คุณเป็นผู้ชายใช่ไหม?
คุณไม่ใช่คน?
เรื่องแปล....จาก... BL
美丽日报 "หมุยหลีหยิกป่อ"
เรื่อง...故事在火车 上 ,กู๊สื่อต่อหวยเชีย"จี่-อ่อ"...
"เรื่องนี้เกิดขึ้นบนรถไฟขบวนหนึ่ง".....
"บนตู้โดยสารของรถไฟขบวนหนึ่ง" พนักงานตรวจตั๋วสาวสวย กำลังคุยกับผู้โดยสารชายสูงอายุคนหนึ่ง "ตรวจตั๋วค่า",ชายชราล้วงกระเป๋าควานหาตั๋วอยู่ครู่ใหญ่ พบแล้วจึงส่งให้พนักงานสาว เธอรับตั๋วดู แล้วหรี่ตามองหน้าผู้เฒ่า
"นี่มันตั๋วเด็กนะลุง" ผู้เฒ่ามีสีหน้าแดงขึ้นมาวูบหนึ่ง" แล้วพูดออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา "ผมเห็นว่าตั๋วเด็กกับตั๋วคนพิการ" ราคาเดียวกัน เลยซื้อเป็นตั๋วเด็กครับ ,". พนักงานสาวมองผู้เฒ่าหัวจรดเท้า แล้วถามว่า: ลุงเป็นคนพิการหรือ?
ผู้เฒ่าตอบว่า. "ครับ"...."
พนักงานสาว
“ลุงช่วยเอา บัตรคนพิการให้หนูดูหน่อยซิคะ”"ผู้เฒ่า" เริ่มกระวนกระวายขึ้นมาแล้ว...ผม... ผม...ผมไม่มีครับ ผมเลยขอซื้อเป็นตั๋วเด็กครับ , .....
พนักงานสาว”ถ้าลุงไม่มีบัตรคนพิการ แล้วหนูจะรู้ได้ไงว่าลุงเป็นคนพิการล่ะ?
ผู้เฒ่าก้มลงดึงขากางเกงขึ้นมา ถอดรองเท้าออก มันเป็นฝ่าเท้าที่มีแค่ครึ่งเดียว.... "เธอ" หรี่ตาดูฝ่าเท้าที่เหลือเพียงครึ่งเดียว แล้วพูดว่า "ถึงยังไง" ลุงก็ต้องแสดงบัตรคนพิการให้หนูดูก่อน , "ผู้เฒ่า" ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าที่ยุ่งยากใจ ... "ผมทำงานในโรงงานเอกชน" พอเกิดเรื่องขึ้น เถ้าแก่ก็หนีหายไป ผมไม่มีเงินเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล , ก็เลยไม่มีสิทธิทำบัตรคนพิการครับ......
"ขณะนั้น" เป็นเวลาที่หัวหน้า "ผู้จัดการ" ขบวนรถไฟ เดินผ่านมาพอดี , พอถามต้นสายปลายเหตุแล้ว ได้พูดเสียงเข้มว่า : ผมต้องการดูแค่บัตรคนพิการ
"ไม่ดูที่คน" , ต้องมีบัตรคนพิการถึงเรียกว่า "คนพิการ" และใช้สิทธิคนพิการได้ , ตอนนี้คุณต้องซื้อตั๋วเพิ่มให้เป็นตั๋วผู้ใหญ่ , ....
ผู้เฒ่าถึงกับร้องไห้ออกมาแล้วพูดอ้อนวอนว่า : “...หลังจากฝ่าเท้าผมถูกเครื่องจักรตัดขาดไปแล้ว , ผมก็ไม่สามารถทำงานต่อไปได้อีก , พอไม่มีเงิน แม้ค่ารถกลับบ้านก็จนปัญญา , ตั๋วเด็กใบนี้ ก็ล้วนเป็นเงินที่เพื่อนๆที่ทำงาน ช่วยกันเรี่ยไรให้มา ขอวิงวอน ท่านทั้งสอง กรุณาให้ผมใช้ตั๋วนี้โดยสารกลับบ้านเถอะนะครับ ?"
