----------------------------
++++สืบเนื่องมาจากที่เราไปเรียนภาษาที่อังกฤษและพบเจอเหตุการณ์บางอย่างที่น่าสนใจเลยเอามาแชร์ให้คนอื่นได้รับรู้ไปกับเราด้วย ++++
----------------------------
+++กระทู้ก่อนหน้า+++
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://pantip.com/topic/39800272
https://pantip.com/topic/39801509
https://pantip.com/topic/39802615
https://pantip.com/topic/39803259
https://pantip.com/topic/39805824
https://pantip.com/topic/39806465
https://pantip.com/topic/39809318
++++ MALHAM COVE ++++
ก่อนที่เริ่มเล่าเรื่องนี้เราอยากจะเกริ่นหน่อย จะเห็นได้ว่าสถานที่ต่างๆในกระทู้ของเราที่ผ่านๆมาจะเป็นสถานที่ที่คนไม่ค่อยจะรู้จักเลยในอังกฤษยกเว้นแต่เป็นคนในพื้นที่นั้นจริงๆเพราะว่าเราต้องการให้ทุกคนได้รู้ถึงอีกมุมหนึ่งที่ไม่มีใครเห็นและอยากให้รู้ว่าอังกฤษไม่ได้มีแค่สถานที่บ๊อบๆอย่างพวกลอนดอน แมนเชสเตอร์ ยอร์ค และเนื่องจากเราได้มีโอกาสสัมผัสกับเมืองเหล่านั้นจึงอยากนำมันมาถ่ายทอดให้คนได้เห็นแต่พวกเมืองดังเราจะมาเขียนให้อ่านกันในช่วงกระทู้ตอนท้ายๆนะ
เอาละเริ่มเรื่องตอนนี้เลย...........ตั้งแต่มีความคิดว่าจะไปเรียนที่อังกฤษทั้งที่ไม่รู้ว่าวีซ่าจะผ่านมั้ยแต่เราตั้งเป้าไว้ว่าถ้าวีซ่าผ่านนะไม่ว่าจะไกลแค่ใหนก็ตามเราจะมาที่นี่ให้ได้ เพราะอะไรนะหรอที่ทำให้เราอยากมาที่นี่ขนาดนั้นต้องย้อนเวลาหน่อยคือเราเป็นติ่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ไงแล้วในภาค 7.1 ตอนที่เฮอร์ไมโอนี่หายตัวมาที่กับแฮร์รี่ ซึ่งเป็นสถานที่เป็นโขดหิน มองออกไปเห็นวิวสวยๆและเราย้อนดูฉากนี้หลายรอบมากกกกกกกกก
เอาเรื่องไปเล่าให้พี่สาวฟังแกบอกว่านี่มันอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเลยนะอีกอย่างแกไปมาแล้วด้วยละ เดี๋ยวจะพาไปเองโห้ เราดีใจสุดๆอะ
ที่นี่จะเป็นพื้นที่คล้ายๆกับอุทยานบ้านเรา เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติเอาไว้ ตอนเราจะเดินเข้ามายังที่นี่จะผ่านหมู่บ้านเล็กๆก่อนโดยจะมีโรงแรม มีร้านอาหารเล็กในหมู่บ้านด้วยเหมือนจะเป็นที่สำหรับไปตั้งแคมป์ด้วยเพราะระว่างทางเห็นกลุ่มคนตั้งเต็นท์ด้วย หน้าผาที่เห็นในรูปจะมีน้ำตกด้วยนะแต่ตอนที่เราไปน้ำน้อยเลยไม่มีแต่ยังมีน้ำในลำธารเล็กอยู่แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นหน้าร้อนก็ตามแต่น้ำในลำธารนั้นเย็นใช้ได้เลยนะ ระหว่างที่เดินจะปวดขาเราจะถอดเท้าลงแช่น้ำมันช่วยได้เยอะเลย
การเดินของคนที่นี่มักจะเป็นกิจกรรมแปลกๆสำหรับเรานะคือเราสาวบอกเราว่าคนที่นี่ชอบไปเดินเล่นออกกำลังกายเบาๆกันเดินดูวิวสวยๆสัก 1-2ชม. ที่งงก็คือที่ไทยเราอะ เราไม่มีความคิดที่จะออกไปเดินเล่นเลยแค่ออกไปปากซอยก็เหงื่อก็ออกราวกับไปอาบน้ำมาแล้วเหนียวตัวไปหมดเลยแต่ที่นี่อากาศดีไงขนาดที่เราเป็นมนุษย์เหงื่อเยอะยังชอบที่จะออกเดินเลย อากาศดีๆเย็นๆสบายสำคัญมากนะสำหรับการเดิน
เห็นกลุ่มคนแบ็คแพ็คด้านหลังมั้ยนั่นเป็นเด็กนักเรียนเองนะเหมือนเค้ามาตั้งแคมป์ในป่ากับทางโรงเรียน นี่แอบอิจฉานะตอนเราไม่มีกิจกรรมไรเลย สอนเน้นเรียนๆแบบท่องจำๆ ไม่ได้สอนใช้ชีวิตเลยอะ

