‘อนุสรณ์’ วอน รัฐบาลอย่ามีโมหาคติ แนะฟังข้อเสนอฝ่ายค้าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_2123204
‘อนุสรณ์’ วอน รัฐบาลอย่ามีโมหาคติ แนะฟังข้อเสนอฝ่ายค้าน ยึดประโยชน์ประเทศชาติ-ประชาชนเป็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 4 เมษายน นาย
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้ทหารตำรวจ เร่งติดตามตัว 152 คนไทย ที่กลับมาจากต่างประเทศ เพื่อส่งไปกักตัว 14 วัน ว่า ประชาชนเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ต้องยอมรับว่า หลายกรณีภาครัฐเอง ก็ไม่มีความชัดเจน ในระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ จนสร้างความสับสนขึ้นมาเสียเอง รวมถึงปัญหาการเลือกปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายหลายมาตรฐาน จึงทำให้แม้ผู้ที่ตั้งใจจะปฏิบัติตามนโยบายก็เลือกปฏิบัติตามไม่ถูก หากปล่อยให้ปัญหาลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอีก อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19
นาย
อนุสรณ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องตระหนัก คือ ประชาชนทุกคนล้วนตกอยู่ในภาวะความเสี่ยงที่สามารถติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ไม่ต่างกัน คนในรัฐบาลหรือในพรรคพลังประชารัฐ ต้องปรับทัศนคติตัวเอง ฟังทุกความเห็นบนทัศนคติว่าทุกคนล้วนมีเจตนาดี ทุกคนอยากปลอดภัย ทุกภาคส่วนอยากนำพาประเทศชาติออกจากสถานการณ์แย่ๆ แบบนี้ให้ได้โดยเร็ว ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตอบโต้รายวันอะไรในข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ของฝ่ายค้าน เพราะไม่มีทางที่จะตอบโต้ได้หมด ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะออกมาตำหนิรัฐบาลทั้งประเทศ รัฐบาลจะตอบโต้ไหวหรือ อะไรที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลก็นำไปดำเนินการ แต่ถ้านำไปปฏิบัติด้วยความไม่เข้าใจ ดำเนินการผิดขั้นตอน ล่าช้า ดำเนินการไม่ครบถ้วน เรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังของปัญหาผิด ผู้เสนอแนะก็เพียงออกมาให้คำแนะนำ ไม่ต้องฟังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องฟังความเห็นจากพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะนักการเมืองก็ได้ แต่ควรรับฟังในฐานะผู้มีความปรารถนาดีที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาและสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดนกระบาดมาแล้วก็ได้
“
ข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านประชาชนเห็นประโยชน์ รัฐบาลอย่าไปมีโมหาคติ เพียงแค่ใครพูด พูดบ่อยหรือไม่บ่อย แต่ต้องจับสาระให้ถูกว่า ข้อเสนอแนะเหล่านั้นมีประโยชน์หรือไม่ ถ้ามีก็นำไปปฏิบัติให้ถูกต้องเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ได้” นาย
อนุสรณ์ กล่าว
‘วิโรจน์’ ไม่ขัดเลื่อนพิจารณางบ 64 แนะรบ.จัดงบใหม่แก้โควิด- หยุดสร้างหนี้ผูกพันซื้ออาวุธเข้ากองทัพ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2123186
พรรก้าวไกล -‘วิโรจน์’ ไม่ขัด เลื่อนพิจารณางบ 64 แนะรัฐบาลจัดสรรงบใหม่สอดรับกับสถานการณ์โควิด-19 หยุดให้กลาโหมสร้างหนี้ผูกพันธ์ทำสัญญาข้ามปีซื้ออาวุธเข้ากองทัพ
