มันเป็นเรื่องหนึ่งในช่วงนี้ของฉันที่ไม่รู้ว่ามันเป็นปกติสำหรับคนที่จะได้รับบริการกับโรงบาลรัฐบาลหรือไม่ แต่ฉันอยากเล่าความอัดอั้นใจในสองเดือนที่ผ่านมาให้ฟัง ฉันเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่เป็นฟันคุดและต้องการที่จะถอนมันเพราะมันเริ่มปวดฉันจึงเข้ารักษาในรพ.รัฐประจำอำเภอหนึ่งครั้งแรกที่ฉันเริ่มปวดน่าจะ30มิถุนายนและไปหาหมอวันที่2พฤษภาเพราะทนอาการปวดฟันไม่ไหว ถามว่าทำไมไม่ไปตั้งแต่30หละ เพราะโควิดและเงินเดือนผู้ปกครอง ผปค.ฉันตั้งใจว่าถ้ารัฐเค้าให้รักษาช้าเดี๋ยวจะได้เอาตังค์นี้ไปรักษาที่คลีนิกเลยจะได้ไม่ต้องทนมาก แต่พอวันที่2พ.ค.เราไปรักษาหมอเค้าก็สแกนฟันและบอกว่าฟันคุดเราล้มทั้งสองข้างเลย และฟันติดกันก็ผุถึงโพลงประสาทสรุปเราต้องถอนสามซี่ แต่ช่วงนี้ยังติดเคสนัดก่อนโควิดอยู่อาจจะช้าไปถึงต้นเดือนกรกฎาคม ถ้าเราจะนัดไว้เดี๋ยวหมอโทรไปแต่ยังไม่มีวันแน่นอนนะ แล้วเราเลยว่างั้นทนอีกเดือนเพื่อไม่ให้เสียตังค์เยอะเพราะเราเบิกค่ารักษาได้(ที่เราตัดสินใจอย่างนี้เพราะเงินครอบครัวเราก็ใช้จ่ายเดือนชนเดือนอยู่แล้วเลยว่าทนได้ทนหน่อยเดือนเดียวเอง) หมอเลยขอเบอร์ไว้แล้วให้ยามากินก็จะเป็นยาพารากินครั้งละ2เม็ด และยาแก้อักเสบ IBUPROFEN พยาบาลเค้าบอกว่าถ้าไม่ปวดมากก็กินเเค่พาราถ้าปวดมากๆให้กินแก้อักเสบด้วยเลย เราก็ทนมา1เดือน แต่ระหว่างเดือนผ่านมา10กว่าวันหลังจากไปหาหมอก็ยังปวดอยู่ เราจำวันที่แน่ชัดที่ไปหาหมอรอบถัดมาไม่ได้แต่รวมๆแล้วเดือนพ.ค.เราไปหาหมอรวม3ครั้ง(รวมกับครั้งแรกด้วย)คือปวดมากๆเลยไปถามหาคิวและยาที่เค้าให้มันหมดพอดี แต่ในเดือนพ.คเรานับๆวันดูแล้ววันที่เราปวดก็เป็น11วันหลังจากไปหาหมอครั้งแรก คือใน11วันนี้คือวันทรมานจริงๆ มันไม่ใช่แค่ปวดฟัน มันปวดยันกกหูปวดยันขมับทั้งสองข้างซ้ายขวาสลับกันสำหรับเรา เราจำเป็นต้องกินยาพารา2เม็ดควบกับยาแก้อักเสบด้วยมันถึงจะพอหายพอบรรเทาอาการปวด คุณลองนับดูสิ 11วันกับอาหาร3มื้อกับยาสามเม็ดทุกมื้อมันจะขนาดไหน พอมาขึ้นเดือนก.ค. วันที่1หมอก็ไม่ได้โทรมา พอวันที่2ขึ้นเรียนแล้วหมอก็ยังไม่โทรมา พอมาจวนวันที่12คือเราทนรอให้หมอโทรมา แต่เงียบเลยหมอไม่มีการโทรมาแต่อย่างใด ทั้งที่ทั้งสามครั้งในเดือนก่อนเราไป ทั้งหมอและพยาบาลก็ขอเบอร์เราไว้นะ แต่ก็ไม่มีการโทรมาแต่อย่างใด ถามว่าเดือนก.