ในวันที่ฉันปิดเทอม

สวัสดีครับผมชื่อพจน์ครับ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนต่อ
เพื่อจะไขว่ขว้าหาชีวิตที่ดีขึ้นในเมืองหลวงอันวุ่นวายแบบนี้
 ตอนนี้ผมอยู่ปีสามแล้วครับ ปกติช่วงปิดเทอมใหญ่แบบนี้ผมก็จะหางานพิเศษทำเพิ่ม.
 แต่บังเอิญเมื่อสองวันก่อนแม่ผมโทรมาบอกว่า ย่าไม่ค่อยสบาย
เลยอยากให้ผมกลับมาช่วยดูแล เพราะช่วงหลังๆ ย่าแกเพ้อหาผมบ่อยๆ 
สามวันดีสี่วันไข้ อาการไม่สู้ดีนักผมก็เลยรับปากไปว่าเดี๋ยวปิดเทอมผมจะกลับไป 
ผมเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน คือ 
ไอ้นนเพื่อนรุ่นเดียวกันกับผม และน้องกลอยญาติผู้น้องของไอ้นน 
พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก เราไปขึ้นรถทัวร์ที่หมอชิตตั้งแต่เช้า
 กะว่าน่าจะถึงตัวอำเภอและต่อรถเข้าหมู่บ้านประมาณบ่ายแก่ๆ แต่วันนั้น
เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น คือรถที่พวกเรานั่งมาเกิดยางแตกไปเส้นหนึ่ง
เลยทำให้เวลามันคลาเคลื่อนไปหมด. กว่าเราจะมาถึงตัวอำเภอก็เกือบมืด 
รถที่ว่าจะต่อเข้าหมู่บ้านก็หมดพอดี เราสามคนจึงต้องนั่งรอให้พ่อผมขับรถมารับแทน 
โดยผมโทรไปบอกพ่อไว้แล้ว พ่อผมบอกว่าเดี๋ยวกลับมาจากนาจะไปรับเอง
เรานั่งรอกันอยู่ท่ารถ มันเป็นอาคารพาณิชสามชั้นที่ดัดแปลงข้างล่างให้เป็นกึ่งๆ ท่ารถ 
มีทั้งรถตู้โดยสาร และรถบัสโดยสาร ผู้คนก็ค่อนข้างคร่าครั่งพอสมควร
รอแล้วรอเล่าพ่อก็ยังไม่มาฟ้าก็เริ่มมืด สักพักก็มีผู้หญิงรูปร่างเล็กๆ 
ผิวขาวจั๊วหน้าตาจิ้มลิ้มคนนึง. เดินมาถามผมเป็นภาษาลาว 
"สบายดี ชื่ออ้ายพจน์แม่นบ่อ"
ผมมัวแต่ตะลึงกับความน่ารักของเธอเลยตอบเธอแบบตะกุกตะกัก
"คะ คะ ครับ..สบายดีครับ ผมชื่อพจน์ครับ" 
จากนั้นเธอก็รีบวิ่งไปตามใครคนหนึ่ง แล้วจูงมือผู้ชายวัยกลางคน
ให้เดินมาทางพวกผม พอเขาคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ผมจึงได้รู้ทันที 
ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คืออาโชคน้องชายพ่อผมเองครับ
 ผมโผเข้ากอดอาโชคด้วยความดีใจสุดๆ ผมไม่ได้เจออานานมากแล้ว 
อาโชคบอกผมว่าแกเพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้านได้หลายวันแล้ว
 เป็นห่วงย่าแกไม่ค่อยสบาย และแกได้พาเมียกลับมาด้วย 
แกแนะนำให้พวกผมรู้จักเมียแก สาวสวยคนนี้ที่ยืนข้างๆ อาโชคเธอชื่อ"สุดา" ครับ
 พวกผมกำลังจะยกมือไหว้เธอก็รีบยกมือห้ามใหญ่ เธอบอกว่าเธออายุ 19 เอง
อย่าไหว้เธอเลย. เพราะดูแล้วผมกับไอ้นน น่าจะอายุมากกว่าเธอ ผมกับไอ้นน 
ได้แต่หันมามองหน้ากันเหมือนจะรู้กันนั่นแหละครับ. อาโชคแกแน่นอนจริงๆ 
มีเมียสวย แถมเด็กกว่าเป็นรอบเลย. กลอยพูดขึ้นมาว่า งั้นสุดาก็คงอายุเท่ากันเธอสิ
ยินดีที่ได้รู้จัก บ้านเราอยู่ใกล้ๆ กันคงได้พูดคุยกันในวันข้างหน้า 
จากนั้นพวกเราก็ได้ขึ้นรถกลับกัน. โดยพวกผมสามคนนั่งกันข้างหลังรถกระบะ
 ส่วนอาโชคกับเมียก็นั่งในรถเพราะมันเป็นกระบะตอนเดียว 
พวกเราสามคนนอนเรียงกันบนกระบะเหมือนตอนเด็กๆ 
เส้นทางจากอำเภอถึงหมู่บ้านประมาณสามสิบกิโลน่าจะได้ 
มันไม่ไกลแต่ก็นั่งรถนานพอสมควรเพราะถนนหนทางยังไม่ค่อยจะดีนัก 
พอเลี้ยวเข้าทางไปหมู่บ้านถนนก็จะเป็นลูกรังตลอดทาง มีหลุมบ้าง ประปราย
 ถ้านั่งโดยไม่มีอะไรรองตูด รับรองอาจจะร้าวจากตูดยันต้นคอเลยทีเดียว.
