"ตู่ นปช." คารวะ "ตั้ว" แม้ความเชื่อสุดขั้ว ฟาดฟัน 'เหลือง-แดง' ดุเดือด
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4303187
'ตู่ นปช.' คารวะ "ตั้ว ศรัณยู" แม้ต่างกันสุดขั้ว เคยฟาดฟันทางการเมือง ชี้ ยืนหยัดในความเชื่อของตัวเองจนวาระสุดท้าย ขอพื้นที่แห่งความเป็นคน
เมื่อ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา นาย
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน [เผล่ะจัง] แห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีนาย
วันเฉลิมถูกอุ้มหาย และนาย
ศรัณยูเสียชีวิต โดยระบุว่า ความแตกต่างคือความงดงามนั้น เป็นพื้นฐานสำคัญของหลักการ ประชาธิปไตย แต่บางกติกาความแตกต่างถือเป็นศัตรูต้องกำจัดกัน
อย่างไรก็ตาม หลายวันที่ผ่านมา ตนไม่กล่าวถึงนาย
วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือ
ต้าร์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่ถูกอุ้มหายตัวไปจากที่พักในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพราะด้วยความระมัดระวัง แต่ติดตามข่าวสาร รู้เรื่องราวการแสดงความคิดเห็นทั้งในและนอกสภา
หลายคนตั้งคำถามกับตนว่า ทำไมไม่พูดเรื่องนี้เลย ตนบอกว่ายังมีพี่น้องหลายคนกำลังหลบหนีคดีพัทยาอยู่ ตนไม่แน่ใจชะตากรรมของพวกเขาเหล่านั้นว่า ถ้าตนพูดอะไรไปจะกระทบกระเทือนต่อชีวิตเขาอย่างไร จึงต้องมีความระมัดระวัง
ตนพยายามบอกกล่าวว่า เมื่อเคลียร์เรื่องส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ควรเข้ามาอยู่ในเรือนจำกันเสีย เพราะสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านมานั้น เราอยู่ในช่วงชีวิตที่ไม่ตายก็ติดคุก ซึ่งจะตายด้วยสังขาร ตายจากถูกฆ่า หรือรูปแบบอื่นๆก็ตาม
ด้วยความสัตย์จริงแล้ว โดยส่วนตัวไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า
ตาร์หรือนาย
วันเฉลิมมาก่อน แต่ในฐานะคนไทยด้วยกัน อีกทั้งตนได้แสดงจุดยืนทางการเมืองมาตลอดว่า การแสดงความเห็นแตกต่างทางการเมือง ไม่ควรมีใครต้องมาจบชีวิตลง
เมื่อเกิดเหตุการณ์นาย
วันเฉลิม และในช่วงที่รอทางการกัมพูชาแถลงรายละเอียดต่างๆ พร้อมกับความห่วงใยหมู่มิตรหลายคนที่ยังไม่เข้ามาเรือนจำ และอยู่ระหว่างหลบหนีภัยกัน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง เพราะเราไม่รู้ชะตากรรมว่าเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง
สิ่งนี้จึงเป็นอีกสถานการณ์ที่ต้องการบอกว่า ทำไมไม่ได้แสดงความคิดเห็นกันในเรื่องของนาย
วันเฉลิม เพราะยังมีพี่น้องอีกหลายคนที่มีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย และไม่ต้องการให้มีใครจบลงด้วยสภาพแบบนี้ นั่นเป็นท่วงทำนองคนที่ยืนอยู่หัวแถว เมื่อยิ่งนานวัน มีตัวประกันมากขึ้น พื้นที่ตัวเองยิ่งแคบลงตามลำดับ ซึ่งเป็นสัจธรรม และความเป็นจริงมีอยู่เท่านี้
สำหรับกรณีการเสียชีวิตของนาย
ศรัณยู วงษ์กระจ่าง นั้น คนทุกแวดวงการ และผู้มีความคิดเห็นแตกต่างกันต่างร่วมไว้อาลัย ซึ่งเป็นสัจธรรมชีวิตย่อมหนีจุดนี้ไปไม่พ้นแม้รายเดียว
นาย
จตุพร กล่าวว่า เมื่อเริ่มต้นทางการเมือง ตนรู้จักนายศรัณยูในฐานะดารา แต่ได้ยินอีกครั้งชื่อเขาอยู่ในชุดแรกๆในการก่อตั้งและเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นได้แยกตัวออกไป แล้วร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ยาวนาน ไม่ว่าพันธมิตรฯ มีขาขึ้นขาลงอย่างไร แต่นาย
ศรัณยู ยังดำรงตนอยู่เหมือนเดิม
"