ค.แล้วเราไม่ไปคลีนิดกดีกว่าเหรอ คือคลีนิกแถวนี้ก็มีเยอะนะ แต่ฟันคุดเรานอนไงมันผ่ายากใช่มั้ยหละ เราไม่กล้าเสี่ยงกับคลีนิกเมื่อรู้ว่ามันผ่ายากนี่แหละ แล้วค่ารักษาแถวนี้นะก็ไม่ใช่ถูกๆด้วยนะ คุณคิดดูสิ ฟันคุดนอนเค้าจะเอาซี่ละเท่าไหร่กัน? โอเคมาอธิบายวันที่12กัน เราได้มารพ.ที่เดิมและถามว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวเรา เราเคยให้หมออาร์(นามสมมุติ)ตรวจแล้วเค้าบอกว่าจะโทรมาแต่เค้าก็ไม่โทรมาจนเข้าวันที่12 เลยอยากมาทราบวันที่แน่ชัดกว่านี้ด้วย พยาบาลเลยจัดให้เราพบกับหมอคนใหม่ที่เป็นผู้หญิง เขาก็ได้เช็คฟันเรานิดหนึ่งและบอกความจริงกับเราว่า ฟันเราต้องใช้แพทย์เฉพาะทางเค้าผ่าให้เพราะฟันมันนอนแล้วก่อนหน้านี้เรานัดกับหมอคนไหนไว้เราก็ตอบว่านัดกับหมออาร์ เค้าก็ให้เราเลือกระหว่าง รอหมอ อาร์โทรมาหรือจะเอาวันนัดอื่นไปเลย แต่เป็นปลายเดือนนี้นะคือวันที่28หรือ29 เราเลยเลือก29ไปเพราะตรงกับวันหยุดเราไปเรียนพอดี ถามว่าทำไมไม่เลือก28ก็วันพ่อ แต่รร.เรา28ห้องขก็ต้องไปเรียนอยู่นะมันไม่ได้ปิดทุกรร. แล้วทีนี้หลังจากนัดเสร็จ หมอก็ลดยาให้คือไม่ต้องกินยาพาราอีกแล้วเพราะเรากินไปรวมๆ100กว่าเม็ดโดยประมาณเพราะมันเกินกว่า100เม็ดอีก(กินยาจนมึนจนอาเจียนในรร.ในวันที่10เราไปรร.แค่ครึ่งวันคือปวดหัวรุนแรงและอาเจียนจึงกลับบ้านในครึ่งบ่ายวันนั้น)จนทุกวันนี้วันที่18 ก.ค. ตั้งแต่ออกจากรพ.ในครั้งล่าสุดนั้น ฉันก็ยังมีอาการปวดฟันร่วมกับปวดหัวเป็นพักๆตลอด ตอนกลางคืนก็นอนหลับไม่สนิทสะดุ้งตื่นมาเพราะความปวดตลอด อาการเป็นแบบนี้มารุ่วมสัปดาห์แล้ว จึงมาขอระบายในที่นี้หน่อยนะคะ
วิธีดูแลรักษาของตัวเรา
1.ปรับพฤติกรรมการกิน ไม่กินของคำใหญ่ไป เลี่ยงของเนียว ของแข็งๆเช่นไก่ทอด ชาไข่มุก เนื้อสัตว์เหนี่ยวๆเช่นเนื้อวัวเนื้อหมูเนื้อไก่ แต่แนะนำเนื้อปลาแบบไม่ทอดนะ ถั่วเล็กๆเพราะติดฟันง่ายแถมแข็งและเคี้ยวยากอีกด้วย