 ด้วยความที่มันมืดแล้ว ท้องฟ้าตอนนี้เห็นดาวได้ชัดมาก
 พวกผมก็คุยเล่นหยอกล้อกันไปตลอดทาง แต่จะว่าไปก็น่าจะเป็นผมกับกลอยซะมากกว่า 
ส่วนไอ้นนนั้นอยู่มันก็เงียบขรึมขึ้นมา แล้วก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปตลอดทาง
แต่ก็ช่างมันเถอะครับผมแค่คิดว่ามันทำเก็กไปอย่างนั้นตามประสาคนหล่อ.
 เรามาถึงบ้าน พร้อมกับได้กลิ่นหอมของกับข้าวแม่ 
ไอ้นน กับ กลอย ลงจากรถพร้อมกับสวัสดีคนในบ้านผมอย่างสนิท 
แม่ชวนให้ทั้งสองคนกินข้าวที่บ้านก่อนเพราะที่บ้านไอ้นน ไม่มีคนอยู่
เค้าไปงานบุญที่ต่างอำเภอสองสามวัน เลยฝากแม่ผมช่วยดูแลทั้งสองด้วย 
ในขณะเดียวกันอาโชคกับเมียเมื่อจอดรถเสร็จก็เดินกลับบ้านตัวเองทันที 
ที่อยู่เลยเข้าไปในสวนกล้วย ด้านหลังบ้านผม มันเป็นบ้านชั้นเดียว
ปลูกแบบเรียบง่ายที่อาโชคเคยให้ปู่กับพ่อผมช่วยกันสร้างสมัยที่แกยังหนุ่มๆ 
ไอ้นน ตะโกนถาม
 "อาโชคไม่กินข้าวก่อนหรือครับ “
"อาโชคก็บอกว่า"เอาเลย เอาเลย อาทำกับข้าวไว้แล้วเดี๋ยวจะไปกินที่บ้าน"
 พร้อมกับรีบจูงมือเมียสาวเดินกลับ เธอหันมามองไอ้นน ด้วยสายตาหวานเยิ้ม
 ผมแอบเห็น แต่ไอ้นนมันหล่อมากจริงๆ ทั้งสูง ทั้งขาว
 หน้าตาถอดมาจากพระเอกซีรี่ย์เกาหลีเป๊ะ!! ผู้หญิงมองแบบนั้นก็ไม่แปลก
 แม่ผมเลยพูดขึ้นมาว่า
 "สงสัยอาโชคของพวกเอ็งจะหวงเมียละม้าง"
พร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบาๆ ระหว่างกินข้าว เราก็นั่งกับพื้นล้อมวงกัน 
สำรับกับข้าวที่บ้านผม. คือทุกอย่างที่เป็นกับข้าวจะอยู่ในถาดกลมๆ สีขาวขอบแดง
มีลวดลายที่ขอบถาดเป็นลายกาไก่สมัยก่อน กับข้าววันนี้เยอะจนล้นถาดเลยครับ
อาจจะเพราะแม่ผมดีใจที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับบ้าน 
พอทุกคนประจำที่ได้ ก็จกข้าวเหนียวขึ้นคนละปั้นเป็นการเตรียมอาวุธ 
ก่อนจะเริ่มรบกับอาหารพื้นบ้านที่คุ้นเคยตรงหน้า เรากินไปพูดคุยกันไป
 ในวงนั้นมีพวกผมสามคน พ่อและก็แม่ ส่วนย่าแกกินยาแล้วหลับไปแต่หัวค่ำแล้ว. 
