
คุณเคยหรือเปล่า...เคยฝันเห็นตัวเองกำลังเดินเล่นท่ามกลางสวนผลหมากรากไม้ ในสถานที่ๆ ร่มรื่นและเงียบสงบที่สุดในโลก? คุณจะรู้สึกราวกับกำลังก้าวเท้าเข้ามาในสวนเทพนิยายที่มีท้องฟ้าระบายจางๆด้วยสีครามสด ตัดกับสีเขียวของสวนฝรั่งเขียวชอุ่มที่สุดปลายฟ้า ซึ่งเป็นภาพจากธรรมชาติที่มองแล้วสามารถรับความสดชื่นได้จากทางสายตา
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับฝรั่ง ผลไม้เปลือกสีเขียว รสชาติหวานกรอบ อุดมไปด้วยวิตามินซี มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายทาง อย่างเช่นแก้หวัดแก้ไอ เป็นต้น และยังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในแทบทุกประเทศบนโลก แต่เมื่อมองตรงไป ณ สวนฝรั่งกิมจู หมู่บ้านปางห้าที่อยู่ตรงหน้าแห่งนี้ กลับไม่ใช่ฝรั่งที่เรารู้จักโดยทั่วไป ความพิเศษอยู่ตรงที่ต้นฝรั่งทุกต้นเป็นสายพันธ์ุนำเข้าจากเกาะไต้หวัน ซึ่งเมื่อนำมาปลูกบนพื้นดินอุดมสมบูรณ์บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงนี้ ผลผลิตกลับกลายเป็นฝรั่งที่มีรสชาติหวานกรอบและชุ่มน้ำ มีความโดดเด่นอย่างน่าอัศจรรย์

หากต้องกล่าวถึงความเป็นมาของสวนฝรั่งกิมจู ณ หมู่บ้านปางห้าแห่งนี้ เมื่อ 5 ปีก่อน ผืนดินแห่งนี้เคยเป็นเพียงไร่ข้าวโพดธรรมดาๆ หลังจากนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นสวนฝรั่งกิมจูแบบเกษตรอินทรีย์100% บนเนื้อที่กว่า10ไร่ และต่อมาได้เข้าร่วมเป็นฐานๆหนึ่ง ในโครงการวิสาหกิจเพื่อสังคมของหมู่บ้านปางห้า กลายเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนเชียงราย ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้จะเป็นใครไปได้อีก หากไม่ใช่คุณป้าลัดดา เจ้าของกิจการคนปัจจุบัน

ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถ สิ่งแรกที่คุณจะได้สัมผัสคือสายลมอ่อนๆพัดผ่านใบหน้า กลิ่นของสวนออร์แกนิคหอมฟุ้งคล้ายกลิ่นเมเปิ้ลจางๆ สีเขียวเข้ม อ่อนสลับไปมาของใบไม้ และผลฝรั่งถักทอกันจนเป็นสวนฝรั่งกิมจู สุดลูกหูลูกตา ความเงียบสงบทำให้ได้ยินเพียงเสียงใบไม้ลู่ไปตามลม เสียงรองเท้ากระทบใบไม้ในแต่ละก้าว เสียงบทสนทนาลางๆของคนในพื้นที่ฟังดูอบอุ่น เรียบง่ายอย่างบอกไม่ถูก

หากพูดถึงตัวผลไม้ ฝรั่งที่นี่ ก็มีให้เลือกชิมทั้งฝรั่งเนื้อสีขาวครีม และเนื้อสีชมพูพาสเทล ในขณะที่ฝรั่งเนื้อสีขาวครีมให้รสชาติหวานหอมเหมือนกำลังชิมเนื้อครีมบนหน้าเค้ก ทว่ากรอบราวกับเพิ่งนำไปทอดมาหมาดๆหลังจากปอกเสร็จ ส่วนฝรั่งเนื้อสีชมพูนั้น มีความพิเศษตรงเนื้อเย็นฉ่ำชุ่มน้ำราวกับได้ทานเนื้อฝรั่งแช่น้ำแตงโม เนื้อนุ่มวาวสีชมพูพาสเทลที่จัดเรียงสวยงามประณีตบนจานเล็กๆนั้น ทำให้มองผ่านๆดูเหมือนขนมหวานมากกว่าผลไม้เสียอีก
