เราเองขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ด้วยความที่ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ แล้วพอดีไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจ ก็เลยเก็บมาฝากนะคะ
โดยเราได้ติดตามทวีตของ Dr. David States ซึ่งท่านได้อัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับโควิดเป็นระยะๆ เมื่อวันก่อนมี thread ที่พูดถึงวัคซีนโควิด จึงขอนำมาแปลสรุปเอาไว้ เผื่อเป็นความรู้สำหรับผู้ที่สนใจค่ะ
จาก thread นี้นะคะ
https://twitter.com/i/status/1252698777296797698
- ถ้าคุณหวังว่าวัคซีนจะเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยกู้โลกแล้วล่ะก็ คุณอาจจะผิดหวังก็ได้ เนื่องจาก SARS-CoV-2 มีการติดต่อกันอย่างกว้างขวาง จึงจำเป็นที่จะต้องใช้วัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันที่คงทน แต่ตัวโคโรนาไวรัสไม่สามารถก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันเช่นนั้นได้
- จากผลการวิจัยพบว่าคนส่วนใหญ่เมื่อได้รับวัคซีนจะไม่สามารถสร้าง IgM ได้มากนัก ส่วน IgG ที่ตอบสนองก็จางหายไปในเวลาเพียงสองเดือน
(IgM กับ IgG เป็นแอนติบอดีที่ร่างกายคนเราสร้างขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคค่ะ โดย IgM จะมีโครงสร้างขนาดใหญ่ และถูกสร้างขึ้นเป็นชนิดแรกเพื่อรับมือกับเชื้อโรคที่เข้ามา ส่วน IgG ถูกสร้างขึ้นช้ากว่า แต่พบได้มากที่สุดในร่างกาย การตรวจ rapid test เพื่อหาผู้ป่วยโควิด ก็จะตรวจจาก IgM / IgG นี่เอง)
- ผลการทดลองวัคซีนโคโรนาไวรัสในมนุษย์ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ นั่นคือจะทำให้เกิดการตอบสนอง แต่ภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นมาจะหายไป และสามารถติดเชื้อได้ใหม่ใน 1-2 ปี
- วัคซีนโคโรนาไวรัสสำหรับสัตว์ก็มีการพัฒนามานานแล้ว เป็นสิบๆ ปี แต่ก็ยังไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่
- ปัญหาของเจ้าเชื้อ SARS-CoV-2 นี่ก็คือมันติดต่อกันได้เป็นวงกว้าง ตอนแรกประมาณค่า R0 อยู่ที่ 2.5 แต่ตอนนี้คิดว่าอยู่ที่ 3-5 แล้ว
(ค่า R0 เป็นค่าที่ประมาณว่าผู้ป่วยคนนึงจะแพร่เชื้อให้คนอื่นได้อีกกี่คน ถ้าค่านี้มาก แสดงว่าเชื้อนี้สามารถแพร่กระจายได้โดยง่าย)
- วัคซีนที่ใช้จึงต้องมีประสิทธิภาพเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจาย วัคซีนสำหรับโปลิโอ หัด และฝีดาษ เป็นวัคซีนที่เยี่ยมยอดในการกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันอย่างถาวร แต่ก็ใช่ว่าทุกวัคซีนจะให้ผลดีเช่นนี้ได้
- วัคซีนโรคหวัดตามฤดูกาลได้ผลแค่ 50% นั่นคือคนที่ฉีดวัคซีนยังมีโอกาสครึ่งนึงที่จะเป็นหวัดอยู่ แต่ถึงกระนั้นวัคซีนโรคหวัดก็ยังช่วยคนได้เป็นจำนวนมาก นั่นก็เป็นเพราะว่าโรคหวัดมีค่า R0 ประมาณ 1.4-1.7
- ถ้าวัคซีนโรคหวัดให้ผลกับคนครึ่งเดียว ค่า R0 จะลดลงมา ซึ่งสามารถยับยั้งการแพร่กระจายได้
- แต่ R0 ของ SARS-CoV-2 มีค่าสูง ถ้าวัคซีนให้ผลแค่ครึ่งเดียว ก็ยังจะมีการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมากอยู่
- เรายังหวังว่าจะผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิภาพได้ แต่ก็ต้องทุ่มเทกันอย่างเต็มที่เพื่อจะเอาชนะอุปสรรคที่เคยมี ระหว่างนี้เราก็ต้องเดินหน้าหายาแอนติไวรัส และทำ social distancing กันต่อไป
