“เรียนได้ แต่อย่ากระทบกิจกรรม” จากเศรษฐศาสตร์รั้วจามจุรี สู่คลื่นลูกใหม่ผู้ขับเคลื่อนจักรวรรดิ IB TNI”

ในครึ่งหลังของเดือนมีนาคมก็เริ่มเข้าสู่ช่วงการสอบเข้าของนักเรียนม.6 รอยต่อระหว่างการสิ้นสุดชีวิตมัธยมสู่การเริ่มต้นในรั้วอุดมศึกษา ทุกท่านคงคุ้นเคยกับภาพสนามสอบในรอบต่าง ๆ อย่าง 9วิชาสามัญ GAT-PATหรือAdmission ที่อัดแน่นไปด้วยนักเรียนผู้อยากสอบติดคณะในฝัน แต่ในปีพ.ศ. 2563  เปลวไฟแห่งความเร่าร้อนของฤดูกาลสอบเข้าได้โหมกระหน่ำมากกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมาจากเชื้อเพลิงที่เรียกว่า COVID-19
 
            การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า และมาตรการป้องกันของรัฐที่ส่งผลให้การสอบเข้าในครั้งนี้ต้องปรับตัวต่าง ๆ มากมาย ทั้งความปลอดภัย ความเข้มงวด  และแรงกดดันที่มากขึ้น ทุกอย่างได้ถูกเทรวมไว้ให้กับว่าที่นักศึกษา สภาวะจิตใจที่ไม่มั่นคงกับความหวังของอนาคตที่เริ่มริบหรี่ท่ามกลางวิกฤตแห่งการเปลี่ยนแปลง ลลิดาพรรณ พันธุ์โสทก (ลัคกี้) นักเรียนม.6 จบใหม่ได้ตัดสินใจเลือกเดินออกจากกรอบเดิม ๆ สู่ชีวิตที่ท้าทายภายใต้รั้ว TNI (สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น)
 
           “เราสอบ TCAS รอบ3 ติดคณะเศรษฐศาสตร์ของม.ดังแถวสามย่าน แต่ก็เลือกจะมาเรียนต่อที่ TNI อยู่แล้ว” ลัคกี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน          “กี้จบม.6จากสายวิทย์-คณิตโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถึงจะดูเรียนหนักแต่เราก็ชอบที่จะอ่านนิยายและหนังสือแนวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน
เช่นกัน”เธอหัวเราะ “หลายคนอาจคิดว่าอยู่โรงเรียนหญิงล้วนอาจทำให้การเข้าสังคมต้องใช้เวลา ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลมากกว่า
ตลอดช่วงมัธยมเราได้ไปเข้าร่วมกิจกรรมนอกโรงเรียนบ่อยครั้ง รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ ทั้งชายและหญิงทำให้ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้เร็วขึ้น” เธอกล่าวถึง
ความหลังพร้อมรอยยิ้ม

เพราะถูกบอกให้เดินตาม เลยไม่มีเส้นทางให้เลือกเดิน
          สาวน้อยกล่าวด้วยความมั่นใจทะมัดทะแมง “ตลอด12 ปีในชีวิตนักเรียน บ่อยครั้งเราถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตามโดยไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงของคำสอนนั้นเราเพียงแค่เดินไปข้างหน้าแต่ไม่รู้ว่าปลายทางที่ต้องเจอนั้นเป็นอย่างไร ค่านิยมที่ให้ตั้งใจเรียนเพื่อสอบให้ได้คะแนนสูง ๆ และเข้ามหาวิทยาลัยแนวหน้าทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมต้องเข้าเรียนที่นั่นด้วย จบมาแล้วชีวิตมั่นคง ? และความรู้ที่นั่งเรียนในห้องใช้แค่เพื่อสอบเท่านั้นหรือ ? กี้เห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ
หลายคนสอบติดม.ดังมากมาย ท่าพระจันทร์ สามย่าน ติดศาลายายกห้อง เรายินดีกับคนที่มีเป้าหมายชัดเจนแต่ถ้าเขาไม่ล่ะ ?
ชีวิตท่ามกลางความคาดหวังบางครั้งทำให้เราหันเหออกจากเส้นทางที่ควรจะเดิน การทำสิ่งเดิม ๆ ทำให้เราปลอดภัยไม่คิดมาก
          แต่กี้นั้นเป็นคนสวนกระแส”
 