ผมเชื่อว่า เขาสู้ด้วยความสุจริตใจ บนความเชื่อที่แตกต่างกัน ในบรรดานักรบต่อสู้ ไม่ว่าฝ่ายเดียวกันหรือคนละฝ่าย เรามักเคารพหัวใจกันอยู่เสมอ แม้ต้องทำหน้าที่ฟาดฟันต่อสู้กันมาก็ตาม ผมเชื่อด้วยสุจริตใจว่า นายศรัณยูสู้ด้วยความเชื่อของเขา เป็นเสรีภาพ เป็นสิทธิ ซึ่งต้องเคารพกันไม่มีปัญหาอะไร เพราะทั้งหมดในการต่อสู้ไม่มีใครมีเรื่องเป็นการส่วนตัว ทั้งหมดเป็นความเชื่อทางการเมือง"
รวมทั้ง ตนมักพูดว่า เราจะมีพื้นที่ความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ แม้มีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่การต่อสู้เป็นหน้าที่และความเคารพการจากไปของแต่ละฝ่าย จึงเป็นความงดงามอย่างหนึ่งของคนที่ได้ร่วมต่อสู้ แม้ยืนคนละข้าง แต่ยอมเคารพหัวใจกันได้
“นายศรัณยู จากไปด้วยวัยที่ควรได้ทำงานตามหัวใจปรารถนากันอีกยาวนาน แต่ทุกคนหนีการเกิดแก่เจ็บตายไปไม่พ้น ขอแสดงความเสียใจด้วยใจจริง”
นาย
จตุพร กล่าวว่า ในมุมมองของผมนั้นพยายามเสนอว่า ในแต่ละเรื่องราวสมควรจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร และหลายเรื่องนั้นอะไรที่สร้างความทุกข์ กระทบกระเทือนให้ประเทศมาก ทุกฝ่ายควรระมัดระวังกัน ตนย้ำเสมอว่า เรื่องง่ายที่สุดคือ การทะเลาะ ฟาดฟันกัน แต่ยากที่สุดคือการร่วมคิดนำพาประเทศ เพราะอยู่ในสถานการณ์ประเทศเป็นแบบนี้นั้น เราต้องประคับประคองบ้านเมืองกันเป็นหลัก
“
แม้ในทางการเมืองมีหลายเรื่องอยากวิพากษ์วิจารณ์ อยากฟาดฟันกันเหมือนเดิม แต่เพียงให้เราเดินหาทางออกประเทศชาติให้สุดทางเสียก่อน เมื่อสุดทางแล้ว ถ้าไปกันไม่ได้ ก็ต้องรบกันตามปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด" นายจตุพร กล่าว
'เพื่อไทย' เกาะติดรัฐบาล 'ประยุทธ์' ใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน
https://voicetv.co.th/read/CacLsBlNN
ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย แนะ "ประยุทธ์" ใช้เงินกู้ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ หวั่นเงินกู้ 1.9 ล้านล้านเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน
นาย
ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. ที่จะถึงนี้ รัฐบาลเตรียมพิจารณาอนุมัติโครงการที่นำเสนอตามมาตรการฟื้นฟูประเทศที่ใช้เงินจากการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท พรรคฝ่ายค้านมีความกังวลว่าการใช้งบประมาณของรัฐจะมีความโปร่งใสหรือไม่ และโครงการที่อนุมัติตรงกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ นอกจากนี้ มีรายงานว่าฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงในโครงการที่นำเสนอเข้ามา
อย่างไรก็ตาม การใช้งบประมาณในโครงการรัฐบาลต้องมีความชัดเจนว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ และเกิดการสร้างงานได้จริง เพราะหากเป็นเพียงการใช้วาทกรรม สุดท้ายงบประมาณมหาศาลนี้จะนำไปละลายแม่น้ำไม่เห็นผลงานอะไรเลยและเพื่อให้เงินภาษีของประชาชนได้เกิดประโยชน์สูงสุด พรรคฝ่ายค้านจำเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐบาล เพื่อรักษาและปกป้องผลประโยชน์ให้กับประชาชน
นาย
ประเสริฐ กล่าวด้วยว่า พรรคฝ่ายค้านหวั่นเกรงว่า การใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน จะเกิดความซับซ้อน และต้องระวังเรื่องโครงการที่จะหาผลประโยชน์ ที่ผ่านมามีหลายภาคส่วนวิพากษ์วิจารณ์โครงการของรัฐบาล และมีความเคลือบแคลงเรื่องความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการทุจริต หวั่นว่าเงินกู้ 1.9 ล้านล้านจะเป็นงบไอศกรีมเหมือนงบประมาณที่ผ่านมาของรัฐบาลที่กว่าจะถึงมือประชาชนก็เหลือแต่ไม้ หลายโครงการของรัฐบาลจึงไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน
"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เคยชี้แจงรายละเอียดการใช้เงินให้ประชาชนรับทราบ ว่าใช้ไปในโครงการใด ดังเช่นงบกลางกว่า 500,000 ล้านบาทที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้หมดไปในเวลาอันรวดเร็ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยบอกประชาชนว่านำเงินไปใช้อะไร พรรคฝ่ายค้านจะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบการใช้เงินของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างแน่นอน" นาย
ประเสริฐ กล่าว
ปชป.ร้าว!ส.ส.ดอดพบ'พีระพันธุ์' คาดวางลู่ทางย้ายพรรค
https://www.dailynews.co.th/politics/779576
ปชป.ร้าวไม่เลิก 6 ส.ส.-อดีตส.ส.ดอดกินมื้อเที่ยง“พีระพันธุ์”กลางทำเนียบฯ คาดวางลู่ทางย้ายพรรค
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. สำหรับความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากกรณีที่มีสมาชิกพรรคบางส่วนพยายามรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรคให้ได้เกินครึ่ง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนาย
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทำหน้าที่อยู่นั้น ปรากฏว่า มีกระแสข่าวส.ส.และอดีต ส.ส.ของพรรคบางส่วนติดต่อพูดคุยกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค เพื่อเตรียมพร้อมหากจำเป็นที่ต้องย้ายพรรคสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า
เพราะแม้พรรคเข้าร่วมรัฐบาล และได้ผลักดันนโยบายของพรรคให้ถูกบรรจุในนโยบายรัฐบาล และได้ดำเนินการแล้วก็ตาม แต่คะแนนความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในหลายพื้นที่ยังไม่กระเตื้องขึ้นเลย ขณะเดียวกัน แม้แกนนำพรรคออกมาปฏิเสธว่าเรื่องภายในยังเป็นสิ่งที่สมาชิกพรรคสามารถพูดคุยกันได้ แต่ที่จริงปัญหายังอยู่ โดยตอนนี้ความเคลื่อนไหวล่าสุดคงสงบลงได้ชั่วคราว แต่ปัญหานี้ยังมีโอกาสกลับมาสร้างแรงกระเพื่อมในพรรคได้อีกครั้ง
ทั้งนี้พบว่าเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวม 6 คน ได้แก่ น.ส.
รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม นาง
กันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา น.ส.
พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช นาย
ชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร น.ส.
แนน บุญย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และนาย
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. เดินทางมาพบนาย
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งคาดว่าอาจเป็นการมาพูดคุยเพื่อขอรับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี พร้อมกับเตรียมลู่ทางไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐในอนาคต
แต่จากการที่ผู้สื่อข่าวสอบถามบุคคลเหล่านี้ ต่างยืนยันว่า เป็นการมารับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ ไม่มีอะไรแอบแฝง เป็นการเยี่ยมเยียนพบปะในฐานะคนที่คุ้นเคยกันสมัยที่นายพีระพันธุ์อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะได้นัดหมายล่วงหน้ากันก่อนเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเมื่อตอนนี้ปัญหาดังกล่าวซาลง จึงได้มีโอกาสมาพบปะกัน นอกจากนี้ไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีการเคลื่อนไหวกดดันนาย
จุรินทร์ในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านาย
จุรินทร์ได้รับทราบการเคลื่อนไหวดังกล่าวของทั้ง 6 คนนี้แล้ว.