ของที่แนะนำกิน ที่ดีที่สุดคือผลไม้ปั่นนะ กลืนง่ายดี แนะนำผักผลไม้ที่จะปั่นนะ มะเขือเทศ แอปเปิ้ล แตงโม ส้มครั้นสด(ระวังเม็ดส้มมันขมมากเอาออกก็ดี) กล้วยหอม กีวี แคน ตาลูป ประมาณนี้ ของว่างก็พวกโยเกิร์ตแบบออริจินอลไม่ค่อยปรุงแต่งก็ดี เราเน้นกินพวกที่มีวิตามินA D E K เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดและต้องกินจืดๆเพราะกินยาเยอะเลยต้องควบคุมการกินเค็มเสมอ เช่น เลี่ยงอาหารสำเร็จรูป กินข้าวต้ม ต้มปลา ปลานึ่งไม่ซดน้ำแกงเยอะ ปรุงอาหารกินเองดีกว่าคุมเค็มหวานด้วย ไม่กินซอสพริก ซอสมะเขือเทศเพราะโซเดียมสูงมากๆๆๆๆ และที่สำคัญที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดภาวะเสี่ยงกับไต เราเลยต้องกินน้ำเยอะกว่าปกติ คือกินแทบทุกชม.ที่ตื่นเลย เพราะเมื่อเรากินยาเยอะแบบนี้ไตเราเหมือนทำงานหนักมาก เราจึงพยายามกินน้ำเยอะขึ้นหน่อย และเราต้องเลี่ยงชา,กาแฟด้วยค่ะเพราะมันมีคาเฟอีนทำให้มีผลเสียกับเรามากๆหรือใครชอบดื่มเบียร์เหล้าแล้วเจอปัญหาแบบเราแนะนำให้หยุดก่อนนะคะ ยาแก้อักเสบมันมีผลข้างเคียงคือกัดกระเพาะอาหาร ยิ่งเรากินยาเข้าไปด้วยแล้วเรายิ่งต้องเลี่ยงไปก่อนนะคะ และนมเราก็กินไม่ได้เลยพยาบาลที่จ่ายยาเขาบอกว่ายาชนิดนี้เลี่ยไม่กินนมได้เลี่ยงค่ะเพราะทำให้ประสิทธิภาพลดลง เท่านี้แหละการกินของเรา
2.การออกกำลังกายก็สำคัญ เราเป็นคนที่อ้วนมากเกือบ100โลเลย เราเลยพยายามไม่ให้ความดันเพิ่มขึ้นก่อนผ่าตัด เราเลยออกกำลังกายทุกวันแต่ไม่ได้นับนะว่ากี่นาทีเพราะเหนื่อยก็พักไหวก็ต่อ คือเราจะดันกำแพงแทนการวิดพื้น100ครั้ง(แนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยวิดพื้นมาก่อนไปดูวิธีการวิดพื้นที่ถูกต้องตามยูทูปนะคะ) ซิตอัพ100ครั้ง (ถ้าซิตอัพลุกไม่ไหวให้หาหมอนหรือเบาะมารองก้นและรองหลังไว้ก่อนไม่ต้องนอนลงถึงพื้นนะคะ) และสุดทั้ยคือสควอท100ครั้ง ท่านี้ค่อนข้างอันตรายต่อเข่าให้ไปดูวิธีที่ถูกต้องก่อนจะทำสำหรับคนที่จะทำตามเรานะคะ แต่เราขาดอย่างเดียวคือวิ่ง10กิโลนี่แหละค่ะ ไม่กล้าวิ่งแถวบ้านเปลี่ยวค่ะ555 แต่เปลี่ยนจากวิ่งมาปั่นจักรยานเครื่องในบ้านเอาค่ะ20นาที คุ้นๆใช่มั้ยคะวิธีพวกนี้ ใช่ค่ะ เราทำตามไซตามะเลยค่ะ ซึ่งมันก็รู้สึกทำให้เราแข็งแรงขึ้นนะคะ และตบท้ายด้วยโยคะยืดเส้นผ่อนคลายเส้นเบาๆ เท่านี้แหละค่ะการออกกำลังกาย
