อุ้มรักเกมลวง (กึ่งวิเคราะห์) : กชมน ปิ่นปัก - Equilibrium -

At the end of the day ... หลังจากผจญหนังชีวิตมายาวนานตลอดวัน กชมนได้คิดและจำต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเรื่องทั้งหมดมวลที่ผ่านมาตัวเองก็มีส่วน การปะทะคารมกับเอมี่ทำให้เธอได้บทเรียน การทำอะไรเอาสะใจ ทำให้คนอื่นเจ็บแสบ เธออาจทำใจเอาไว้บ้างว่าเรื่องราวมันอาจสะท้อนเข้าตัว หากสิ่งที่ลืมคิดว่าหากผลกระทบมันไกลเกินกว่าตัวเองเล่าจะทำอย่างไร ถึงสิ่งที่เอมี่ทำจะผิดกว่าสิ่งที่เธอทำมากมายในแง่ของกฎหมาย แต่สิ่งที่กชมนเห็นสิ่งที่เอมี่ทำก็คือผลสะท้อนของอารมณ์ที่อยู่เหนือสติและเหตุผล วิธีการที่อีกฝ่ายลอยหน้าลอยตา ไม่ได้รู้สึกสำนึกซักนิดในสิ่งที่ทำลงไป สิ่งที่เอมี่พูดก็ถูกต้องแล้ว ถ้าเกิดไปทำกับใครที่มัน "เลว" ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ผลที่เกิดก็ควบคุมไม่ได้เช่นนี้แหละ

สิ่งนี่ละมังที่ทำให้กชมนเริ่มชะงักแล้วช้าลงบ้าง ม่านราตรีโรยตัวลง เพียงพันแสงไปค้างคืนกับคู่รัก ก็เหลือเพียงแค่เธอกับเด็กน้อยในครรภ์ ขอบใจที่อยู่เป็นเพื่อนกันและไม่สร้างปัญหา อย่างน้อยในเวลาที่หม่นมัวเช่นนี้ ฉันก็ยังมีเธอเป็นเพื่อนเคียงข้างกัน และ เมื่อประกอบกับการตามตื๊อขอร้องขั้นสุดของสิบทิศ กชมนเริ่มรู้สึกพึงพอใจ งานชิ้นนี้มันก็คืองานแห่งความหลัง เรื่องรักระหว่างเรา ความพ่ายแพ้ที่เป็นแผลในใจเริ่มเจือจาง เมื่ออีกฝ่ายร้องขอ และ ยิบยกเรื่องราวในอดีตมาหว่านล้อม สิบทิศรู้ว่าจะต้องพูดกับกชมนอย่างไร ผู้หญิงที่แข็งกระด้าง อ่อนลงด้วยการยอมรับและใส่ใจดูแล เมื่อเขาเอ่ยอ้างความหลัง ความหวังดีที่ไม่มีใครเห็นของกชมน สิ่งเหล่านั้นทำให้เธอใจอ่อนลง 

และเมื่อสติสตังกลับมาค่อนข้างครบ เจ้าตัวตัดสินใจยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาเคลียร์กับปิ่นปักเพื่อหาจุดที่พอจะอยู่ร่วมกันได้ แต่ปื่นปักยามนี้ความหวั่นระแวงเกาะกินหัวใจ เธอไม่รู้ว่ากชมนเป็นอย่างไรเมื่อวันวาน แต่วันนี้เธอรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นตัวปัญหา และ สัมพันธ์ระหว่างกชมนและสามีนั้นไม่ธรรมดา เธอรู้ว่าสิบทิศรักเธอ แต่กชมนก็ไม่ใช่ว่าไม่มีที่ทางในใจของสามี ซึ่งไม่ว่าที่ทางนั้นจะเป็นฐานะใด ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ หากด้วยการเริ่มบทแบบกชมนสไตล์แทนที่จะหาดุลยภาพได้ กลับกลายเป็น "วิวาทะ" ไปเสียสิ้น