กิจกรรมที่ห้ามพลาด: เมื่อคุณได้เดินทางมาถึงสวนแห่งนี้แล้ว หากไม่ได้ลองทำกิจกรรมต่อไปนี้ ก็เหมือนยังมาไม่ถึงสวนฝรั่งปางห้าอย่างแท้จริง
1. ผจญภัยท่องไปในสวนฝรั่งพร้อมเด็ดฝรั่งสดๆจากต้นใส่ตะกร้า
2. สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นคณะก็สามารถสร้างเกมในจินตนาการ แข่งกันเก็บฝรั่งในเวลาที่กำหนดได้อย่างน่าตื่นเต้น เผาผลาญแคลลอรีไปอีกแบบ
3. สวมวิญญาณบาร์เทนเดอร์ทำน้ำฝรั่งคั้นสดๆพร้อมดื่มด้วยตัวเอง
4. ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หากใครติดใจใน รสชาติหวานฉ่ำหารับประทานยากของฝรั่งที่นี่ ก็สามารถเหมาฝรั่งแบบล้างสต็อค ติดตัวกลับไปฝากเพื่อนๆ ครอบครัวกันได้อย่างไม่อั้น
5. สุดท้ายหากใครสนใจอยากเรียนรู้การปลูกฝรั่งแบบเกษตรอินทรีย์ คุณป้าลัดดาก็พร้อมให้คำแนะนำอย่างเต็มที่กันเลยทีเดียว
เก็บฝรั่งแบบมืออาชีพ: เพื่อให้ได้รสชาติที่สดใหม่ที่สุด และพร้อมทานได้ทันที ควรทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆดังนี้
1. มองหาฝรั่งสีเขียวอ่อนแซมเหลืองและชมพู
2. เข้าไปใกล้ๆสำรวจหาริ้วรอยบนผิวฝรั่ง (ฝรั่งที่ดีต้องผิวเนียนใสไร้ริ้วรอย)
3. ใช้กรรไกรตัดไปที่ขั้วฝรั่งดัง"ฉับ" ก็ได้แล้ว ฝรั่งสุกงอมพร้อมรับประทาน
ทานฝรั่งแบบเจ๋งๆ: ลืมวิธีรับประทานฝรั่งแบบธรรมดาๆไปได้เลย เพราะคุณป้าลัดดา เจ้าของสวนฝรั่งแห่งนี้ มีทั้งพริกเกลือสูตรเด็ดสีชมพูสด และเครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่จะเปลี่ยนฝรั่งธรรมดา ให้กลายเป็นน้ำฝรั่งสีชมพูหวานแหววหอมสดชื่น ดื่มฟินสุดๆในหน้าร้อน
ในที่นี้เราจะพูดถึงเคล็ดลับการทำน้ำฝรั่งง่ายๆให้ดูมีศิลปะ ภายใน 3 ขั้นตอน
1. นำฝรั่งเนื้อสีครีม หรือชมพู ลงไปปั่นในเครื่องปั่น
2. กรองเมล็ดออก แล้วเทน้ำที่ได้ใส่ภาชนะ
3. เติมมะนาว น้ำผึ้ง และน้ำแข็งได้ตามใจชอบ
เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำฝรั่งสูตรเด็ด เย็นสดชื่น ดื่มคลายร้อนกันตามต้องการ
การเดินทาง: ถึงจะอยู่แทบชิดสุดขอบเขตแดนสยามแต่การเดินทางนั้นกลับไม่ได้ยากลำบากเหมือนการขึ้นดอยแบบที่คิด เพราะการเดินทางนั้นแสนง่ายดาย สามารถเดินทางได้โดยรถส่วนตัว หากไม่มีรถส่วนตัว เพียงแค่เรียกแท็กซีหรือเหมารถตู้โดยสาร ตั้งจีพีเอสไปที่หมู่บ้านปางห้า อำเภอแม่สาย เพียงเท่านี้สถานที่ในฝันแห่งนี้ ก็จะถูกเติมเต็มให้คุณได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ช่วงเวลาเข้าชม: เปิดให้บริการทั้งวัน