อุ้มรักเกมลวง.. EP 21,22

EP นี้ค่อนข้างผิดหวัง เริ่มตั้งแต่
1. กชมน บุกไปถึงกองถ่าย โดยบังคับสิบทิศให้พาไป
ถึงแม้ว่ามันเหมือนดูจะเป็นการดีสำหรับทุกคน เป็นซีนที่จะให้เห็นว่าเกี้ยวเปลี่ยนไปมากแล้วและจัดการได้โดยไม่ต้องด่าใครให้โมโหหรือเจ็บปวด
(ชอบนะ ตอนที่เกี้ยวบอกสิบทิศว่า ค้นพบว่าไม่จำเป็นต้องเสียงดังเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมา (ประมาณนี้))

แต่สำหรับเราไม่ค่อยปลื้มกับการกระทำนี้ของเกี้ยวและสิบทิศเท่าไหร่
เพราะเท่ากับว่ากองนี้ไม่สามารถขาดเกี้ยวได้เลย แก้ปัญหากันไม่ได้ ถ้าเกี้ยวนอนแบ็บอยู่ ทำไง?
เจ้านนท์ก็ไม่โทรบอกนะ เรื่องสำคัญและน่าจะด่วน แต่ถ่อมาบอกที่ รพ. เอาล่ะๆอยากมาเยี่ยมด้วยดีนี่ แถมให้อีกรอบ55

ผู้ใหญ่อย่างสิบทิศควรแก้หรือบรรเทาปัญหาให้เร็วกว่านี้ บางอย่างก็ต้องหาทางเลือกอื่นถ้าทางที่มีอยู่มันตัน 
สิบทิศบอกไม่อยากให้เกี้ยวรู้ กลัวไม่ยอม ก็ต้องบอกมั้ยอะ ถ้าปัญหามันใหญ่จริงเพื่อช่วยกันหาวิธีคิด แต่ต้องรู้จักจัดการเกี้ยวให้ได้ด้วย
ไม่ใช่ไร้หัวคิด แบบที่ทำในละคร เพราะถ้าเกิดเกี้ยวยังมีนิสัยเดิมล่ะ โอกาสพังมีสูง ทั้งละครและชีวิตเกี้ยวเองก็อาจไม่รอด แล้วคนที่จะรู้สึกมีตราบาปไปตลอดชีวิตจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่สิบทิศ

กชมนควรใช้วิธีโทรไปคุยกับวีวี่ จะวีดีโอให้เห็นสภาพตัวเองก็ได้ แล้วขอร้องดีดี ไม่จำเป็นต้องไปถึงที่นั่น แบบนี้สิถึงจะฝีมือ 

แต่ๆๆ สิ่งที่เรากำลังจะติจริงๆคือ.. (ข้างบนน่ะ แค่ความเห็นของการกระทำของตัวละคร)
รพ.ประเทศไหนหรอ ให้คนเข็นรถที่มีคนไข้นั่งอยู่วิ่งผ่านฉลุยจนขึ้นรถหนีออกไปได้ ไม่ใช่แอบหนีออกไปด้วยนะ
ไร้คนสกัดกั้น จะบ้าตาย ขอร้องเหอะ ทีหลังอย่าทำอะไรแบบนี้อีก มันเป็นการทำให้ รพ.ดูแย่
ละครดีดี ดูตลกไปเลย(แบบไม่ขำ)

2. หมอเจษไม่ควรให้ความเห็นอะไรแบบนั้น ที่ว่ากชมนเหมือนเสียเปรียบ (ตามความรู้สึกเรานะ)แบบทุกคนได้หมดละ มีกชมนคนเดียวที่เสีย เลยเสนอความคิดให้ทั้งสี่คนหาวิธีที่จะเลี้ยงลูกด้วยกัน หมอทำเพื่อใครถามจริง
แล้วถ้า2คู่นี้ยืนยันว่าจะเลี้ยงแยกอย่างที่มันควรจะเป็น หมอจะว่าอะไรมั้ย อยากรู้
หน้าที่หมอเจษควรจบไปแล้ว ตั้งแต่กชมนและลูกรอด 
ถึงจะปิ๊งหรืออะไรก็ตาม ทีหลังก็ได้มั้ย (ตรงนี้ที่หลายคนว่าไม่เหมาะสม เราว่าขึ้นอยู่กับท่าทีของคนไข้ด้วย ว่ามีใจให้หรือเปล่า)
ไม่ดูเก่งเหมือนที่โม้ แต่เป็นประเภทคนของฉันต้องได้ด้วยอะไรแบบนี้อะ