เนื่องจากที่นี่เป็นพื้นที่โล่งและอาจจะติดฟาร์มคนอื่นบ้างทำให้เราเห็นแพะและแกะได้โดยทั่วๆไป เดินๆไประวังอึ!!!!ของน้องด้วยละกัน

เห็นผนังหินที่เป็นเส้นยาวๆนั้นมั้ย มันเป็นเขตรั้วแบ่งพื้นที่กันและถ้ามองไปดีตรงสุดทางเดินจะเห็นว่าผนังหินมันจะขาดจากกันนิดหน่อยเพราะว่าตรงนั้นมันจะเป็นประตูป้องกันสัตว์ออกมา เวลาที่จะเข้าไปอย่าลืมปิดรั้วด้วยตรงประตูจะมีระบบสปริงอยู่เวลาที่คนลืมปิดมันจะดีดกลับเองละ
นี่เคยสงสัยนะว่าทำไมเขาไม่สร้างรั้วง่ายๆแบบใช้ไม้ตอกเอาแล้วขึงตาข่ายวะจะได้เสร็จๆเร็วๆ แต่!!!!!!!!!!!!! นี่เป็นหนึ่งในวัฒธรรมแบบดั้งเดิมของที่นี่โดยเขาจะใช้หินที่เป็นแผ่นๆ ย้ำนะว่าแผ่นๆไม่ใช่ก้อน โดยจะนำแผ่นหินมาเรียงซ้อนกันโดยใช้ค้อนค่อยๆตอกบรรจงให้หินลงล็อคแน่นๆช้าๆถึงขนาดมีอาชีพเรียงแผ่นหินโดยเฉพาะเลยนะเเล้วบางผนังรั้วที่เห็นเค้าอาจจะเรียงมานานตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดเค้าแล้วแต่เนื่องจากเรียงมาดีและหินมันแข็งแรงไงเลยอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้มีแค่ผนังหินนะมีเรียงหินเป็นหลังคาด้วยเรากับหลายหลังเลยละแถวบ้านที่สาวเรา

เช้าอีกวันเราตั้งใจว่าอยากจะไปดูแสงแรกของวันที่บนผา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์จะขึ้นเร็วมากตีห่านิยังกะจะ 7 โมงแล้วเราเลยรีบตื่นตื่นแต่ตี 4 เพื่อออกเดินทางจากโรงเเรมมายังที่นี่ ระหว่างทางก็เริ่มสลัวๆหน่อยมืดๆแต่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะกันไม่ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น เลยวิ่งจนหอบมาถึงที่นี่ได้ทัน
ภาพบนที่มาถ่ายมาได้จะเห็นว่ายังมืดๆอยู่เลยนะ แต่ที่เราชอบมากคือหมอกเพราะมันจะเป็นแผ่นๆคลุมไปทั้งหมู่บ้านที่อยู่ต่ำหมดเลยและมันจะค่อยๆไล่หายไปช้าๆตอนพระอาทิตย์จะมาถึง

