[CR] เที่ยวอ่างขางเมื่อ(เกือบ) 50 ปีที่แล้วกัน



เที่ยวอ่างขางเมื่อ(เกือบ) 50 ปีที่แล้วกัน
                     
                     ตั้งแต่เริ่มมีอากาศหนาวเย็นในหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้ง ข่าวว่าทางขึ้นดอยอ่างขางด้านอำเภอฝางได้ซ่อมบำรุงเสร็จและเปิดให้รถวิ่งได้แล้ว ทำให้หลายคนได้ขึ้นไปเที่ยวดอยอ่างขางได้สะดวกขึ้นหรือกำลังวางแผนสอบถามข้อมูลเตรียมไปเยือนกัน ก็อิจฉานะครับ 
                     เลยมานั่งดูรูปของตนเอง จำได้ว่าปีนั้น ผมกับเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนที่ปทุมคงคาเกือบ 10 คน ได้ขึ้นเหนือไปเที่ยวสงกรานต์กันที่ในตัวเมืองเชียงใหม่กัน หลังจากนั้นต่อด้วยอำเภอรอบนอกอีกหลายแห่ง แล้วตกลงจะขึ้นเขา(ดอย)กันที่ผมหาข้อมูลได้คือสวนพันห้า ที่อำเภอฝาง แต่พอใกล้ถึงวันทุกคนก็บอกติดธุระกลับกรุงเทพฯกันหมด เหลือเพียงคุณสุธน ศิริพรพันธ์ เพื่อนรักผมอีกคนที่เรียนมาด้วยกันจาก รร.วัดราชบพิธ จนมาต่อที่ปทุมคงคาด้วยกัน สงสารผมเหมือนเดิมทุกครั้งว่าชอบเที่ยว (เคยไปเที่ยวงานช้างฯ ด้วยกัน 2 คนและต้องนอนตลอดคืนที่สถานีรถไฟสุรินทร์ เมื่อปี 2515) ตกลงว่าไปกันสองคนก็ได้

                       หลายท่านอาจจะสงสัยว่าจะไปเที่ยวอ่างขาง แล้วเกี่ยวอะไรกับสวนพันห้า ขอเล่านิด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


เพื่อน ๆ ที่ไปเที่ยวสงกรานต์เชียงใหม่พร้อมกันในปีนั้น คุณสุธนฯ (คนนั่งไขว่ห้างด้านหน้าสุด)
   
 
                      เริ่มจากวันที่ 24 เม.ย.2516 นั่งรถประจำทางจากสถานีช้างเผือกไปฝางแล้วต่อด้วยการเดินเข้าไปที่ ต.ม่อนปิ่น(ค่าจ้างรถแพงอีกทั้งเป็นเด็กขี้เหนียว 555 และทางรถยนต์ไปอ่างขางยังไม่มี) ถึงเย็นๆ ไปติดต่อของนอนที่ รร.บ้านสวนชา(จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่เมื่อปลายปี 2560 ผมขับรถไปตามหาข้อมูลและผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือในครั้งนั้น จนพบว่าเป็นหมู่บ้านนี้ จำได้ว่ามีหน่วย ตชด.ตั้งอยู่ใกล้ ๆก่อนเข้าหมู่บ้าน) แต่ครูใหญ่หวังดีให้(คุณสุวิตา ไทรเดช)คนนำมานอนที่บ้านพ่อหลวง (นายเสาร์ กอบแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน ได้ทราบว่าท่านเสียชีวิตนานแล้วและบ้านหลังดังกล่าวถูกรื้อไปแล้ว) ได้รับการต้อนรับที่ดีมาก ทั้งที่นอนและอาหาร ตกค่ำมีชาวบ้านมานั่งคุยด้วยหลายคน พร้อมบอกเส้นทางการเดินเท้าขึ้นเขาให้(ขอบคุณนายบุตร วงษ์ไพร อดีตพ่อหลวงคนต่อมา ผู้ให้ข้อมูลชื่อบุคคล)


ร้านค้าในตัว อ.ฝาง "ร้านเข็มสวัสดิ์และโรงหนัง" (อยู่ใกล้ ๆ ที่ว่าการอำเภอฝาง)

อาคารโรงหนังเข็มสวัสดิ์ในปัจจุบัน(ปิดกิจการแล้ว 2 ก.พ.63 )

