ต่อจากตอนที่แล้ว
https://pantip.com/topic/39651729
ได้เวลาออกไปต่างอำเภอแล้วครับ
วันนี้มีคิวเดินทางไปยังที่พัก อ.ปัว แต่ทว่า ไม่ใช่ตรงไปยังที่นั่น มันง่ายไป ระดับเราต้องใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1169 น่าน - สามแยกบ้านดู่พงษ์ อ.สันติสุข ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1081 อ.ปัว - อ.เฉลิมพระเกียรติ ที่ ต.อวน อ.ปัว ลัดเลาะไปตามไหล่เขาสู่ อ.บ่อเกลือ ชมบ่อเกลือโบราณที่นั่น ก่อนที่จะออกเดินทางต่อไป ผ่านต้นกำเนิดแม่น้ำน่าน แยกบ้านน้ำรีพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ ถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย - สปป.ลาว ที่บ้านห้วยโก๋น ยามพลบพอดี
หลังจากที่โรงเรียนและส่วนราชการต่างๆ เริ่มทำงานกันแล้ว สองคนพี่น้องล้อเริ่มหมุนออกจากที่พัก ข้ามสะพานพัฒนาภาคเหนือ ไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง อยู่ฝั่งตะวันออกแม่น้ำน่านนี้เอง
เมื่อ พ.ศ.1896 พญาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่าน (องค์ที่ 5) ได้รับพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุรวม 7 องค์ พร้อมด้วยพระพิมพ์ทองคำ 20 องค์ พระพิมพ์เงิน 20 องค์ จากพระเจ้าไสลือไท กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย
พระเถระชั้นผู้ใหญ่ พิจารณาเห็นว่า ดอยภูเพียงแช่แห้ง เป็นชัยภูมิดี จึงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยพระพิมพ์ทอง พระพิมพ์เงิน ไปยังดอยภูเพียงแช่แห้ง ประจุลงในเต้าปูน ทองสำริด แล้วพอกด้วยสะตาย (ปูนขาวผสมยางไม้) แล้วขุดหลุมลึก 1 วา อาราธนาพระบรมสารีริกธาตุ ประจุไว้ในหลุมกลบดินแล้วก่อเจดีย์สูง 1 วา ทับไว้อีกชั้น
ในกาลต่อมาจึงย้ายเมืองวรนคร (นครน่าน) จากท้องที่อำเภอปัว (ในปัจจุบัน) มาสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่เชิงดอยภูเพียงแช่แห้ง ทรงขนานนามตามชื่อดอยว่า “เมืองภูเพียงแช่แห้ง” สืบมา
พญาการเมือง ปกครองเมืองใหม่นี้ได้เพียง 5 ปี ก็ถึงแก่พิราลัย พญาผากองผู้เป็นโอรส ได้ขึ้นครองเมืองสืบมาอีก 6 ปี เห็นว่าที่ตัวเมืองภูเพียงแช่แห้งเป็นที่กันดารน้ำในฤดูแล้ง ชัยภูมิริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตรงข้าม คือ บริเวณห้วยไคร้ ห่างจากเดิมไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 60 เส้น เป็นที่เหมาะสมกว่า
ปี พ.ศ.1911 พญาผากองจึงอพยพไพร่พล ประชาชน ข้ามลำน้ำน่าน มาตั้งเมือง คือที่ตั้งตัวเมืองน่าน หรือจังหวัดน่านในปัจจุบัน
กิ่งอำเภอภูเพียงจึงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดน่าน โดยแยกออกจากอำเภอเมืองน่านตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2540 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ได้รับยกฐานะเป็นอำเภอตามพระราชกฤษฎีกา ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาฉบับกฤษฎีกา เล่ม 124 ตอนที่ 46 ก. ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2550 โดยมีผลบังคับเมื่อพ้นสิบห้าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งส่งผลมีฐานะเป็นอำเภอตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2550 เป็นต้นไป
Cr. ภาพประกอบจาก Google Earth
วัดพระธาตุแช่แห้ง อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขาลูกเตี้ยๆ เป็นสีทองสุกปลั่ง สามารถมองเห็นได้แต่ไกล เนื่องจากสูงถึง 2 เส้น เป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัยในอดีต
ปัจจุบันทางมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตั้งวิทยาเขตน่าน อยู่ที่นี่ด้วย
เข้านมัสการพระประธานในพระอุโบสถเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัวเองกันก่อน
องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเชิงเนินปูด้วยอิฐสวยเด่น เป็นสง่าตั้งแต่ไกลครับ
พระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำนักษัตรคนที่เกิดปีเถาะ (กระต่าย) มีงานฉลองพระธาตุประจำปี ราวกลางเดือนหกฝ่ายเหนือ ซึ่งตรงกับเดือนสี่ฝ่ายใต้
มองลงมาตามทางลาดที่ขึ้นไปยังยอดเนิน ซึ่งกว้างประมาณ 20 วา มีบันไดนาคขนาบทั้งสองข้าง เรียกว่าทหารเดินเรียงหน้ากระดานแถวละ 100 คน ยังเดินขึ้นไหว ไม่แออัด
ภายหลังทางจังหวัด ได้ทำถนนลาดยางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขึ้นมานมัสการ
ไม่เกี่ยวกับคนประจำปีเกิดนักษัตรปีเถาะ แต่ขอเป็นนางแบบที่วัดพระธาตุแช่แห้งเฉยๆ ครับ