บทพิสูจน์ครั้งสุดท้าย ก่อนทลาย Comfort Zone
        ลัคกี้ให้สัมภาษณ์ถึงความหมายที่เธอสอบติดคณะเศรษฐศาสตร์ไว้ แรกเริ่มนั้นเธอไม่มีความคิดที่เข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนั้นเลย หากแต่เป็นปฐมบทของชีวิตตัวเองมากกว่า 
        “ตั้งแต่ชั้นม.5 กี้เรียนเสริมเนื้อหา PAT1 (ข้อสอบวัดความถนัดทางคณิตศาสตร์) มาตลอดจนถึงช่วงสอบ TCAS รอบที่3 กี้ก็ใช้โอกาสนี้ไปลอง
ความสามารถที่เรียนมา”
         ไม่ใช่เพียงเพื่อทดสอบเท่านั้นแต่ยังรวมถึง‘การพิชิต’ และผลที่ได้ก็ทำให้เธอพึงพอใจมากเช่นกัน จากนั้นเธอจึงเปลี่ยน ‘ความกลัว’ เป็น
‘ความกล้า' ละทิ้งสิ่งเดิม ๆ ก้าวเท้าออกจากกำแพงที่เธอทำลายมันลง และแล้วการผจญภัยบนเส้นทางที่แท้จริงของเธอก็ได้เริ่มต้นขึ้น
 
โลกใบใหม่ ไม่เหมือนใคร และไร้ขีดจำกัด
          จากการค้นหาในโซเชียลมีเดียพร้อมกับการสนใจในภาษาญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม โชคชะตานำพาหญิงสาวมา ณ ห้องสอบสัมภาษณ์ของสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ สาขาที่เธอเลือกลงคือ ‘การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business)’ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เธอเลือกนั้น ลัคกี้เล่าให้ฟังว่า “ในช่วงท้ายของการสอบสัมภาษณ์เพื่อน ๆ ที่นั่งโต๊ะสัมภาษณ์ด้วยกันเริ่มออกจากนอกห้องแต่ก็มีเสียงพูดจากอาจารย์ท่านหนึ่งดังขึ้นมา”
“สาขานี้ เรียนได้ แต่อย่ากระทบกิจกรรม”
           “ตอนที่ฟังครั้งนั้นกี้แปลกใจมาก เพราะว่าไม่เคยได้ยินใครพูดแบบนี้มาก่อนมันตรงข้ามกับคำพูดทั่วไปที่เราได้ยินเกี่ยวกับการเรียน กี้เลยคิดว่าถ้าเรียนสาขานี้ ในอนาคตเราจะเป็นคนแบบไหนกันแน่ ? มันค่อนข้างท้าทายนะคะ เพราะกี้เองก็ชอบความแปลกใหม่อยู่แล้วด้วยเลยตัดสินใจมาเรียนที่นี่ค่ะ” เธอกล่าวด้วยความสนใจ “อาจารย์ประจำสาขาและรุ่นพี่ต่างก็บอกว่าหลักสูตรนี้เปลี่ยนแปลงตลอด เพราะก่อนหน้าที่กี้จะเข้ามาเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ.2562) เพิ่งมีการปรับหลักสูตรไปเอง มีการเพิ่มวิชาใหม่ ๆ อย่าง Data Analysis, WordPress, Startup อาจารย์เองก็มีแฮชแท็กด้วยนะ
 #เรียนในสิ่งที่googleไม่ได้สอน” กี้เล่าให้ฟังอย่างสนุกสนาน
 
          ภายใต้รั้วน้ำเงิน-แดงอันเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิแห่งนี้ แม้พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางใหญ่โตแต่มิตรสหายที่เธอได้พบนั้นกลับมีความหลากหลายอย่างมาก
         “กี้ไม่คิดว่าจะได้เจอผู้คนแบบนี้ในชีวิต ตัวกี้เองเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิดจึงแปลกใจมากกับการได้พบคนจังหวัดต่าง ๆ จากเหนือลงมาใต้สุด   ตะวันออกสู่ตะวันตก ทุกคนมารวมกันที่นี่และมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน อาจารย์ที่ราวกับคุณพ่อผู้มีความมุ่งมั่นให้ลูก(ศิษย์)ของตนได้ดีต่อให้ถูกขัดขวางสักแค่ไหนก็ตาม เหล่ารุ่นพี่ที่คอยให้คำแนะนำต่าง ๆ รู้เรื่องเรียนเซียนเรื่องรัก ผองเพื่อนที่รู้จัก ร่วมงาน และสัมผัสรสชาติชีวิตไปด้วยกัน แม้จะมีผิดใจกันบ้างก็สามารถกลับมายิ้มให้กันได้อีกครั้งและนั่นแหละคือ ‘ครอบครัว’ แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่มีที่ไหนเหมือนที่นี่
          นั่นคือ House Project
 