3.การพักผ่อนให้เป็นเวลา คือเรา22.00คือนอนแล้ว ตื่นมาอีกทีตี5-6โมงเลยค่ะ แต่เพราะการปวดเราทำให้นอนไม่ค่อยพออาจทำให้ตื่นเร็วกว่านั้นอาจจะตีสามหรือตีสี่ก็ได้ค่ะ
4.ดื่มสมุนไพร จำพวกน้ำขิงนะคะช่วยในการเผาพลาญไขมันได้ดีเลย
5.หาที่ประคบเย็น มาประคบตอนปวดจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีเลยค่ะ เอามาประคบหัวบ้างประคบแก้มบ้างก็ผ่อนคลายดี
6.พยายามไม่เครียด อาจจะนั่งสมาธิ จิบน้ำใบเตยแทนปกติดื่มชาหอมๆแทน
7.แปรงฟันหลังทานอะไรๆเสมอเพราะเศษอาหารมักติดตามซอกฟันคุดง่ายมากกกกกก +น้ำตาบ้วนปวก +ใช้ไม้จิ้มฟันแบบงอ เข้าไปซื้อที่วัตสันก็ได้ ถามหาไหมขัดฟัน ก็จะเจอแบบไม้แคะฟันแบบงอและอีกด้านเป็นไหมขัดฟันค่ะ
8.ห้ามอั้นปัสสาวะนานๆ เพราะไตอาจทำงานหนักได้
น่าจะเท่านี้แหละค่ะ กับการสองเดือนที่ผ่านมาของเราที่ต้องรอหมอ แต่สุดท้ายนี้ก็รู้สึกโล่งใจแล้วที่ได้วันนัดค่ะ 5555
หมอฟันรพ.รัฐกับการผ่าตัดฟันคุดของฉัน
วิธีดูแลรักษาของตัวเรา
1.ปรับพฤติกรรมการกิน ไม่กินของคำใหญ่ไป เลี่ยงของเนียว ของแข็งๆเช่นไก่ทอด ชาไข่มุก เนื้อสัตว์เหนี่ยวๆเช่นเนื้อวัวเนื้อหมูเนื้อไก่ แต่แนะนำเนื้อปลาแบบไม่ทอดนะ ถั่วเล็กๆเพราะติดฟันง่ายแถมแข็งและเคี้ยวยากอีกด้วย
ของที่แนะนำกิน ที่ดีที่สุดคือผลไม้ปั่นนะ กลืนง่ายดี แนะนำผักผลไม้ที่จะปั่นนะ มะเขือเทศ แอปเปิ้ล แตงโม ส้มครั้นสด(ระวังเม็ดส้มมันขมมากเอาออกก็ดี) กล้วยหอม กีวี แคน ตาลูป ประมาณนี้ ของว่างก็พวกโยเกิร์ตแบบออริจินอลไม่ค่อยปรุงแต่งก็ดี เราเน้นกินพวกที่มีวิตามินA D E K เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดและต้องกินจืดๆเพราะกินยาเยอะเลยต้องควบคุมการกินเค็มเสมอ เช่น เลี่ยงอาหารสำเร็จรูป กินข้าวต้ม ต้มปลา ปลานึ่งไม่ซดน้ำแกงเยอะ ปรุงอาหารกินเองดีกว่าคุมเค็มหวานด้วย ไม่กินซอสพริก ซอสมะเขือเทศเพราะโซเดียมสูงมากๆๆๆๆ และที่สำคัญที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดภาวะเสี่ยงกับไต เราเลยต้องกินน้ำเยอะกว่าปกติ คือกินแทบทุกชม.ที่ตื่นเลย เพราะเมื่อเรากินยาเยอะแบบนี้ไตเราเหมือนทำงานหนักมาก เราจึงพยายามกินน้ำเยอะขึ้นหน่อย และเราต้องเลี่ยงชา,กาแฟด้วยค่ะเพราะมันมีคาเฟอีนทำให้มีผลเสียกับเรามากๆหรือใครชอบดื่มเบียร์เหล้าแล้วเจอปัญหาแบบเราแนะนำให้หยุดก่อนนะคะ ยาแก้อักเสบมันมีผลข้างเคียงคือกัดกระเพาะอาหาร ยิ่งเรากินยาเข้าไปด้วยแล้วเรายิ่งต้องเลี่ยงไปก่อนนะคะ และนมเราก็กินไม่ได้เลยพยาบาลที่จ่ายยาเขาบอกว่ายาชนิดนี้เลี่ยไม่กินนมได้เลี่ยงค่ะเพราะทำให้ประสิทธิภาพลดลง เท่านี้แหละการกินของเรา