เมื่อวันที่ 4 เมษายน นาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำเรื่องเลื่อนการประชุมวาระแรก ในการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ว่า
ปัจจุบันโจทย์และความจำเป็นของสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่รัฐบาลร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ถ้าการเลื่อนการพิจารณาออกไปโดยที่รัฐบาลจะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และตอบโจทย์สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ไม่มีปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่หากรัฐบาลยังยึดงบประมาณ 2563 เป็นตัวตั้ง ปรับแต่งปรับลดงบต่างๆ จากเดิม ก็จะไม่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ ซึ่งก็ไม่สามารถที่จะให้ผ่านในวาระแรกได้
เมื่อถามว่า พรรค ก.ก. เตรียมเสนอแนะการทำร่างงบประมาณของรัฐบาลในส่วนใดบ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังสรุปข้อเสนอแนะในการจัดทำร่างงบประมาณ 2564 ซึ่งวันนี้ทางพรรคได้ประชุมทางไกล และร่างเอกสารทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเปิดเผยคลิปวิดีโอข้อเสนอแนะของเราทางช่องทางออนไลน์ต่อไป เบื้องต้นเรายืนยันว่ารัฐบาลต้องทำงบประมาณแบบ Zero-based budgeting หรือ การตั้งงบประมาณฐานศูนย์ คือนำงบประจำที่รัฐหลีกเลี่ยงการจ่ายไม่ได้ เช่น เงินเดือนสวัสดิการข้าราชการ เงินบำเหน็จบำนาญ จากนั้นเริ่มต้นจัดสรรงบประมาณในส่วนใหม่ที่มีความจำเป็น โดยเราเสนอว่า งบประมาณที่สำคัญในช่วงนี้มี 3 ด้าน คือ
1. งบประมาณควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้การแพร่ระบาดเกินกว่าขีดความสามารถของการรักษาพยาบาล
2. งบประมาณเพื่อยกระดับศักยภาพด้านสาธารณสุข ทั้งการสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์การแพทย์ และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
และ 3. งบประมาณในการพยุงและการเยียวยาทางเศรษฐกิจ หากรัฐบาลล็อกดาวน์ประเทศหนัก แต่ไม่มีมาตรการรองรับและดูแลประชาชน ก็จะเกิดปัญหาที่กระทบกับประชาชนตามมาอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่าง งบประมาณ 2564 อาจจะมีความแตกต่างจากงบปีก่อนหน้ามากใช่หรือไม่ นาย
วิโรจน์ กล่าวว่า ใช่ คือต้องมีความแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญ ที่ผ่านมาเรามีข้อติดใจในเรื่องงบกลางที่มีจำนวนมาก แต่สำหรับปี 2564 เราคิดว่า ควรจะปรับเพิ่มงบกลาง ในส่วนของเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต อีกส่วนที่เรายังสนใจคือ การตั้งงบผูกพันธ์ซึ่งตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ได้กำหนดว่า การก่อหนี้ผูกพันจะต้องไม่เกินร้อยละ 10 แต่เมื่อย้อนกลับไปดูการก่อหนี้ผูกพันของกระทรวงกลาโหมเทียบกับงบประมาณที่ได้ โดยตั้งแต่ปี 2558 พบว่า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 14.5% ถึง 18.65% ในงบปี 2563 นั่นหมายความว่า การก่อหนี้ผูกพันของกระทรวงกลาโหมกินโควตาของกระทรวงอื่นไปด้วย เราคาดหวังว่า กระทรวงกลาโหมจะไม่ก่อหนี้ผูกพัน เพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์อีก หากจะจัดซื้อต้องซื้ออย่างจำเป็น และเพียงพอต่อการใช้งาน โดยเฉพาะปีนี้ที่รัฐบาลจะต้องกู้เงินก้อนใหญ่ เราจึงหวังว่า จะไม่เห็นรัฐบาลนำเงินที่กู้มาไปใช้เพื่อซื้ออาวุธต่างๆ เราอยากเห็นเงินกู้ถูกนำมาใช้ในการสนับสนุนด้านสาธารณสุข และเยียวยาประชาชนจากความเดือดร้อนที่กำลังเผชิญอยู่มากกว่า