ผู้จัดการรถไฟยืนยันเสียงแข็งว่า "คุณต้องจ่ายเพิ่ม เพราะนี่เป็นระเบียบของการรถไฟ ยังไงผมก็ต้องทำตามระเบียบ ถ้าไม่จ่ายค่าตั๋วเพิ่ม สถานีหน้าเชิญคุณเตรียมลงจากรถได้....”
ขณะนั้น ตั่วเจ็ก(ชายวัยกลางคน)ที่นั่งอยู่ตรงข้ามผู้เฒ่าได้เอ่ยปากขึ้นมาด้วยเสียงเย็นชาว่า
"คุณเป็นผู้ชายหรือเปล่า?"
ผู้จัดการรถไฟขมวดคิ้วย่นเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ตอบเสียงห้วน ๆ ไปว่า : “ถูกต้อง ผมเป็นผู้ชายครับ...คุณมีปัญหาอะไรหรือ?"ตั่วเจ็กยังงั้นก็ช่วยเอาหนังสือรับรอง ยืนยันว่าคุณเป็นผู้ชายออกมาให้ทุกคนดูหน่อยซิ?”คำพูดของตั่วเจ็กทำให้ผู้โดยสารทุกคนถึงกับหัวเราะก๊ากออกมาอย่างขบขัน ,ผู้จัดการขบวนรถไฟ" โกรธจนหน้าเขียว.....
"ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมต้องใช้ใบรับรองด้วย ?"
ตั่วเจ็กส่ายหัวแล้วพูดว่า : “ผมก็เหมือนคุณนั่นแหละ อยากดูใบรับรอง ไม่อยากดูคน มีใบรับรองถึงเป็นผู้ชาย หากไม่มีก็ไม่ใช่ผู้ชาย”
พนักงานตรวจตั๋วสาวรีบเถียงแทนผู้จัดการรถไฟ
เธอพูดอย่างมั่นใจว่า
"หนูไม่ใช่ผู้ชาย" มีปัญหามาเคลียร์กับหนูได้เลย !
ตั่วเจ็กชี้ที่หน้านางแล้วพูดเสียงเย็นชาว่า
"เธอไม่ใช่คน"!!!!
พนักงานสาวโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“แก...แกพูดอะไรให้เกียรติกันบ้าง , ถ้าหนูไม่ใช่คน แล้วหนูเป็นอะไร?
ตั่วเจ็กหัวเราะอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า:
“เธอเป็นคนหรือ ? ไหน...ขอดูใบรับรองความเป็นคนของเธอหน่อย ?”
ผู้โดยสารต่างหัวเราะเสียงดังออกมาอีกครั้ง,
พนักงานสาวอับอายจนหน้าแดงกล่ำ รีบฉุดมือผู้จัดการเดินหายออกไปจากตู้นี้ทันที.....
ตั่วเจ็กนั่งลงแล้วเริ่มพูดคุยกับผู้เฒ่าด้วยความเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของผู้เฒ่า ก่อนลงรถ ตั่วเจ็กยังให้เงินผู้เฒ่าไปอีก 1,000 หยวน ผู้เฒ่าปฏิเสธแต่สุดท้ายก็รับใว้ และกล่าวขอบคุณตั่วเจ็ก พร้อมๆกับคำอวยพรตั่วเจ็กและน้ำตาที่ไหลออกมานองหน้า......
**มนุษย์ต่างกับสัตว์ทุกชนิดตรงที่ "มนุษย์มีความเมตตากรุณาอยู่ในจิตใจ" เมื่อ "มนุษย์เห็นเพื่อนมนุษย์" ด้วยกัน ตกระกำลำบาก
"มนุษย์ที่เป็นมนุษย์จริงๆ" ก็มักจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ , อาจจะช่วยได้เพียงคำพูดที่ปลอบประโลม,หรืออาจจะด้วยปัจจัยเล็กๆน้อยๆเท่าที่พอจะช่วยได้...มันเป็นความงดงามของสังคม,และเป็นพื้นฐานของประเทศ ที่ใช้เป็นนโยบายพัฒนาชาติให้เจริญยิ่งๆขึ้นต่อไป***
แปล และเรียบเรียงโดย เจงเอี่ยม แซ่อึ้ง
黄振炎
ใส่โค้ด
ใบรับรอง......
