เที่ยวน่าน 4วัน3คืน ดูชมพูภูคาบาน

อยากไปมานานแล้วนะ... น่าน จังหวัดที่เชื่อว่าต้องมาเที่ยวหลายรอบ แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสสักที...ทริปนี้ถือว่าเป็นการมาsurvey และมาดูดอกชมพูภูคา ดอกไม้ หนึ่งเดียวในโลกที่จะออกดอกแค่ปีละ 1 ครั้งในช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคมของแต่ละปี


   เริ่มทริปด้วย แอร์เอเชียจากดอนเมืองไปลงที่น่านตอนประมาณบ่ายโมง แล้วไปเช็คอินกันที่ โรงแรมน่านละมุนครับ เพราะทริปนี้ไปกัน 10 คน และอยากไปปั่นจักรยานเที่ยวในเมือง เลือกโรงแรมนี้เพราะมีบริการจักรยานให้กับแขกของโรงแรม แล้วก็ไม่ผิดหวังครับโรงแรมอยู่ในโลเคชั่นที่ดี ห้องพักสะอาดสะอ้าน อาหารเช้ามีให้ทานหลากหลาย ส่วนรถจักรยานก็เป็นจักรยานแม่บ้านของญี่ปุ่นแบบไม่มีเกียร์ อยู่ในสภาพที่ใช้ในเมืองได้ครับ 

   cr : sky scanner
        เริ่มกันเลยครับ ทริปปั่นช่วงบ่าย ฟ้าไม่ค่อยมีแดดครับ ปั่นจักรยานไม่ร้อนกำลังดีครับ   แต่รู้สึกได้ว่าบรรยากาศค่อนข้างเงียบไม่ค่อยมีรถราพลุกพล่านมากนัก


เส้นทางช่วงบ่ายนี้เราปั่นกันไป ตามเส้นทางตอนเหนือของตัวเมืองก็ประมาณ 10 กิโลเมตรครับ











        กลับเข้าที่พักโรงแรมน่านละมุน ก็เลย6 โมงเย็นครับ ให้เวลาอาบน้ำอาบท่ากันทุ่มครึ่งเราก็พร้อมสำหรับดินเนอร์กันที่ ร้าน เฮือนภูคาครับ  อาหารก็จะเป็นประเภทอาหารเหนือและขันโตก ร้านนี้ไม่มีบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับอาหารก็ถูกปากพวกเรากันทุกคนโดยเฉพาะซี่โครงหมูมะแขว่นย่าง



กินกันจนอิ่มแปล้ เกือบ 4ทุ่ม เมืองก็เกือบจะเงียบสนิท 55 ได้เวลากลับโรงแรมนอน!!! เรามีนัดกันตอน 6 โมงเช้าปั่นรอบก่อนอาหารเช้าไป เที่ยวพระธาตุแช่แห้งและแวะเช็คอินกับหนองน้ำครก กันอีกรอบ ก่อนจะกลับมากินอาหารเช้าที่โรงแรม


        เราเลือกเส้นทางที่ผ่านสะพานศรีบุญเรือง  เพราะก่อนหน้านี้เราได้ไปหนองน้ำครกทางสะพานมหาวงศ์มาแล้ว  เราปั่นไปชมวัดพระธาตุแช่แห้งกันก่อนแล้วขากลับก็แวะเช็คอินที่หนองน้ำครกในยามเช้ากันอีกครั้งก่อนปั่นกลับโรงแรม
ระยะทางปั่นช่วงนี้ 8.2 km ก็ต้องบอกว่าอากาศสดชื่นมาก ทางเข้าวัดพระธาตุแช่งแห้งชันพอสมควรได้ออกกำลังขากันเต็มที่ รถจักรยานมือสองญี่ปุ่นผ่านการทดสอบนะครับ


     วัดพระธาตุแช่แห้ง  เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองเต่า หมู่ 3 ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง คือพอเราข้ามแม่น้ำน่านมาก็จะเป็นอำเภอภูเพียงครับ ดังนั้นถึงต่างอำเภอก็ไม่ได้หมายความว่าอยู่ไกลกันกับเมืองน่านนะครับห่างกันแค่ประมาณ 4 กิโลเมตรกว่าจากโรงแรมที่เราพักเท่านั้น จากข้อมูลถือว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีเถาะครับ






ผมไม่ได้เกิดปีเถาะแต่ก็มานมัสการและเยี่ยมชมเป็นสิริมงคลเหมือนกัน

แสงเช้าเริ่มมาพอดีเราจึงปั่นไปที่ห้วยน้ำครกเช็คอินกัน อีกครั้งกับสภาพแสงและบรรยากาศยามเช้า


มีผู้คนมา ออกกำลังกายกันพอสมควร เดิน วิ่ง ปั่นจักรยานกันก็มี

และที่น่าสนใจคือมีร้านกาแฟจัดเป็นโต๊ะเก้าอี้เล็กๆให้นั่งทานนั่งชิวกัน  ใครไม่ทานกาแฟก็เห็นมีเป็นน้ำส้มสดให้เลือกนะครับ พวกเราเห็นบรรยากาศแล้วทั้งๆที่รู้ว่าจะกลับไปกินอาหารเช้าที่โรงแรมบางคนก็ทนไม่ได้ขอนั่งชิวสักแป๊บ 55

      กลับมาที่โรงแรมเราก็กินอาหารเช้ากันซึ่งก็ถูกใจกันครับมีอาหารให้เลือกหลากหลายทั้งฝรั่งทั้งไทย ดีงามและก็อิ่มแน่นกันทุกคน หลังจากนั้นก็ปั่นกันต่อไปเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในiเมือง  เริ่มด้วยวัดมิ่งเมือง วัดไทยสีขาวที่ดูสวยงามและเห็นว่าเป็น original ของวัดร่องขุ่น ใหญ่โตสู้วัดร่องขุ่นไม่ได้แต่ภายในก็ต้องบอกว่าวิจิตรบรรจงมาก

จากนั้นก็ไปกันต่อที่วัดหัวข่วงความน่าสนใจก็ตรงที่พระประธานไม่ได้ตั้งในตำแหน่งตรงกลางด้านหน้าของโบสถ์ แต่เอียงไปทางด้านซ้ายเล็กน้อยซึ่งสามารถสังเกตได้ องค์พระประธานสวยงามและโบสถ์กว้างขวางมาก...

ใกล้ๆกันก็เป็นพิพิธภัณฑ์น่านซึ่งเราใช้เวลากันที่นี่นานพอสมควรมีเรื่องราวของน่านให้เราศึกษากันมาก ที่ทึ่งก็คือที่นั่นมีเครื่องบินปีก 2 ชั้นเหมือนเครื่องบินรบที่เราดูกันในสมัยก่อนเพราะมีเจ้าเมืองเป็นคนที่สนใจเรื่องการบินครับ อันนี้ผมทึ่งจริงๆ ก่อนที่จะเข้ามาพิพิธภัณฑ์พวกเราก็ไม่ลืมไปกระโดดถ่ายรูปเช็คอินกันที่ทางเดินซุ้มลีลาวดีด้านหน้า ก็ลำบากตรงที่กว่าได้ภาพที่ทุกคนกระโดดตัวลอยพร้อมกัน 55 หอบ!! 








        ออกจากพิพิธภัณฑ์น่านเราไปกันที่วัดช้างค้ำวรวิหาร มีส่วนจัดแสดงอุโบสถจำลองแบบต่างๆมาให้ศึกษากัน


หลังจากนั้นเราก็ไปกันต่อในวัดที่เป็นต้นกำเหนิดของภาพ ย่าม่านกระซิบรัก ที่นี่มีน้องนักเรียนตัวน้อยๆมาเป็นมัคคุเทศก์อาสาด้วยครับ 
วัยแบบพวกเราหูมันหนัก ไม่ค่อยอินกับการกระซิบ ส่วนใหญ่เป็นตะโกนรักซะมากกว่าจึงใช้เวลากันไม่นานก็ปั่นกลับไปฐานที่มั่น อาบน้ำอาบท่าแล้วก็พร้อมสำหรับการเช็คเอาท์
เช่ารถขับในอีก 2 วันของทริปโดยใช้บริการของ Nan rent a car เช่ารถ toyota veos 2 คัน ขับกันเอง ค่าเช่าก็วันละ 800 บาท/คัน
พร้อมประกันชั้น1 เชิงพานิชย์  ให้น้องๆเขามาส่งรถที่โรงแรม  เที่ยงเป๊ะทุกอย่างก็เรียบร้อย  เราเดินทางมุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยจะแวะชมวัดภูเก็ต วัดที่เหมาะสำหรับเป็นจุดเช็คอิน เพราะอยู่เชิงผาที่มองลงไปจะเห็นแปลงผักและบ้านเรือนชาวบ้าน