แต่แนะนำให้มาช่วงเช้า เพราะถึงแม้อากาศจะสดใส แต่แสงแดดที่ร้อนแรงนั้นอาจทำให้คุณดื่มด่ำกับความสดชื่นได้ไม่เต็มที่ และสามารถเข้าชมได้ตลอดปีเนื่องจากฝรั่งที่นี่ออกผลตลอดทั้งปี โดยช่วงเวลาที่อากาศเป็นใจมากที่สุด คือช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศจะเย็นสบายและไร้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5
ค่าเยี่ยมชม: xxx บาท
ที่ตั้ง: หมู่ 1 บ้านปางห้า ซอย1 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย
เบอร์โทรติดต่อ: 064 679 7470
เฟสบุ๊ก: ท่องเที่ยวชุมชนปางห้าโฮมสเตย์ Pangha Homestay
อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆที่จะสูดออกซิเจนได้เต็มปอดแบบนี้ฟังดูห่างไกลออกไป โรคระบาดหมดไปเมื่อไหร่ เก็บกระเป๋า จองตั๋วด่วนๆ แล้วมากันเลยยยย! รู้นะว่าอดใจไม่ไหวอยากไปกันแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พร้อมเก็บกระเป๋าออกเดินทางกันแล้วหรือยัง?
**บทความนี้ไม่มีผลประโยชน์ใดๆในทางพาณิชย์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิชา senior project**
**เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้หมู่บ้านปิดชั่วคราว จึงต้องขอบคุณรูปภาพจาก Bloggers ทุกท่านด้วยค่ะ***
หลบพักที่เจียงฮาย ดินแดนสวนฝรั่งพันธุ์กิมจู
คุณเคยหรือเปล่า...เคยฝันเห็นตัวเองกำลังเดินเล่นท่ามกลางสวนผลหมากรากไม้ ในสถานที่ๆ ร่มรื่นและเงียบสงบที่สุดในโลก? คุณจะรู้สึกราวกับกำลังก้าวเท้าเข้ามาในสวนเทพนิยายที่มีท้องฟ้าระบายจางๆด้วยสีครามสด ตัดกับสีเขียวของสวนฝรั่งเขียวชอุ่มที่สุดปลายฟ้า ซึ่งเป็นภาพจากธรรมชาติที่มองแล้วสามารถรับความสดชื่นได้จากทางสายตา
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับฝรั่ง ผลไม้เปลือกสีเขียว รสชาติหวานกรอบ อุดมไปด้วยวิตามินซี มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายทาง อย่างเช่นแก้หวัดแก้ไอ เป็นต้น และยังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในแทบทุกประเทศบนโลก แต่เมื่อมองตรงไป ณ สวนฝรั่งกิมจู หมู่บ้านปางห้าที่อยู่ตรงหน้าแห่งนี้ กลับไม่ใช่ฝรั่งที่เรารู้จักโดยทั่วไป ความพิเศษอยู่ตรงที่ต้นฝรั่งทุกต้นเป็นสายพันธ์ุนำเข้าจากเกาะไต้หวัน ซึ่งเมื่อนำมาปลูกบนพื้นดินอุดมสมบูรณ์บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงนี้ ผลผลิตกลับกลายเป็นฝรั่งที่มีรสชาติหวานกรอบและชุ่มน้ำ มีความโดดเด่นอย่างน่าอัศจรรย์