ตอนที่กำลังรอพระอาทิตย์อยู่นั้นอากาศหนาวนะสั่นๆเลยละนึกคิดว่าเราอยู่คนเดียวแน่นๆเลยนะ ไม่มีใครเลยวะแอบกลัวนิดๆสักพักหันไปมองรอบๆเห็นเงารางๆเป็นคนที่มาดูพระอาทิตย์เหมือนกับเราเหมือนกันวะและหันไปอีกทางก็เจอคนอีกแถมยังอยู่สูงกว่าเราอีกแต่ก็ดีใจนะที่เพื่อนมนุษย์อยู่ด้วยแม้จะไม่รู้จักกันก็ตามเถอะแต่ละคนก็นั่งเงียบๆอยู่มุมของตัวเอง
ตอนเราวิ่งขึ้นมาเห็นมีเต้นท์ตั้งอยู่ข้างลำธารด้วยคงจะมาค้างแรม

พระอาทิตย์ขึ้นแล้ววววววววว สมกับที่รอแสงแรกของวัน จากที่หนาวใส่กันแขนยาวต้องถอดเลยเพราะเริ่มร้อนเหงื่อใหลละ นั่งถ่ายรูปรัวๆๆพอมาเช็ครูปมีแสงรุ้งด้วย
ตอนที่เราชมแสงอาทิตย์ได้ยินเสียงคนวิ่งแบบเป็นกลุ่มมาอีกทางหนึ่ง เรารู้สึกแบบ เฮ้ยยยยยยยย อิหยังวะ!!!!! แต่พอมองไปก็เจอกับกลุ่มทหารทั้งหลายที่พากันออกกำลังกายในตอนเข้า นี่แบบตกใจ

นึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะเรามาคนเดียวไงเลยหลอนๆ

หลังจากที่ดูพระอาทิตย์ขึ้นก็กลับโรงแรมไปกินข้าวเช้าจากนั้นก็กลับมาที่นี่อีกพร้อมพี่สาวเรา รูปด้านบนนี้จะเป็นด้านหลังของหน้าผาแล้วนะหินจะแตกๆเป็นเหลี่ยมๆ ใครที่ติ่งแฮร์รี่มาดูคงจะสะใจมากๆละ นี่เอาภาพจากเน็ตไปหามุมที่เป็นจุดถ่ายแฮร์รี่นะแต่ก็รู้ละว่าเค้าถ่ายกันในสตูดิโอแต่ก็ทำไงได้ละก็ชอบไง

ระหว่างปืนขึ้นมาจะเจอกลุ่มนักเรียนอีกกลุ่มแต่ละคนแบกเป้กันจริงจังมากกกกกกกกกก แอบมองเป้พวกเค้านี่มันไม่ใช่ถูกๆเลยนะราคาน่าจะ 4000++บาทเลยนะนิแสดงว่าเค้าต้องได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นกัน

เดินไปบนหินต้องระวังสักหน่อยเพราะหินบางก้อนมันไม่แข็งแรงไงเหมือนมันหลุดจากฐานใต้ดินก็จะสั่นๆหน่อยแต่ไม่ล้มนะ ระหว่างซอกหินก็ลึกประมาณปลายนิ้วมือถึงศอก ฉะนั้นของเล็กๆหน่อยพวกโทรศัพท์และเหรียญต่าง ระวังล่วงเด้ออออออ นี่เราทำแว่นร่วงไปละหานานเหมือนกันต้องตรวจดูทีละซอกแล้วกว่าจะเจอใจแทบหายคิดว่านี่ถ้าหายไปยังมีแว้นสำรองที่เตรียมมา แต่เราก็ไม่อยากให้มันหายนิเนาะขอหาก่อนนนนนนนนนน