________________________________________

ติเพราะไม่อยากให้ฉากใน รพ.ก็อปๆกันมา ตั้งแต่สมัยไหนๆก็ยังเป็นเหมือนเดิม เช่น
-ญาติวิ่งเกาะเตียงไปกับผู้ป่วยแล้วก็พล่ามเรียกชื่อไม่หยุด ทั้งที่ต้องรีบเข็นไปทำการรักษา เกะกะมั้ยนั่น อบห เกิดได้อีก
-อย่าให้มีรถเข็นเชียว พ่อคุณแม่คุณเข็นออกมาฉลุยไร้ขั้นบันได ไร้ลิฟต์ ไร้ผู้คน
-เอาเสื้อกาวน์ เอาแมสก์มาใส่ ก็ดูไม่ออกกันแล้วว่านี่ไม่ใช่หมอ โดยเฉพาะ จนท รพ.แถวนั้นรวมหมอและพยาบาลด้วยกันเองด้วย ว่านี่มันหมอหรือพยาบาลตัวปลอม (อันนี้เรื่องนี้ยังไม่มี แต่เห็นเป็นงี้หลายเรื่อง) ยามปกติที่ไม่ใช่โควิด หมอ พยาบาลเดินไปมาไม่เคยเห็นต้องใส่แมสก์ ใครใส่นี่ต้องมองแล้ว

ชมเรื่องนี้มาตลอด ตอนจบจะหงายหลังมั้ยเนี่ย เสียดายตายชักเลย

เราชอบนักแสดงนะ ชอบบท แต่ EP นี้ บทดูเพลียๆ 

เพี้ยนเพลีย
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 11
เราเข้าใจว่าทุกคนที่ดูปรารถนาดีต่อละครนะ อยากให้มีละครไทยดีๆสักเรื่องไว้ชื่นชมนะตั้งแต่ต้นจนจบเนอะ และทุกคนก็พร้อมจะเก็บรายละเอียดของทุกอากัปกิริยาของทุกตัวละครพร้อมวิเคราะห์ความเป็นมาเป็นไปของตัวละครเพื่อทำความเข้าใจนะเผื่อจะได้ปรับใช้กับตัวบ้าง

ละครเรื่องนี้เริ่มต้นด้วยความเรียลที่สามารถจับต้องได้ในชีวิตทั้งคำพูดคำจาและสถานการณ์นะแถม ep แรกๆเป็นคอมเมดี้และความแรงของตัวเอกอีก พร้อมทั้งเรื่องเพศที่สามที่น่ารัก ยิ่งดึงคนดูได้นะ แต่ต่อมาความเรียลเริ่มค่อยๆจางนับตั้งแต่นำโตเกียวเข้ามา เราไม่ติดใจตัวละครนี้ที่จะมีได้แต่เราว่าคาแรคเตอร์แปลกๆเกินมนุษย์ธรรมดาที่เราเห็นดาดๆทั้งการเกลือกตา พูดจีบปากจีบคอ ทั้งๆที่เมื่อวานโตเกียวคุยกับวีวี่กลับไม่เป็นนะ

ต่อมาก็ความเรียลของพฤติกรรมหมอทั้งในตอนผ่าคลอดแล้วพูดมากขนาดนั้นโดยความจริงไม่จำเป็นสำหรับหมอเก่งอย่างที่คุย การถ่ายภาพเด็กให้คนไข้ดูการเฝ้าคนไข้ข้ามคืน และยังการหยอดคนไข้อีก การกะเกณฑ์เรื่องอาหารของคนไข้อีก  การดุคนไข้เมื่อมีคนมาเยี่ยม และอื่นๆอีกมากมาย มันนอกเหนือหน้าที่หมอสูติทั้งนั้นนะ