อยู่ๆ ผมก็ถามมาถึงเรื่องอาโชคกับเมียขึ้นมา แม่เลยเล่าให้ฟังว่า. 
"อาโชคเค้าไปทำงานก่อสร้างอยู่แถวเชียงแสนแล้วก็ไปเจอกับเมียที่นั่น. 
สุดาเธอเป็นคนลาวอยู่กินกันมากับอาเอ็งได้ปีกว่าแม่ผู้หญิงก็เสีย
พอไม่มีญาติทางนั้นอาโชคก็เลยพากันกลับมาอยู่ที่บ้านเรานี่แหละ 
เพราะทางเราก็มีที่มีทางพอได้ทำนาทำสวนได้"
แต่พ่อกลับบอกว่า
 "แต่ย่าไม่รู้เป็นอะไรทำท่าไม่ชอบลูกสะไภ้คนนี้เอาซะเลย 
น่าสงสารนังสุดามันเหมือนกัน"
พวกเราก็ได้แต่ฟังแบบผ่านๆ ไม่มีอะไรมากเพราะดูแล้วก็ปกติ
ไม่มีอะไรน่าสงสัย พอกินข้าวเสร็จผมก็เดินไปส่ง กลอยกับไอ้นน 
บ้านไอ้นน มันจะติดกับเขตรั้วบ้านผมแต่จะต้องเดินอ้อมไปทางบ้านของอาโชค
เพราะตอนนี้พ่อผมกับอาขุดบ่อเลี้ยงปลาไว้ พอไปถึงบ้านอาโชค
ไอ้นนก็หยุดเดินกระทันหันจนผมกับกลอยที่เดินตามชนกันแทบหัวคะมำ
ผมเลยเงยหน้าขึ้นมามอง ... ภาพที่เห็นคือสุดานุ่งกระโจมอกอาบน้ำ
กำลังตักน้ำราดตัวเองอยู่ตรงโอ่งข้างบ้าน แม้จะมืดแต่ผิวขาวๆ ของเธอ
ก็เห็นได้ชัดเจน ผ้าถุงเปียกแนบเนื้อสาวสวยบอกเลยครับ เซ็กซี่มากๆ 
จนกลอยต้องตีแขนผมกับไอ้นนเพื่อให้หลุดจากภวังค์ กลอยดุนิดๆ 
บอกว่านั้นอาสะไภ้นะ. เก็บอาการหน่อย แถมบ่นสุดาอีกว่า
ห้องน้ำก็มีไม่เข้ามายืนอาบน้ำให้คนเห็นทำไม ผมก็หัวเราะเบาๆเอ็นดู
ความขี้บ่นของกลอย แล้วหันมามองไอ้นน. ปรากฎว่าเหมือนมันกำลังสบตาหวานฉ่ำ
อยู่กับสุดาอาสะไภ้ผม ผมเริ่มไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่เลย
 
 ไม่ได้หมายถึงไอ้นนเพื่อนผมนะ แต่ผมหมายถึงสุดาเธอไม่ควร
มายืนอาบน้ำให้คนเห็นแบบนี้ ตามที่กลอยบอกแถมทำตามเยิ้ม
ใส่ผู้ชายคนอื่น ทั้งๆ ที่มีผัวอยู่ในบ้านแบบนั้นมันไม่เหมาะเลยจริงๆ 
พอส่งไอ้นนกับกลอยเสร็จ ตอนผมเดินกลับผมก็เจอสุดายืนอยู่หน้าบ้าน
คราวนี้เธอกลับเหมือนคนละคนเลยครับ เธอยืนทำหน้าบึ้งตึง 
แววตานี่แข็งมากจนผมขนลุก แต่ไม่ได้มองมาที่ผมนะครับเธอมองไปที่บ้านผม
 ผมเองก็ได้แต่งง แล้วก็รีบเดินกลับบ้านทันที  
เช้าของอีกวันย่าตื่นขึ้นมานั่งคุยกันแต่เช้าถามว่ามาถึงตอนไหน 
มายังไง ย่ารอจนหลับไป ผมเลยบอกว่าอาโชค กับเมียไปรับ
 ย่าตกใจใหญ่ โวยวายว่าไม่ให้ผมไปใกล้ไปพูดคุยกับอีสุดา 
"มันเป็นผี มันสิกินบักโชค."
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่