JJNY : 5in1 ตู่ นปช.คารวะตั้ว/พท.เกาะติดเงินกู้/ปชป.ร้าว!ส.ส.ดอดพบพีระพันธุ์/บินไทยอ่วม4ด. ผดส.หาย/ไทยแพ้ประมูลข้าวปินส์

"ตู่ นปช." คารวะ "ตั้ว" แม้ความเชื่อสุดขั้ว ฟาดฟัน 'เหลือง-แดง' ดุเดือด
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4303187
 

 
'ตู่ นปช.' คารวะ "ตั้ว ศรัณยู" แม้ต่างกันสุดขั้ว เคยฟาดฟันทางการเมือง ชี้ ยืนหยัดในความเชื่อของตัวเองจนวาระสุดท้าย ขอพื้นที่แห่งความเป็นคน
 
เมื่อ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน [เผล่ะจัง] แห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีนายวันเฉลิมถูกอุ้มหาย และนายศรัณยูเสียชีวิต โดยระบุว่า ความแตกต่างคือความงดงามนั้น เป็นพื้นฐานสำคัญของหลักการ ประชาธิปไตย แต่บางกติกาความแตกต่างถือเป็นศัตรูต้องกำจัดกัน
 
อย่างไรก็ตาม หลายวันที่ผ่านมา ตนไม่กล่าวถึงนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือ ต้าร์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่ถูกอุ้มหายตัวไปจากที่พักในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพราะด้วยความระมัดระวัง แต่ติดตามข่าวสาร รู้เรื่องราวการแสดงความคิดเห็นทั้งในและนอกสภา
 
หลายคนตั้งคำถามกับตนว่า ทำไมไม่พูดเรื่องนี้เลย ตนบอกว่ายังมีพี่น้องหลายคนกำลังหลบหนีคดีพัทยาอยู่ ตนไม่แน่ใจชะตากรรมของพวกเขาเหล่านั้นว่า ถ้าตนพูดอะไรไปจะกระทบกระเทือนต่อชีวิตเขาอย่างไร จึงต้องมีความระมัดระวัง
 
ตนพยายามบอกกล่าวว่า เมื่อเคลียร์เรื่องส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ควรเข้ามาอยู่ในเรือนจำกันเสีย เพราะสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านมานั้น เราอยู่ในช่วงชีวิตที่ไม่ตายก็ติดคุก ซึ่งจะตายด้วยสังขาร ตายจากถูกฆ่า หรือรูปแบบอื่นๆก็ตาม
 
ด้วยความสัตย์จริงแล้ว โดยส่วนตัวไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าตาร์หรือนายวันเฉลิมมาก่อน แต่ในฐานะคนไทยด้วยกัน อีกทั้งตนได้แสดงจุดยืนทางการเมืองมาตลอดว่า การแสดงความเห็นแตกต่างทางการเมือง ไม่ควรมีใครต้องมาจบชีวิตลง
 
เมื่อเกิดเหตุการณ์นายวันเฉลิม และในช่วงที่รอทางการกัมพูชาแถลงรายละเอียดต่างๆ พร้อมกับความห่วงใยหมู่มิตรหลายคนที่ยังไม่เข้ามาเรือนจำ และอยู่ระหว่างหลบหนีภัยกัน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง เพราะเราไม่รู้ชะตากรรมว่าเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง
 
สิ่งนี้จึงเป็นอีกสถานการณ์ที่ต้องการบอกว่า ทำไมไม่ได้แสดงความคิดเห็นกันในเรื่องของนายวันเฉลิม เพราะยังมีพี่น้องอีกหลายคนที่มีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย และไม่ต้องการให้มีใครจบลงด้วยสภาพแบบนี้ นั่นเป็นท่วงทำนองคนที่ยืนอยู่หัวแถว เมื่อยิ่งนานวัน มีตัวประกันมากขึ้น พื้นที่ตัวเองยิ่งแคบลงตามลำดับ ซึ่งเป็นสัจธรรม และความเป็นจริงมีอยู่เท่านี้
 
สำหรับกรณีการเสียชีวิตของนายศรัณยู วงษ์กระจ่าง นั้น คนทุกแวดวงการ และผู้มีความคิดเห็นแตกต่างกันต่างร่วมไว้อาลัย ซึ่งเป็นสัจธรรมชีวิตย่อมหนีจุดนี้ไปไม่พ้นแม้รายเดียว
 