    นโยบายวันนี้คือ ทานอาหารเช้าโรงแรมให้เต็มที่ ทานเที่ยง late เพราะเราจะไปทานกันที่ ร้านอาหารฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำให้ 5 ดาวครับร้านทั้ง บรรยากาศดีอาหารรสชาดอร่อย อาหารเหนือแนะนำก็ดีทุกอย่าง ที่ขึ้นชื่อของร้านคือพิซซ่าเห็ด อันนี้ต้องไม่พลาดครับ ที่ต้องโดนตัดแต้มบ้างก็ทางเข้านี้แหละเส้นทางลำบากสักนิดครับ และที่ต้องแอบบอกเบาๆ(เพราะกลัวเจ้าของร้านจะได้ยินครับ)คือราคาถูกมาก จนพวกเราคุยกันว่าถ้าร้านเปิดเร็วเราออกจากอุทยานพรุ่งนี้แวะมากินกันอีกดีกว่า 55


       จากเมืองน่านมาตอนเที่ยงแวะกินแวะเที่ยว กว่าจะมาถึงที่พักบนดอยก็เกือบ 6 โมงเย็น เป็นอันว่าแผนการเดินป่าที่กะจะเดินในช่วงเย็นก็เลยต้องพับไป
ที่พักสะดวกสบายพอสมควรเป็นเรือนพัก เรือนละ 4 คน 1 ห้องน้ำ น้ำอุ่น แอร์พร้อม  ต้องจองกับทางกองอุทยานที่กรุงเทพฯ ราคาช่วงโลว์ ลด 40%  เหลือ 680 บาท/หลัง  อากาศบนดอยก็ 19 องศา กำลังดีครับ เราสั่งอาหารกล่องไว้กับร้านค้าสวัสดิการ ของอุทยาน ซึ่งจะปิดไปแล้วตอนเรามาถึง(ร้านปิด 5 โมงเย็น)ทางร้านก็ฝากอาหารไว้ที่จุดเช็คอินของอุทยานเรียบร้อย เราไม่ได้ซื้อน้ำขึ้นมา พอปรึกษาน้องๆเจ้าหน้าที่อุทยาน น้องก็แบ่งน้ำของน้องให้เราโดยคิดในราคาปกติเลยขอบคุณมากๆ


  ตอนที่เราไปดอกชมพูภูคาออกพอดี โดยสองต้นที่ออกดอกเต็มๆก็คือต้นที่อยู่ข้างเรือนต้อนรับของอุทยาน




นอกจากพักและดูดอกชมพูภูคากันแล้วจุดที่จะชมกันในอุทยาน ก็คืนลานชมดาวและ ทางเดินศึกษาธรรมชาติบ้านเกวียนซึ่งเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติสั้นๆ ที่เดินต่อจากลานชมดาวเพื่อมาที่เรือนพักได้ ถ้าไม่อยากเดินตามถนน 

    ตอนเช้าเรามีเวลาเล็กน้อยเพราะเราตื่นตอนเช้าเราเลยออกไปเดินเส้นทางเดินป่าซึ่งจะใช้เดินให้ถึงจุดที่มีต้นชมพูภูคาแล้ววนกลับ ไม่ได้เดินต่อไปจนครบเส้นทาง 4กิโลเมตร ก็ถือว่าได้เดินป่าและดูดอกชมพูภูคาในป่าไปด้วยซึ่งก็ออกดอกพอดี แต่ต้องบอกว่าที่ตรงเช็คอินของอุทยานสวยกว่ามากครับ เพราะที่อยู่ในป่านั้นเราเข้าถึงต้นไม้ไม่ได้เพราะงอกอยู่บนทางลาดชันและดอกไม้ก็อยู่สูงบนต้น เราเดินไปกลับกัน 2 กิโลเมตรกว่าๆครับ



       เช้าเราเช็คเอาท์ออกจากอุทยานตอนเกือบ 9 โมงเช้า แวะเที่ยวเนิน 1715 บ่อเกลือ สปัน ทานเที่ยงกันที่ร้านอาหารริมสะพานสปัน ช่วงนี้คนไม่เยอะ เดินเที่ยวถ่ายรูปได้แบบ ชิวไปครับ




แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่