[CR] "ภูกระดึง" (เกือบ)ถึงที่ตาย!!!


ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่า "คิดถึงทุกคนมาก!!!" จากรีวิวที่แล้ว ด้วยปัญหาสุขภาพเลยไม่ได้เขียนรีวิวมาเกือบ 2 ปี 

รอบนี้!!! จัดหนัก! จัดเต็ม! พิเศษเพิ่มเส้น! เพิ่มหมู! ให้ดูให้อ่านกันเต็มที่ ยาวจนไม่กล้าเรียกว่ารีวิว แต่เรียก"อัตชีวประวัติ"นี่น่าจะใกล้เคียงกว่า

สำหรับรอบนี้ก็ยังเหมือนเดิม ภาพทุกใบยังใช้ Iphone6 ถ่ายอยู่นะ ไม่ใช่คอนเซ็ปไรหรอก ไม่มีปัญญาซื้อรุ่นใหม่ 555+

อ่อ!!! ผมเพิ่งจะมาเห็นว่า ผมพิมพ์ผิดอยู่ค่อนข้างเยอะนะ ยังไงก็ขออภัยมาก่อนเลยล่ะกัน มีเวลาวันไหนจะไล่แก้ให้นะครับ T-T

สำหรับเฟสก็ชูนิ้วกลางขึ้นมาแล้วจิ้มแรงๆที่ตรงนี้ http://www.facebook.com/nipon.satupan

ส่วนงานชิ้นอื่นก็ชูนิ้วกลางขึ้นมาอีกที แล้วจิ้มไปที่Linkด้านล่างนี้เลยจ้า
 
“เมื่อฉันถูก "แทง" ที่...เกาะช้าง!!!” >>https://pantip.com/topic/40516053
“นั่งรถไฟ ไปดู..."ผี"...ที่เชียงดาว” >>https://pantip.com/topic/37548826
“เจอผี...ที่เวียงจันทร์” >> http://pantip.com/topic/33113878 
“แบกเป้ลำพัง...ไปลาววังเวียง” >>http://pantip.com/topic/33074302
“ดราม่า!...หลวงพระบาง” >>http://pantip.com/topic/34466332
“คนที่...5” >> http://pantip.com/topic/34528419
“ปีนัง...ปัง! ปัง! โป๊ะ!” >> https://pantip.com/topic/35690354 
 
เอาล่ะ!!! ชักจะเปลืองหน้ากระดาษไปเยอะล่ะ!!!
 
ผูกเชือกรองเท้าให้แน่น!!! แล้วแบกเป้ขึ้นบ่า!!!
 
พร้อมปีนเขากันแล้วนะ!!!
 
งั้น...ลุย!!!
 

 
“ว.14!!! ว.14!!! ส่งเจ้าหน้าที่มาน้ำตกโผนพบด่วน!!! พบนักท่องเที่ยวตกหน้าผา!!! ขออุปกรณ์กู้ชีพและกล่องปฐมพยาบาลทันที!!!”
 
ผมพยายามเพ่งสายตาฝ่าม่านน้ำตาผ่านชั้นของเศษฝุ่นเศษดินที่กองสุมกันอยู่บนหัวตอนนี้
 
ผมได้แต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา...
 
“ผมมาทำอะไรที่นี่...”
 
“ผมเอาชีวิตมาทิ้งเพื่ออะไร...”
 
ผมน่าจะเชื่อคำเตือนของมัน...
 
“ไม่น่ามาที่นี่เลย...”
 

 
หลายเดือนก่อนหน้านี้...
 
“อะไรนะแอส ภูกระดึงเนี้ยนะ?!!! อย่าไปเลย...เดี๋ยวก็ได้ตกเขามาตายพอดีหรอก” เพื่อนผมแย้งทันทีที่ผมบอกออกไป พลางดูดชาเขียวปั่นอึกใหญ่ ใบหน้าตกใจเหมือนเพิ่งรู้ว่าบนพาต้าปิ่นเกล้ายังมีคิงคองอยู่
 
“โหย...เมิง...กรูจะไปภูกระดึงไม่ได้ไปปีนเขาเอเวอร์เรสม่ะ จะเสียงดังทำไม ปกติร้อยวันพันปีกรูไปไหนไม่เห็นจะห้ามสักที นี่เมิงเป็นไรของเมิงเนี้ย?” ผมถามกลับด้วยความประหลาดใจ
 
“คือ...กรูเคยไปมาแล้วไง แล้วแม่มก็ไม่ได้สบายๆเลยนะ ทำไมไม่ไปที่อื่นว่ะ” 
 
เพื่อนผมพูดย้ำอีกครั้ง และดูมันจะพยายามยกทริปน่าสนใจของจังหวัดอื่นมากมาย อย่างกับมันเพิ่งได้กินสารานุกรม ททท. เป็นอาหารเช้ามา
 
เพื่อน : รู้จัก “อิต่อง” ม่ะ?
...

