เพิ่งมีประเด็นโต้เถียงกับเพื่อนแต่ไม่ได้ทะเลาะกัน เค้าจะชอบถามเรื่องราวต่างๆในชีวิต ว่าช่วงเวลานั้นคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงตัดสินใจทำแบบนั้นแบบนี้ แล้วหัวข้อคือ เค้าถามเรื่องแฟนเก่า เราก็บอกว่าแฟนเก่าทุกคนเราเป็นคนบอกเลิก เพราะทุกครั้งที่รู้สึกว่าไม่โอเค มีอะไรแปลกๆ ไม่ชอบมาพากล ถ้าหาเหตุผลที่ดีให้เราไม่ได้เราจะเลิกทันทีและไม่กลับไปคุยกับใครอีกเลย เพื่อนเลยบอกว่าเราเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนไม่รักใครจริง เลิกง่ายเกินไป เราก็บอกว่าเราแค่ไม่อยากทนกับสิ่งที่เราไม่โอเค คนที่เราไม่ชอบ นิสัยแบบที่เราไม่อยากทน เราไม่อยากอยู่แบบเจ็บช้ำใจ ทรมานใจ เราผิดเหรอ เราเลยยกตัวอย่างให้ฟัง
- เคสแรกคุยกันไปสักพัก รู้ว่าเค้ามีเมีย มีลูก เราก็บอกเลิก เราขอโทษเมียเค้าว่าเราไม่รู้จริงๆ แล้วเราหายออกมาจากชีวิตเค้าเลย รักไหมเราก็รัก แต่ถ้ายังดื้อด้านวันนึงก็จบอยู่ดีหรือต่อให้เค้าเลิกกับเมียมา เท่ากับแย่งของเค้า เราก็ต้องทุกข์ใจ หวาดระแวงไปตลอด ไม่มีทางมีความสุขแน่ ทั้งที่เค้าขอให้อยู่ แต่เราไม่เอา เคยเจอแบบนี้ถึง 3 ครั้งและเราก็ทนคบไม่ได้จริงๆ สำหรับเราเคสนี้คนเห็ฯแก่ตัวคือผู้ชาย เราว่าเราไม่ผิด เพราะทันทีที่รู้คือเลิกขาด ตัดแบบไม่เหลือเยื่อใย และไม่ติดต่อกับใครอีกเลย
- เคสที่ 2 เคยคุยกันได้ 2-3 เดือน มีกลิ่นแปลกๆว่าเค้ายังไม่เลิกคุยกับแฟนเก่า เราขอให้หยุดติดต่อได้ไหมเพราะมองแล้วว่าไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ใช่เพื่อนรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ เค้าทำให้ไม่ได้ บอกว่าเราคิดมาก ใจแคบ คุยเป็นพี่น้องเฉยๆ ไม่มีอะไร แต่เราไม่ไว้เพราะฝั่งผู้หญิงพยายามแสดงตัว ทำให้เห็นว่าเค้าไม่ได้ไปไหน ยังวนเวียนในชีวิตกันและกัน เราไม่โอเคจริงๆ เราก็ขอเลิกให้เหตุผลว่าคุณทำให้เราสบายใจไม่ได้ คบไปก็หวาดระแวงไม่มีความสุข ผู้ชายขอโอกาสเราไม่ให้ เพราะเราแค่ไม่อยากกลับไปสู่วังวนความหวาดระแวงแบบนั้นอีก ทำไมตอนแรกทำให้ไม่ได้ พอจะเลิกบอกจะทำได้ เราไม่เชื่อและไม่ให้โอกาส หลังจากนั้นไม่นานก็รู้ข่าวจากคนรู้จักว่าเค้ากลับไปคบกันจริงๆ จนปัจจุบันนี้ ผ่านมาประมาณ 5 ปี เราก็รู้สึกว่าดีแล้วที่เลิก ไม่งั้นเราคงเจ็บมากแน่ๆ เราแค่เซฟตัวเองก่อน ยอมตัดตอนที่ไม่ได้รู้สึกมาก ไม่ผูกพันทางกาย
