่ฟังเรา เราพูดดีๆด้วยตลอดจนมาถึงขั้นเราเดินลงมาปิดแอร์ตอนเที่ยงคืนแล้วแม่ก็ลุกขึ้นมาด่าเราค่ะว่าปิดทำไม
- ยอมรับค่ะว่าเราเริ่มงกมากขึ้นเพราะวางแผนการเงินตั้งแต่ตอนอายุ 24 ไม่ตามใจแม่เหมือนที่เคยเพราะเราคิดว่าเราอยากมีเงินเก็บและอยากมั่นคงไวๆ แต่ตัวแม่ไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราคิดเท่าไหร่ แม่คิดว่าเราทำงานเราต้องมีเงินให้เขาแต่มันไม่ใช่ค่ะ ถึงเราจะมีเราก็ให้ได้ในขอบเขตที่เราควรให้และไม่ให้จนตัวเองเดือดร้อน อีกอย่างเราไม่อยากเป็นภาระป้าค่ะ ป้าเราอายุ 60 ปีแล้วแต่เขาก็ยังทำมาหากินทุกวันนะคะถ้าเทียบกันระหว่างแม่กับป้าเรารู้สึกว่าป้าเราเป็นแม่ที่ดีมากกว่าแม่ตัวเองค่ะ
- เวลาเราขัดใจแม่หรือแม่ขายที่ไม่ได้แม่จะมาใส่อารมณ์กับเราตลอด เราเตือนอะไรแม่แม่ก็ไม่ฟัง แม่เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองค่ะจนเราห้ามอะไรแม่ก็จะไม่ฟัง ซึ่งแตกต่างกับป้าป้าจะพูดดีกับเราตลอดเราคุยกันด้วยเหตุผล
- แม่ชอบโกหกเราเรื่องเงินเอาเงินเราไปใช้ทำอะไรไม่รู้ เราไม่ชอบคนโกหกค่ะแล้วแม่จะมีตรรกะว่าลูกกูกูจะทำอะไรกับก็ได้ จะด่าจะว่าจะควบคุมนั่นนี่เสมอ
- เรื่องเรียนก็มาบังคับนะคะ เราเรียนได้ สามก็บอกว่าจะเอา 4.00 กดดันเราตั้งแต่เรียนมหาลัยจนทำงาน เราหารายได้มาก็มาบงการเราเรื่องเงิน อยากได้อะไรอยากซื้ออะไรก็จะให้เอาเงินเรามาใช้หมด ซึ่งเราคิดว่าแม่ควรจะเอาเงินของตัวเองซื้อไม่ใช่เงินเรา
- เราจะทำงานอะไรก็ออกความคิดเห็นหรือตัดสินใจแทนเราตลอด เราจะทำอันนี้ก็ไม่ให้เราทำ พูดง่ายๆเราจะทำอะไรแม่จะบังคับเราตลอด เราดื้อเงียบนะคะแต่แม่ก็จะใช้วิธีรุนแรงกับเราไม่ทุบตีก็จะใช้คำพูดหยาบคายให้เราเสียความรู้สึก เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ
#เราเป็นเด็กที่อยู่ในโอวาทแม่เสมอ จนเราเริ่มรู้สึกได้ว่าเราโตแล้วเราก็อยากมีชีวิตในรูปแบบที่เราจัดการเองได้บ้างในทุกด้านเลย ความรัก การเงิน การงาน การดูแลบ้าน (เราเคยไปทำสีผมด้วยนะคะสีน้ำตาลอมส้มตอนเราเรียนจบประมาณ 4 เดือน แม่เรานี่นั่งกลุ้มใจอยู่หน้าบ้านและทำท่าอดอาลัยตายยากว่าทำทำไม55555555 มีแม่บ้านไหนให้ได้เท่าแม่บ้านเราบ้างคะ) 😂😂
#มนุษย์แม่ คุณสมบัติของแม่เรานะคะ
1. ตอนนี้ท่านยังสูบบุหรี่อยู่ค่ะ ใช่ค่ะแม่เราสูบบุหรี่ติดและไม่ยอมเลิก เราเอ่ยปากบอกว่าเลิกเถอะอายุก็ขนาดนี้แล้วปลงๆบ้าง ก็ไม่ฟังเรานะคะ