คุณเป็นผู้ชายใช่ไหม?
คุณไม่ใช่คน?
เรื่องแปล....จาก... BL
美丽日报 "หมุยหลีหยิกป่อ"
เรื่อง...故事在火车 上 ,กู๊สื่อต่อหวยเชีย"จี่-อ่อ"...
"เรื่องนี้เกิดขึ้นบนรถไฟขบวนหนึ่ง".....
"บนตู้โดยสารของรถไฟขบวนหนึ่ง" พนักงานตรวจตั๋วสาวสวย กำลังคุยกับผู้โดยสารชายสูงอายุคนหนึ่ง "ตรวจตั๋วค่า",ชายชราล้วงกระเป๋าควานหาตั๋วอยู่ครู่ใหญ่ พบแล้วจึงส่งให้พนักงานสาว เธอรับตั๋วดู แล้วหรี่ตามองหน้าผู้เฒ่า
"นี่มันตั๋วเด็กนะลุง" ผู้เฒ่ามีสีหน้าแดงขึ้นมาวูบหนึ่ง" แล้วพูดออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา "ผมเห็นว่าตั๋วเด็กกับตั๋วคนพิการ" ราคาเดียวกัน เลยซื้อเป็นตั๋วเด็กครับ ,". พนักงานสาวมองผู้เฒ่าหัวจรดเท้า แล้วถามว่า: ลุงเป็นคนพิการหรือ?
ผู้เฒ่าตอบว่า. "ครับ"...."
พนักงานสาว
“ลุงช่วยเอา บัตรคนพิการให้หนูดูหน่อยซิคะ”"ผู้เฒ่า" เริ่มกระวนกระวายขึ้นมาแล้ว...ผม... ผม...ผมไม่มีครับ ผมเลยขอซื้อเป็นตั๋วเด็กครับ , .....
พนักงานสาว”ถ้าลุงไม่มีบัตรคนพิการ แล้วหนูจะรู้ได้ไงว่าลุงเป็นคนพิการล่ะ?
ผู้เฒ่าก้มลงดึงขากางเกงขึ้นมา ถอดรองเท้าออก มันเป็นฝ่าเท้าที่มีแค่ครึ่งเดียว.... "เธอ" หรี่ตาดูฝ่าเท้าที่เหลือเพียงครึ่งเดียว แล้วพูดว่า "ถึงยังไง" ลุงก็ต้องแสดงบัตรคนพิการให้หนูดูก่อน , "ผู้เฒ่า" ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าที่ยุ่งยากใจ ... "ผมทำงานในโรงงานเอกชน" พอเกิดเรื่องขึ้น เถ้าแก่ก็หนีหายไป ผมไม่มีเงินเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาล , ก็เลยไม่มีสิทธิทำบัตรคนพิการครับ......
"ขณะนั้น" เป็นเวลาที่หัวหน้า "ผู้จัดการ" ขบวนรถไฟ เดินผ่านมาพอดี , พอถามต้นสายปลายเหตุแล้ว ได้พูดเสียงเข้มว่า : ผมต้องการดูแค่บัตรคนพิการ
"ไม่ดูที่คน" , ต้องมีบัตรคนพิการถึงเรียกว่า "คนพิการ" และใช้สิทธิคนพิการได้ , ตอนนี้คุณต้องซื้อตั๋วเพิ่มให้เป็นตั๋วผู้ใหญ่ , ....
ผู้เฒ่าถึงกับร้องไห้ออกมาแล้วพูดอ้อนวอนว่า : “...หลังจากฝ่าเท้าผมถูกเครื่องจักรตัดขาดไปแล้ว , ผมก็ไม่สามารถทำงานต่อไปได้อีก , พอไม่มีเงิน แม้ค่ารถกลับบ้านก็จนปัญญา , ตั๋วเด็กใบนี้ ก็ล้วนเป็นเงินที่เพื่อนๆที่ทำงาน ช่วยกันเรี่ยไรให้มา ขอวิงวอน ท่านทั้งสอง กรุณาให้ผมใช้ตั๋วนี้โดยสารกลับบ้านเถอะนะครับ ?"