- เคสที่ 3 คุยกันสักพัก ผู้ชายพยายามแสดงความเป็นเจ้าของมากเกินไปจนเราอึดอัด ออกอาการหึงหวงมากเกิน คอยจับผิดเรื่องเวลา เลิกงานกี่โมง ขับรถกลับบ้านกี่นาที ถ้าโทรมาไม่ถึงบ้านก็โวยวาย อาการ คำพูดค่อนข้างไปทางรุนแรง เช่นมีครั้งนึง เค้าแวะมาหาเค้าเข้าห้องน้ำ เราหยิบโทรศัพท์ออกมาคุยไลน์กับเพื่อน เค้าออกมาเห็นเราก็วางโทรศัพท์ลง เค้าโกรธหาว่าแอบคุยกับคนอื่น โกรธแบบน่ากลัว หยิบที่เขี่ยบุหรี่ขึ้นมาเหมือนจะทำร้าย จนเราเอาให้ดูว่าคุยกับเพื่อน เค้าก็ขอโทษ หลังจากวันนั้นเราบลอคและหายไปเลย เพราะไม่ไหวจริงๆ วันนึงคงทำร้ายร่างกายเราหรือฆ่าเราตาย เค้าพยายามติดต่อทุกทางขอโอกาส เราไม่ให้ บอกจะปรับตัว เราก็ไม่ให้โอกาส หลังจากนั้นก็ส่งข้อความหยาบๆมาด่าเรา เราก็รู้สึกว่าเราตัดสินใจไม่ผิด ถ้าวันนั้นเราทน เราให้โอกาสก็ไม่รู้จะเป็นยังไง อาจจะไม่รอดมาตั้งกระทู้นี้
- เคสที่ 4 คุยๆกันไป เริ่มมีอาการติดขัด ขัดสน ปัญหาดราม่าต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องเงินทอง ปกติผู้ชายดีๆเค้าไม่เอ่ยปากกับผู้หญิงเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ยิ่งเพิ่งคุยกัน ไม่นาน ปัญหาสารพัด เราก็ฟังแต่ไม่เคยช่วยเหลือ จนหนักๆเข้าเริ่มรำคาญ จะพูดอะไรนักหนาเรื่องเงินๆทองๆ เหมือนอยากให้เราเอ่ยปากช่วย เอาจริงๆเป็นผู้ชายไม่อายเหรอ ดูไม่มีศักดิ์ศรีมากๆ เป็นแฟนกันก็ยังไม่ได้เป็น ดูเจตนาเกินไป เราก็ขอเลิกเพราะไม่อยากโดนหลอกสูบเลือดสูบเนื้อ กลัวว่าวันนึงถ้ารักแล้วจะเห็นใจมากเกินจนตัวเค้าไม่พยายามอะไร แล้วแต่ละปัญหาก็สร้างมาเอง ไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่
ที่เล่ามาคือเหตุการณ์ตัวอย่าง จริงมีมากกว่านี้ เพื่อนก็จะบอกว่าจะหาคนเพอร์เฟกแบบที่ต้องการมันไม่มีหรอก มันก็ต้องมีข้อเสียกันบ้าง เราบอกเราเข้าใจเรื่องความไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราว่ามันก็ต่างกับความชั่วนะ ถ้าไม่ได้แบบที่เราต้องการเราก็ไม่เอาไง ทำไมต้องไปทนในแบบที่เราไม่ชอบด้วย สุดท้ายคนที่ไม่มีความสุขก็เป็นเรา เพื่อนก็ชอบแซวว่ารอเจ้าชายขี่ม้าขาวหลุดออกมาจากนิยายเหรอ เราบอกขอคนธรรมดา แต่ต้องไม่เป็นแบบพวกที่พูดมาข้างบนนั่น