2. ติดการพนันค่ะ ใช้เงินเก่ง ตอนนี้เอารถยนต์เข้าไฟแนนซ์ เอารถมอไซต์ของป้าเราอีกคนเข้าไฟแนนซ์ โดยแม่บอกว่าหมุนเงินไม่ทันจนต้องเอารถเข้าไฟแนนซ์เพื่อเอาเงินมาหมุน เราก็งงนะคะว่ามีเรื่องจำเป็นอะไรต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น อ่อ เอารถมอไซต์ไปจำนำอีกหนึ่งคันค่ะ ไม่รู้ตอนนี้ขายขาดรึยัง
3. อายุ 55 ปี บอกว่าตัวเองป่วยเป็นแบบนั้นแบบนี้แต่ว่าไม่ไปหาหมอ5555 งงมากๆเลยค่ะชวนไปออกกำลังกายก็ไม่ไปนะคะ ไม่รู้ขี้เกียจหรืออะไร
4. กินข้าวไม่ล้างจานเลยค่ะ กองไว้หลายๆวันจนเป็นเดือนก็มีค่ะเราอายเพื่อนบ้านมาก55555 เราเคยทำให้นะคะ แต่ถ้าเราต้องทำงานแล้วก็มาทำงานบ้านทุกอย่างเราไม่ทำค่ะ อ่อ ต่อเราไปเรียนมหาลัยแม่ก็ใช้ชีวิตแบบนี้โดยจ้างคนอื่นมาทำความสะอาดค่ะไม่ทำเอง
5. อ้างว่าป่วยแต่เวลาว่างคือนอนเล่นมือถือทั้งวัน ไม่ไปรับจ้างงานอะไรเลย เล็กๆน้อยๆก็ไม่ทำ
6. ไม่ช่วยเราประหยัดอะไรเลยนะคะ ให้เงินไปแต่ละทีไม่รู้เอาไปใช้อะไรบ้างเพราะเราไม่ถามเราทำงานหาเงินก็เหนื่อยแล้ว บางทีขายที่ดินได้ค่านายหน้าามาก็ไม่เคยเอาเงินมาช่วยค่าน้ำค่าไฟ ไปจ่ายค่าไฟแนนซ์อ้างอย่างเดียวไปจ่ายหนี้แต่เราก็งงว่าเงินที่เป็นหนี้เขาเอาไปใช้อะไรถึงได้มีหนี้เยอะแยะ
7. เราลงทุนเงินให้ขายขนมเราบ่นว่าเหนื่อยกับร้อน แม่เราไม่ค่อยมีความอดทนรักสบายค่ะ แต่ไม่ขยันทำมาหากิน
เอาแค่นี้พอนะคะคิดไม่ออกแล้วเยอะจัด
คราวนี้มาฟังวิธีแก้ปัญหาของเจ้าของกระทู้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานถึงขั้นระดับสูงสุดกันค่ะ
1. เราตัดเงินเดือนแม่ค่ะจากที่เคยให้ เราไม่ให้แล้วให้แต่ค่ากินที่ใช้ร่วมกัน เพราะในบ้านข้าวของเครื่องใช้เราซื้อหมด
ในขณะนั้นแม่เราก็เริ่มมีอาการประชดประชันเรามากขึ้น
2. แม่เริ่มใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มหมดไว ผงซักฟอก ซักผ้าขี้ริ้วก็ใช้เครื่องซัก เราเลยเริ่มไม่ซื้อของใช้มาตุนไว้ค่ะ ยกเว้นของกินในตู้เย็น
3. เราไม่ซื้อของกินมาแบ่งให้แม่ แยกกันกินแยกกันซื้อส่วนเพื่อนๆคนไหนที่สงสัยว่าเขาไม่มีงานทำจะเอาเงินไหนซื้อกิน เราไม่ทราบค่ะแต่เขาก็มีกินนะคะ
แต่วันแม่ที่ผ่านมาเราก็ให้ค่ะ และก็ใช้หมดไวเหลือเกินคุณพระ
4. ขั้นสุดของเรามาถึงแล้วค่ะ เรากำลังจะย้ายออกจากบ้านในเดือนนี้ไปทำงานที่อื่นและก็ย้ายไปอยู่ที่ใกล้ที่ทำงานเลย อาจจะส่งเงินมาบ้างแล้วแต่ที่เราสะดวกค่ะ เพราะภาระหนี้สินเราก็มีเรากู้เงินเรียน แถมยังสอบราชการไม่ได้ก็ต้องเลี้ยงดูตัวเองและรับผิดชอบอนาคตของเราต่อไป
เหตุผลส่วนตัวของเรานะคะ ที่เราตัดสินใจย้ายออกมาจากบ้านแม่คือ
1. เราอยากมีความสุขค่ะ เราอยากอยู่คนเดียวแบบไม่ต้องทะเลาะกับแม่ เราอยากตื่นมาด้วยการนอนหลับครบ 7-8 ชม.