ซ้ำร้าย ep เมื่อวานก็มีการเข็นคนไข้ออกนอกโรงพยาบาลอีกแถมคนเข็นเป็นญาติผู้ป่วยในโรงพยาบาลนะมันเหมือนหนังการ์ตูนที่เคยดูตอนเด็กๆเลย เดิมลุ้นว่าจะเป็นฉากหนีไปหาเจ้าจิ๋วเสียอีกเพราะทนคิดถึงไม่ไหว  แต่ก็เข้าใจแหละว่าละคระต้องการแสดงให้เห็นว่างูพิษถูกถอนพิษบางส่วนแล้ว ฉากกับวีวี่ทั้งดนตรีทั้งช็อตหน้าต่อหน้าของแต่ละคนเร่งเร้าจริงๆแต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น (วีวี่คือภาพสะท้อนกชมนตอนแรงนั่นเองนะ) แถมกลับรพ.มาอีกสบายๆ เฮ้อ

เมื่อความเรียลมันเริ่มจางคนเลยรู้สึกว่า อิหยังวะ กับเนื้อหาที่ตามต่อมานั่นเอง  ทุกคนอยากให้ดีที่สุดไงก็เลยคาดหวังว่าไม่ควรหลุดหลายๆซีนดังว่าแต่ยังไงก็เอาใจช่วยนะ อย่างน้อยจะได้ข้อคิดดีๆบ้างแหละจากเรื่องนี้ ดูต่อไปนะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
เราเข้าใจว่ามันแบบนี้นะ

1. คาแร็คเตอร์ของตัวละครไม่แกว่งเลย

กชมน คือ หัวหน้าที่เป็น perfectionist ทีมนาง นางเลือกมากับมือ บทนางก็แก้ โลเคชั่นก็เป็นคนหาคนดูกับทีม พอนางได้ยินโทรศัพท์นางถึงได้ปรี๊ดขึ้น (นิสัยที่ติดตัวมันไม่ได้เปลี่ยนได้ชั่วข้ามวัน ข้ามเดือน หรือ แม้กระทั่งข้ามปี มันสั่งสมมาแต่เด็ก) ดังนั้นปฏิกิริยาแรกคือ ต้องไป คนที่อยู่ตรงนั้นอ่ะ เอาเข้าจริงมันก็คือเด็กอ่อนพรรษาในวงการ กับ ดารานักแสดงที่เบอร์ใหญ่ ๆ หรือ มีชื่อเสียง อาจ handle ไม่อยู่ได้ (ยกตัวอย่างจริงเลยนะ ละครเรื่องนึงที่พระเอกไม่พอใจบท คิดว่าไม่ควรจบแบบนี้ จึงไม่มาถ่ายต่อ นี่เรื่องจริงไม่อิงนิยาย ละครเรื่องนั้นมาดีมาก ๆ จนกระทั่งตอนจบก็คือแฟนละครด่าแหละ เพียงแต่มันเป็นช่วงก่อนมีสื่อโซเชียล แต่ก็ลงข่าวนสพ.อยู่บ้าง นั่นคือผู้จัดก็ใหญ่ ผกก.ก็ทำงานมานาน คนเขียนบทก็ระดับอาจารย์นะเออ ยังกลายเป็นแบบนั้นได้เลย)