                       เราเดินขึ้นเขาในเช้าวันต่อมา ช่วงแรกยังมีต้นไม้ให้ร่มเงาแม้จะชันก็ตาม เมื่อมาถึงทางบนเนินเขาจะแห้งแล้งมากเพราะเป็นหน้าร้อน ที่สำคัญเมื่อเจอทางแยกว่าจะไปทางใดต้องทำตามคำแนะนำเมื่อคืน ให้เลือกไปทางซ้ายเสมอ เพราะอาจจะหลงเข้าพม่าได้ ช่วงเดินบนเขาจะได้ยินเสียงเหมือนมีน้ำไหลอยู่ในร่องเขาข้างล่างตลอดเวลา ทำให้ไม่ประหยัดน้ำที่นำมา(ใช้แกลอน 5 ลิตร) อีกทั้งอากาศที่ร้อนมากไม่มีร่มเงาให้เดิน ใช้ทั้งดื่ม ล้างหน้าและต้มมาม่า จนหมด ต้องลงไปเอาน้ำด้านล่างลงไปเท่าไรๆ ก็ไม่เจอสักที ทั้งเหนื่อยทั้งใจเสียเพราะต้องลงไปคนเดียว(อีกคนเฝ้าของ) สรุปว่าเสียงที่ได้ยินน่าจะเป็นเสียงลมพัดในหุบเขามากกว่า ต้องมาปรึกษากันว่าเอาไง ย้อนกลับหรือเดินหน้า 555 ลูกปู้ชายอย่างเราต้องไปตายเอาดาบหน้าสิครับ ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย ทั้งหนักเป้อีก........

 
                      เรื่องราวต่อไปขอเล่าไปพร้อมกับรูปภาพ เชิญติดตามครับ......................


บ้านสวนชา ( 31 ม.ค.63)
                        

ดื่มน้ำจากลำธาร ก่อนเริ่มเดินขึ้นเขา


ทิวเขาที่จะเดินไป

ร่องเขาระหว่างทางเดิน

                         หลังจากน้ำหมดและอากาศที่ร้อนมาก ๆ อีกทั้งไม่เจอใครหรือหมู่บ้านเลย ขณะเริ่มท้อได้ยินเสียงไม้กระทบกัน(อุปกรณ์แขวนคอวัว) ทำให้ใจชื่นขึ้นว่ามีคนอาศัยอยู่ใกล้ ๆ นี้แน่นอน พอเดินอ้อมโค้งออกมาเห็นภาพนี้.......สวรรค์ทรงโปรดแล้ว.....555.....



                    บ้านขอบด้ง (ชาวเขาเผ่ามูเซอดำ/ลาฮูนา) เดินถึงหมู่บ้านเข้าสอบถามแหล่งน้ำ...แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง เหลือแต่ผู้หญิงกับเด็ก ๆ เฝ้าบ้าน ส่วน ผู้ชายออกไปทำไร่ และทราบที่หลังว่ามีผู้ใหญ่บ้านคนเดียวที่พอพูดไทยได้........จนเห็นสาวคนหนึ่งแบกตะกร้ามีลำไม้ไผ่สำหรับใส่น้ำเดินผ่านไป...เลยตามลงไปตีนเขาจนได้น้ำ(เป็นน้ำที่ออกมาจากเขาผ่านลำไผ่)........มาปรึกษากันแล้วว่า....เราจะเดินไปต่อไม่พักที่นี้........


                         รูปเปรียบเทียบตอนนั้น กับ ตอนนี้


แผนที่เส้นทางการเดินขึ้นดอยอ่างขางครั้งนั้น... จากตัว อ.ฝาง - บ้านสวนชา - บ้านขอบด้ง - บ้านคุ้ม(สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง) - บ้านหลวง

..............ที่จริงยังไม่ถึง 50 ปี แค่ 47 ปี เอง................

                   ........ช่วงเดินต่อมาจะเป็นเนินเขาทั้งหมด เพียงแต่เป็นเขาหัวโล้นทุกแห่ง   เหมือนทิวทัศน์ในหนังที่ดูทาง ทีวี ในช่วงนั้นเลย (ช่วงทีวีขาว-ดำ ซี่รี่ในจอจะเป็นหนังจากอเมริกา คาวบอยทั้งนั้น "ชาติชายไว้ชื่อ" "โบแนนซ่า" "นายพลคัสเตอร์" ขี่ม้าบนหุบเขา........