2. เราไม่อยากมารับภาระใช้หนี้สินให้แม่แล้วค่ะ เราอยากเก็บเงินส่วนนั้นของเรามาลงทุนทำธุรกิจในอนาคต วันไหนที่แม่เราล้มหมอนนอนเสื่อเราจะได้มีเงินสำรองไม่ใช่ให้แม่มาเอาเงินเราไปลงกับหนี้สินที่เราเองก็ไม่รู้ว่ามาจากการเล่นไพ่หรืออะไรกันแน่ เพราะแม่ไม่เคยบอก
3. เราจะดัดนิสัยความมั่นใจในตัวเองของแม่ค่ะ ถึงหลายคนจะมีตรรกะที่ว่าเขาแก่แล้วคงไม่เปลี่ยนตัวเองแต่เราคิดว่าเค้าจะเข็ดกับสิ่งนี้ไปอีกนานแล้วไม่กล้าทำกับเราแบบนี้อีก
4. เราะทะเลาะกับแม่เป็นประจำกับเรื่องเล็กน้อยมันบั่นทอนค่ะ เราเครียดและจิตตกส่งผลกระทบมาถึงงานเราเศร้าและหาทางออกไม่ได้จนต้องหนีออกมาอยู่คนเดียว
5. เรากับแม่ต่างกันเยอะมาก เราออกแนวกล้าคิดกล้าทำรักความมั่นคงทะเยอทะยานใฝ่ดี/แม่เรารักสบายขี้เกียจและเพ้อฝัน
อาจจะมีแต่ข้อเสียนะคะที่พูดมา ยอมรับว่ากว่าจะมาพิมพ์ได้แบบนี้แม่ก็คือคนที่คลอดออกมา แต่มันก็หนีความจริงไม่ได้ที่เราเองต้องเห็นแก่ตัวเพื่ออนาคตที่ดี เราเปรียบเทียบแม่กับป้า การเลี้ยงดูเรา การสอนเรา การเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเรา เราขอยึดภาพป้าเราในการใช้ชีวิตนะคะ ป้าเราพูดเสมอไม่ต้องทำงานเยอะ เราทำงานหลักและก็หางานเสริมบ้างถ้ามีโอกาสมาเราก็คว้า ไม่มีใครขยันทำมาหากินเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อเราเองก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้นครอบครัวบ้างแต่เราก็ต้องเอาตัวเองให้รอดเป็นหลัก เพื่อที่จะไม่ต้องเป็นภาระของคนอื่นในวันข้างหน้า พูดง่ายๆไม่อยากเป็นเหมือนแม่ตอนนี้ก็เริ่มให้ป้าเอาที่ดินมาขายเพื่อตัวเองจะได้เอาเงินมาใช้หนี้ส่วนตัว
ในเรื่องของการทดแทนบุญคุณของแม่กับเรา
- เราคิดว่าการตอบแทนมันคือการเป็นลูกที่ดีค่ะ เงินมีก็ให้ไปการดูแลตอนแก่เฒ่าก็เช็ดขี้เช็ดเหยี่ยวกันไป
- แต่เราคงส่งเสียแค่เงิน เราไม่อยากอยู่กับแม่อีกต่อไป นี่คงเป็นเหตุผลที่พ่อทิ้งแม่ ป้าที่ว่าแม่ตลอดตั้งแต่ตอนอยู่บ้านหลังเดียวกัน เราเข้าใจแล้วจริงๆว่าทำไมทุกคนถึงว่าแม่ไม่ดี
- เราเป็นลูกคนนึงที่ไม่ดีค่ะ แต่เราทำหน้าที่ของเราในระยะ 1 ปีที่ผ่านมาอย่างเต็มที่แล้ว ผลคือแม่สร้างแต่หนี้สิน โกหก ติดการพนัน ด่าทอลูก แม่ไม่ปรับตัวการอยู่ร่วมกับเรา
อยากให้เพื่อนทุกคนที่เป็น Gen เราดูเราไว้เป็นบทเรียนค่ะ อย่าไปสปอยแม่มากเพราะเราเองจะลำบาก ถึงตอนนี้ที่เขียนกระทู้เราเองก็ตัดสินใจแล้วค่ะว่าจะแก้ปัญหาแบบนี้อย่างน้อยก็ยังมีอากาศได้หายใจบ้าง คือการได้มีความสุขโดยไม่ต้องทะเลาะกับบุพการี อ่อ เราให้เงินทั้งแม่และป้านะคะ แต่ส่วนใหญ่จะให้แม่เพราะแม่ไม่ทำมาหากินหรือขี้เกียจนั่นเอง ป้าเราน้อยใจเราบ่อยๆแต่เราก็แก้ปัญหาโดยการให้เงินในวันสำคัญๆ พาไปเลี้ยงเอ็มเคบ้าง เลี้ยงข้าวป้าบ้าง เรารักแม่กับป้านะคะเพราะเขามีบุญคุณกับเรา เราอยากมีความสุขค่ะเลยถอยออกมาจากจุดที่แย่ๆ ใครอ่านจบบ้างคะพิมพ์ยาวมากเลย รออ่านคอมเม้นค่ะ ✌🏻🙏🏻