คนเริ่มมาเดินแล้วละ

หญ้าบนเขาจะเป็นสีเหลืองๆน้ำตาล สวยมากกกกกกกก คือมันไม่ได้ตายนะแค่สีมันเป็นแบบนั้น

มุมมองจากบนผาที่ปืนมากแล้ว จะเห็นว่ามีบ้านหลังเล็กๆกระจายกัน นั่นเป็นโรงนานะเอาไว้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ ทำด้วยหินทุกหลังเลยละหาบ้านที่ทำด้วยอิฐบล็อคสีเทาๆแบบบ้านเราไม่มีเลยนะ แต่บ้านหินมันก็ทำให้ดูเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติจริงๆละเราว่า

ที่นี่ไม่ได้มีแค่ผานะ มันมีน้ำตกอีก 2 แห่งให้ได้ดูกัน จากนั้นเราก็เดินไปชมที่อื่นอีก (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปที่อื่นๆมาเพราะมัวเดิมชม)ที่ลืมบอกที่นี่เข้าฟรีเด้อออออออไม่มีเก็บตัง

ระหว่างเดินทางเดินจะมีหินบ้างเป็ยระยะเพราะเนื่องจากมันอยู่บนเขาอะเนาะ

จะเจอลำธารน้ำเล็กด้วยและน้ำใสมากกกกกกกกกกกกกกกกกก เย็นด้วยใสจนพี่เราบอกว่ามันดื่มได้เลยนะ