JJNY : 5in1 ตู่ นปช.คารวะตั้ว/พท.เกาะติดเงินกู้/ปชป.ร้าว!ส.ส.ดอดพบพีระพันธุ์/บินไทยอ่วม4ด. ผดส.หาย/ไทยแพ้ประมูลข้าวปินส์
https://www.khaosod.co.th/politics/news_4303187
เมื่อ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน [เผล่ะจัง] แห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีนายวันเฉลิมถูกอุ้มหาย และนายศรัณยูเสียชีวิต โดยระบุว่า ความแตกต่างคือความงดงามนั้น เป็นพื้นฐานสำคัญของหลักการ ประชาธิปไตย แต่บางกติกาความแตกต่างถือเป็นศัตรูต้องกำจัดกัน
อย่างไรก็ตาม หลายวันที่ผ่านมา ตนไม่กล่าวถึงนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือ ต้าร์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่ถูกอุ้มหายตัวไปจากที่พักในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพราะด้วยความระมัดระวัง แต่ติดตามข่าวสาร รู้เรื่องราวการแสดงความคิดเห็นทั้งในและนอกสภา
หลายคนตั้งคำถามกับตนว่า ทำไมไม่พูดเรื่องนี้เลย ตนบอกว่ายังมีพี่น้องหลายคนกำลังหลบหนีคดีพัทยาอยู่ ตนไม่แน่ใจชะตากรรมของพวกเขาเหล่านั้นว่า ถ้าตนพูดอะไรไปจะกระทบกระเทือนต่อชีวิตเขาอย่างไร จึงต้องมีความระมัดระวัง
ตนพยายามบอกกล่าวว่า เมื่อเคลียร์เรื่องส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ควรเข้ามาอยู่ในเรือนจำกันเสีย เพราะสถานการณ์ต่างๆที่ผ่านมานั้น เราอยู่ในช่วงชีวิตที่ไม่ตายก็ติดคุก ซึ่งจะตายด้วยสังขาร ตายจากถูกฆ่า หรือรูปแบบอื่นๆก็ตาม
ด้วยความสัตย์จริงแล้ว โดยส่วนตัวไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าตาร์หรือนายวันเฉลิมมาก่อน แต่ในฐานะคนไทยด้วยกัน อีกทั้งตนได้แสดงจุดยืนทางการเมืองมาตลอดว่า การแสดงความเห็นแตกต่างทางการเมือง ไม่ควรมีใครต้องมาจบชีวิตลง
เมื่อเกิดเหตุการณ์นายวันเฉลิม และในช่วงที่รอทางการกัมพูชาแถลงรายละเอียดต่างๆ พร้อมกับความห่วงใยหมู่มิตรหลายคนที่ยังไม่เข้ามาเรือนจำ และอยู่ระหว่างหลบหนีภัยกัน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง เพราะเราไม่รู้ชะตากรรมว่าเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง
สิ่งนี้จึงเป็นอีกสถานการณ์ที่ต้องการบอกว่า ทำไมไม่ได้แสดงความคิดเห็นกันในเรื่องของนายวันเฉลิม เพราะยังมีพี่น้องอีกหลายคนที่มีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย และไม่ต้องการให้มีใครจบลงด้วยสภาพแบบนี้ นั่นเป็นท่วงทำนองคนที่ยืนอยู่หัวแถว เมื่อยิ่งนานวัน มีตัวประกันมากขึ้น พื้นที่ตัวเองยิ่งแคบลงตามลำดับ ซึ่งเป็นสัจธรรม และความเป็นจริงมีอยู่เท่านี้
สำหรับกรณีการเสียชีวิตของนายศรัณยู วงษ์กระจ่าง นั้น คนทุกแวดวงการ และผู้มีความคิดเห็นแตกต่างกันต่างร่วมไว้อาลัย ซึ่งเป็นสัจธรรมชีวิตย่อมหนีจุดนี้ไปไม่พ้นแม้รายเดียว
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อเริ่มต้นทางการเมือง ตนรู้จักนายศรัณยูในฐานะดารา แต่ได้ยินอีกครั้งชื่อเขาอยู่ในชุดแรกๆในการก่อตั้งและเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นได้แยกตัวออกไป แล้วร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ยาวนาน ไม่ว่าพันธมิตรฯ มีขาขึ้นขาลงอย่างไร แต่นายศรัณยู ยังดำรงตนอยู่เหมือนเดิม
