ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อชาวมาเลเซีย

หากนับจากในระดับสหพันธรัฐแล้วนั้น มาเลเซียเพิ่งจะมีสถาบันพระมหากษัตริย์ในตำแหน่งยังดีประตวนอากงมาได้แค่ประมาณ 70 กว่าปีเท่านั้นเอง
แต่หากแบ่งแยกย่อยลงไปในแต่ละรัฐ ในบรรดา 9 รัฐ (รวมถึงที่ติดไทย 4 รัฐ) มีสถาบันราชวงศ์ปกครองรัฐของพระองค์มานานหลายร้อยกว่าปีมาแล้ว
ในปี 1946 รัฐบาลอังกฤษมีนโยบายคิดจะก่อตั้งสหภาพมลายาโดยลดอำนาจและบทบาทของสุลต่านและตวนกูของรัฐต่างลงไป แต่ก็ถูดคัดค้านหนัก
ท้ายที่สุด อังกฤษและรัฐบาลมาเลเซียในยุคนั้น จึงตกลงครึ่งทาง ให้มีสถาบันราชวงศ์ใน 9 รัฐต่อไป พร้อมทั้งได้ใช้ระบบประมุขรัฐจาก 9 รัฐดังกล่าวนี้
นี้คือ 5 เหตุผลที่ชาวมาเลเซีย (โดยเฉพาะชาวมลายู) ยังคงเทิดทูนและเคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศตนหรือของรัฐตนกันอยู่ตลอดมา
 
1.สถาบันพระมหากษัตริย์ของรัฐมลายูเป็นสถาบันที่เป็นเสาหลักเพื่อทำนุบำรุงศาสนา นั้นก็คือศาสนาอิสลามนิกายซุนนีมัชฮับชาฟิอี ที่ชาวมลายูยึดถือ
สุลต่าน 7 รัฐ ทรงเป็นผู้นำศาสนาในรัฐของพระองค์ เช่นเดียวกับยังดีประตวนอากงที่เป็นผู้นำศาสนาของเขตสหพันธรัฐและ 4 รัฐที่ไม่มีสถาบันราชวงศ์
สำหรับชาวมลายู ศาสนาอิสลามเปรียบได้ดั่งลมหายใจ ไม่เพียงแต่รับศาสนาและวิถีชีวิตอิทธิพลของศาสนาอิสลามมา แต่ยังรับวัฒนธรรมอาหรับเข้ามา
ทุกสัปดาห์ในวันศุกร์ องค์สุลต่าน พร้อมทั้งรัฐบาลของรัฐและข้าราชการ จะเข้าไปร่วมละหมาดและฟังคุตบะฮ์ร่วมกันที่มัสยิดประจำรัฐนั้นๆ ของพระองค์
แม้ในยุคใหม่ แม้ว่าสุลต่านหลายพระองค์จะทรงเข้าศึกษาในต่างประเทศ แต่ก็ยังทรงต้องศึกษากุรอาน ยึดถือซุนนะห์ และเป็นแบบอย่างต่อพสกนิกร
 
2.สถาบันพระมหากษัตริย์ คือศูนย์กลางวัฒนธรรมของมลายู เป็นผู้นำชาวมลายูมาตั้งแต่ยุคโบราณ และก็ยังทรงเป็นผู้นำของชาวมลายูในแต่ละรัฐอยู่
ทรงสนับสนุนกิจการที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ภาษา ประเพณีของชาวมลายูที่ยึดถือสืบทอดกันมาแต่หลายร้อยปีที่แล้ว และทรงเป็นต้นแบบที่ดีงามนั้น
สุลต่าน รวมถึงยังดีประตวนอากง จะทรงนิยมสวมชุดบาจูมลายู (Baju Melayu) ในพิธีการที่เป็นทางการหลายอย่าง เช่น พิธีสาบานตนของผู้นำรัฐบาล
แม้แต่การไปละหมาดในมัสยิด ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีด้วยการสวมชุดบาจูมลายู เข้าไปนั่งละหมาดร่วมกับผู้นำรัฐบาลของรัฐและเหล่าข้าราชการผู้ชาย
นอกจากวัฒนธรรมลายูแล้ว ทรงยังเป็นผู้สนับสนุนวัฒนธรรมจีนและอินเดีย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและผูกพันต่อชนชาติต่างเผ่าพันธุ์ในรัฐอีกด้วย
 