.....................แล้วก็เหมือนตาฝาด .....
                              ...................มีกลุ่มคนขี่ม้า สวมหมวกปีกและสะพายไรเฟิล ครบม้ามาทางเราพอดี............
................... สอบถามเรามาอย่างไร....จะไปไหน...พอบอกว่าจะไปสวน "พันห้า" .................
.......................................ปรากฎว่าเป็น จนท.ที่สถานีฯพอดี   พี่ๆ เค้าบอกว่า "ไปอีกไม่ไกลแล้ว หน.อยู่ ให้ไปนอนที่สถานีฯได้ ส่วนพวกเค้าจะไปรับ ดร.จากมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ที่ทางขึ้นเขาและจะกลับขึ้นมาถึงกลางคืน"

                           


.....................เราเดินไปถึง"บ้านคุ้ม" เจอ หน.วินัย ปั่นศิริ (ไม่แน่ใจว่าเป็น หน.คนแรกป่าว) กำลังขับรถไถปรับพื้นที่หน้าดินอยู่
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
 ท่านก็จัดให้เข้าพักบ้านรับรองหลังหนึ่ง สร้างด้วยหญ้าคาเป็นรูปสามเหลี่ยม ไม่มีหน้าต่าง พื้นบ้านก็ปูด้วยหญ้าคาเช่นกัน และพาเดินไปอาบน้ำที่ลำธารเล็ก ๆ มีลำไม้ไผ่ให้น้ำไหลออกมาจากภูเขา.....ห่างไปราวกิโลครึ่งได้.......

                                    ขอเล่าที่ตั้งสถานีฯตอนนั้นเท่าที่นึกได้จากรูป........


                    ...............บางมุมอาจจะไม่ตรงชัดเจน...ด้วยจุดมุมที่ถ่าย...และกล้อง/ฟิล์มที่ใช้ถ่ายด้วย......



              ..หลายครั้งช้าไม่ทันใจ...ต้องขอโทษด้วย.
                      .....ต้องไปรื้อค้นหา..อัลบั้มที่เคยมีรูปพวกนี้ไว้...มันเยอะด้วย..อีกทั้งไม่มีระบบจัดเก็บที่เป็นระเบียบด้วย
                                 ...อยากจะเขียนเล่าให้ครบ...อันที่มันเกี่ยวข้องกัน....
                                           ...ระหว่างรอเข้าไปอ่านเรื่องเก่าๆ ที่เขียนในพันทิพนี้หลายเรื่องนะ...
                                                          ......อาจจะตอบสนุกมากไปบ้าง....ตามนิสัยชอบเล่นไปทุกอย่าง.....คงไม่ว่ากันนะ...

             ...ขอแก้ไขวันที่ในรูปสีบริเวณบ้านคุ้ม(หน้าทางเข้าสถานีฯ เป็นวันที่ 2 ก.พ.63 (พิมพ์ผิดแล้วมันแก้ไขยุ่งยาก ทำใหม่ก็ช้าอีก)
                  ....ผมขึ้นอ่างขางสุดท้ายนี้ 2 ครั้ง ติด ๆ กัน เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 63 และ 2 ก.พ. 63 เพื่อหาจุดหรือมุมให้ใกล้เคียงในรูปขาวดำ เพื่อมาเล่าเรื่องให้ใกล้เคียงที่สุด......ขึ้นเขาไปถ่ายคนเดียว เหนื่อยและลืมเอาน้ำดื่มไป แทบแย่ ที่พักต้องเดินผ่านก็ปิดร้างโทรม....ปรื้อออออ...น่ากลัวอะ....

                   ตามรูปบริเวณสถานีฯที่มีอาคารที่พักและทำการฯ ในตอนนั้น มีเพียงในสามเหลี่ยมที่แสดงไว้เท่านั้นเอง ซึ่งปัจจุบันให้คนที่บ้านคุ้มดู บอกตรงกันว่าตรงนี้ อันเป็นที่ตั้งของ "อ่างขาง เนเจอร์ รีสอร์ท" และด้านล่างภายนอกเป็นบ้านคุ้มที่ร้างไม่มีคนอยู่ แต่มีจีนฮ่อ(ยูนาน)มาเปิดร้านขายของอยู่ 1-2 ร้านเท่านั้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ในรูป                1. โรงเลี้ยงแกะ 

              ตามตอนต่อได้ที่นี่              https://pantip.com/topic/39679283
ชื่อสินค้า:   ดอยอ่างขาง
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่