น่าน น้าน นาน (3)
https://pantip.com/topic/39651729
ได้เวลาออกไปต่างอำเภอแล้วครับ
วันนี้มีคิวเดินทางไปยังที่พัก อ.ปัว แต่ทว่า ไม่ใช่ตรงไปยังที่นั่น มันง่ายไป ระดับเราต้องใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1169 น่าน - สามแยกบ้านดู่พงษ์ อ.สันติสุข ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1081 อ.ปัว - อ.เฉลิมพระเกียรติ ที่ ต.อวน อ.ปัว ลัดเลาะไปตามไหล่เขาสู่ อ.บ่อเกลือ ชมบ่อเกลือโบราณที่นั่น ก่อนที่จะออกเดินทางต่อไป ผ่านต้นกำเนิดแม่น้ำน่าน แยกบ้านน้ำรีพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ ถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองไทย - สปป.ลาว ที่บ้านห้วยโก๋น ยามพลบพอดี
หลังจากที่โรงเรียนและส่วนราชการต่างๆ เริ่มทำงานกันแล้ว สองคนพี่น้องล้อเริ่มหมุนออกจากที่พัก ข้ามสะพานพัฒนาภาคเหนือ ไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง อยู่ฝั่งตะวันออกแม่น้ำน่านนี้เอง
เมื่อ พ.ศ.1896 พญาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่าน (องค์ที่ 5) ได้รับพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุรวม 7 องค์ พร้อมด้วยพระพิมพ์ทองคำ 20 องค์ พระพิมพ์เงิน 20 องค์ จากพระเจ้าไสลือไท กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย
พระเถระชั้นผู้ใหญ่ พิจารณาเห็นว่า ดอยภูเพียงแช่แห้ง เป็นชัยภูมิดี จึงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยพระพิมพ์ทอง พระพิมพ์เงิน ไปยังดอยภูเพียงแช่แห้ง ประจุลงในเต้าปูน ทองสำริด แล้วพอกด้วยสะตาย (ปูนขาวผสมยางไม้) แล้วขุดหลุมลึก 1 วา อาราธนาพระบรมสารีริกธาตุ ประจุไว้ในหลุมกลบดินแล้วก่อเจดีย์สูง 1 วา ทับไว้อีกชั้น
ในกาลต่อมาจึงย้ายเมืองวรนคร (นครน่าน) จากท้องที่อำเภอปัว (ในปัจจุบัน) มาสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่เชิงดอยภูเพียงแช่แห้ง ทรงขนานนามตามชื่อดอยว่า “เมืองภูเพียงแช่แห้ง” สืบมา
พญาการเมือง ปกครองเมืองใหม่นี้ได้เพียง 5 ปี ก็ถึงแก่พิราลัย พญาผากองผู้เป็นโอรส ได้ขึ้นครองเมืองสืบมาอีก 6 ปี เห็นว่าที่ตัวเมืองภูเพียงแช่แห้งเป็นที่กันดารน้ำในฤดูแล้ง ชัยภูมิริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตรงข้าม คือ บริเวณห้วยไคร้ ห่างจากเดิมไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 60 เส้น เป็นที่เหมาะสมกว่า
ปี พ.ศ.1911 พญาผากองจึงอพยพไพร่พล ประชาชน ข้ามลำน้ำน่าน มาตั้งเมือง คือที่ตั้งตัวเมืองน่าน หรือจังหวัดน่านในปัจจุบัน
กิ่งอำเภอภูเพียงจึงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดน่าน โดยแยกออกจากอำเภอเมืองน่านตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2540 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ได้รับยกฐานะเป็นอำเภอตามพระราชกฤษฎีกา ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาฉบับกฤษฎีกา เล่ม 124 ตอนที่ 46 ก. ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2550 โดยมีผลบังคับเมื่อพ้นสิบห้าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งส่งผลมีฐานะเป็นอำเภอตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2550 เป็นต้นไป
Cr. ภาพประกอบจาก Google Earth
วัดพระธาตุแช่แห้ง อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขาลูกเตี้ยๆ เป็นสีทองสุกปลั่ง สามารถมองเห็นได้แต่ไกล เนื่องจากสูงถึง 2 เส้น เป็นอนุสรณ์ของความรักและความสัมพันธ์ ระหว่างเมืองน่านกับเมืองสุโขทัยในอดีต
ปัจจุบันทางมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตั้งวิทยาเขตน่าน อยู่ที่นี่ด้วย
เข้านมัสการพระประธานในพระอุโบสถเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัวเองกันก่อน
องค์พระธาตุตั้งอยู่บนเชิงเนินปูด้วยอิฐสวยเด่น เป็นสง่าตั้งแต่ไกลครับ
พระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำนักษัตรคนที่เกิดปีเถาะ (กระต่าย) มีงานฉลองพระธาตุประจำปี ราวกลางเดือนหกฝ่ายเหนือ ซึ่งตรงกับเดือนสี่ฝ่ายใต้
มองลงมาตามทางลาดที่ขึ้นไปยังยอดเนิน ซึ่งกว้างประมาณ 20 วา มีบันไดนาคขนาบทั้งสองข้าง เรียกว่าทหารเดินเรียงหน้ากระดานแถวละ 100 คน ยังเดินขึ้นไหว ไม่แออัด
ภายหลังทางจังหวัด ได้ทำถนนลาดยางเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขึ้นมานมัสการ
ไม่เกี่ยวกับคนประจำปีเกิดนักษัตรปีเถาะ แต่ขอเป็นนางแบบที่วัดพระธาตุแช่แห้งเฉยๆ ครับ