หากต้องกล่าวถึงความเป็นมาของสวนฝรั่งกิมจู ณ หมู่บ้านปางห้าแห่งนี้ เมื่อ 5 ปีก่อน ผืนดินแห่งนี้เคยเป็นเพียงไร่ข้าวโพดธรรมดาๆ หลังจากนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นสวนฝรั่งกิมจูแบบเกษตรอินทรีย์100% บนเนื้อที่กว่า10ไร่ และต่อมาได้เข้าร่วมเป็นฐานๆหนึ่ง ในโครงการวิสาหกิจเพื่อสังคมของหมู่บ้านปางห้า กลายเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนเชียงราย ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้จะเป็นใครไปได้อีก หากไม่ใช่คุณป้าลัดดา เจ้าของกิจการคนปัจจุบัน
ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถ สิ่งแรกที่คุณจะได้สัมผัสคือสายลมอ่อนๆพัดผ่านใบหน้า กลิ่นของสวนออร์แกนิคหอมฟุ้งคล้ายกลิ่นเมเปิ้ลจางๆ สีเขียวเข้ม อ่อนสลับไปมาของใบไม้ และผลฝรั่งถักทอกันจนเป็นสวนฝรั่งกิมจู สุดลูกหูลูกตา ความเงียบสงบทำให้ได้ยินเพียงเสียงใบไม้ลู่ไปตามลม เสียงรองเท้ากระทบใบไม้ในแต่ละก้าว เสียงบทสนทนาลางๆของคนในพื้นที่ฟังดูอบอุ่น เรียบง่ายอย่างบอกไม่ถูก
หากพูดถึงตัวผลไม้ ฝรั่งที่นี่ ก็มีให้เลือกชิมทั้งฝรั่งเนื้อสีขาวครีม และเนื้อสีชมพูพาสเทล ในขณะที่ฝรั่งเนื้อสีขาวครีมให้รสชาติหวานหอมเหมือนกำลังชิมเนื้อครีมบนหน้าเค้ก ทว่ากรอบราวกับเพิ่งนำไปทอดมาหมาดๆหลังจากปอกเสร็จ ส่วนฝรั่งเนื้อสีชมพูนั้น มีความพิเศษตรงเนื้อเย็นฉ่ำชุ่มน้ำราวกับได้ทานเนื้อฝรั่งแช่น้ำแตงโม เนื้อนุ่มวาวสีชมพูพาสเทลที่จัดเรียงสวยงามประณีตบนจานเล็กๆนั้น ทำให้มองผ่านๆดูเหมือนขนมหวานมากกว่าผลไม้เสียอีก
กิจกรรมที่ห้ามพลาด: เมื่อคุณได้เดินทางมาถึงสวนแห่งนี้แล้ว หากไม่ได้ลองทำกิจกรรมต่อไปนี้ ก็เหมือนยังมาไม่ถึงสวนฝรั่งปางห้าอย่างแท้จริง
1. ผจญภัยท่องไปในสวนฝรั่งพร้อมเด็ดฝรั่งสดๆจากต้นใส่ตะกร้า
2. สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นคณะก็สามารถสร้างเกมในจินตนาการ แข่งกันเก็บฝรั่งในเวลาที่กำหนดได้อย่างน่าตื่นเต้น เผาผลาญแคลลอรีไปอีกแบบ
3. สวมวิญญาณบาร์เทนเดอร์ทำน้ำฝรั่งคั้นสดๆพร้อมดื่มด้วยตัวเอง
4. ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หากใครติดใจใน รสชาติหวานฉ่ำหารับประทานยากของฝรั่งที่นี่ ก็สามารถเหมาฝรั่งแบบล้างสต็อค ติดตัวกลับไปฝากเพื่อนๆ ครอบครัวกันได้อย่างไม่อั้น
5. สุดท้ายหากใครสนใจอยากเรียนรู้การปลูกฝรั่งแบบเกษตรอินทรีย์ คุณป้าลัดดาก็พร้อมให้คำแนะนำอย่างเต็มที่กันเลยทีเดียว
เก็บฝรั่งแบบมืออาชีพ: เพื่อให้ได้รสชาติที่สดใหม่ที่สุด และพร้อมทานได้ทันที ควรทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆดังนี้
1. มองหาฝรั่งสีเขียวอ่อนแซมเหลืองและชมพู