Hogwartz Model ชื่อนี้ ไม่ได้มีแค่ในนิยาย
          เมื่อกล่าวถึงนิยายโรงเรียนเวทมนตร์ที่มีการแบ่งนักเรียนเป็นบ้านต่าง ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของ แฮรี่ พอตเตอร์ ซึ่งสาขา IB นี้ได้หยิบยกความคิดนี้มาเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรมให้กับสมาชิกของจักรวรรดิภายใต้ชื่อ ‘House Project’ กิจกรรมที่ให้นักศึกษาในสาขาได้สัมผัสกับการประกอบธุรกิจของจริงผ่านบริษัทจำลองต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่า ‘บ้าน...’ โดยแต่ละบ้านก็จะมีชื่อและประเภทธุรกิจแตกต่างกันไป ขายทุเรียนทอด  รับจัดอีเวนท์ต่าง ๆ ทำค่ายออนไลน์ จำหน่ายครีมบำรุงผิว หรือแม้แต่ด้านแฟชั่น ซึ่งนักศึกษาถูกใจบ้านไหนก็สามารถไปสัมภาษณ์เพื่อเข้าไปร่วมสังกัดกับบ้านนั้นได้ และต้องช่วยกันดำเนินกิจการของบ้านให้เดินหน้าต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น หรือกล่าวง่าย ๆ คือให้บริหารจัดการกันเองตลอด 4 ปีที่อยู่ในสาขา รสชาติต่าง ๆ ในโลกของธุรกิจจะคอยขัดเกลาพวกเขา ทำอย่างไรให้ได้ผลประกอบการสูงสุด การขาดทุน ปัญหาต่าง ๆ อำนวยการให้สมาชิกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือออกไป   สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการของจริง ฯลฯ ประสบการณ์เหล่านี้จะซึมซับอยู่ในตัวนักศึกษา เมื่อจบการศึกษาไปทำงานแล้วพวกเขาจะมีภูมิคุ้มกัน
ในการรับมือกับปัญหาที่เผชิญ
          ซึ่งลัคกี้(ปี1)อยู่ในแผนกประชาสัมพันธ์(Public Relationship)สังกัดบ้านขายทุเรียนทอด(ETHELBERT)ได้กล่าวในส่วนนี้ให้ฟังว่า “ช่วงแรกใช้เวลาปรับตัวพอสมควร พี่ ๆ ทุกคนตั้งใจและมีความมุ่งมั่นกับสิ่งนี้มาก กี้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง เรารอบคอบขึ้น ใช้ภาษาและความคิดที่ลึกขึ้น ได้เจอผู้คนในโลกธุรกิจจริง ๆ กี้ชอบที่ House Project ไม่ตายตัว มีการปรับปรุงพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ถึงแม้จะเหนื่อยบ้างแต่เราก็ชอบที่มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาตลอดเหมือนกับเราเดินไปข้างหน้าบ้างถอยหลังบ้าง แม้จะไม่รู้ว่าปลายทางนั้นมีหรือเปล่าแต่เราก็ได้เรียนรู้ในทุกก้าวที่เราเดิน
          “ถึงแม้จะยังไม่ถึง 1 เทอมแต่ว่าจากวันแรกที่กี้ได้เข้ามาเรียนที่นี่กี้คิดว่าเราได้เติบโตขึ้น พื้นที่นอก comfort zone ที่เราทำให้เรารู้สึกอันตรายและกลัวความคิดเดิม ๆ ที่เราบอกกับตัวเองว่าอย่าไปทำให้ลำบากเลยเหนื่อยเปล่า แต่ในวันนี้กี้เริ่มมีความกล้าที่ออกจากตรงนั้นเพื่อพาตัวกี้เองไปเผชิญกับ
สิ่งใหม่  กี้เปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ แต่ ‘ช้า’ นั้นจะทำให้เรามั่นคง และสัมผัสกับชีวิตในแบบที่เราเป็น เพราะกี้เชื่อว่า IB คือ I Believe” เธอกล่าวสรุปด้วยแววตามุ่งมั่น
เสียงคำรามแห่งชีวิต
22/07/2020
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่