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อเริ่มต้นทางการเมือง ตนรู้จักนายศรัณยูในฐานะดารา แต่ได้ยินอีกครั้งชื่อเขาอยู่ในชุดแรกๆในการก่อตั้งและเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นได้แยกตัวออกไป แล้วร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ยาวนาน ไม่ว่าพันธมิตรฯ มีขาขึ้นขาลงอย่างไร แต่นายศรัณยู ยังดำรงตนอยู่เหมือนเดิม
 
"ผมเชื่อว่า เขาสู้ด้วยความสุจริตใจ บนความเชื่อที่แตกต่างกัน ในบรรดานักรบต่อสู้ ไม่ว่าฝ่ายเดียวกันหรือคนละฝ่าย เรามักเคารพหัวใจกันอยู่เสมอ แม้ต้องทำหน้าที่ฟาดฟันต่อสู้กันมาก็ตาม ผมเชื่อด้วยสุจริตใจว่า นายศรัณยูสู้ด้วยความเชื่อของเขา เป็นเสรีภาพ เป็นสิทธิ ซึ่งต้องเคารพกันไม่มีปัญหาอะไร เพราะทั้งหมดในการต่อสู้ไม่มีใครมีเรื่องเป็นการส่วนตัว ทั้งหมดเป็นความเชื่อทางการเมือง"
 
รวมทั้ง ตนมักพูดว่า เราจะมีพื้นที่ความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ แม้มีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่การต่อสู้เป็นหน้าที่และความเคารพการจากไปของแต่ละฝ่าย จึงเป็นความงดงามอย่างหนึ่งของคนที่ได้ร่วมต่อสู้ แม้ยืนคนละข้าง แต่ยอมเคารพหัวใจกันได้
 
    “นายศรัณยู จากไปด้วยวัยที่ควรได้ทำงานตามหัวใจปรารถนากันอีกยาวนาน แต่ทุกคนหนีการเกิดแก่เจ็บตายไปไม่พ้น ขอแสดงความเสียใจด้วยใจจริง”
 
นายจตุพร กล่าวว่า ในมุมมองของผมนั้นพยายามเสนอว่า ในแต่ละเรื่องราวสมควรจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร และหลายเรื่องนั้นอะไรที่สร้างความทุกข์ กระทบกระเทือนให้ประเทศมาก ทุกฝ่ายควรระมัดระวังกัน ตนย้ำเสมอว่า เรื่องง่ายที่สุดคือ การทะเลาะ ฟาดฟันกัน แต่ยากที่สุดคือการร่วมคิดนำพาประเทศ เพราะอยู่ในสถานการณ์ประเทศเป็นแบบนี้นั้น เราต้องประคับประคองบ้านเมืองกันเป็นหลัก
 
แม้ในทางการเมืองมีหลายเรื่องอยากวิพากษ์วิจารณ์ อยากฟาดฟันกันเหมือนเดิม แต่เพียงให้เราเดินหาทางออกประเทศชาติให้สุดทางเสียก่อน เมื่อสุดทางแล้ว ถ้าไปกันไม่ได้ ก็ต้องรบกันตามปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด" นายจตุพร กล่าว
 

 
'เพื่อไทย' เกาะติดรัฐบาล 'ประยุทธ์' ใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน
https://voicetv.co.th/read/CacLsBlNN
 
ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย แนะ "ประยุทธ์" ใช้เงินกู้ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ หวั่นเงินกู้ 1.9 ล้านล้านเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน
 
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. ที่จะถึงนี้ รัฐบาลเตรียมพิจารณาอนุมัติโครงการที่นำเสนอตามมาตรการฟื้นฟูประเทศที่ใช้เงินจากการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท พรรคฝ่ายค้านมีความกังวลว่าการใช้งบประมาณของรัฐจะมีความโปร่งใสหรือไม่ และโครงการที่อนุมัติตรงกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ นอกจากนี้ มีรายงานว่าฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงในโครงการที่นำเสนอเข้ามา 
 