ผนังหินไว้กั้นอาณาเขต และกันแกะออกนอกรั้ว

แกะที่นี่จะเลี้ยงเพื่อตัดขนขายและบางพันธุ์ก็เลี้ยงขายเนื้อกิน

นี่เป็นลำธารเล็กข้างโรงแรมเราเองขนาดเข้ามาใหนหมู่บ้านแล้วน้ำก็ยังใสอยู่เลย จากนั้นเราก็เช็ตเอ้าท์ออกแล้วกลับบ้าน
วันนี้เป็นอีกวันที่เราชอบมากๆเพราะเราไม่คิดว่าในชีวิตนี้เราจะได้มาที่นี่ด้วยซ้ำเพราะไม่รู้ว่าเอกสารต่างๆและวีซ่าเราจะผ่านมั้ยหวังว่าตอนนี้จะช่วยเล่าสถานที่นี้ให้คนอีกซีกโลกนึงได้รับรู้ถึงที่แห่งนี้ด้วย ขอบคุณทุกคนที่เข้ามานะ หากสนใจอะไรถามเรามาได้เลยนะ ไปละ
+++ จบ +++
PART 8.///เมื่อฉันไปเรียนภาษาที่อังกฤษ///MALHAM COVE
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เอาละเริ่มเรื่องตอนนี้เลย...........ตั้งแต่มีความคิดว่าจะไปเรียนที่อังกฤษทั้งที่ไม่รู้ว่าวีซ่าจะผ่านมั้ยแต่เราตั้งเป้าไว้ว่าถ้าวีซ่าผ่านนะไม่ว่าจะไกลแค่ใหนก็ตามเราจะมาที่นี่ให้ได้ เพราะอะไรนะหรอที่ทำให้เราอยากมาที่นี่ขนาดนั้นต้องย้อนเวลาหน่อยคือเราเป็นติ่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ไงแล้วในภาค 7.1 ตอนที่เฮอร์ไมโอนี่หายตัวมาที่กับแฮร์รี่ ซึ่งเป็นสถานที่เป็นโขดหิน มองออกไปเห็นวิวสวยๆและเราย้อนดูฉากนี้หลายรอบมากกกกกกกกก
เอาเรื่องไปเล่าให้พี่สาวฟังแกบอกว่านี่มันอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเลยนะอีกอย่างแกไปมาแล้วด้วยละ เดี๋ยวจะพาไปเองโห้ เราดีใจสุดๆอะ
ที่นี่จะเป็นพื้นที่คล้ายๆกับอุทยานบ้านเรา เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติเอาไว้ ตอนเราจะเดินเข้ามายังที่นี่จะผ่านหมู่บ้านเล็กๆก่อนโดยจะมีโรงแรม มีร้านอาหารเล็กในหมู่บ้านด้วยเหมือนจะเป็นที่สำหรับไปตั้งแคมป์ด้วยเพราะระว่างทางเห็นกลุ่มคนตั้งเต็นท์ด้วย หน้าผาที่เห็นในรูปจะมีน้ำตกด้วยนะแต่ตอนที่เราไปน้ำน้อยเลยไม่มีแต่ยังมีน้ำในลำธารเล็กอยู่แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นหน้าร้อนก็ตามแต่น้ำในลำธารนั้นเย็นใช้ได้เลยนะ ระหว่างที่เดินจะปวดขาเราจะถอดเท้าลงแช่น้ำมันช่วยได้เยอะเลย
การเดินของคนที่นี่มักจะเป็นกิจกรรมแปลกๆสำหรับเรานะคือเราสาวบอกเราว่าคนที่นี่ชอบไปเดินเล่นออกกำลังกายเบาๆกันเดินดูวิวสวยๆสัก 1-2ชม. ที่งงก็คือที่ไทยเราอะ เราไม่มีความคิดที่จะออกไปเดินเล่นเลยแค่ออกไปปากซอยก็เหงื่อก็ออกราวกับไปอาบน้ำมาแล้วเหนียวตัวไปหมดเลยแต่ที่นี่อากาศดีไงขนาดที่เราเป็นมนุษย์เหงื่อเยอะยังชอบที่จะออกเดินเลย อากาศดีๆเย็นๆสบายสำคัญมากนะสำหรับการเดิน
เห็นกลุ่มคนแบ็คแพ็คด้านหลังมั้ยนั่นเป็นเด็กนักเรียนเองนะเหมือนเค้ามาตั้งแคมป์ในป่ากับทางโรงเรียน นี่แอบอิจฉานะตอนเราไม่มีกิจกรรมไรเลย สอนเน้นเรียนๆแบบท่องจำๆ ไม่ได้สอนใช้ชีวิตเลยอะ