ผม : อ๋อ…อิต่อง!!! รู้จักดิ น้องอิอ้อย แม่ขายหนมจีนอยู่ปากซอยใช่ม่ะ

เพื่อน : ใช่ๆ!!! เคยไปกินขนมจีนน้ำเงี้ยวแกมา 2 ที อร่อยมาก...โอ้ย!!! อิบ้า! อิต่องๆ! “ปิล็อก”อ่ะ เห็นเมิงเคยพูดอยู่ว่าน่าไป ทำไมไม่ไปที่นี่ว่ะ? 

ผม : ก็บอกดิว่ะ! ว่าปิล็อก อิต่องเค้าแปลว่า “หุบเขาของเทพเจ้า” เชียวนะ ไม่บอกให้ชัดๆ กรูก็นึกว่าชื่อคน วันหลังอ่ะบอกปิล็อกดิวะ! เออ! เกือบงงล่ะ

เพื่อน : เห็นเมิงพูดถึงบ่อยว่าน่าไป ทำไมอยู่ๆคิดจะไปภูกระดึงขึ้นมาว่ะ ภูกระดึงมันลำบากมากนะ
 

 
ผม : “พอดี...กรูมีเรื่องจะต้องไปทำช่วงกรกฎาวันเกิดกรูพอดี” ผมตอบไปก้มหน้าลงต่ำไป เพื่อหลบให้พ้นสายตาที่มองมาจากตรงข้ามกัน

เพื่อน : “เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะว่าที่เมิงจะไปที่นี่เนี้ยมัน...”
 
“เพราะ...แฟนเก่า...เมิง”
 
เสียงแอร์ดัง...หึ่งงงง~ หึ่งงงง~ 

มันถามเข้าเป้าตรงจุดจนผมจุกลิ้นปี่ไม่รู้จะพูดอะไร พ่อพี่เป็นโคนันรึไงว่ะ...
 
เพื่อน : “เลิกกันไป 2-3 ปีแล้วนะ เมิงยังบ้าบออยู่อีกเหรอไง” เพื่อนผมพูดเสียงแข็งเบาๆในขณะมองหน้า

ผม : “กรูเคยสัญญาว่า...จะไปดูให้เห็นกับตา กรูเลยรู้สึกค้างคาอ่าเมิง เหมือนมันจบแต่จบไม่จริงไรงี้” ผมตอบเหมือนกับไม่มีอะไร แต่หลบตามันทำไมก็ไม่รู้
 

 
เพื่อน : “ถ้าเมิงคิดจะไปตอนวันเกิดช่วงกรกฎา กรูว่า...กรูคงจะให้เมิงไปไม่ได้ว่ะ!!!” อยู่ๆมันก็สวมบทโหดใส่ผมซะงั้น

ผม : “เฮ้ย! อะไรว่ะ! กรูจะไปไหนมันก็เรื่องของกรูมะ!” ผมเองก็เริ่มถึงจุดที่ทนไม่ไหว

เพื่อน : “กรูให้เมิงไปไม่ได้!!!” เพื่อนผมกระแทกเสียงใส่

ผม : “เอ้า! กรูจะไป!!! เมิงอย่ามาเลอะเทอะได้มั้ย!!!” ผมโต้กลับไป

เพื่อน : “เมิงดิ...เลอะเทอะ!!!”
 
“ภูกระดึงใครเค้าเปิดเดือนกรกฎากันว่ะ!!!”
 
“ไอ่บ้า!!! อยากจะไปเที่ยวแต่เจือกไม่หาข้อมูลอะไรเลยเนี้ยนะเมิง” เพื่อนผมถอนหายใจไปหัวเราะไป
 
อ้าว...ภูกระดึงมันไม่ได้เปิดทั้งปีหรอกเหรอ...เอ่อ...ผมก็นึกว่าจะเปิดตลอดเหมือนเซเว่นไง เพิ่งจะมารู้ว่า “ภูกระดึงจะปิดให้ป่าได้พักฟื้นช่วง มิถุนายน – สิ้นเดือนกันยายน” คนไม่เคยไปจะรู้ได้ไง จริงป่ะ! 555+
 
“เมิงจะไปด้วยสาเหตุอะไรก็เรื่องของเมิงเหอะ”
 
เออ...เนอะ...มันก็เรื่องของผมคนเดียวจริงๆนั่นล่ะ เพราะสาเหตุที่ผมจะไป“ใครอีกคน”เค้าคงไม่ได้อยู่รับรู้อะไรแล้ว
 

 
เรื่องมันเริ่มจากเย็นวันหนึ่ง...
 