อย่างไรก็ตาม การใช้งบประมาณในโครงการรัฐบาลต้องมีความชัดเจนว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ และเกิดการสร้างงานได้จริง เพราะหากเป็นเพียงการใช้วาทกรรม สุดท้ายงบประมาณมหาศาลนี้จะนำไปละลายแม่น้ำไม่เห็นผลงานอะไรเลยและเพื่อให้เงินภาษีของประชาชนได้เกิดประโยชน์สูงสุด พรรคฝ่ายค้านจำเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐบาล เพื่อรักษาและปกป้องผลประโยชน์ให้กับประชาชน  
 
นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า พรรคฝ่ายค้านหวั่นเกรงว่า การใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน จะเกิดความซับซ้อน และต้องระวังเรื่องโครงการที่จะหาผลประโยชน์ ที่ผ่านมามีหลายภาคส่วนวิพากษ์วิจารณ์โครงการของรัฐบาล และมีความเคลือบแคลงเรื่องความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการทุจริต หวั่นว่าเงินกู้ 1.9 ล้านล้านจะเป็นงบไอศกรีมเหมือนงบประมาณที่ผ่านมาของรัฐบาลที่กว่าจะถึงมือประชาชนก็เหลือแต่ไม้ หลายโครงการของรัฐบาลจึงไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน 
 
"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เคยชี้แจงรายละเอียดการใช้เงินให้ประชาชนรับทราบ ว่าใช้ไปในโครงการใด ดังเช่นงบกลางกว่า 500,000 ล้านบาทที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้หมดไปในเวลาอันรวดเร็ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยบอกประชาชนว่านำเงินไปใช้อะไร พรรคฝ่ายค้านจะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบการใช้เงินของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างแน่นอน" นายประเสริฐ กล่าว
 

 
ปชป.ร้าว!ส.ส.ดอดพบ'พีระพันธุ์' คาดวางลู่ทางย้ายพรรค
https://www.dailynews.co.th/politics/779576
 
ปชป.ร้าวไม่เลิก  6 ส.ส.-อดีตส.ส.ดอดกินมื้อเที่ยง“พีระพันธุ์”กลางทำเนียบฯ คาดวางลู่ทางย้ายพรรค
 
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.  สำหรับความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากกรณีที่มีสมาชิกพรรคบางส่วนพยายามรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรคให้ได้เกินครึ่ง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทำหน้าที่อยู่นั้น ปรากฏว่า มีกระแสข่าวส.ส.และอดีต ส.ส.ของพรรคบางส่วนติดต่อพูดคุยกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค เพื่อเตรียมพร้อมหากจำเป็นที่ต้องย้ายพรรคสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า
 
เพราะแม้พรรคเข้าร่วมรัฐบาล และได้ผลักดันนโยบายของพรรคให้ถูกบรรจุในนโยบายรัฐบาล และได้ดำเนินการแล้วก็ตาม แต่คะแนนความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในหลายพื้นที่ยังไม่กระเตื้องขึ้นเลย  ขณะเดียวกัน แม้แกนนำพรรคออกมาปฏิเสธว่าเรื่องภายในยังเป็นสิ่งที่สมาชิกพรรคสามารถพูดคุยกันได้  แต่ที่จริงปัญหายังอยู่ โดยตอนนี้ความเคลื่อนไหวล่าสุดคงสงบลงได้ชั่วคราว แต่ปัญหานี้ยังมีโอกาสกลับมาสร้างแรงกระเพื่อมในพรรคได้อีกครั้ง
 
ทั้งนี้พบว่าเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา  มีส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวม 6 คน ได้แก่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม   นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา  น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช  นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร  น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. เดินทางมาพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งคาดว่าอาจเป็นการมาพูดคุยเพื่อขอรับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี พร้อมกับเตรียมลู่ทางไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐในอนาคต  
 
แต่จากการที่ผู้สื่อข่าวสอบถามบุคคลเหล่านี้ ต่างยืนยันว่า เป็นการมารับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ ไม่มีอะไรแอบแฝง เป็นการเยี่ยมเยียนพบปะในฐานะคนที่คุ้นเคยกันสมัยที่นายพีระพันธุ์อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะได้นัดหมายล่วงหน้ากันก่อนเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเมื่อตอนนี้ปัญหาดังกล่าวซาลง จึงได้มีโอกาสมาพบปะกัน  นอกจากนี้ไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีการเคลื่อนไหวกดดันนายจุรินทร์ในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านายจุรินทร์ได้รับทราบการเคลื่อนไหวดังกล่าวของทั้ง 6 คนนี้แล้ว.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่