3.สถาบันพระมหากษัตริย์ คือศูนย์กลางเสริมสร้างความสามัคคีของคนในรัฐพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด พูดภาษาใด ศาสนาใดก็ตามในรัฐพระองค์
พสกนิกรในรัฐ ต่างเทิดทูนเคารพรักพระองค์ และยกย่องสิ่งที่พระองค์ทำเพื่อพสกนิกรในรัฐของพระองค์โดยไม่ทรงมีความเหน็ดเหนื่อยย่อท้อใดๆ เลย
เมื่อมีปัญหาทางการเมืองในรัฐของพระองค์ วิธีการแก้ปัญหาทางสุดท้าย คือการขอคำปรึกษาจากพระองค์เองเพื่อเป็นการคลี่คลายปัญหาดังกล่าวนั้น
ในหลายๆ รัฐ ไม่เพียงแต่ชาวมลายูเท่านั้นที่เคารพรัก แม้แต่ชาวจีน ชาวอินเดียส่วนมาก ยังเคารพรักต่อพระองค์ และยังเทิดทูนต่อพระองค์อย่างที่สุด
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้ชาวมลายู ชาวจีน ชาวอินเดีย ยังสามารถอยู่ด้วยกันได้ แม้ว่าจะต่างเผ่าพันธุ์ ต่างภาษา ต่างศาสนา แต่ก็เป็นชาวมาเลเซีย
 
4.สถาบันพระมหากษัตริย์ของชาวมลายู มีหน้าที่ปกปักพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของรัฐหรือของประเทศชาติ ในฐานะผู้บัญชาการของกองทัพ
สุลต่านและราชาในแต่ละรัฐ จะทรงมีหน้าที่ในตำแหน่งผู้บัญชาการในแต่ละเหล่าทัพ โดยมียังดีประตวนอากง เป็นจอมทัพสูงสุดของกองทัพมาเลเซีย
ส่วนสุลต่านในแต่ละรัฐ จะทรงมีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น สุลต่านรัฐสะลาโงร์ ทรงเป็น ผบ.กองทัพเรือ สุลต่านรัฐปะหัง ทรงเป็น ผบ. กองทัพอากาศ
ในกรณีของรัฐยะโฮร์ พิเศษกว่านั้น เพราะยังมีกองทัพอารักขาสุลต่านรัฐยะโฮร์ เป็นกองทัพส่วนพระองค์ หรือกองทัพประจำรัฐอยู่ด้วยเป็นกรณีพิเศษ
นอกเหนือจากสุลต่านแล้ว พระราชวงศ์ ยังต้องทรงทำหน้าที่ในกองทัพหรือในราชการกองทัพด้วย เช่นสุลต่านเกดะห์ที่เคยทรงประจำการอยู่ชายแดน
 
5.สถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงมีจิตมุ่งมั่นและทรงคิดทำเพื่อพสกนิกรของพระองค์อยู่ตลอดเวลา โดยทรงเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความเจริญรุ่งเรือง
ทรงเป็นผู้เสียสละ ในทางที่แตกต่างกันในแต่ละพระองค์ ยกตัวอย่างเช่นอดีตสุลต่านสะลาโงร์ ที่ได้ทรงยอมยกดินแดนกัวลาลัมเปอร์ให้เป้นของรัฐบาล
หรือในกรณีของยังดีประตวนอากงองค์ที่แล้ว ที่ได้ทรงยอมเสียสละเงินเดือนส่วนพระองค์เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจของมาเลเซียในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา
สถาบันพระมหากษัตริย์ ยังแสดงถึงความใกล้ชิดต่อพสกนิกรอย่างไม่ถือพระองค์ แม้ว่าพระองค์จะเป็นสุลต่านของรัฐหรือว่าเป็นยังดีประตวนอากงก็ตาม
ยกตัวอย่างเช่น ยังดีประตวนอากงองค์ปัจจุบัน ที่ได้ทรงแจกจ่ายแฮมเบอร์เกอร์และไก่ทอดให้กับผู้สื่อข่าวหน้าพระราชวังพระองค์ในช่วงวิกฤติการเมือง
 
ด้วย 5 เหตุผลดังกล่าว สถาบันพระมหากษัตริย์มาเลเซียทั้งในระดับรัฐและในระดับสหพันธรัฐ จึงเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนของชาวมาเลเซียโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีนั้น มักจะมีผู้แสดงความเห็นในทางลบอยู่บ้างในบางครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวจีนและชาวอินเดียบางคนในประเทศมาเลเซีย
ถึงกระนั้น สิ่งเหล่านี้ ได้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์ของมาเลเซียหรือของไทยเอง ทรงเป็นศูนย์กลางและร่มโพธิ์ร่มไทรของชาติ
แม้ว่ามาเลเซียมีการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองในระดับต้นๆ ของโลกมุสลิม ทั้งประชากรที่มีการศึกษามากขึ้น แต่สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ยังสำคัญ
โดยหนึ่งในเหตุผลหลักๆ นั้น ก็เป็นเพราะสถาบันที่พวกเขาเคารพรักนั้น ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศมาหลายสิบปีแล้ว โดยตลอดมาและตลอดไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่