2.การออกกำลังกายก็สำคัญ เราเป็นคนที่อ้วนมากเกือบ100โลเลย เราเลยพยายามไม่ให้ความดันเพิ่มขึ้นก่อนผ่าตัด เราเลยออกกำลังกายทุกวันแต่ไม่ได้นับนะว่ากี่นาทีเพราะเหนื่อยก็พักไหวก็ต่อ คือเราจะดันกำแพงแทนการวิดพื้น100ครั้ง(แนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยวิดพื้นมาก่อนไปดูวิธีการวิดพื้นที่ถูกต้องตามยูทูปนะคะ) ซิตอัพ100ครั้ง (ถ้าซิตอัพลุกไม่ไหวให้หาหมอนหรือเบาะมารองก้นและรองหลังไว้ก่อนไม่ต้องนอนลงถึงพื้นนะคะ) และสุดทั้ยคือสควอท100ครั้ง ท่านี้ค่อนข้างอันตรายต่อเข่าให้ไปดูวิธีที่ถูกต้องก่อนจะทำสำหรับคนที่จะทำตามเรานะคะ แต่เราขาดอย่างเดียวคือวิ่ง10กิโลนี่แหละค่ะ ไม่กล้าวิ่งแถวบ้านเปลี่ยวค่ะ555 แต่เปลี่ยนจากวิ่งมาปั่นจักรยานเครื่องในบ้านเอาค่ะ20นาที คุ้นๆใช่มั้ยคะวิธีพวกนี้ ใช่ค่ะ เราทำตามไซตามะเลยค่ะ ซึ่งมันก็รู้สึกทำให้เราแข็งแรงขึ้นนะคะ และตบท้ายด้วยโยคะยืดเส้นผ่อนคลายเส้นเบาๆ เท่านี้แหละค่ะการออกกำลังกาย
3.การพักผ่อนให้เป็นเวลา คือเรา22.00คือนอนแล้ว ตื่นมาอีกทีตี5-6โมงเลยค่ะ แต่เพราะการปวดเราทำให้นอนไม่ค่อยพออาจทำให้ตื่นเร็วกว่านั้นอาจจะตีสามหรือตีสี่ก็ได้ค่ะ
4.ดื่มสมุนไพร จำพวกน้ำขิงนะคะช่วยในการเผาพลาญไขมันได้ดีเลย
5.หาที่ประคบเย็น มาประคบตอนปวดจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีเลยค่ะ เอามาประคบหัวบ้างประคบแก้มบ้างก็ผ่อนคลายดี
6.พยายามไม่เครียด อาจจะนั่งสมาธิ จิบน้ำใบเตยแทนปกติดื่มชาหอมๆแทน
7.แปรงฟันหลังทานอะไรๆเสมอเพราะเศษอาหารมักติดตามซอกฟันคุดง่ายมากกกกกก +น้ำตาบ้วนปวก +ใช้ไม้จิ้มฟันแบบงอ เข้าไปซื้อที่วัตสันก็ได้ ถามหาไหมขัดฟัน ก็จะเจอแบบไม้แคะฟันแบบงอและอีกด้านเป็นไหมขัดฟันค่ะ
8.ห้ามอั้นปัสสาวะนานๆ เพราะไตอาจทำงานหนักได้
น่าจะเท่านี้แหละค่ะ กับการสองเดือนที่ผ่านมาของเราที่ต้องรอหมอ แต่สุดท้ายนี้ก็รู้สึกโล่งใจแล้วที่ได้วันนัดค่ะ 5555