(เพิ่มเติม) ในขณะนี้มีวัคซีนต้นแบบ 7 ตัว ที่อยู่ในขั้นของการทดสอบทางคลินิกแล้วนะคะ แล้วยังมีอีก 82 ตัว ที่เป็นพรีคลินิกอยู่ (เริ่มมีความหวังแล้ว)
https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/124414
(เพิ่มเติม) วีดีโอของ TED-Ed ที่อธิบายเกี่ยวกับวัคซีนและโรคระบาดอย่างง่ายๆ ค่ะ
วัคซีนทำงานได้อย่างไร -
https://www.youtube.com/watch?v=rb7TVW77ZCs
ทำไมเราต้องฉีดวัคซีนโรคหวัดทุกปี -
https://www.youtube.com/watch?v=FZ_jNGKCIWs
การระบาดทั่วโลกเกิดขึ้นได้อย่างไร -
https://www.youtube.com/watch?v=UG8YbNbdaco
ไวรัสข้ามจากสัตว์สู่คนได้อย่างไร -
https://www.youtube.com/watch?v=xjcsrU-ZmgY
(เพิ่มเติม) การป้องกันตัวและการปฏิบัติตัว (ฉบับการ์ตูน)
https://www.youtube.com/watch?v=rAj38E7vrS8
https://www.youtube.com/watch?v=UcFDdfueQRg
แล้วขณะที่ยังไม่มีวัคซีน ควรจะทำอย่างไรดี
Dr. David States ก็ได้ทวีตไว้อย่างนี้
https://twitter.com/statesdj/status/1254399928245288960 คือ
- หาทางพัฒนาวัคซีนกันต่อไป ขณะนี้มีเกือบร้อยตัวแล้ว ต้องมีซักตัวที่ได้ผลบ้างแหละน่า
- หายาที่ช่วยลดความรุนแรงของโรค
- เรียนรู้การดูแลรักษาคนไข้ให้ดีขึ้น
- ใช้มาตรการอันชาญฉลาดเพื่อลดการแพร่ระบาดและไม่ให้มีคนป่วยเข้ามาเกินกำลังการรักษาของโรงพยาบาล
แล้วควรจะดำเนินมาตรการอย่างไรดี ก็มีคนที่สร้างแบบจำลองขึ้นมาเพื่อดูผลของมาตรการต่างๆ
ดังนี้
https://twitter.com/ncasenmare/status/1246098656517861376
มาตรการ 0 เปิดอ้าซ่า ไม่ทำอะไรเลย ก็จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ อาจจะจบเร็วแต่เจ็บหนัก มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก
มาตรการ 1 เปิดแง้ม มีการควบคุมบ้าง หวังให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เหมือนกัน แต่จะจบช้ากว่าแบบแรกและผู้ป่วยยังล้นโรงพยาบาลอยู่
มาตรการ 2 ปิดตายเป็นเดือนๆ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ แต่พอเปิดใหม่ก็อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
มาตรการ 3 ปิดๆ เปิดๆ
มาตรการ 4 ทุบแล้วนวด (The Hammer and the Dance) คือในช่วงแรกที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง จะต้องทุบให้ลงด้วยมาตรการที่เข้มงวดก่อน จากนั้นพยายามกดให้ค่า R0 ไม่เกิน 1 ด้วยระบบคัดกรองและกักกันที่มีประสิทธิภาพ การป้องกันการรวมกลุ่ม รวมทั้งการให้ความรู้และปลูกจิตสำนึก โดยต้องชั่งน้ำหนักกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาด้วย
Bill Gates มหาเศรษฐีผู้ต่อสู้กับปัญหาความยากจนและโรคภัยไข้เจ็บมานานแล้ว ก็ได้เขียนบทความอย่างละเอียด ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ไว้อย่างดีและครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ใครที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่นะคะ
https://www.gatesnotes.com/Health/Pandemic-Innovation
Bill Gates ปิดท้ายบทความนี้เอาไว้ว่า
World War II was the defining moment of our parents’ generation. In a similar way, the COVID-19 pandemic—the first modern pandemic—will define this era.