"ผมเชื่อว่า เขาสู้ด้วยความสุจริตใจ บนความเชื่อที่แตกต่างกัน ในบรรดานักรบต่อสู้ ไม่ว่าฝ่ายเดียวกันหรือคนละฝ่าย เรามักเคารพหัวใจกันอยู่เสมอ แม้ต้องทำหน้าที่ฟาดฟันต่อสู้กันมาก็ตาม ผมเชื่อด้วยสุจริตใจว่า นายศรัณยูสู้ด้วยความเชื่อของเขา เป็นเสรีภาพ เป็นสิทธิ ซึ่งต้องเคารพกันไม่มีปัญหาอะไร เพราะทั้งหมดในการต่อสู้ไม่มีใครมีเรื่องเป็นการส่วนตัว ทั้งหมดเป็นความเชื่อทางการเมือง"
รวมทั้ง ตนมักพูดว่า เราจะมีพื้นที่ความเป็นมนุษย์อยู่เสมอ แม้มีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่การต่อสู้เป็นหน้าที่และความเคารพการจากไปของแต่ละฝ่าย จึงเป็นความงดงามอย่างหนึ่งของคนที่ได้ร่วมต่อสู้ แม้ยืนคนละข้าง แต่ยอมเคารพหัวใจกันได้
“นายศรัณยู จากไปด้วยวัยที่ควรได้ทำงานตามหัวใจปรารถนากันอีกยาวนาน แต่ทุกคนหนีการเกิดแก่เจ็บตายไปไม่พ้น ขอแสดงความเสียใจด้วยใจจริง”
นายจตุพร กล่าวว่า ในมุมมองของผมนั้นพยายามเสนอว่า ในแต่ละเรื่องราวสมควรจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร และหลายเรื่องนั้นอะไรที่สร้างความทุกข์ กระทบกระเทือนให้ประเทศมาก ทุกฝ่ายควรระมัดระวังกัน ตนย้ำเสมอว่า เรื่องง่ายที่สุดคือ การทะเลาะ ฟาดฟันกัน แต่ยากที่สุดคือการร่วมคิดนำพาประเทศ เพราะอยู่ในสถานการณ์ประเทศเป็นแบบนี้นั้น เราต้องประคับประคองบ้านเมืองกันเป็นหลัก
“แม้ในทางการเมืองมีหลายเรื่องอยากวิพากษ์วิจารณ์ อยากฟาดฟันกันเหมือนเดิม แต่เพียงให้เราเดินหาทางออกประเทศชาติให้สุดทางเสียก่อน เมื่อสุดทางแล้ว ถ้าไปกันไม่ได้ ก็ต้องรบกันตามปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด" นายจตุพร กล่าว
'เพื่อไทย' เกาะติดรัฐบาล 'ประยุทธ์' ใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน
https://voicetv.co.th/read/CacLsBlNN
ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย แนะ "ประยุทธ์" ใช้เงินกู้ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ หวั่นเงินกู้ 1.9 ล้านล้านเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. ที่จะถึงนี้ รัฐบาลเตรียมพิจารณาอนุมัติโครงการที่นำเสนอตามมาตรการฟื้นฟูประเทศที่ใช้เงินจากการออกพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท พรรคฝ่ายค้านมีความกังวลว่าการใช้งบประมาณของรัฐจะมีความโปร่งใสหรือไม่ และโครงการที่อนุมัติตรงกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ นอกจากนี้ มีรายงานว่าฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงในโครงการที่นำเสนอเข้ามา
อย่างไรก็ตาม การใช้งบประมาณในโครงการรัฐบาลต้องมีความชัดเจนว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ และเกิดการสร้างงานได้จริง เพราะหากเป็นเพียงการใช้วาทกรรม สุดท้ายงบประมาณมหาศาลนี้จะนำไปละลายแม่น้ำไม่เห็นผลงานอะไรเลยและเพื่อให้เงินภาษีของประชาชนได้เกิดประโยชน์สูงสุด พรรคฝ่ายค้านจำเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐบาล เพื่อรักษาและปกป้องผลประโยชน์ให้กับประชาชน
นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า พรรคฝ่ายค้านหวั่นเกรงว่า การใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน จะเกิดความซับซ้อน และต้องระวังเรื่องโครงการที่จะหาผลประโยชน์ ที่ผ่านมามีหลายภาคส่วนวิพากษ์วิจารณ์โครงการของรัฐบาล และมีความเคลือบแคลงเรื่องความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้มีการทุจริต หวั่นว่าเงินกู้ 1.9 ล้านล้านจะเป็นงบไอศกรีมเหมือนงบประมาณที่ผ่านมาของรัฐบาลที่กว่าจะถึงมือประชาชนก็เหลือแต่ไม้ หลายโครงการของรัฐบาลจึงไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน
"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เคยชี้แจงรายละเอียดการใช้เงินให้ประชาชนรับทราบ ว่าใช้ไปในโครงการใด ดังเช่นงบกลางกว่า 500,000 ล้านบาทที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้หมดไปในเวลาอันรวดเร็ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยบอกประชาชนว่านำเงินไปใช้อะไร พรรคฝ่ายค้านจะใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบการใช้เงินของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างแน่นอน" นายประเสริฐ กล่าว
ปชป.ร้าว!ส.ส.ดอดพบ'พีระพันธุ์' คาดวางลู่ทางย้ายพรรค
https://www.dailynews.co.th/politics/779576
ปชป.ร้าวไม่เลิก 6 ส.ส.-อดีตส.ส.ดอดกินมื้อเที่ยง“พีระพันธุ์”กลางทำเนียบฯ คาดวางลู่ทางย้ายพรรค
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. สำหรับความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากกรณีที่มีสมาชิกพรรคบางส่วนพยายามรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรคให้ได้เกินครึ่ง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทำหน้าที่อยู่นั้น ปรากฏว่า มีกระแสข่าวส.ส.และอดีต ส.ส.ของพรรคบางส่วนติดต่อพูดคุยกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค เพื่อเตรียมพร้อมหากจำเป็นที่ต้องย้ายพรรคสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า
เพราะแม้พรรคเข้าร่วมรัฐบาล และได้ผลักดันนโยบายของพรรคให้ถูกบรรจุในนโยบายรัฐบาล และได้ดำเนินการแล้วก็ตาม แต่คะแนนความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในหลายพื้นที่ยังไม่กระเตื้องขึ้นเลย ขณะเดียวกัน แม้แกนนำพรรคออกมาปฏิเสธว่าเรื่องภายในยังเป็นสิ่งที่สมาชิกพรรคสามารถพูดคุยกันได้ แต่ที่จริงปัญหายังอยู่ โดยตอนนี้ความเคลื่อนไหวล่าสุดคงสงบลงได้ชั่วคราว แต่ปัญหานี้ยังมีโอกาสกลับมาสร้างแรงกระเพื่อมในพรรคได้อีกครั้ง
ทั้งนี้พบว่าเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวม 6 คน ได้แก่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. เดินทางมาพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งคาดว่าอาจเป็นการมาพูดคุยเพื่อขอรับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรี พร้อมกับเตรียมลู่ทางไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐในอนาคต
แต่จากการที่ผู้สื่อข่าวสอบถามบุคคลเหล่านี้ ต่างยืนยันว่า เป็นการมารับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ ไม่มีอะไรแอบแฝง เป็นการเยี่ยมเยียนพบปะในฐานะคนที่คุ้นเคยกันสมัยที่นายพีระพันธุ์อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะได้นัดหมายล่วงหน้ากันก่อนเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเมื่อตอนนี้ปัญหาดังกล่าวซาลง จึงได้มีโอกาสมาพบปะกัน นอกจากนี้ไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีการเคลื่อนไหวกดดันนายจุรินทร์ในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านายจุรินทร์ได้รับทราบการเคลื่อนไหวดังกล่าวของทั้ง 6 คนนี้แล้ว.