ซึ่งสิบทิศแต่ไหนแต่ไร ทั้งเรื่องเลย ห้ามเกี้ยวอยู่ไหม ไม่เคย สิบทิศห้ามเกี้ยวไม่อยู่ สิบทิศเอาจริง ๆ เป็นสายซับตลอดมา นางเป็นคนสะมะลองกองแกงอ่ะ ฟีลเพื่อนสนิทเราคนนึง คนประเภทที่แก้ปัญหาไม่เก่ง แต่ก็พยายามจัดการแต่ตัดสินใจไม่ค่อยเข้าเรื่องเข้าราว ก็เป็นงี้มานานแล้วไม่งั้นงานนางคงไม่เจ๊ง (ฮา) สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อนึกอะไรไม่ทัน กลัวเพื่อนจะบินออกนอกหน้าต่างออกไปคนเดียวเพราะไม่ทันใจ หรือ อาละวาด (ตามที่กชมนเป็นมาตลอด) ก็เอาวะไปอยู่ด้วยก่อนละกัน ไปเป็นเพื่อนก่อนละกัน อย่างน้อยพานางส่งโรงบาลทัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง (เหมือนตอนที่ประชุมกับกอง นางก็บอก เอานะ ทุกคนสบาย ๆ ตอนที่จะเอาโตเกียวเข้ากองมาทั้งที่เป็นใครมาจากไหนไม่รู้ไม่เคยมาประชุม นางก็ว่า เออ ๆ มีคนมาช่วย ส่งบทให้ละนะ เหมือนเป็นเรื่องเรียบ ๆ ง่าย ๆ ทั้งที่จริงก็คือไม่ควร ) ฉากนี้อ่ะ นึกถึงตอนที่ไปดูโลเคชั่น แล้วนนท์ถามว่าพี่รู้จักโลฯตรงนี้ได้ไง แล้วสิบทิศบอกว่า ก็ยัยกชมนนี่สิ เครียดงานอะไรของนางไม่รู้กินเหล้าเมาแล้วให้พี่ขับรถพามา เนี่ย สิ่งที่สิบทิศเป็นกับกชมนก็คือแบบนี้อ่ะ สายซับฯ

ตอนแรกนางร้อนเลย นิสัยเดิม องค์นังงูพิษจะลงละ แต่เราว่าตอนที่นั่ง ๆ มาในรถ นางเริ่มเย็นลงเพราะการเดินทางนี่แหละ เพราะได้ระบายได้พูดกับสิบทิศ แล้วสิบทิศก็มีความแบบ เออ วีวี่อีกแล้วใช่ไหมล่ะ กชมนถามว่า เอ้า รู้แล้วทำไมไม่บอก ท่าทางสิบทิศที่แบบดูเรื่อย ๆ ดูแบบ เออ เดี๋ยวมันก็แก้ได้แหละมั้ง เอ้อระเหยตามนิสัย ทีนี้ท่าทีอันนี้ทำให้กชมนค่อย ๆ เริ่มคิดละว่าจะยังไง จริง ๆ นี่คิดว่ามันประกอบกับกชมนเองไม่มีแรงจะแผลงฤทธิ์ด้วยแหละ มันเลยออกมาเป็นส่วนผสมแบบที่กชมนพูดกับวีวี่

และเด็ก ๆ ในกอง มันชี้ให้เห็นว่า เรื่องบางเรื่อง ความสามารถสำคัญ แต่อีกเรื่องที่สำคัญก็คือวัยวุฒิ วีวี่เองก็ไม่ได้มาร้ายดาด ๆ ตั้งใจมาทำงาน เตรียมตัวมาทำงาน แต่ดันมาเจอคนรับโทรศัพท์หน้าเซต (เหมือนสิบทิศเปี๊ยบ) ละมาทำงานกับ ผกก. ที่อายุน้อย ประสบการณ์ยังไม่มาก การชี้ถูกผิด การอธิบาย อาจยังไม่ตรงจุดเหมือนคนที่มีประสบการณ์มาก เหมือนที่เกี้ยวมาช่วยนั่งบรีฟ กองเป็นของทุกคน แต่เกี้ยวเป็นหัวหน้า ถ้าตอนเกี้ยวป่วยอยู่ห้องผ่าตัด นี่ก็ว่าพอหายป่วยถ้ายังไม่ตายก่อนก็ต้องมาช่วยเคลียร์ เรื่องบางเรื่องมันต้องถึงมือผู้ใหญ่จริง ๆ แล้วอีกอย่างวีวี่ได้เห็นสภาพเกี้ยวด้วยแหละ เลยเลิกวีนไปพักนึง ถ้าคุยโทรศัพท์ไม่เห็นกับตา หรือ เห็นผ่านกล้อง impact ไม่เท่าของจริง