ระหว่างที่ผมกำลังดึงกองเอกสารที่ต้องใช้ มีกล่องเหล็กใส่ของเล็กๆหนึ่งใบ ที่ผมเองแทบจะลืมไปแล้วว่ามันอยู่ตรงนี้ อยู่ดีดีมันก็หล่นติดมือลงมา...
 
ในนั้น...มีกองจดหมายและกระดาษโน๊ตเล็กๆคุ้นตาหลายสิบใบ เป็นของสำคัญที่ใครคนนึงเคยเขียนมันส่งมาให้ผมเก็บไว้ ผมไม่ระวังมันจึงหล่นลงมากระแทกกับพื้นกระจัดกระจาย
 
หนึ่งในนั้น...มันคือ... “โปสการ์ดหนึ่งใบ”
 
ผมจำได้แทบทันทีว่า...  “มันคือที่ไหน”
 
แล้ว...เรื่องราวมากมายก็ไหลเข้ามาในหัวผมเหมือนมีใครสักคน กำลังฉายหนังย้อนหลังวนไปวนมาให้ผมดู
 
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา... เหมือนวันเวลา...ค่อยๆย่อยสลายความรู้สึกต่างๆของผมจนกลายเป็นผงฝุ่นของความทรงจำมากมาย หล่นร่วง เกาะตัวอยู่ตามพื้น ตามซอกของห้อง นอนนิ่งอยู่ภายใต้หลืบร่องเล็กๆ กองสุมทับถมกันอยู่แบบนั้น
 

 
โปสการ์ดใบนี้...มันก็ไม่ต่างอะไรกัน กับใครสักคนที่เดินเข้ามา ไขกุญแจที่เคยล็อคคาปิดตายเอาไว้แบบนั้น เปิดมัน...เปิดประตูของอดีตจนพัดให้ผงฝุ่นของวันเวลาเก่าๆเหล่านั้น ให้มันฟุ้งกระจายขึ้นอีกครา
 
ผมนั่งพลิกดูโปสการ์ด อ่านข้อความด้านหลัง ซ้ำไป...ซ้ำมา... ยังจำได้ชัดเหมือนวันเวลา 3 ปีก่อนนั้น มันเพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อวาน มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานาน ตั้งแต่เรา... 
 
“ยังไม่เลิกกัน”
 
วันนั้น...เธอไปเที่ยว “ภูกระดึง” กับเพื่อนโดยที่ผมไม่ได้ไปด้วยกัน เธอกลัวผมจะเป็นห่วง อาจด้วยเพราะการเดินทางในครั้งนี้นั้น มันค่อนข้างลำบากกว่าทุกทุกที่ ที่เธอเคยไป
 
เธอไม่อยากให้ผมกังวล เลยพยายามส่งภาพถ่ายต่างๆที่ถ่ายบนนั้นมาให้ คอยLineอัพเดทสถานะว่ามันเป็นยังไง ถึงไหน ทำอะไร แทบจะทุกนาทีที่เธอรีบส่งมาเมื่อหาสัญญาณมือถือได้ ผมยังเห็นภาพวันนั้นชัดเจนว่าผมนั่งอ่านLine และอมยิ้มปนเป็นห่วงเธอไปทั้งวัน  นั่งดูรูป อ่านคำบรรยายต่างๆในนั้น มีหลายๆที่ หลายๆภาพที่เธอเสียดายมัน
 
เธอเสียดาย...ที่ผมไม่ได้มาเห็นมันเองกับตา
 

 
“สัญญา...ว่าสักวัน...ผมจะไปดูให้เห็นกับตา”
 
คำสัญญา...ที่จนวันสุดท้ายที่เราเลิกรากัน 
ผมก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำมันสักที
 
เป็น...บางสิ่งบางอย่างที่เหมือนตะกอนตกค้างอยู่ในใจของผมเองตลอดมา

มัน...อาจจะถึงเวลาที่...

ผมควรจะทำมันให้ “จบ” สักที
 
...
 
แล้วช่วง “เปิดภูกระดึงเดือนตุลาคม” ก็มาถึง 
พอเพื่อนผมมันรู้ว่าผมตั้งใจจะไปทันที มันจึงรีบโทรนัดผมออกมา
 
เพื่อน : “อ่ะ! เมิง! กรูให้...”
 

 
ผม : “เอ่อ...มันคือHereอะไร...ครับ..เนี้ย...”

ผมถึงกับอึ้งทำตัวไม่ถูกกับวัตถุคล้ายเล็บรึเขี้ยวสัตว์อะไรสักอย่างที่ตรงหน้า
 
เพื่อน : “เขี้ยวเสือตัน!!!” 
 