นั่นคือเหตุการณ์โลกระบาดในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่นิยามยุคสมัยของพวกเรา เฉกเช่นเมื่อครั้นสงครามโลกในยุคก่อน ตัวเราเองก็ขอเป็นกำลังใจให้กับนักรบแนวหน้า คือบุคลากรทางการสาธารณสุขทุกท่าน ส่วนใครที่กำลังสิ้นหวังหรือท้อแท้ใจก็ขอให้เข้มแข็งไว้นะคะ คิดว่ารุ่นคุณปู่คุณย่ายังสามารถฝ่าฟันวิกฤตของสงครามโลกและกลับมาสร้างตัวสร้างฐานะพัฒนาประเทศอย่างแข็งแกร่งได้ ในรุ่นของเราเองก็จำเป็นต้องอดทนและร่วมมือฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันค่ะ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิดในขณะนี้ นำมาฝากกันค่ะ
โดยเราได้ติดตามทวีตของ Dr. David States ซึ่งท่านได้อัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับโควิดเป็นระยะๆ เมื่อวันก่อนมี thread ที่พูดถึงวัคซีนโควิด จึงขอนำมาแปลสรุปเอาไว้ เผื่อเป็นความรู้สำหรับผู้ที่สนใจค่ะ
จาก thread นี้นะคะ https://twitter.com/i/status/1252698777296797698
- ถ้าคุณหวังว่าวัคซีนจะเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยกู้โลกแล้วล่ะก็ คุณอาจจะผิดหวังก็ได้ เนื่องจาก SARS-CoV-2 มีการติดต่อกันอย่างกว้างขวาง จึงจำเป็นที่จะต้องใช้วัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันที่คงทน แต่ตัวโคโรนาไวรัสไม่สามารถก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันเช่นนั้นได้
- จากผลการวิจัยพบว่าคนส่วนใหญ่เมื่อได้รับวัคซีนจะไม่สามารถสร้าง IgM ได้มากนัก ส่วน IgG ที่ตอบสนองก็จางหายไปในเวลาเพียงสองเดือน
(IgM กับ IgG เป็นแอนติบอดีที่ร่างกายคนเราสร้างขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคค่ะ โดย IgM จะมีโครงสร้างขนาดใหญ่ และถูกสร้างขึ้นเป็นชนิดแรกเพื่อรับมือกับเชื้อโรคที่เข้ามา ส่วน IgG ถูกสร้างขึ้นช้ากว่า แต่พบได้มากที่สุดในร่างกาย การตรวจ rapid test เพื่อหาผู้ป่วยโควิด ก็จะตรวจจาก IgM / IgG นี่เอง)
- ผลการทดลองวัคซีนโคโรนาไวรัสในมนุษย์ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ นั่นคือจะทำให้เกิดการตอบสนอง แต่ภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นมาจะหายไป และสามารถติดเชื้อได้ใหม่ใน 1-2 ปี
- วัคซีนโคโรนาไวรัสสำหรับสัตว์ก็มีการพัฒนามานานแล้ว เป็นสิบๆ ปี แต่ก็ยังไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่
- ปัญหาของเจ้าเชื้อ SARS-CoV-2 นี่ก็คือมันติดต่อกันได้เป็นวงกว้าง ตอนแรกประมาณค่า R0 อยู่ที่ 2.5 แต่ตอนนี้คิดว่าอยู่ที่ 3-5 แล้ว
(ค่า R0 เป็นค่าที่ประมาณว่าผู้ป่วยคนนึงจะแพร่เชื้อให้คนอื่นได้อีกกี่คน ถ้าค่านี้มาก แสดงว่าเชื้อนี้สามารถแพร่กระจายได้โดยง่าย)
- วัคซีนที่ใช้จึงต้องมีประสิทธิภาพเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจาย วัคซีนสำหรับโปลิโอ หัด และฝีดาษ เป็นวัคซีนที่เยี่ยมยอดในการกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันอย่างถาวร แต่ก็ใช่ว่าทุกวัคซีนจะให้ผลดีเช่นนี้ได้
- วัคซีนโรคหวัดตามฤดูกาลได้ผลแค่ 50% นั่นคือคนที่ฉีดวัคซีนยังมีโอกาสครึ่งนึงที่จะเป็นหวัดอยู่ แต่ถึงกระนั้นวัคซีนโรคหวัดก็ยังช่วยคนได้เป็นจำนวนมาก นั่นก็เป็นเพราะว่าโรคหวัดมีค่า R0 ประมาณ 1.4-1.7
- ถ้าวัคซีนโรคหวัดให้ผลกับคนครึ่งเดียว ค่า R0 จะลดลงมา ซึ่งสามารถยับยั้งการแพร่กระจายได้
- แต่ R0 ของ SARS-CoV-2 มีค่าสูง ถ้าวัคซีนให้ผลแค่ครึ่งเดียว ก็ยังจะมีการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมากอยู่
- เรายังหวังว่าจะผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิภาพได้ แต่ก็ต้องทุ่มเทกันอย่างเต็มที่เพื่อจะเอาชนะอุปสรรคที่เคยมี ระหว่างนี้เราก็ต้องเดินหน้าหายาแอนติไวรัส และทำ social distancing กันต่อไป