ผู้จัดการรถไฟยืนยันเสียงแข็งว่า "คุณต้องจ่ายเพิ่ม เพราะนี่เป็นระเบียบของการรถไฟ ยังไงผมก็ต้องทำตามระเบียบ ถ้าไม่จ่ายค่าตั๋วเพิ่ม สถานีหน้าเชิญคุณเตรียมลงจากรถได้....”
ขณะนั้น ตั่วเจ็ก(ชายวัยกลางคน)ที่นั่งอยู่ตรงข้ามผู้เฒ่าได้เอ่ยปากขึ้นมาด้วยเสียงเย็นชาว่า
"คุณเป็นผู้ชายหรือเปล่า?"
ผู้จัดการรถไฟขมวดคิ้วย่นเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ตอบเสียงห้วน ๆ ไปว่า : “ถูกต้อง ผมเป็นผู้ชายครับ...คุณมีปัญหาอะไรหรือ?"ตั่วเจ็กยังงั้นก็ช่วยเอาหนังสือรับรอง ยืนยันว่าคุณเป็นผู้ชายออกมาให้ทุกคนดูหน่อยซิ?”คำพูดของตั่วเจ็กทำให้ผู้โดยสารทุกคนถึงกับหัวเราะก๊ากออกมาอย่างขบขัน ,ผู้จัดการขบวนรถไฟ" โกรธจนหน้าเขียว.....
"ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมต้องใช้ใบรับรองด้วย ?"
ตั่วเจ็กส่ายหัวแล้วพูดว่า : “ผมก็เหมือนคุณนั่นแหละ อยากดูใบรับรอง ไม่อยากดูคน มีใบรับรองถึงเป็นผู้ชาย หากไม่มีก็ไม่ใช่ผู้ชาย”
พนักงานตรวจตั๋วสาวรีบเถียงแทนผู้จัดการรถไฟ
เธอพูดอย่างมั่นใจว่า
"หนูไม่ใช่ผู้ชาย" มีปัญหามาเคลียร์กับหนูได้เลย !
ตั่วเจ็กชี้ที่หน้านางแล้วพูดเสียงเย็นชาว่า
"เธอไม่ใช่คน"!!!!
พนักงานสาวโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“แก...แกพูดอะไรให้เกียรติกันบ้าง , ถ้าหนูไม่ใช่คน แล้วหนูเป็นอะไร?
ตั่วเจ็กหัวเราะอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า:
“เธอเป็นคนหรือ ? ไหน...ขอดูใบรับรองความเป็นคนของเธอหน่อย ?”
ผู้โดยสารต่างหัวเราะเสียงดังออกมาอีกครั้ง,
พนักงานสาวอับอายจนหน้าแดงกล่ำ รีบฉุดมือผู้จัดการเดินหายออกไปจากตู้นี้ทันที.....
ตั่วเจ็กนั่งลงแล้วเริ่มพูดคุยกับผู้เฒ่าด้วยความเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของผู้เฒ่า ก่อนลงรถ ตั่วเจ็กยังให้เงินผู้เฒ่าไปอีก 1,000 หยวน ผู้เฒ่าปฏิเสธแต่สุดท้ายก็รับใว้ และกล่าวขอบคุณตั่วเจ็ก พร้อมๆกับคำอวยพรตั่วเจ็กและน้ำตาที่ไหลออกมานองหน้า......
**มนุษย์ต่างกับสัตว์ทุกชนิดตรงที่ "มนุษย์มีความเมตตากรุณาอยู่ในจิตใจ" เมื่อ "มนุษย์เห็นเพื่อนมนุษย์" ด้วยกัน ตกระกำลำบาก
"มนุษย์ที่เป็นมนุษย์จริงๆ" ก็มักจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ , อาจจะช่วยได้เพียงคำพูดที่ปลอบประโลม,หรืออาจจะด้วยปัจจัยเล็กๆน้อยๆเท่าที่พอจะช่วยได้...มันเป็นความงดงามของสังคม,และเป็นพื้นฐานของประเทศ ที่ใช้เป็นนโยบายพัฒนาชาติให้เจริญยิ่งๆขึ้นต่อไป***
แปล และเรียบเรียงโดย เจงเอี่ยม แซ่อึ้ง
黄振炎