“พกมันติดตัวไว้ เชื่อกรู!!! ไปเที่ยวเขาเที่ยวป่ามันมีเรื่องเร้นลับ มีผีป่านางไม้ ยิ่งกับเมิงเป็นพวกปากหมารนหาที่ตาย ไม่รู้จะไปเจอกับอะไร ครั้งที่แล้วที่กรูไปภูกระดึงแล้วรอดมาได้ ก็เพราะเจ้าเนี้ยล่ะรู้มั้ย ไหน...เมิงเคยบอกเมิงกลัวช้างป่าไง?” เพื่อนผมพูดหน้าตาจริงจังจนผมตกใจ
 
ผม : “ก็...ใช่...กลัวช้างป่า กลัวเยอะเลยล่ะ”
 
เพื่อน : “เมิงถึงยิ่งจะต้องพกไปไง! เมิงไม่เคยดูสารคดีเวลาช้างแอฟริกาเจอกับเสือชีต้าร์รึไง!”
 
ผม : “อ๋อใช่! เคยดิ! ช้างแม่มเหยียบเสือไส้แตกเลย...”
 

 
เสียงแอร์ดัง...หึ่งงงง~ หึ่งงงง~
 
เพื่อน : คือ...กรูแค่เปรียบเปรยอ่ะ หมายถึง...มันจะไม่ยุ่งกัน กลัวกัน แคล้วคลาด ปลอดภัย ป้องกันสัตว์ ภูต ผี สัมภเวสี ปีศาจ ไม่ให้เข้ามากล้ำกรายอะไรแบบเนี้ย สิริมงคลไงเมิง! สิริมงคลไง!
 
ผม : กรู...จำเป็นต้องพกของอะไรแบบนี้เลยเหรอว่ะ? ชีวิตกรูต้องการความเป็นสิริมงคลขนาดนี้เลยเหรอ 555+
 
เพื่อน : หัวเราะไปเหอะ! เมิงยังจำ...“ลุงสมพร”...ได้มั้ย?
 
ผม : ที่แกเป็นพรานป่ารึอะไรสักอย่างที่เมิงเคยเล่าบ่อยๆใช่มั้ย?
 
เพื่อน : ใช่ๆ! คนนั้นล่ะ! สมัยแกเรียนเพาะช่าง แกก็พกเขี้ยวเสืออันนี้ไว้ สืบทอดมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นพ่อ วันนึง...พอดีขากลับบ้านแกก็เจอกับคู่อริ มากันเป็น 10 คน แกก็หนี! หนี! หนี! แต่ดันมาซวยตรงที่ แกไปเจอเข้ากับซอยตัน มันก็หนีต่อไม่ได้ แกก็ไม่รู้จะทำยังไง
 
ผม : อย่าบอกนะเมิง...ว่า...
 
เพื่อน : ใช่! แกคว้าไปเจอ “เขี้ยวเสือตัน” อันนี้ในกระเป๋า แกเลยเอาขึ้นมา นึกถึงบทสวดที่พ่อแกสอนเวลามีภัย แกตะโกนเสียงดังออกไปว่า...พุทโธ!!! ธัมโม!!! สังโฆ!!! เป่าปากไปที่มือที่ถือเขี้ยวเสือตันดัง...พ่วง!!! แล้วเดินหน้าเข้าไป กระทืบพื้นเสียงดัง ตึง!!! ตึง!!! ตึง!!! 3 ที ก่อนจะยัดเขี้ยวเสือตันเข้าปากแล้วอมไว้!!!
 
ผม : แล้ว...แล้วไง...
 
เพื่อน : รุ่งเช้าวันถัดมา...ไอ่เด็กช่างคู่อริ10คนนั้น แห่กันมากราบขอขมาแกแทบไม่ทัน!!!
 
ผม : โห...ลุงเมิงอมเขี้ยวเสือไล่กระทืบ 1 ต่อ 10 แล้วชนะว่างั้น!!!
 
เพื่อน : ปล่าว!!!
 

 
“เขี้ยวเสือแม่มติดคอ!!!”
 
ลุงกรูลงไปชัก คู่อริแม่มก็ตกใจพาส่งโรง’บาล แต่ไม่ทัน ดันมาตายระหว่างทาง...
 
...
 
เอ้า! ฮาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!! 555+
 
แล้วมันก็หัวเราะเสียงดัง อุตส่าห์ฟังมันชงมาตั้งนานสองนาน มันจะศักดิ์สิทธ์จริงมั้ยว่ะ ปูมาเป็นตลกหมูกระทะขนาดนี้
 
แล้วทริปปีนเขาภูกระดึงของผมนี่มันจะออกมาอีท่าไหน
 
ชักไม่ค่อยอยากจะรู้ล่ะ...555+
ชื่อสินค้า:   ภูกระดึง
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่