(เพิ่มเติม) ในขณะนี้มีวัคซีนต้นแบบ 7 ตัว ที่อยู่ในขั้นของการทดสอบทางคลินิกแล้วนะคะ แล้วยังมีอีก 82 ตัว ที่เป็นพรีคลินิกอยู่ (เริ่มมีความหวังแล้ว)
https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/124414
(เพิ่มเติม) วีดีโอของ TED-Ed ที่อธิบายเกี่ยวกับวัคซีนและโรคระบาดอย่างง่ายๆ ค่ะ
วัคซีนทำงานได้อย่างไร - https://www.youtube.com/watch?v=rb7TVW77ZCs
ทำไมเราต้องฉีดวัคซีนโรคหวัดทุกปี - https://www.youtube.com/watch?v=FZ_jNGKCIWs
การระบาดทั่วโลกเกิดขึ้นได้อย่างไร - https://www.youtube.com/watch?v=UG8YbNbdaco
ไวรัสข้ามจากสัตว์สู่คนได้อย่างไร - https://www.youtube.com/watch?v=xjcsrU-ZmgY
(เพิ่มเติม) การป้องกันตัวและการปฏิบัติตัว (ฉบับการ์ตูน)
https://www.youtube.com/watch?v=rAj38E7vrS8
https://www.youtube.com/watch?v=UcFDdfueQRg
แล้วขณะที่ยังไม่มีวัคซีน ควรจะทำอย่างไรดี
Dr. David States ก็ได้ทวีตไว้อย่างนี้ https://twitter.com/statesdj/status/1254399928245288960 คือ
- หาทางพัฒนาวัคซีนกันต่อไป ขณะนี้มีเกือบร้อยตัวแล้ว ต้องมีซักตัวที่ได้ผลบ้างแหละน่า
- หายาที่ช่วยลดความรุนแรงของโรค
- เรียนรู้การดูแลรักษาคนไข้ให้ดีขึ้น
- ใช้มาตรการอันชาญฉลาดเพื่อลดการแพร่ระบาดและไม่ให้มีคนป่วยเข้ามาเกินกำลังการรักษาของโรงพยาบาล
แล้วควรจะดำเนินมาตรการอย่างไรดี ก็มีคนที่สร้างแบบจำลองขึ้นมาเพื่อดูผลของมาตรการต่างๆ
ดังนี้ https://twitter.com/ncasenmare/status/1246098656517861376
มาตรการ 0 เปิดอ้าซ่า ไม่ทำอะไรเลย ก็จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ อาจจะจบเร็วแต่เจ็บหนัก มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก
มาตรการ 1 เปิดแง้ม มีการควบคุมบ้าง หวังให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เหมือนกัน แต่จะจบช้ากว่าแบบแรกและผู้ป่วยยังล้นโรงพยาบาลอยู่
มาตรการ 2 ปิดตายเป็นเดือนๆ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ แต่พอเปิดใหม่ก็อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
มาตรการ 3 ปิดๆ เปิดๆ
มาตรการ 4 ทุบแล้วนวด (The Hammer and the Dance) คือในช่วงแรกที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง จะต้องทุบให้ลงด้วยมาตรการที่เข้มงวดก่อน จากนั้นพยายามกดให้ค่า R0 ไม่เกิน 1 ด้วยระบบคัดกรองและกักกันที่มีประสิทธิภาพ การป้องกันการรวมกลุ่ม รวมทั้งการให้ความรู้และปลูกจิตสำนึก โดยต้องชั่งน้ำหนักกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาด้วย
Bill Gates มหาเศรษฐีผู้ต่อสู้กับปัญหาความยากจนและโรคภัยไข้เจ็บมานานแล้ว ก็ได้เขียนบทความอย่างละเอียด ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ไว้อย่างดีและครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ใครที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่นะคะ https://www.gatesnotes.com/Health/Pandemic-Innovation
Bill Gates ปิดท้ายบทความนี้เอาไว้ว่า
นั่นคือเหตุการณ์โลกระบาดในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่นิยามยุคสมัยของพวกเรา เฉกเช่นเมื่อครั้นสงครามโลกในยุคก่อน ตัวเราเองก็ขอเป็นกำลังใจให้กับนักรบแนวหน้า คือบุคลากรทางการสาธารณสุขทุกท่าน ส่วนใครที่กำลังสิ้นหวังหรือท้อแท้ใจก็ขอให้เข้มแข็งไว้นะคะ คิดว่ารุ่นคุณปู่คุณย่ายังสามารถฝ่าฟันวิกฤตของสงครามโลกและกลับมาสร้างตัวสร้างฐานะพัฒนาประเทศอย่างแข็งแกร่งได้ ในรุ่นของเราเองก็จำเป็นต้องอดทนและร่วมมือฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันค่ะ