JJNY : 4in1 อนุสรณ์วอนอย่ามีโมหาคติ/วิโรจน์แนะหยุดสร้างหนี้ซื้ออาวุธ/แชร์ว่อน ฟลุค เกริกพลจวกรบ.ยับ/กู้1.68ล.ล.สู้โควิด
https://www.matichon.co.th/politics/news_2123204
เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้ทหารตำรวจ เร่งติดตามตัว 152 คนไทย ที่กลับมาจากต่างประเทศ เพื่อส่งไปกักตัว 14 วัน ว่า ประชาชนเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ต้องยอมรับว่า หลายกรณีภาครัฐเอง ก็ไม่มีความชัดเจน ในระเบียบขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ จนสร้างความสับสนขึ้นมาเสียเอง รวมถึงปัญหาการเลือกปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายหลายมาตรฐาน จึงทำให้แม้ผู้ที่ตั้งใจจะปฏิบัติตามนโยบายก็เลือกปฏิบัติตามไม่ถูก หากปล่อยให้ปัญหาลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอีก อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องตระหนัก คือ ประชาชนทุกคนล้วนตกอยู่ในภาวะความเสี่ยงที่สามารถติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ไม่ต่างกัน คนในรัฐบาลหรือในพรรคพลังประชารัฐ ต้องปรับทัศนคติตัวเอง ฟังทุกความเห็นบนทัศนคติว่าทุกคนล้วนมีเจตนาดี ทุกคนอยากปลอดภัย ทุกภาคส่วนอยากนำพาประเทศชาติออกจากสถานการณ์แย่ๆ แบบนี้ให้ได้โดยเร็ว ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตอบโต้รายวันอะไรในข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ของฝ่ายค้าน เพราะไม่มีทางที่จะตอบโต้ได้หมด ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะออกมาตำหนิรัฐบาลทั้งประเทศ รัฐบาลจะตอบโต้ไหวหรือ อะไรที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลก็นำไปดำเนินการ แต่ถ้านำไปปฏิบัติด้วยความไม่เข้าใจ ดำเนินการผิดขั้นตอน ล่าช้า ดำเนินการไม่ครบถ้วน เรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังของปัญหาผิด ผู้เสนอแนะก็เพียงออกมาให้คำแนะนำ ไม่ต้องฟังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องฟังความเห็นจากพรรคฝ่ายค้าน ในฐานะนักการเมืองก็ได้ แต่ควรรับฟังในฐานะผู้มีความปรารถนาดีที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาและสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดนกระบาดมาแล้วก็ได้
“ข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านประชาชนเห็นประโยชน์ รัฐบาลอย่าไปมีโมหาคติ เพียงแค่ใครพูด พูดบ่อยหรือไม่บ่อย แต่ต้องจับสาระให้ถูกว่า ข้อเสนอแนะเหล่านั้นมีประโยชน์หรือไม่ ถ้ามีก็นำไปปฏิบัติให้ถูกต้องเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ได้” นายอนุสรณ์ กล่าว
‘วิโรจน์’ ไม่ขัดเลื่อนพิจารณางบ 64 แนะรบ.จัดงบใหม่แก้โควิด- หยุดสร้างหนี้ผูกพันซื้ออาวุธเข้ากองทัพ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2123186
พรรก้าวไกล -‘วิโรจน์’ ไม่ขัด เลื่อนพิจารณางบ 64 แนะรัฐบาลจัดสรรงบใหม่สอดรับกับสถานการณ์โควิด-19 หยุดให้กลาโหมสร้างหนี้ผูกพันธ์ทำสัญญาข้ามปีซื้ออาวุธเข้ากองทัพ
เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำเรื่องเลื่อนการประชุมวาระแรก ในการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ว่า