2. ส่วนหมอ

เท่าที่เราดู คือ หมอเป็นคนเก่ง คนมั่น  ไม่เคยพลาด และ priority ของหมอคือคนไข้ ซึ่งคนไข้ตอนนี้มีคนเดียว คือ กชมน หมอดูอาการละ พยายามที่จะเซฟทั้งใจ เซฟทั้งสุขภาพของกชมน เท่าที่หมอนั่งดูนั่งฟัง นั่งสังเกต หมอก็เห็นแววละว่าน่าจะมีอาการ baby blue (แต่สิ่งที่หมอยังไม่รู้ คือ เรื่องขัดแย้ง 8-9 เดือนที่เป็นมา รู้เรื่องสลับเคส แต่ไม่คิดว่าหมอรู้เรื่องที่สิบทิศเป็นแฟนเก่ากชมน และ สิบทิศก็รับศึก 10 ทิศจริง ๆ ทั้งแม่ ทั้งเมีย ทั้งเพื่อนบวกแฟนเก่า) หมอแนะนำว่าควรเลี้ยงลูกด้วยกันก็เพื่อประโยชน์คนไข้ไม่ให้เกิดซึมเศร้าหลังคลอด เพราะ ความผูกพันมันมาแน่นอน ซึ่งมันไม่ได้เกิดกับกชมนฝ่ายเดียว กับ ปิ่นปักเองก็น่าจะเกิดด้วย ซึ่งสุขภาพจิตและกายของแม่หลังคลอดก็น่าจะยังอยู่ในขอบเขตของหมอสูติ

อย่างวันนี้หมอพลิกมุมกลับมองอีกมุมนึง ในขณะที่คนรอบข้างรู้สึกว่ากชมนก็เป็นของกชมนแบบนี้ ทั้งสิบทิศ เพียงพันแสง พ่อและแม่  ทุกครั้งจะบอกว่าอย่ากินกาแฟนดิ ใส่ชุดคลุมท้องดิ อย่ากินปูดองดิ กินอาหารที่มีประโยชน์สิ อย่าทำงานหนัก ระวังเด็กสิ มันดีกับเด็กนะ น้อยครั้งมากที่จะเป็นการถามไถ่ หรือ ห่วงใย ตัวของ "กชมน" เอง หมอมองคนไข้เป็น priority และ พยายามบอกเสมอว่ากชมนก็สำคัญ ไม่ใช่ไม่สำคัญ ให้กชมนกินอาหารดี ๆ มีประโยชน์เพื่อที่จะได้หายเร็ว ๆ เพื่อสุขภาพคนไข้ อนุญาตให้ดื่มกาแฟเพื่อหลอกล่อฮีลใจคนไข้ ในขณะที่คนรอบข้างปล่อยไป ก็กชมนเป็นคนแบบนี้ ทำแบบนี้ก็สมกับเป็นกชมนแล้ว และ หลายครั้งก็มองด้วยสายตาแบบที่ว่า สิ่งที่กชมนทำอยู่มันสมประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งตรงนี้คิดแหละว่าหมอใส่ "ใจ" ลงไปเยอะมาก แต่อีกทางนึงก็คือว่า ในการดำเนินการรักษา อะไร ๆ มันจะราบรื่น เคสมันจะจบ ถ้าคนไข้ให้ความร่วมมือ และ ความร่วมมืออันนึง ก็คือคนไข้ต้องใส่ใจให้ความสำคัญกับตัวเองด้วย ซึ่งหมอมองว่าแบบนี้ไม่ใช่แล้ว การดำเนินการรักษาอาจจะมันไม่ได้ผล เพราะ คนรอบข้างดันไม่สนับสนุน(อ้อม ๆ)ให้คนไข้ไม่ใส่ใจตัวเอง ประมาณนี้
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  อุ้มรักเกมลวง (ละคร) ละครโทรทัศน์ one HD (GMM)
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่