ด้วยนิสัยการเริ่มบทสนทนาด้วยการ "กด" คนอื่นจนชิน ถ้าเป็นคนที่รู้จักกันย่อมไม่เท่าไหร่ระคายหูบ้างแต่ก็รู้ว่าสื่อความหมายอะไร แต่กับคนที่ไม่รู้จักคำพูดของกชมน สิ่งที่ได้ยินก็ราวกับการอวดโอ้ว่าสิบทิศสำคัญเห็นความสำคัญของกชมนอย่างไร แต่ในความเป็นจริงแล้วในนัยยะก็เป็นเพียงว่าต่อไปนี้ในเวลางานจะต้องเป็นงาน และ ฉันคนนี้ช่วยงานสามีของเธอเพราะเขาอ้อนวอน เพราะบริษัทมันจะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่ ไม่เช่นนั้นฉันก็ไม่มาให้เสียมือ ดังนั้นเราควรต่างคนต่างอยู่ แต่เมื่ออีกฝั่งเข้าใจไปเช่นนั้นเสียแล้ว สาส์นท้ารบธงแดงชักขึ้นสู่ยอดเสาอีกครา สติที่เคยรวบรวมว่าจะเคลียร์ปัญหาให้จบให้กลับแตกกระจายอีกครั้ง 

อย่างน้อยเราก็ชอบผู้ชายคนเดียวกัน
การเคาะแรง ๆ ครั้งนี้ทำให้ปิ่นปักมั่นใจถึงเยื่อใยของคนตรงหน้ามากยิ่งขึ้น
มันมีแน่ ๆ มันมีแต่อาจจะต่างมุมมองกันซักหน่อย
ปิ่นปักหวั่นระแวงว่ากชมนจะกลับมา
แต่กชมนกลับย้อนคิดถึงครั้งเลิกกันและพยายามบอกตัวเองว่า
ฉันจะพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่ "กชมนไม่คู่ควรกับสิบทิศ" แต่ "สิบทิศต่างหากไม่คู่ควรกับกชมน"

ปิ่นปักโทรหานนท์เพื่อสืบสาวราวเรื่องทันที่ ส่วนกชมนก็บอกให้อาเธอร์ให้ปิดบังเรื่องราวของเธออย่าให้นนท์รู้ทันที ปัญหาเดียวกัน สองวิธีแก้ ด้านหนึ่งไม่ชอบจึงต้องรู้ทุกความเคลื่อนไหวเขาทำอะไร อีกด้านไม่ชอบก็ปิดทุกช่องทางการสื่อข่าวไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนที่ไม่ยากยุ่ง ด้วยความคิดที่แตกต่าง สองวิธีที่แตกต่าง นิสัยที่แตกต่าง และ ตรรกะที่แตกต่าง จึงไม่สามารถพูดกันให้รู้เรื่องได้ซักครั้ง ต่างคนต่างเก็บงำถ้อยคำของอีกฝ่ายเอาไว้ในใจ 

ไม่นานเลยปิ่นปักก็สบโอกาส เมื่อแม่สามีกระวนกระวายใจเรื่องข้าวของที่มาจากเพียงพันแสง นำไปสู่การชักชวนกินข้าวร่วมกัน เอาล่ะเมื่อเธอคิดว่าตัวเองสำคัญกับสิบทิศนัก ก็ลองกันดูซักตั้งเป็นยังไง จะได้รู้กันชัดกันไป ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นเมื่อกชมนเองก็กระวนกระวายใจที่จะต้องกลับไปเยือนที่เดิมที่เคยคุ้น หากสิ่งที่คิดกับความเป็นจริงไม่เหมือนกัน เมื่อพ่อสามีเรียกหาอีกฝ่ายด้วยความสนิทสนมราวกับเป็นลูกสาวอีกคน " ปิ่นไม่รู้จักคุณกชมน เพราะ สิบทิศไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง " แต่การไม่พูดถึงไม่ได้แปลว่ากชมนไม่มีตัวตนในครอบครัวของสิบทิศ สายตาของปิ่นปักเริ่มคลางแคลง การแต่งงานและการเป็นภรรยามีความหมายอย่างไร และแท้ที่จริงเรายังไม่รู้อะไรอีกบ้าง

สัมพันธ์ของผู้หญิงสองคนคล้ายกับเป็นเส้นขนาน
ดุลยภาพในเวลานี้ "ไม่มีจริง"
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่