ปัจจุบันโจทย์และความจำเป็นของสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่รัฐบาลร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ถ้าการเลื่อนการพิจารณาออกไปโดยที่รัฐบาลจะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และตอบโจทย์สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ไม่มีปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่หากรัฐบาลยังยึดงบประมาณ 2563 เป็นตัวตั้ง ปรับแต่งปรับลดงบต่างๆ จากเดิม ก็จะไม่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ ซึ่งก็ไม่สามารถที่จะให้ผ่านในวาระแรกได้
เมื่อถามว่า พรรค ก.ก. เตรียมเสนอแนะการทำร่างงบประมาณของรัฐบาลในส่วนใดบ้าง นายวิโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังสรุปข้อเสนอแนะในการจัดทำร่างงบประมาณ 2564 ซึ่งวันนี้ทางพรรคได้ประชุมทางไกล และร่างเอกสารทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเปิดเผยคลิปวิดีโอข้อเสนอแนะของเราทางช่องทางออนไลน์ต่อไป เบื้องต้นเรายืนยันว่ารัฐบาลต้องทำงบประมาณแบบ Zero-based budgeting หรือ การตั้งงบประมาณฐานศูนย์ คือนำงบประจำที่รัฐหลีกเลี่ยงการจ่ายไม่ได้ เช่น เงินเดือนสวัสดิการข้าราชการ เงินบำเหน็จบำนาญ จากนั้นเริ่มต้นจัดสรรงบประมาณในส่วนใหม่ที่มีความจำเป็น โดยเราเสนอว่า งบประมาณที่สำคัญในช่วงนี้มี 3 ด้าน คือ
1. งบประมาณควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้การแพร่ระบาดเกินกว่าขีดความสามารถของการรักษาพยาบาล
2. งบประมาณเพื่อยกระดับศักยภาพด้านสาธารณสุข ทั้งการสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์การแพทย์ และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
และ 3. งบประมาณในการพยุงและการเยียวยาทางเศรษฐกิจ หากรัฐบาลล็อกดาวน์ประเทศหนัก แต่ไม่มีมาตรการรองรับและดูแลประชาชน ก็จะเกิดปัญหาที่กระทบกับประชาชนตามมาอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่าง งบประมาณ 2564 อาจจะมีความแตกต่างจากงบปีก่อนหน้ามากใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ใช่ คือต้องมีความแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญ ที่ผ่านมาเรามีข้อติดใจในเรื่องงบกลางที่มีจำนวนมาก แต่สำหรับปี 2564 เราคิดว่า ควรจะปรับเพิ่มงบกลาง ในส่วนของเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต อีกส่วนที่เรายังสนใจคือ การตั้งงบผูกพันธ์ซึ่งตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ได้กำหนดว่า การก่อหนี้ผูกพันจะต้องไม่เกินร้อยละ 10 แต่เมื่อย้อนกลับไปดูการก่อหนี้ผูกพันของกระทรวงกลาโหมเทียบกับงบประมาณที่ได้ โดยตั้งแต่ปี 2558 พบว่า เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 14.5% ถึง 18.65% ในงบปี 2563 นั่นหมายความว่า การก่อหนี้ผูกพันของกระทรวงกลาโหมกินโควตาของกระทรวงอื่นไปด้วย เราคาดหวังว่า กระทรวงกลาโหมจะไม่ก่อหนี้ผูกพัน เพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์อีก หากจะจัดซื้อต้องซื้ออย่างจำเป็น และเพียงพอต่อการใช้งาน โดยเฉพาะปีนี้ที่รัฐบาลจะต้องกู้เงินก้อนใหญ่ เราจึงหวังว่า จะไม่เห็นรัฐบาลนำเงินที่กู้มาไปใช้เพื่อซื้ออาวุธต่างๆ เราอยากเห็นเงินกู้ถูกนำมาใช้ในการสนับสนุนด้านสาธารณสุข และเยียวยาประชาชนจากความเดือดร้อนที่กำลังเผชิญอยู่มากกว่า