เนื่องจากที่นี่เป็นพื้นที่โล่งและอาจจะติดฟาร์มคนอื่นบ้างทำให้เราเห็นแพะและแกะได้โดยทั่วๆไป เดินๆไประวังอึ!!!!ของน้องด้วยละกัน
เห็นผนังหินที่เป็นเส้นยาวๆนั้นมั้ย มันเป็นเขตรั้วแบ่งพื้นที่กันและถ้ามองไปดีตรงสุดทางเดินจะเห็นว่าผนังหินมันจะขาดจากกันนิดหน่อยเพราะว่าตรงนั้นมันจะเป็นประตูป้องกันสัตว์ออกมา เวลาที่จะเข้าไปอย่าลืมปิดรั้วด้วยตรงประตูจะมีระบบสปริงอยู่เวลาที่คนลืมปิดมันจะดีดกลับเองละ
นี่เคยสงสัยนะว่าทำไมเขาไม่สร้างรั้วง่ายๆแบบใช้ไม้ตอกเอาแล้วขึงตาข่ายวะจะได้เสร็จๆเร็วๆ แต่!!!!!!!!!!!!! นี่เป็นหนึ่งในวัฒธรรมแบบดั้งเดิมของที่นี่โดยเขาจะใช้หินที่เป็นแผ่นๆ ย้ำนะว่าแผ่นๆไม่ใช่ก้อน โดยจะนำแผ่นหินมาเรียงซ้อนกันโดยใช้ค้อนค่อยๆตอกบรรจงให้หินลงล็อคแน่นๆช้าๆถึงขนาดมีอาชีพเรียงแผ่นหินโดยเฉพาะเลยนะเเล้วบางผนังรั้วที่เห็นเค้าอาจจะเรียงมานานตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดเค้าแล้วแต่เนื่องจากเรียงมาดีและหินมันแข็งแรงไงเลยอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้มีแค่ผนังหินนะมีเรียงหินเป็นหลังคาด้วยเรากับหลายหลังเลยละแถวบ้านที่สาวเรา
เช้าอีกวันเราตั้งใจว่าอยากจะไปดูแสงแรกของวันที่บนผา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์จะขึ้นเร็วมากตีห่านิยังกะจะ 7 โมงแล้วเราเลยรีบตื่นตื่นแต่ตี 4 เพื่อออกเดินทางจากโรงเเรมมายังที่นี่ ระหว่างทางก็เริ่มสลัวๆหน่อยมืดๆแต่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะกันไม่ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น เลยวิ่งจนหอบมาถึงที่นี่ได้ทัน
ภาพบนที่มาถ่ายมาได้จะเห็นว่ายังมืดๆอยู่เลยนะ แต่ที่เราชอบมากคือหมอกเพราะมันจะเป็นแผ่นๆคลุมไปทั้งหมู่บ้านที่อยู่ต่ำหมดเลยและมันจะค่อยๆไล่หายไปช้าๆตอนพระอาทิตย์จะมาถึง
ตอนที่กำลังรอพระอาทิตย์อยู่นั้นอากาศหนาวนะสั่นๆเลยละนึกคิดว่าเราอยู่คนเดียวแน่นๆเลยนะ ไม่มีใครเลยวะแอบกลัวนิดๆสักพักหันไปมองรอบๆเห็นเงารางๆเป็นคนที่มาดูพระอาทิตย์เหมือนกับเราเหมือนกันวะและหันไปอีกทางก็เจอคนอีกแถมยังอยู่สูงกว่าเราอีกแต่ก็ดีใจนะที่เพื่อนมนุษย์อยู่ด้วยแม้จะไม่รู้จักกันก็ตามเถอะแต่ละคนก็นั่งเงียบๆอยู่มุมของตัวเอง
ตอนเราวิ่งขึ้นมาเห็นมีเต้นท์ตั้งอยู่ข้างลำธารด้วยคงจะมาค้างแรม
พระอาทิตย์ขึ้นแล้ววววววววว สมกับที่รอแสงแรกของวัน จากที่หนาวใส่กันแขนยาวต้องถอดเลยเพราะเริ่มร้อนเหงื่อใหลละ นั่งถ่ายรูปรัวๆๆพอมาเช็ครูปมีแสงรุ้งด้วย
ตอนที่เราชมแสงอาทิตย์ได้ยินเสียงคนวิ่งแบบเป็นกลุ่มมาอีกทางหนึ่ง เรารู้สึกแบบ เฮ้ยยยยยยยย อิหยังวะ!!!!! แต่พอมองไปก็เจอกับกลุ่มทหารทั้งหลายที่พากันออกกำลังกายในตอนเข้า นี่แบบตกใจ