ขอความคิดเห็นหน่อยว่า ถ้าเราเลือกที่จะรักตัวเราเอง เซฟความรู้สึกตัวเอง เราผิดเหรอ การที่ไม่อดทนกับคนพันนั้น ผิดตรงไหน เรายอมโดนว่าเห็นแก่ตัว ถ้าต้องอดทน ดราม่า ร้องไห้คร่ำครวญ โดนผัวซ้อม ไม่ไหว ขอบายค่ะ ใครว่าไงก็ช่าง
รักตัวเอง = เห็นแก่ตัว คิดว่าจริงไหมคะ
- เคสแรกคุยกันไปสักพัก รู้ว่าเค้ามีเมีย มีลูก เราก็บอกเลิก เราขอโทษเมียเค้าว่าเราไม่รู้จริงๆ แล้วเราหายออกมาจากชีวิตเค้าเลย รักไหมเราก็รัก แต่ถ้ายังดื้อด้านวันนึงก็จบอยู่ดีหรือต่อให้เค้าเลิกกับเมียมา เท่ากับแย่งของเค้า เราก็ต้องทุกข์ใจ หวาดระแวงไปตลอด ไม่มีทางมีความสุขแน่ ทั้งที่เค้าขอให้อยู่ แต่เราไม่เอา เคยเจอแบบนี้ถึง 3 ครั้งและเราก็ทนคบไม่ได้จริงๆ สำหรับเราเคสนี้คนเห็ฯแก่ตัวคือผู้ชาย เราว่าเราไม่ผิด เพราะทันทีที่รู้คือเลิกขาด ตัดแบบไม่เหลือเยื่อใย และไม่ติดต่อกับใครอีกเลย
- เคสที่ 2 เคยคุยกันได้ 2-3 เดือน มีกลิ่นแปลกๆว่าเค้ายังไม่เลิกคุยกับแฟนเก่า เราขอให้หยุดติดต่อได้ไหมเพราะมองแล้วว่าไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ใช่เพื่อนรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ เค้าทำให้ไม่ได้ บอกว่าเราคิดมาก ใจแคบ คุยเป็นพี่น้องเฉยๆ ไม่มีอะไร แต่เราไม่ไว้เพราะฝั่งผู้หญิงพยายามแสดงตัว ทำให้เห็นว่าเค้าไม่ได้ไปไหน ยังวนเวียนในชีวิตกันและกัน เราไม่โอเคจริงๆ เราก็ขอเลิกให้เหตุผลว่าคุณทำให้เราสบายใจไม่ได้ คบไปก็หวาดระแวงไม่มีความสุข ผู้ชายขอโอกาสเราไม่ให้ เพราะเราแค่ไม่อยากกลับไปสู่วังวนความหวาดระแวงแบบนั้นอีก ทำไมตอนแรกทำให้ไม่ได้ พอจะเลิกบอกจะทำได้ เราไม่เชื่อและไม่ให้โอกาส หลังจากนั้นไม่นานก็รู้ข่าวจากคนรู้จักว่าเค้ากลับไปคบกันจริงๆ จนปัจจุบันนี้ ผ่านมาประมาณ 5 ปี เราก็รู้สึกว่าดีแล้วที่เลิก ไม่งั้นเราคงเจ็บมากแน่ๆ เราแค่เซฟตัวเองก่อน ยอมตัดตอนที่ไม่ได้รู้สึกมาก ไม่ผูกพันทางกาย