2. เข้าไปใกล้ๆสำรวจหาริ้วรอยบนผิวฝรั่ง (ฝรั่งที่ดีต้องผิวเนียนใสไร้ริ้วรอย)
3. ใช้กรรไกรตัดไปที่ขั้วฝรั่งดัง"ฉับ" ก็ได้แล้ว ฝรั่งสุกงอมพร้อมรับประทาน
ทานฝรั่งแบบเจ๋งๆ: ลืมวิธีรับประทานฝรั่งแบบธรรมดาๆไปได้เลย เพราะคุณป้าลัดดา เจ้าของสวนฝรั่งแห่งนี้ มีทั้งพริกเกลือสูตรเด็ดสีชมพูสด และเครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่จะเปลี่ยนฝรั่งธรรมดา ให้กลายเป็นน้ำฝรั่งสีชมพูหวานแหววหอมสดชื่น ดื่มฟินสุดๆในหน้าร้อน
ในที่นี้เราจะพูดถึงเคล็ดลับการทำน้ำฝรั่งง่ายๆให้ดูมีศิลปะ ภายใน 3 ขั้นตอน
1. นำฝรั่งเนื้อสีครีม หรือชมพู ลงไปปั่นในเครื่องปั่น
2. กรองเมล็ดออก แล้วเทน้ำที่ได้ใส่ภาชนะ
3. เติมมะนาว น้ำผึ้ง และน้ำแข็งได้ตามใจชอบ
เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำฝรั่งสูตรเด็ด เย็นสดชื่น ดื่มคลายร้อนกันตามต้องการ
การเดินทาง: ถึงจะอยู่แทบชิดสุดขอบเขตแดนสยามแต่การเดินทางนั้นกลับไม่ได้ยากลำบากเหมือนการขึ้นดอยแบบที่คิด เพราะการเดินทางนั้นแสนง่ายดาย สามารถเดินทางได้โดยรถส่วนตัว หากไม่มีรถส่วนตัว เพียงแค่เรียกแท็กซีหรือเหมารถตู้โดยสาร ตั้งจีพีเอสไปที่หมู่บ้านปางห้า อำเภอแม่สาย เพียงเท่านี้สถานที่ในฝันแห่งนี้ ก็จะถูกเติมเต็มให้คุณได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ช่วงเวลาเข้าชม: เปิดให้บริการทั้งวัน แต่แนะนำให้มาช่วงเช้า เพราะถึงแม้อากาศจะสดใส แต่แสงแดดที่ร้อนแรงนั้นอาจทำให้คุณดื่มด่ำกับความสดชื่นได้ไม่เต็มที่ และสามารถเข้าชมได้ตลอดปีเนื่องจากฝรั่งที่นี่ออกผลตลอดทั้งปี โดยช่วงเวลาที่อากาศเป็นใจมากที่สุด คือช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศจะเย็นสบายและไร้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5
ค่าเยี่ยมชม: xxx บาท
ที่ตั้ง: หมู่ 1 บ้านปางห้า ซอย1 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย
เบอร์โทรติดต่อ: 064 679 7470
เฟสบุ๊ก: ท่องเที่ยวชุมชนปางห้าโฮมสเตย์ Pangha Homestay
อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆที่จะสูดออกซิเจนได้เต็มปอดแบบนี้ฟังดูห่างไกลออกไป โรคระบาดหมดไปเมื่อไหร่ เก็บกระเป๋า จองตั๋วด่วนๆ แล้วมากันเลยยยย! รู้นะว่าอดใจไม่ไหวอยากไปกันแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พร้อมเก็บกระเป๋าออกเดินทางกันแล้วหรือยัง?
**บทความนี้ไม่มีผลประโยชน์ใดๆในทางพาณิชย์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิชา senior project**
**เนื่องจากสถานการณ์โควิด ทำให้หมู่บ้านปิดชั่วคราว จึงต้องขอบคุณรูปภาพจาก Bloggers ทุกท่านด้วยค่ะ***