หลังจากที่ดูพระอาทิตย์ขึ้นก็กลับโรงแรมไปกินข้าวเช้าจากนั้นก็กลับมาที่นี่อีกพร้อมพี่สาวเรา รูปด้านบนนี้จะเป็นด้านหลังของหน้าผาแล้วนะหินจะแตกๆเป็นเหลี่ยมๆ ใครที่ติ่งแฮร์รี่มาดูคงจะสะใจมากๆละ นี่เอาภาพจากเน็ตไปหามุมที่เป็นจุดถ่ายแฮร์รี่นะแต่ก็รู้ละว่าเค้าถ่ายกันในสตูดิโอแต่ก็ทำไงได้ละก็ชอบไง
ระหว่างปืนขึ้นมาจะเจอกลุ่มนักเรียนอีกกลุ่มแต่ละคนแบกเป้กันจริงจังมากกกกกกกกกก แอบมองเป้พวกเค้านี่มันไม่ใช่ถูกๆเลยนะราคาน่าจะ 4000++บาทเลยนะนิแสดงว่าเค้าต้องได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นกัน
เดินไปบนหินต้องระวังสักหน่อยเพราะหินบางก้อนมันไม่แข็งแรงไงเหมือนมันหลุดจากฐานใต้ดินก็จะสั่นๆหน่อยแต่ไม่ล้มนะ ระหว่างซอกหินก็ลึกประมาณปลายนิ้วมือถึงศอก ฉะนั้นของเล็กๆหน่อยพวกโทรศัพท์และเหรียญต่าง ระวังล่วงเด้ออออออ นี่เราทำแว่นร่วงไปละหานานเหมือนกันต้องตรวจดูทีละซอกแล้วกว่าจะเจอใจแทบหายคิดว่านี่ถ้าหายไปยังมีแว้นสำรองที่เตรียมมา แต่เราก็ไม่อยากให้มันหายนิเนาะขอหาก่อนนนนนนนนนน
คนเริ่มมาเดินแล้วละ
หญ้าบนเขาจะเป็นสีเหลืองๆน้ำตาล สวยมากกกกกกกก คือมันไม่ได้ตายนะแค่สีมันเป็นแบบนั้น
มุมมองจากบนผาที่ปืนมากแล้ว จะเห็นว่ามีบ้านหลังเล็กๆกระจายกัน นั่นเป็นโรงนานะเอาไว้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ ทำด้วยหินทุกหลังเลยละหาบ้านที่ทำด้วยอิฐบล็อคสีเทาๆแบบบ้านเราไม่มีเลยนะ แต่บ้านหินมันก็ทำให้ดูเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติจริงๆละเราว่า
ที่นี่ไม่ได้มีแค่ผานะ มันมีน้ำตกอีก 2 แห่งให้ได้ดูกัน จากนั้นเราก็เดินไปชมที่อื่นอีก (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปที่อื่นๆมาเพราะมัวเดิมชม)ที่ลืมบอกที่นี่เข้าฟรีเด้อออออออไม่มีเก็บตัง
ระหว่างเดินทางเดินจะมีหินบ้างเป็ยระยะเพราะเนื่องจากมันอยู่บนเขาอะเนาะ
จะเจอลำธารน้ำเล็กด้วยและน้ำใสมากกกกกกกกกกกกกกกกกก เย็นด้วยใสจนพี่เราบอกว่ามันดื่มได้เลยนะ
ผนังหินไว้กั้นอาณาเขต และกันแกะออกนอกรั้ว
แกะที่นี่จะเลี้ยงเพื่อตัดขนขายและบางพันธุ์ก็เลี้ยงขายเนื้อกิน
นี่เป็นลำธารเล็กข้างโรงแรมเราเองขนาดเข้ามาใหนหมู่บ้านแล้วน้ำก็ยังใสอยู่เลย จากนั้นเราก็เช็ตเอ้าท์ออกแล้วกลับบ้าน
วันนี้เป็นอีกวันที่เราชอบมากๆเพราะเราไม่คิดว่าในชีวิตนี้เราจะได้มาที่นี่ด้วยซ้ำเพราะไม่รู้ว่าเอกสารต่างๆและวีซ่าเราจะผ่านมั้ยหวังว่าตอนนี้จะช่วยเล่าสถานที่นี้ให้คนอีกซีกโลกนึงได้รับรู้ถึงที่แห่งนี้ด้วย ขอบคุณทุกคนที่เข้ามานะ หากสนใจอะไรถามเรามาได้เลยนะ ไปละ