- เคสที่ 3 คุยกันสักพัก ผู้ชายพยายามแสดงความเป็นเจ้าของมากเกินไปจนเราอึดอัด ออกอาการหึงหวงมากเกิน คอยจับผิดเรื่องเวลา เลิกงานกี่โมง ขับรถกลับบ้านกี่นาที ถ้าโทรมาไม่ถึงบ้านก็โวยวาย อาการ คำพูดค่อนข้างไปทางรุนแรง เช่นมีครั้งนึง เค้าแวะมาหาเค้าเข้าห้องน้ำ เราหยิบโทรศัพท์ออกมาคุยไลน์กับเพื่อน เค้าออกมาเห็นเราก็วางโทรศัพท์ลง เค้าโกรธหาว่าแอบคุยกับคนอื่น โกรธแบบน่ากลัว หยิบที่เขี่ยบุหรี่ขึ้นมาเหมือนจะทำร้าย จนเราเอาให้ดูว่าคุยกับเพื่อน เค้าก็ขอโทษ หลังจากวันนั้นเราบลอคและหายไปเลย เพราะไม่ไหวจริงๆ วันนึงคงทำร้ายร่างกายเราหรือฆ่าเราตาย เค้าพยายามติดต่อทุกทางขอโอกาส เราไม่ให้ บอกจะปรับตัว เราก็ไม่ให้โอกาส หลังจากนั้นก็ส่งข้อความหยาบๆมาด่าเรา เราก็รู้สึกว่าเราตัดสินใจไม่ผิด ถ้าวันนั้นเราทน เราให้โอกาสก็ไม่รู้จะเป็นยังไง อาจจะไม่รอดมาตั้งกระทู้นี้
- เคสที่ 4 คุยๆกันไป เริ่มมีอาการติดขัด ขัดสน ปัญหาดราม่าต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องเงินทอง ปกติผู้ชายดีๆเค้าไม่เอ่ยปากกับผู้หญิงเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ยิ่งเพิ่งคุยกัน ไม่นาน ปัญหาสารพัด เราก็ฟังแต่ไม่เคยช่วยเหลือ จนหนักๆเข้าเริ่มรำคาญ จะพูดอะไรนักหนาเรื่องเงินๆทองๆ เหมือนอยากให้เราเอ่ยปากช่วย เอาจริงๆเป็นผู้ชายไม่อายเหรอ ดูไม่มีศักดิ์ศรีมากๆ เป็นแฟนกันก็ยังไม่ได้เป็น ดูเจตนาเกินไป เราก็ขอเลิกเพราะไม่อยากโดนหลอกสูบเลือดสูบเนื้อ กลัวว่าวันนึงถ้ารักแล้วจะเห็นใจมากเกินจนตัวเค้าไม่พยายามอะไร แล้วแต่ละปัญหาก็สร้างมาเอง ไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่
ที่เล่ามาคือเหตุการณ์ตัวอย่าง จริงมีมากกว่านี้ เพื่อนก็จะบอกว่าจะหาคนเพอร์เฟกแบบที่ต้องการมันไม่มีหรอก มันก็ต้องมีข้อเสียกันบ้าง เราบอกเราเข้าใจเรื่องความไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราว่ามันก็ต่างกับความชั่วนะ ถ้าไม่ได้แบบที่เราต้องการเราก็ไม่เอาไง ทำไมต้องไปทนในแบบที่เราไม่ชอบด้วย สุดท้ายคนที่ไม่มีความสุขก็เป็นเรา เพื่อนก็ชอบแซวว่ารอเจ้าชายขี่ม้าขาวหลุดออกมาจากนิยายเหรอ เราบอกขอคนธรรมดา แต่ต้องไม่เป็นแบบพวกที่พูดมาข้างบนนั่น
ขอความคิดเห็นหน่อยว่า ถ้าเราเลือกที่จะรักตัวเราเอง เซฟความรู้สึกตัวเอง เราผิดเหรอ การที่ไม่อดทนกับคนพันนั้น ผิดตรงไหน เรายอมโดนว่าเห็นแก่ตัว ถ้าต้องอดทน ดราม่า ร้องไห้คร่ำครวญ โดนผัวซ้อม ไม่ไหว ขอบายค่ะ ใครว่าไงก็ช่าง